- หน้าแรก
- เจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัยระดับเทพ
- ตอนที่ 7 บังเอิญเจอผู้เข้าแข่งขันคนอื่น นกพิราบสื่อสารลักลอบขนของเถื่อน?
ตอนที่ 7 บังเอิญเจอผู้เข้าแข่งขันคนอื่น นกพิราบสื่อสารลักลอบขนของเถื่อน?
ตอนที่ 7 บังเอิญเจอผู้เข้าแข่งขันคนอื่น นกพิราบสื่อสารลักลอบขนของเถื่อน?
ตอนที่ 7 บังเอิญเจอผู้เข้าแข่งขันคนอื่น นกพิราบสื่อสารลักลอบขนของเถื่อน?
อีกด้านหนึ่ง
ณ สถานีตำรวจประจำสนามบิน
ฟางหยางกำลังให้ปากคำอยู่
หลังจากแพทย์นิติเวชมาถึงที่เกิดเหตุ ก็ลงมือผ่าชันสูตรร่างของเด็กทารกทันที
และก็เป็นไปตามคาด
ภายในช่องท้อง อัดแน่นไปด้วยถุงบรรจุยาเสพติดมากมาย
ตำรวจทุกนายที่เห็นภาพนี้ ต่างก็สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง
ยากที่จะจินตนาการได้เลยว่า เด็กทารกเพียงคนเดียว จะสามารถพกพายาไอซ์ได้มากถึงห้ากิโลกรัม
นี่ต้องควักเอาของข้างในออกไปจนเกลี้ยงขนาดไหนกันเนี่ย
คงเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกแล้วล่ะมั้ง
คนเป็นพ่อเป็นแม่ลงมือทำเรื่องพรรค์นี้ได้ยังไงกัน?
ต้องรู้ไว้ก่อนนะว่า ในประเทศจีน ยาไอซ์หนึ่งกิโลกรัม มีมูลค่าประมาณสามแสนหยวน
เฉพาะยาเสพติดที่ซ่อนอยู่ในนี้ ก็มีมูลค่ากว่าหนึ่งล้านห้าแสนหยวนแล้ว
มิน่าล่ะ ถึงมีคำกล่าวที่ว่า 'เด็กทารกคนละสามแสนหยวน บริการส่งฟรีทั่วโลก'!
พอจะนึกภาพออกเลยว่า ต้องมีเด็กทารกที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับการค้ายาเสพติดไปมากมายขนาดไหน
เมื่อฟางหยางกลับมาถึง ก็เลยเวลาทำงานไปแล้ว
พอเขากลับมาถึงหอพัก...
เจ้าหน้าที่การเงินของสนามบินก็นำเงินรางวัลหนึ่งหมื่นหยวนมามอบให้
ช่างภาพมองดูปึกธนบัตรในมือของฟางหยางจนตาค้าง!
"พี่ รวยแล้ว! รวยแล้ว"
"วันแรกเราก็หาเงินได้ตั้งหมื่นกว่าหยวนแล้ว พระเจ้าช่วย!"
"ทำไมผมถึงรู้สึกว่าพวกเรามีโอกาสคว้าแชมป์เลยนะเนี่ย"
ฟางหยางหัวเราะแห้งๆ "ไปเถอะ กว่าจะถึงเวลานอนก็อีกตั้งนาน ออกไปกินของอร่อยๆ กันดีกว่า"
ช่างภาพตาเป็นประกายเมื่อได้ยินเช่นนั้น
เขาเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ "ไปกินที่ไหนดีล่ะ? แถวนี้ค่าอาหารแพงหูฉี่เลยนะ"
โดยปกติแล้ว งานรักษาความปลอดภัยของสนามบินส่วนใหญ่จะมีที่พักให้ แต่ไม่มีอาหารเลี้ยง
อย่างมากก็มีแค่เงินอุดหนุนค่าอาหารให้เท่านั้น
ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะอาหารในสนามบินมันแพงบรรลัยเลยน่ะสิ
บะหมี่ธรรมดาๆ ชามเดียว อาจจะขายในราคาห้าสิบหยวนขึ้นไป
ถ้าอยากจะเพิ่มเนื้อสัตว์หรืออะไรสักหน่อย ก็ต้องจ่ายเป็นร้อย
ฟางหยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น "งั้นนั่งแท็กซี่ไปกินที่อื่นก็แล้วกัน"
ทั้งสองคนตกลงกันอย่างรวดเร็ว
ออกจากสนามบิน แล้วโบกแท็กซี่ไปยังร้านปิ้งย่างริมทางที่อยู่ไม่ไกล
ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณสองทุ่มพอดี
ค่ำคืนเพิ่งจะมาเยือน
บริเวณหน้าร้านปิ้งย่างเต็มไปด้วยควันโขมง และกลิ่นหอมฉุยยั่วน้ำลาย
ทั้งสองคนเดินตามพนักงานเสิร์ฟไปหาที่นั่ง
พอมองดูเมนูในมือ…
ฟางหยางก็โบกมืออย่างป๋า "อยากกินอะไร? สั่งได้เต็มที่เลย!"
ช่างภาพมองดูรายการอาหารและราคาบนเมนู...
มันแพงเกินไปแล้ว!
เนื้อแกะย่างไม้เดียวล่อไปสิบหยวน!
นี่ต้องกินกี่ไม้ถึงจะอิ่มเนี่ย?
สั่งเล่นๆ ไม่กี่ร้อยหยวน ก็คงไม่พอยาไส้พวกเขาสองคนหรอก
สุดท้าย เขาก็ทำได้เพียงกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน
แล้วกระซิบเบาๆ "พี่ มันแพงเกินไป กินง่ายๆ ก็พอครับ อดทนไว้ก่อน รอให้คว้าแชมป์ได้เมื่อไหร่ ค่อยอยากกินอะไรก็กิน พี่ว่าดีไหมครับ"
ฟางหยางพยักหน้าเห็นด้วย "นายพูดมีเหตุผล เอาเร็วๆ เข้าเถอะ"
"ถ้างั้น... ผมเอาข้าวโพดย่าง หมั่นโถวย่าง มะเขือม่วงย่าง อย่างละไม้ก็พอแล้ว พี่อยากกินอะไรเดี๋ยวผมสั่งให้ทีเดียวเลย"
"เอ่อ... ฉันเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย อะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ"
พูดจบ เขาก็เงยหน้าขึ้นไปมองพนักงานเสิร์ฟ
"เอาเนื้อแกะย่างยี่สิบไม้ เซี่ยงจี๊แกะย่างสองไม้ ปลาหมึกย่างสิบไม้ ซี่โครงแกะย่างหนึ่งที่ แล้วก็โค้กสองขวด"
"อ้อ จริงสิ เอาปวยเล้งย่างมาอีกสองไม้ด้วย เอาล่ะ แค่นี้แหละ"
ช่างภาพ: "???"
"พี่ นี่เหรอที่พี่บอกว่าให้ประหยัดๆ หน่อย?"
"หืม?" ฟางหยางมองช่างภาพด้วยความประหลาดใจ "ก็นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าให้กินง่ายๆ ? นี่ฉันยังสั่งง่ายไม่พออีกเหรอ?"
ช่างภาพ: "...."
ชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดเห็นเหตุการณ์นี้ต่างก็ขำกลิ้ง
—— [ขำจนปอดแหกแล้ว ไม่มีอะไรผิดปกตินี่ ก็สั่งง่ายๆ จริงๆ หรือว่าฉันเข้าใจอะไรผิดไป?]
—— [มีเงินมันก็ดีแบบนี้แหละ ฉันแวะไปดูห้องถ่ายทอดสดของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นมา หลายคนหิวโซมาทั้งวันแล้ว ไม่เห็นเหมือนหมอนี่เลย ได้กินของย่างสบายใจเฉิบ มีความสุขซะไม่มี]
—— [เอ๊ะ~~ ฉันเพิ่งสังเกตเห็นว่าหมายเลข 87 ก็เหมือนจะอยู่ที่นี่ด้วยนะ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะมากินฟรีดื่มฟรีน่ะสิ เดี๋ยวฉันไปดูลาดเลาก่อน]
—— [สงสัยจะจริงแฮะ ซี้ด~~ ถ้าเกิดเดี๋ยวพวกเขาเจอกันขึ้นมา ภาพนั้นมันคงน่าสนุกพิลึกเลย]
...
ในห้องครัว
ชายหนุ่มสองคนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกตัวเล็กๆ ขัดล้างจานชามอย่างขะมักเขม้น
ตอนนี้ อารมณ์ของหมายเลข 87 ถือว่าเบิกบานทีเดียว
เขาขัดจานไปพลาง โอ้อวดช่างภาพไปพลาง
"เป็นไงล่ะน้องชาย ตามพี่มาไม่ผิดหวังใช่ไหม"
ช่างภาพพยักหน้าหงึกหงัก "ใช่เลยลูกพี่!"
"หึๆ~~ พี่ฉลาดล่ะสิ ยังไงซะหลังเลิกงานก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว มารับจ้างล้างจานแบบนี้ก็ยังได้กินของเหลือด้วย"
"วันนี้เพิ่งจะเปิดกล้องวันแรก มีผู้เข้าแข่งขันตั้งหลายคนที่ยังไม่มีข้าวกินเลย"
"พี่ตกลงกับเถ้าแก่ไว้แล้ว ถ้ากินไม่หมด ก็ห่อกลับไปกินเป็นมื้อดึกได้ด้วย ถามจริง ฟินไหมล่ะ!"
"ฟินสุดๆ!" ช่างภาพรีบตอบรับอย่างรู้ใจ
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังเพ้อฝันถึงของย่างแสนอร่อยอยู่นั้นเอง...
เถ้าแก่ก็ตะโกนเร่งเสียงดัง "เฮ้ย พวกแกน่ะ.. รีบเอาของย่างพวกนี้ไปเสิร์ฟที่โต๊ะ 30 เร็วเข้า ถ้ามัวแต่โม้จนเสียงาน ฉันไล่ออกแน่"
หมายเลข 87 ได้ยินดังนั้นก็รีบเด้งตัวลุกขึ้นเช็ดมือทันที "ได้ครับๆ เดี๋ยวผมเอาไปเสิร์ฟให้เดี๋ยวนี้เลย"
ช่างภาพก็รีบลุกขึ้นเดินตามไปติดๆ
ทั้งสองคนช่วยกันยกของย่างพูนจานใหญ่สองจานมาเสิร์ฟที่โต๊ะ 30
พอเห็นว่ามีลูกค้าแค่สองคน แต่สั่งของย่างมาเยอะแยะขนาดนี้...
พวกเขาก็ยิ้มร่าหน้าบานทันที
พร้อมกับฉีกยิ้มทักทายอย่างสุภาพนอบน้อม "คุณลูกค้าครับ ของย่างได้ครบแล้วนะครับ"
ฟางหยางก็พยักหน้ารับอย่างสุภาพเช่นกัน "โอเคครับ ขอบคุณมาก"
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง...
ข้างหูก็มีเสียงอุทานดังขึ้นสองเสียงพร้อมกัน
"เหล่าหวง!"
"เหล่าหยาง!"
ฟางหยางกับหมายเลข 87 ถึงกับอึ้งไปเลย!
พวกเขามองหน้าช่างภาพของตัวเองสลับกันไปมา
ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย "พวกนาย... รู้จักกันเหรอ?"
ทั้งสองคนพยักหน้าพร้อมกัน ก่อนจะยิ้มแหยๆ "พวกเราเป็นเพื่อนร่วมงานกันน่ะครับ!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
ฟางหยางกับหมายเลข 87 ก็สบตากันอย่างรวดเร็ว
แล้วตะโกนออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย "นายก็เป็นผู้เข้าแข่งขันด้วยเหรอ?"
ซี้ด~~
โลกกลมอะไรขนาดนี้
ฟางหยางรู้สึกเหมือนได้เจอคนบ้านเดียวกันในต่างถิ่นเลย
เขารีบส่งยิ้มทักทายทันที "บังเอิญจังเลย มานั่งกินด้วยกันไหม?"
แต่พอหมายเลข 87 ได้ยินประโยคนี้ ใบหน้าของเขาก็กระตุกอย่างควบคุมไม่อยู่
เขามองของย่างที่กองพูนเป็นภูเขาเลากาบนโต๊ะ
แล้วอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
ถามว่าอยากกินไหม?
แน่นอนว่าอยาก
แต่พอคิดถึงภาพตอนที่ตัวเองเพิ่งจะคุยโม้โอ้อวดกับช่างภาพเมื่อครู่นี้...
เขาก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
แค่ได้กินของเหลือนิดหน่อยก็หลงระเริงดีใจจนเนื้อเต้นแล้ว
แต่พอดูผลลัพธ์สิ
ดูคนอื่นเขาบ้าง
นี่มันก็วันแรกเหมือนกันแท้ๆ
แล้วเขาได้กินอะไรบ้างล่ะเนี่ย
ค่าจ้างที่เขาทำมาทั้งวัน ยังไม่พอจ่ายค่าอาหารมื้อนี้เลยด้วยซ้ำ
แต่คนอื่นเขากลับไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย
แถมยังชวนพวกเขากินด้วยอย่างสุภาพอีก
นี่แหละที่เขาว่า 'เอาของไปเทียบกับของต้องทิ้ง เอาคนไปเทียบกับคนต้องตาย' จริงๆ!
ตอนนี้ หมายเลข 87 แทบอยากจะมุดลงไปในรอยแยกของแผ่นดินให้รู้แล้วรู้รอด
น่าอายชะมัด
ทว่า ช่างภาพกลับไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไรเลย
พอได้ยินว่ามีของอร่อยให้กิน เขาก็นั่งลงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ไม่รู้เลยว่าหน้าหนาขนาดไหน
"จริงเหรอ? งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะ!"
พูดจบ เขาก็เตรียมจะยื่นมือไปหยิบเซี่ยงจี๊แกะย่างขึ้นมากิน
แต่แล้ว... !
เพียะ~~
หมายเลข 87 ฟาดฝ่ามือลงไปอย่างจัง
"กินๆๆๆ รู้จักแต่กิน!"
"กินบ้ากินบออะไรของแก! งานยังไม่เสร็จก็มานั่งกินอยู่ได้ รีบไสหัวไปทำงานกับฉันเดี๋ยวนี้"
พูดจบ เขาก็ดึงตัวช่างภาพให้เดินตามออกไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีกเลย
ทิ้งให้ฟางหยางกับช่างภาพของเขานั่งมองหน้ากันตาปริบๆ
ช่างภาพที่ถูกลากตัวออกไป...
มองมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ
ชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดพากันขำกลิ้งอีกครั้ง
....
—— [ฮ่าๆ ขำจนปอดแหกแล้ว หมายเลข 87 เพิ่งจะคุยโม้เมื่อกี้ หล่อได้ไม่ถึงสามวินาที ก็โดนตบหน้าฉาดใหญ่จนหน้าหัน]
—— [พวกนายไม่รู้อะไร ตอนที่ฉันอยู่ห้องถ่ายทอดสดข้างๆ พวกคนดูพากันอวยหมายเลข 87 ซะยกใหญ่ ชมว่าเขาฉลาด มีไหวพริบ แต่ตอนนี้... ห้องนั้นเงียบเป็นเป่าสาก ขำชะมัด ทุกคนรีบมาดูเรื่องสนุกกันเร็ว!]
—— [โอ้โห ตื่นเต้นขนาดนั้นเลยเหรอ? ฉันต้องแวะไปดูซะหน่อยแล้ว แค่คิดก็ขำแล้วเนี่ย]
—— [มันก็บั่นทอนจิตใจนิดหน่อยแหละนะ แต่ก็นะ มันก็แค่เรื่องขี้ผง อาหารแค่มื้อเดียวเอง ถ้าหมายเลข 87 รู้ว่าหมอนี่มีเงินในกระเป๋าเป็นหมื่น เขาจะรีบถอนตัวจากการแข่งขันทันทีเลยไหมนะ?]
....
จากเหตุการณ์เมื่อครู่นี้...
ความภาคภูมิใจของหมายเลข 87 ถูกทำลายป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
ความมั่นใจและความรู้สึกเหนือกว่าที่เคยมี มลายหายไปจนหมดสิ้น
เมื่อเขากลับมานั่งยองๆ บนเก้าอี้ตัวเล็กเพื่อล้างจานอีกครั้ง...
ความกระตือรือร้นที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ ก็หายไปหมดแล้ว
ทางด้านฟางหยางไม่ได้คิดอะไรมาก
เขากินของย่างอย่างเอร็ดอร่อย
ช่างภาพมองดูของเขา แล้วก็มองของตัวเอง...
ความอยากอาหารลดฮวบลงทันที
โชคดีที่ฟางหยางกินไม่หมด เขาเลยเอ่ยปากชวน
ทั้งสองคนก็เลยลงมือกินด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
ในขณะที่ทั้งสองคนกินอิ่มหนำสำราญ และเตรียมตัวจะกลับไปพักผ่อนนั้นเอง...
ทันใดนั้น!
เหนือหัวก็มีเสียงดังกระหึ่มขึ้น
ลูกค้าในร้านปิ้งย่างทุกคนต่างก็เงยหน้าขึ้นมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ภายใต้แสงไฟยามค่ำคืน...
ฝูงนกนับร้อยตัวกำลังบินรวมกลุ่มกันพาดผ่านท้องฟ้า
ภาพที่เห็น ทำเอาทุกคนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ใครจะเคยเห็นนกฝูงใหญ่ขนาดนี้บินพร้อมกันตอนดึกดื่นค่อนคืนล่ะ?
หรือว่าจะมีแผ่นดินไหว?
สัตว์ถึงได้รับรู้ล่วงหน้า
ในขณะที่ทุกคนกำลังงุนงงสับสนอยู่นั้นเอง...
ก็มีชายคนหนึ่งหัวเราะร่วน แล้วตะโกนขึ้นมาว่า "คิดมากไปแล้ว แถวนี้เขากำลังจัดการแข่งขันปล่อยนกพิราบสื่อสารตอนกลางคืนต่างหากล่ะ"
"ก็เหมือนชื่อนั่นแหละ ปล่อยให้นกพิราบบินตอนกลางคืน เพื่อดูว่าตัวไหนจะบินกลับรังได้เร็วที่สุด แผ่นดินไหวอะไรกัน ไม่มีหรอก"
พอได้ยินแบบนั้น
ทุกคนก็พากันหัวเราะครืน
แล้วเรื่องนี้ก็กลายเป็นหัวข้อสนทนาบนโต๊ะอาหารของทุกคนไปโดยปริยาย
ทว่า เมื่อครู่นี้...
ฟางหยางกลับได้เห็นภาพที่ทำให้เขาต้องตกตะลึง
ในวินาทีที่เขาเงยหน้าขึ้นไปมองฝูงนกพิราบสื่อสาร...
ระบบก็เด้งข้อความแจ้งเตือนขึ้นมาอย่างกะทันหัน
[นกพิราบสื่อสาร]
[การใช้งาน: เครื่องมือลักลอบขนของเถื่อน]
[พกพา: ยาเส้น]
...
ในเวลานี้ ฟางหยางถึงกับอึ้งไปเลย
แค่ออกมากินข้าว ก็ดันมาเจอเรื่องลักลอบขนของเถื่อนซะงั้น?
นกพิราบสื่อสาร?
ยาเส้น?
ลักลอบขนของเถื่อน?
ทำไมรู้สึกว่าคำพวกนี้มันไม่ค่อยเข้ากันเลยแฮะ