- หน้าแรก
- ผู้เล่นสุดโหด โหมดนรกประจัญบาน
- บทที่ 454 ริมทะเลสาบ
บทที่ 454 ริมทะเลสาบ
บทที่ 454 ริมทะเลสาบ
หลังจากหลี่อังเก็บกระดาษเสร็จ ก็ได้ยินสิงเหอโฉ่วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "เหมือนที่นักจิตวิทยา คาร์ล กุสตาฟ ยุง ได้แบ่งบุคลิกภาพออกเป็นสามระดับ คือ จิตสำนึก, จิตไร้สำนึกส่วนบุคคล และจิตไร้สำนึกร่วม นั่นแหละ ความฝันของเซิงหนานอ๋องก็มีสามระดับนี้เหมือนกัน"
"ตอนนี้พวกเราอยู่ในระดับจิตไร้สำนึกร่วม มีเรื่องเล่าสยองขวัญเขตเมืองหลากหลายประเภทจากทั่วทุกมุมโลกหลุดลอยอยู่เต็มไปหมด มันคือตะกอนที่อยู่รอบนอกสุดในจิตใจของเซิงหนานอ๋อง"
"ระดับต่อไปคือจิตไร้สำนึกส่วนบุคคล ซึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องราวประเภทเรื่องเล่าสยองขวัญเหมือนกัน ตามทฤษฎีแล้ว เศษเสี้ยวเหตุการณ์ที่เซิงหนานอ๋องกดทับและลืมเลือนไปเหล่านั้น ก็คือกลุ่มความคิดทางอารมณ์ที่ถูกกดทับเอาไว้"
"ตราบใดที่สามารถค้นพบแก่นแท้ทางอารมณ์ของเรื่องเล่าสยองขวัญในชั้นที่สองได้ ก็จะสามารถหยั่งรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเซิงหนานอ๋องได้"
ว่านหลี่เฟิงเตาชะงักไปครู่หนึ่ง "เอ่อ หมายความว่าไง? ถ้าชั้นต่อไปมีแต่เรื่องราวอย่าง 『โดดเดี่ยวผู้น่ารัก』 อะไรทำนองนั้น"
"งั้นเซิงหนานอ๋องก็คือเด็กแสบที่ชอบเล่นแผลงๆ งั้นเหรอ? แล้วถ้าสไตล์ภาพมีแต่พวกหนุ่มสาวคลั่งรัก ฆ่าฟันกันเพราะความรัก"
"งั้นเซิงหนานอ๋องก็คือวัยรุ่นสายอาร์ตที่ชอบอ่านนิยายรักโรแมนติกงั้นสิ?"
สิงเหอโฉ่วถึงกับหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ถูก "อืม ก็ทำนองนั้นแหละ"
ว่านหลี่เฟิงเตาถอนหายใจ พึมพำกับตัวเองว่า "งั้นก็ขอภาวนาให้เซิงหนานอ๋องเป็นโอตาคุที่ไม่มีพิษมีภัย เพื่อให้ชั้นต่อไปมีแต่ละครรักวัยรุ่นในรั้วโรงเรียนที่ไม่มีอันตรายอะไรเลยก็แล้วกันนะ"
สิงเหอโฉ่วไม่สนใจเสียงบ่นกระปอดกระแปดของว่านหลี่เฟิงเตา เขาเดินไปที่ริมหน้าต่างห้องสไตล์ญี่ปุ่นบนชั้นสอง หยิบกาวแท่งธรรมดาสีเขียวสลับขาวออกมาหนึ่งหลอด ใช้กาวแท่งนั้นปาดลงบนหน้าต่างสองสามครั้ง ดูเหมือนจะวาดลวดลายอะไรบางอย่าง
หลี่อังถามด้วยความสงสัย "นี่คือ?"
"ไอเทมพิเศษที่ใช้ติดต่อสื่อสารกันภายในกรมกิจการพิเศษน่ะ"
สิงเหอโฉ่วอธิบายอย่างไม่ใส่ใจ "ทำเครื่องหมายเอาไว้ล่วงหน้าที่นี่ เจ้าหน้าที่กรมกิจการพิเศษคนอื่นๆ ที่เดินทางมาถึงเมืองนี้ จะได้สังเกตเห็นข้อมูลของบ้านหลังนี้ได้ทันที"
"หืม?"
ว่านหลี่เฟิงเตาเลิกคิ้ว "ต้องรออยู่ที่นี่ไหม?"
"ไม่ต้อง"
สิงเหอโฉ่วส่ายหน้า "ทางเข้าสู่ความฝันชั้นที่สามของเซิงหนานอ๋องไม่ได้มีแค่ทางเดียว อาจจะมีเพื่อนร่วมงานไปถึงชั้นที่สองล่วงหน้าแล้ว ขืนดันทุรังรออยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์"
"ดีไม่ดีอาจจะรอไปเจอผู้เล่นที่คิดไม่ซื่อ แล้วสร้างปัญหาให้ตัวเองเปล่าๆ"
"ตอนนี้รีบทำเวลาจะดีกว่า"
เมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมทีมอีกสามคนไม่มีใครคัดค้าน สิงเหอโฉ่วจึงหยิบกระดาษ A4 อีกแผ่นออกมา ส่งให้ว่านหลี่เฟิงเตา "กระดาษแผ่นนี้ลงทะเบียนข้อมูลของฉันเอาไว้แล้ว"
"เดี๋ยวฉันจะลงไปดูก่อน สักพักถ้าไม่มีอันตรายพวกนายค่อยตามลงมา"
"ถ้าฉันเจออันตรายก็จะถูกเทเลพอร์ตออกจากความฝันของเซิงหนานอ๋องโดยตรง ถึงตอนนั้นสีกระดาษแผ่นนี้จะคล้ำขึ้นเล็กน้อย"
"แต่มันจะไม่ยับ ไม่หดตัว และไม่ฉีกขาด"
"อืม"
ว่านหลี่เฟิงเตารับกระดาษมา มองดูสิงเหอโฉ่วที่ติดอาวุธครบมือ ค่อยๆ เดินไปที่พื้นกลางห้องสไตล์ญี่ปุ่น นั่งยองๆ ลง แล้วยื่นนิ้วไปทางแอ่งน้ำนั้น
วินาทีต่อมา ร่างของสิงเหอโฉ่วก็ถูกแอ่งน้ำดูดเข้าไป เหมือนกับกระต่ายขาวตัวน้อยหลายตัวก่อนหน้านี้ไม่มีผิด
ว่านหลี่เฟิงเตาจ้องมองกระดาษในมือด้วยความตึงเครียดเล็กน้อย หลังจากรอไป 10 นาที ก็ไม่เห็นกระดาษมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
"ทางฝั่งพี่สิงน่าจะปลอดภัยดี ไม่ได้เจออันตรายจนต้องเทเลพอร์ตหนีไป แล้วก็ไม่ได้บาดเจ็บจนถูกจับเป็นเชลย"
ว่านหลี่เฟิงเตาพับกระดาษเก็บ หันไปมองเพื่อนร่วมทีมทั้งสองคน "งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ"
"อืม"
หลี่อังพยักหน้า ทั้งสามคนเดินไปที่กลางห้องสไตล์ญี่ปุ่นพร้อมกัน และยื่นมือไปสัมผัสกับแอ่งน้ำในเวลาเดียวกัน
วินาทีที่สัมผัสกับคราบน้ำ
ความรู้สึกถูกลากจูงที่คุ้นเคยจากส่วนลึกของวิญญาณก็จุติลงมาอีกครั้ง
ไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ เบื้องหน้ามืดมิดไปหมด รู้สึกเหมือนตัวเองถูกโยนลงไปในชักโครกแล้วหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา
เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งสามคนก็มาโผล่อยู่กลางทะเลสาบสีเขียวมรกตที่รายล้อมไปด้วยหมู่เขา โดยแต่ละคนอยู่ห่างกันประมาณสิบกว่าเมตร
บนท้องฟ้ามีดวงอาทิตย์แผดเผา น้ำในทะเลสาบพอมีความอบอุ่นอยู่บ้าง ไม่ถึงกับเย็นเฉียบ
เมื่อตกลงน้ำกะทันหัน น้ำหนักตัวที่ขัดกับรูปลักษณ์ภายนอกของหลี่อัง ก็ลากร่างของเขาให้จมดิ่งลงสู่ก้นทะเลสาบทันที โชคดีที่คุณหนูไฉรีบพุ่งพรวดออกจากร่าง มาคว้าข้อมือเขาไว้ ทำให้เขาสามารถลอยตัวอยู่บนผิวน้ำได้
"ทางนี้!"
เสียงของสิงเหอโฉ่วดังมาจากแดนไกล ผู้เล่นทั้งสามคนหันกลับไป ก็เห็นเขายืนอยู่ริมทะเลสาบ ในสภาพเปียกปอนไปทั้งตัวเช่นเดียวกัน
ผู้เล่นทั้งสามคนรีบว่ายเข้าฝั่ง หลี่อังถูกคุณหนูไฉลากถูลู่ถูกัง ซิ่งไปตามผิวน้ำ ไปรวมตัวกับสิงเหอโฉ่ว
"ที่นี่คือชั้นที่สองงั้นเหรอ?"
ว่านหลี่เฟิงเตาลูบน้ำออกจากหน้า ปัดกิ่งไม้แห้งท่อนหนึ่งที่ติดอยู่บนแขนเสื้อออก บ่นกระปอดกระแปดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า "จิ๊ ขึ้นมาก็ให้ลงอาบน้ำเลย ถือเป็นการล้างฝุ่นต้อนรับจริงๆ"
หลิวอู๋ไต้ไม่รู้ว่าใช้สกิลอะไร จู่ๆ ก็มีไอน้ำพวยพุ่งออกมาจากผิวหนังและเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวน้ำในทะเลสาบที่ตกค้างอยู่บนตัวก็ถูกระเหยจนแห้งสนิท สะอาดสะอ้านสดชื่น
เธอหันไปมองสิงเหอโฉ่วแล้วถามว่า "พบข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์บ้างไหม?"
"ที่นี่ก็เหมือนชั้นที่สาม ไม่สามารถใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากโลกแห่งความเป็นจริงที่ไม่มีส่วนประกอบของพลังเหนือธรรมชาติได้"
สิงเหอโฉ่วกล่าว "เมื่อกี้ฉันเดินสำรวจรอบๆ ทะเลสาบไปสองสามรอบ ทางทิศตะวันออกของทะเลสาบมีถนนดินเหลืองสายเล็กๆ มุ่งหน้าไปยังทุ่งดอกเรปซีดขนาดใหญ่ ส่วนบนภูเขาทางทิศใต้ของทะเลสาบมีนาขั้นบันไดกระจายอยู่ แต่ไม่เห็นมนุษย์คนอื่นเลย..."
"แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน..."
เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังมาจากแดนไกล ผู้เล่นทั้งสี่คนไม่ลังเลที่จะคว้าอาวุธขึ้นมา แล้วหันไปทางทิศที่มาของเสียงทันที
บนถนนดินเหลืองทางทิศตะวันออกของทะเลสาบ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มีชายวัยกลางคนรูปร่างหลังค่อม สวมเสื้อผ้าป่านสีน้ำตาลยืนอยู่ เขากำลังเบิกตาสีขุ่นมัวไร้ประกาย จ้องมองมาที่ผู้เล่นทั้งสี่คน "พวกท่านก็มาร่วมงานเฉลิมฉลองเหมือนกันหรือ?"
งานเฉลิมฉลอง?
หลี่อังเลิกคิ้ว ไม่ได้พูดอะไร
ผู้เล่นทั้งสี่คนไม่ใช่ไก่อ่อนมือใหม่ที่ไม่เคยผ่านการรับน้องจากการต่อสู้
ต่อให้เมื่อกี้จะเพิ่งตกลงไปอาบน้ำในทะเลสาบ หรือกำลังยืนแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่ ก็ไม่ได้ผ่อนคลายความระมัดระวังลงเลยแม้แต่น้อย
สายตาสอดส่องรอบทิศ หูคอยฟังเสียงรอบด้าน ต่อให้เป็นงู แมลง หนู หรือมดที่เก่งกาจด้านการซ่อนเร้น ก็อย่าหวังว่าจะสามารถเข้าใกล้พวกเขาทั้งสี่คนได้อย่างเงียบเชียบโดยไม่ถูกพบเห็น
แล้วคนเป็นๆ ตัวเป็นๆ ขนาดนี้ โผล่มาตรงนั้นอย่างกะทันหัน โดยที่ไม่ทำให้ผู้เล่นทั้งสี่คนรู้ตัวได้ยังไง?
หรือว่า...
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปเล็กน้อย
พวกเขาบังเอิญยืนอยู่ใต้ลมทางทิศตะวันออกของทะเลสาบพอดี สายลมแผ่วเบาพัดโชยมา ทั้งสี่คนสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงกลิ่นคาวเหม็นเน่าที่คล้ายกับเนื้อเน่าเปื่อยปะปนอยู่ในอากาศ
ต้นตอของกลิ่นนั้น ก็มาจากชายวัยกลางคนในชุดผ้าป่านสีน้ำตาลคนนั้นนั่นเอง
เมื่อเห็นทั้งสี่คนไม่ตอบ ชายคนนั้นก็ไม่ได้ใส่ใจกับคมดาบและธนูยาวในมือของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เขาก้าวเดินย่ำไปบนพื้นหญ้าเตี้ยๆ ตรงมาทางนี้
เมื่อระยะห่างลดลง กลิ่นเนื้อเน่าก็ยิ่งรุนแรงขึ้นจนฉุนจมูกและแสบตา
"ขออภัยที่ทำให้แขกผู้มีเกียรติทุกท่านต้องทนหนาว"
ชายคนนั้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าทุกคน ยื่นผ้าขนหนูสีเทาสี่ผืนให้ ใบหน้าที่แข็งทื่อฝืนยิ้มออกมา "โชคดีที่พวกท่านมาถึงตอนบ่าย ถ้ามาตอนกลางคืนล่ะก็ น้ำในทะเลสาบนี้จะเย็นจัดมากทีเดียว"
สิงเหอโฉ่วขมวดคิ้วแน่น อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายยื่นผ้าขนหนูมาให้ เขามองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเล็บของชายวัยกลางคนนั้นแหลมยาว เป็นสีม่วงคล้ำ รูปร่างคล้ายมีดสั้น
ปลายเล็บดำปี๋ ราวกับติดเชื้อจนเน่าเปื่อย ดูไม่เหมือนคนปกติเลยสักนิด
..........