- หน้าแรก
- ตัวร้ายสายหื่นที่มีระบบ ข้าไม่ได้รุก แต่นางเอกบุกมาเอง
- บทที่ 590 - เสาสวรรค์มหาเต๋า
บทที่ 590 - เสาสวรรค์มหาเต๋า
บทที่ 590 - เสาสวรรค์มหาเต๋า
บทที่ 590 - เสาสวรรค์มหาเต๋า
หลังจากที่ยืนยันตัวตนได้อย่างชัดเจนแล้ว ท่าทีของราชันเซียนโจ้วคงและราชันเซียนเสวี่ยเม่ยก็เป็นมิตรขึ้นมาก พวกเขาสองคนรับหน้าที่นำทาง พาเยี่ยชิงอวิ๋นเดินผ่านประตูสวรรค์เข้าสู่แดนสวรรค์ ระหว่างทางก็พูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง มีการถกเถียงเรื่องมหาเต๋าและแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันเป็นระยะๆ
ขุมกำลังรากฐานทางด้านมหาเต๋าอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตของเยี่ยชิงอวิ๋น ถูกแสดงออกมาให้เห็นอย่างเต็มที่ในระหว่างการถกเถียงเรื่องมหาเต๋าในครั้งนี้ ทุกครั้งที่เขาเอ่ยปาก ก็จะทำให้ราชันเซียนทั้งสองคนเกิดความรู้แจ้ง และลอบตื่นตะลึงอยู่ภายในใจ
ทั้งสองคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเคารพนับถือเยี่ยชิงอวิ๋นมากยิ่งขึ้น ถึงขั้นแอบสงสัยว่าคนผู้นี้อาจจะไม่ใช่ยักษ์ใหญ่ธรรมดา แต่อาจจะเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งกว่าอย่างระดับยักษ์ใหญ่สูงสุดก็เป็นได้
ทว่าในความเป็นจริงแล้ว พลังในสภาวะปกติของเยี่ยชิงอวิ๋นก็เป็นเพียงแค่ระดับยักษ์ใหญ่จริงๆ เท่านั้นแหละ
เพียงแต่เขาแตกต่างจากราชันเซียนทั่วไป ในฐานะเจ้าแห่งโลก มหาเต๋านับหมื่นของโลกเสินโจวล้วนหลั่งไหลมาจากตัวเขา ต่อให้เขาจะไม่เคยศึกษาในมหาเต๋าบางแขนงมาก่อน โลกเสินโจวก็จะสะท้อนกลับมา และส่งมอบแก่นแท้ของมันให้กับเขาอย่างฝืนธรรมชาติ
กาลเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา ทำให้ขุมกำลังรากฐานทางด้านมหาเต๋าของเขาสะสมไปจนถึงระดับที่น่าตกตะลึง
แน่นอนว่า เรื่องนี้เยี่ยชิงอวิ๋นย่อมไม่ปริปากบอกทั้งสองคนอย่างแน่นอน
"การได้พูดคุยกับสหายเต๋าทั้งสอง ทำให้เยี่ยผู้นี้ได้รับประโยชน์มากมายจริงๆ" เยี่ยชิงอวิ๋นเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ
มหาเต๋าของคนทั้งสอง ก็ถือเป็นของบำรุงชั้นยอดสำหรับเขาเช่นเดียวกัน
และเขายังได้สืบถามเรื่องราวความเป็นไปล่าสุดของแดนสวรรค์จากทั้งสองคน เพื่อให้พอจะเข้าใจสถานการณ์ของแดนสวรรค์ในปัจจุบันได้อย่างคร่าวๆ
ต่อให้ในอดีตเขาจะเคยเรียนรู้เรื่องราวของแดนสวรรค์มาจากบรรดาบรรพชนเซียนแท้จริงที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมา และจากเย่ว์จื่อเยียนมาบ้างแล้ว แต่มันก็ผ่านไปนานมากแล้ว แดนสวรรค์ในตอนนี้จะยังคงเหมือนกับในความทรงจำของพวกนางหรือไม่ ก็ไม่มีใครบอกได้ ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องมาทำความเข้าใจใหม่อีกครั้ง
และนี่ก็คือเหตุผลที่เยี่ยชิงอวิ๋นยอมเป็นฝ่ายชวนทั้งสองคนพูดคุย หรือแม้กระทั่งแอบชี้แนะอีกฝ่ายอยู่กลายๆ ด้วย
"พวกเราต่างหากล่ะที่ได้รับประโยชน์มากมาย"
ราชันเซียนโจ้วคงและราชันเซียนเสวี่ยเม่ยยิ้มขื่น คิดว่าอีกฝ่ายก็แค่พูดปลอบใจพวกตนเท่านั้น ภายในใจก็ยิ่งรู้สึกดีกับอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีก
"สหายเต๋าทั้งสอง พวกเราคงต้องแยกกันตรงนี้แล้ว"
เยี่ยชิงอวิ๋นประสานมือคารวะ เตรียมตัวจะจากไป
ตามที่คนทั้งสองบอกกล่าว ในตอนนี้สถานที่ที่พวกเขาอยู่คือสวรรค์ชั้นที่สิบห้าของแดนสวรรค์ ส่วนภูเขาวั่งเฉินในแดนสวรรค์นั้น ตั้งอยู่ในสวรรค์ชั้นที่สามสิบสอง
การเดินทางต้องใช้เวลาพอสมควร เขาจึงไม่คิดจะรั้งอยู่ที่นี่นานนัก
"ได้เลย"
ราชันเซียนโจ้วคงและราชันเซียนเสวี่ยเม่ยต่างก็เป็นผู้มีเหตุผล จึงไม่ได้รั้งเขาเอาไว้
ก่อนจากกัน เยี่ยชิงอวิ๋นยังได้แลกเปลี่ยนช่องทางสื่อสารกับทั้งสองคนเอาไว้ด้วย
เพิ่งจะมาถึงที่นี่ ย่อมต้องสร้างสายสัมพันธ์เอาไว้บ้าง เพื่อให้มีมิตรให้มาก และมีศัตรูให้น้อย
ไม่แน่ว่าวันหนึ่งในอนาคต อาจจะต้องพึ่งพาอีกฝ่ายก็เป็นได้
เยี่ยชิงอวิ๋นมีเจตนาอยากจะผูกมิตร ราชันเซียนทั้งสองก็ย่อมตอบรับอย่างกระตือรือร้น
การได้ผูกมิตรกับราชันเซียนจากภูเขาวั่งเฉินที่เริ่มต้นด้วยระดับยักษ์ใหญ่ สำหรับพวกเขาแล้วก็ถือเป็นมหาโชควาสนาเช่นเดียวกัน
หลังจากกล่าวลาคนทั้งสอง เยี่ยชิงอวิ๋นก็มุ่งหน้าตรงไปยังใจกลางของสวรรค์ชั้นที่สิบห้าแห่งแดนสวรรค์
ที่แห่งนั้น มีเสาต้นหนึ่งตั้งตระหง่านเสียดฟ้า สูงจนมองไม่เห็นยอดเสา
"เสาสวรรค์มหาเต๋า ถือกำเนิดขึ้นในยุคโบราณที่ไม่อาจสืบย้อนกลับไปได้ ว่ากันว่าในตอนที่แดนสวรรค์เพิ่งจะก่อกำเนิดขึ้น ของสิ่งนี้ก็มีอยู่ก่อนแล้ว"
เยี่ยชิงอวิ๋นแหงนหน้ามองเสาสวรรค์มหาเต๋าที่สูงเสียดเมฆ ราวกับทะลวงผ่านทั้งสามสิบหกชั้นฟ้าของแดนสวรรค์ พลางทอดถอนใจออกมา เขายิ่งสัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่างแดนสวรรค์กับโลกเสินโจวได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
เสาสวรรค์มหาเต๋าเพียงต้นเดียว ก็สามารถเชื่อมต่อสามสิบหกชั้นฟ้าเข้าด้วยกันได้ ซึ่งราชันเซียนก็ยังทำไม่ได้เลย
จากการสังเกตของเยี่ยชิงอวิ๋น สวรรค์ชั้นที่สิบห้าของแดนสวรรค์ ต่อให้จะไม่นับว่าลึกล้ำพิสดารอะไร แต่หากพูดถึงขนาด ก็ถือว่าแอบเหนือกว่าโลกเสินโจวในปัจจุบันไปแล้ว
และยิ่งเป็นชั้นฟ้าที่อยู่สูงขึ้นไป ระดับของสิ่งต่างๆ ก็ยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากยิ่งขึ้น เข้าใกล้กับมหาเต๋าต้นกำเนิดของแดนสวรรค์มากยิ่งขึ้น
สิ่งของอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้แม้แต่เยี่ยชิงอวิ๋นยังต้องรู้สึกขนลุกซู่ กลับถูกเสาสวรรค์มหาเต๋าต้นหนึ่งทะลวงผ่าน และสามารถส่งผู้คนไปยังชั้นฟ้าอื่นๆ ได้อย่างตามใจชอบ เทพวิชาระดับนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ราชันเซียนจะเอื้อมถึงได้อย่างแน่นอน
"สิ่งที่ตัวตนระดับเหนือราชันเซียนทิ้งเอาไว้อย่างนั้นหรือ?"
เยี่ยชิงอวิ๋นคาดเดาอยู่ในใจ ร่างของเขาค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปใกล้จุดที่เสาสวรรค์มหาเต๋าตั้งอยู่
รอบๆ เสาสวรรค์มหาเต๋า มีกฎเกณฑ์จำนวนนับไม่ถ้วนปกคลุมอยู่ ถักทอประสานกันจนกลายเป็นทะเลแห่งกลิ่นอายมหาเต๋า ที่แม้แต่เซียนแท้จริงก็ยังยากที่จะทนรับการชำระล้างจากมันได้
มีตำหนักอันวิจิตรตระการตาหลายหลังลอยอยู่เหนือผิวน้ำ ภายในแต่ละหลังล้วนมีสิ่งมีชีวิตนั่งสมาธิอยู่ เมื่อพิจารณาจากกลิ่นอายพลังแล้ว แต่ละคนล้วนเป็นว่าที่ราชันเซียนตัวจริงเสียงจริง
พวกเขาไม่เพียงแต่จะอาศัยทะเลแห่งกลิ่นอายมหาเต๋าแห่งนี้ในการบำเพ็ญเพียรเท่านั้น แต่ยังแบกรับหน้าที่ในการดูแลรักษา เพื่อป้องกันไม่ให้มีสิ่งมีชีวิตในแดนสวรรค์ที่อยู่ต่ำกว่าระดับราชันเซียนลักลอบใช้มันเพื่อเดินทางข้ามผ่านชั้นฟ้า
มีเพียงราชันเซียนเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์ใช้เสาสวรรค์มหาเต๋าเพื่อเดินทางไปยังชั้นฟ้าอื่นๆ
ภายในแดนสวรรค์ มีการแบ่งลำดับชั้นอย่างเข้มงวด ตัวตนที่อยู่ต่ำกว่าระดับราชันเซียน ส่วนใหญ่แล้วทำได้เพียงแค่ปักหลักอยู่ในชั้นฟ้าของตนเอง ไม่สามารถลงไปด้านล่างได้ และก็ไม่สามารถขึ้นไปด้านบนได้เช่นเดียวกัน
มีเพียงราชันเซียนเท่านั้น ถึงจะสามารถก้าวข้ามกฎข้อนี้ได้
ราชันเซียนที่แข็งแกร่ง สามารถเดินทางไปยังชั้นฟ้าที่อยู่สูงขึ้นไป ซึ่งเป็นดินแดนที่ใกล้มหาเต๋ามากยิ่งขึ้นเพื่อบำเพ็ญเพียรอย่างสงบได้
ส่วนราชันเซียนที่อ่อนแอกว่า หากไม่มีเบื้องหลังคอยหนุน ก็ทำได้เพียงแค่บำเพ็ญเพียรอยู่ในดินแดนที่ใกล้มหาเต๋าของชั้นฟ้าระดับล่างเท่านั้น
อย่าคิดว่านี่คือการลดคุณค่า แท้จริงแล้วต่อให้จะเป็นดินแดนที่ใกล้มหาเต๋าของสวรรค์ชั้นที่หนึ่ง มันก็ยังเหนือกว่าดินแดนเซียนใดๆ บนโลกใบนี้ ถือได้ว่าเป็นสุดยอดสถานที่บำเพ็ญเพียรของราชันเซียนในแดนสวรรค์เลยทีเดียว
ยิ่งเป็นชั้นฟ้าที่อยู่สูงขึ้นไป ดินแดนที่ใกล้มหาเต๋าก็จะยิ่งลึกล้ำพิสดารมากยิ่งขึ้น ว่ากันว่าในนั้นยังแอบแฝงไว้ด้วยมรรคาและสัจธรรมที่อยู่เหนือระดับราชันเซียนอีกด้วย
"ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่า ตัวตนที่อยู่เหนือขอบเขตราชันเซียน จะมีท่วงท่าสง่างามมากเพียงใด"
เยี่ยชิงอวิ๋นปลดปล่อยกลิ่นอายของตนเองออกมา ภายใต้สายตาอันเคารพยำเกรงของบรรดาว่าที่ราชันเซียนเหล่านั้น เขาก็ทะลวงผ่านพื้นผิวของเสาสวรรค์ และมุดเข้าไปภายในนั้น
ภายในเสาสวรรค์มหาเต๋านั้นเป็นความว่างเปล่าอันมืดมิด เมื่อแหงนหน้าขึ้นมอง ก็จะเห็นดวงดาวสามสิบหกดวงเรียงตัวกันเป็นเส้นตรง สอดคล้องกับสามสิบหกชั้นฟ้าของแดนสวรรค์
สิ่งที่น่าแปลกก็คือ มีดวงดาวเพียงสามสิบสามดวงเท่านั้นที่ส่องแสงเจิดจรัส ส่วนดวงดาวสามดวงบนสุดกลับมืดมิดไร้แสง ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับความว่างเปล่าอันมืดมิด ยากที่จะค้นพบ
เยี่ยชิงอวิ๋นมองดูอยู่สองสามครั้ง แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก เขาเบนสายตาไปที่ดวงดาวดวงที่สามสิบสอง
"ใช้กระแสจิตสื่อสารกับมันงั้นหรือ"
เมื่อรับรู้ได้ถึงข้อความที่ผุดขึ้นมาในหัวโดยอัตโนมัติ เยี่ยชิงอวิ๋นก็ขยับความคิด และสื่อสารกับดวงดาวดวงนั้น
ในชั่วพริบตา ประตูแสงแห่งมหาเต๋าสูงร้อยจางก็ก่อตัวขึ้นตรงหน้าเขา
เยี่ยชิงอวิ๋นเดินเข้าไปในประตูแสง เมื่อภาพตรงหน้ากลับมาชัดเจนอีกครั้ง เขาก็มาอยู่ในโลกอีกใบหนึ่งแล้ว
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็ยังคงเป็นทะเลแห่งกลิ่นอายมหาเต๋าอันกว้างใหญ่ไพศาลเช่นเคย
หากไม่ใช่เพราะกฎเกณฑ์ของฟ้าดินในสถานที่แห่งนี้แตกต่างจากสวรรค์ชั้นที่สิบห้าอย่างสิ้นเชิง เยี่ยชิงอวิ๋นก็คงจะนึกว่าตนเองยังอยู่ที่สวรรค์ชั้นที่สิบห้าเสียอีก
"ขอถามท่านคือบรรพชนตัดธุลีใช่หรือไม่เจ้าคะ?"
ไม่ไกลนัก ก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น
เยี่ยชิงอวิ๋นเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นเทพธิดาขับรถม้าเทพสุริยันมาปรากฏอยู่ในสายตาของเขา
นางมีเรือนผมยาวสีทองสว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์ เปล่งประกายสีทองอร่าม ใบหน้างดงามประณีตราวกับสลักเสลามาอย่างดี ขาวเนียนละเอียด ปีกสีทองคู่หนึ่งสยายอยู่ด้านหลัง มีแสงสีทองจางๆ ลอยวนเวียนอยู่รอบกาย ช่วยเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ให้กับนางได้อีกไม่น้อย
นี่คือว่าที่ราชันเซียน แข็งแกร่งกว่าพวกที่เยี่ยชิงอวิ๋นเคยเจอมาก่อนหน้านี้เสียอีก!
สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเยี่ยชิงอวิ๋นได้มากยิ่งกว่าก็คือ กลิ่นอายความคุ้นเคยของวั่งเฉินที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของนาง
"คนของสำนักมาแล้วสินะ"
เยี่ยชิงอวิ๋นยิ้มบางๆ เสียงของเขาดังกังวานชัดเจนในหูของเทพธิดาปีกสีทอง กลิ่นอายวั่งเฉินที่มีต้นกำเนิดเดียวกันลอยออกมาจากร่างของเขา และเกิดปฏิกิริยาตอบสนองกับกลิ่นอายวั่งเฉินภายในร่างกายของอีกฝ่าย
ความลังเลในสายตาของเทพธิดาปีกสีทองมลายหายไปในชั่วพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างยากจะปิดบัง
นางรีบลงมาจากรถม้าเทพสุริยัน ร่างของนางสั่นไหว เพียงพริบตาเดียวก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเยี่ยชิงอวิ๋น นางคุกเข่ากราบลงกลางอากาศ ในตอนที่ก้มหน้าลง ปีกสีทองก็สั่นไหวเล็กน้อย
"จินอวี่แห่งภูเขาวั่งเฉิน คารวะบรรพชนตัดธุลีเจ้าค่ะ!"
(จบแล้ว)