เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 เจียงซานเตาปลาบปลื้ม ระดับบุญทะลวงดาว!

บทที่ 25 เจียงซานเตาปลาบปลื้ม ระดับบุญทะลวงดาว!

บทที่ 25 เจียงซานเตาปลาบปลื้ม ระดับบุญทะลวงดาว!


บทที่ 25 เจียงซานเตาปลาบปลื้ม ระดับบุญทะลวงดาว!

ภายนอกคุกเทียนอวี้ จ้าวอู๋เยี่ยเห็นจงฉางเซิงหิ้วร่างคนผู้หนึ่งเดินดุ่มๆ เข้ามา ก็รีบเปิดประตูเหล็กบานยักษ์ต้อนรับทันที

ในใจมันแอบสงสัย ใต้เท้าจงเพิ่งจะลางานกลับไปพักผ่อนไม่ใช่รึ ไหงถึงได้หิ้วนักโทษกลับมาด้วยซะงั้น?

"ใต้เท้า... นี่มันเรื่องอันใดกันขอรับ?"

จ้าวอู๋เยี่ยชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็อดรนทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้

"ไอ้เวรนี่ชื่อเฟิงซานสุ่ย เป็นผู้ตรวจการแห่งนิกายบัวโลหิต"

ระหว่างที่พูด มือของจงฉางเซิงก็ขยับสกัดจุดชีพจรหลักทั้งเก้าบนร่างของเฟิงซานสุ่ยอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

"หาคนลากตัวมันไปขังซะ แล้วรีบไปเชิญท่านผู้บัญชาการมาจัดการ"

"ขอรับ!"

จ้าวอู๋เยี่ยรับคำแล้ววิ่งหน้าตั้งไปรายงานทันที ส่วนจงฉางเซิงก็ไปยืนรออยู่ที่หน้าห้องขัง

ผ่านไปไม่นานนัก เงาร่างหลายสายก็เดินแกมวิ่งตรงเข้ามา

คนผู้นำหน้าสุด ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้บัญชาการคุก เจียงซานเตา

ทันทีที่มาถึง เจียงซานเตาก็มองลอดลูกกรงเข้าไป เห็นเฟิงซานสุ่ยที่ถูกสวมขื่อคาและโซ่ตรวนแน่นหนา นอนสลบเหมือดไม่ได้สติอยู่บนพื้นห้องขัง

มันยืนพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันขวับกลับมาจ้องจงฉางเซิงด้วยแววตาเป็นประกายวาววับ

"เจ้าแน่ใจนะ ว่ามันคือคนของนิกายบัวโลหิต?"

จงฉางเซิงพยักหน้าช้าๆ แล้วเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเผชิญมาเมื่อวานให้ฟังอย่างรวบรัด

แน่นอนว่า เรื่องของประมุขพรรคหนูโลหิตอย่างเซวียสู่ และรองประมุขระดับปรมาจารย์ขั้นที่สามอีกสองคน เขาปิดปากเงียบสนิท ไม่ยอมแพร่งพรายออกมาแม้แต่ครึ่งคำ

เขาเลือกที่จะเล่าข้ามช็อต บิดเบือนเรื่องราวแค่ว่า รุ่ยซู่พาลูกน้องมาดักซุ่มโจมตี แต่กลับถูกเขาตลบหลังจัดการจนราบคาบ จากนั้นก็โยงเข้าเรื่องของเฟิงซานสุ่ยทันที

ตอนนี้รุ่ยซู่กลายเป็นศพไปแล้ว ถือว่าตายแล้วก็จบกัน ไม่มีใครลุกขึ้นมาให้การซัดทอดได้ รอให้คนของคุกเทียนอวี้ไปเก็บศพที่ตรอกหย่งอี้ ทุกอย่างก็จะเป็นหลักฐานชั้นดีที่ยืนยันคำพูดของเขา

ส่วนไอ้เฟิงซานสุ่ย ต่อให้มันฟื้นขึ้นมาโดนเค้นคอสอบสวน มันก็ไม่มีทางปูดข้อมูลที่เป็นภัยต่อเขาได้แน่ เพราะมันเองก็ไม่รู้พลังที่แท้จริงของเขา

"ดี! ดี! ดีมาก!"

เจียงซานเตาระเบิดเสียงหัวเราะลั่นสามครา สีหน้าแช่มชื่นเบิกบานอย่างถึงที่สุด

จงฉางเซิงถือเป็นคนสนิทที่มันเป็นคนดึงตัวขึ้นมาปั้นกับมือ การที่จงฉางเซิงสร้างผลงานชิ้นโบแดงได้ขนาดนี้ ย่อมเชิดหน้าชูตาให้แก่มันอย่างมหาศาล

ดีไม่ดี ตอนที่เบื้องบนตบรางวัลลงมา มันอาจจะได้ความดีความชอบข้อหาตาแหลมเลือกคนเก่งมาใช้งานพ่วงมาด้วย

ในฐานะผู้บัญชาการคุกชั้นที่หนึ่ง เจียงซานเตามีลูกน้องที่พึ่งพาได้จริงๆ ไม่กี่คน

การเลื่อนขั้นให้คนๆ เดียวแล้วส่งผลลัพธ์คุ้มค่าทันตาเห็นขนาดนี้ จะไม่ให้มันดีใจจนเนื้อเต้นได้อย่างไร

"ฉางเซิง เอ็งทำได้ดีมาก!"

"พยายามทำผลงานต่อไปเถอะ ข้าไม่มีวันปล่อยให้เอ็งลำบากแน่"

จงฉางเซิงยิ้มรับ "ขอบพระคุณใต้เท้าที่เมตตาส่งเสริมขอรับ!"

หลังจากเอ่ยชมอีกสองสามประโยค เจียงซานเตาก็รีบสั่งให้คนลากคอเฟิงซานสุ่ยที่ยังสลบไสลเข้าไปในห้องสอบสวนทันที

ส่วนจงฉางเซิงก็กลับไปสวมบทบาทพัศดีผู้ 'ขยันขันแข็ง' เดินตรวจตราคุกเทียนอวี้ชั้นที่หนึ่งต่อไป

'ยุงตัวเล็กก็ยังมีเนื้อให้กิน ฟาร์มแต้มกรรมได้วันละไม่กี่พันแต้ม ก็ยังดีกว่าได้เงินง่อยๆ ไม่กี่พันตำลึงตั้งเยอะ!'

หลังจากเดินสายฟาร์มแต้มจนครบทุกแดน ก็ถึงเวลาพักเที่ยงพอดี

จงฉางเซิงเพิ่งจะหย่อนก้นนั่งลงในห้องพัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

พอเปิดประตูออกไป ก็เห็นหลี่เฉิงเฟิงกับหลี่เฉิงหยางสองพี่น้อง กำลังหามหีบใบใหญ่อย่างทุลักทุเลเดินเข้ามา

"เฉิงเฟิง นี่มันอะไรกัน?"

จงฉางเซิงเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ

หลี่เฉิงเฟิงยิ้มกว้าง "ท่านผู้บัญชาการฝากมาบอกว่า ใต้เท้าทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก ของพวกนี้คือรางวัลสำหรับท่านขอรับ"

"เปิดดูสิ!" จงฉางเซิงยิ้มมุมปาก

หลี่เฉิงเฟิงรีบหันไปปิดประตูห้องลงกลอนแน่นหนา ส่วนหลี่เฉิงหยางก็จัดการงัดฝาหีบเปิดออก

ภายในหีบแบ่งออกเป็นสี่ชั้น สองชั้นแรกอัดแน่นไปด้วยก้อนทองคำเรียงรายเป็นระเบียบ ส่วนสองชั้นล่างเต็มไปด้วยเครื่องประดับเลอค่าและตั๋วเงินจำนวนมาก

"ใต้เท้า หีบใบนี้มูลค่าไม่ต่ำกว่าหลายหมื่นตำลึงเลยนะขอรับ!"

หลี่เฉิงเฟิงเอ่ยอย่างตื่นเต้น "ดูท่าท่านผู้บัญชาการจะอารมณ์ดีสุดๆ ไปเลย!"

จงฉางเซิงลอบคิดในใจ 'ก็แหงสิ มีไอ้เฟิงซานสุ่ยเป็นตัวเบิกทาง ไม่แน่ว่าอาจจะขุดคุ้ยหาตัวไส้ศึกที่นิกายบัวโลหิตส่งมาแทรกซึมในคุกได้ ดีไม่ดีอาจจะสาวไส้ไปถึงฐานที่มั่น แล้วยกพลไปกวาดล้างพวกมันได้แบบยกกระบิเลยด้วยซ้ำ!'

ถ้าเรื่องนี้รายงานขึ้นไปถึงหูเบื้องบน มันก็คือผลงานชิ้นยักษ์

แต่เจียงซานเตาก็ใจป้ำไม่เบา อัดฉีดเงินรางวัลมาให้ตั้งหลายหมื่นตำลึง ซึ่งสำหรับจงฉางเซิงในตอนนี้ มันมีประโยชน์มาก

โดยเฉพาะหลังจากที่เพิ่งผลาญเงินไปตั้งสามหมื่นตำลึงที่ตำหนักบุปผาเมรัยซุ่ยฮวา กระเป๋าตังค์เขาก็แฟบลงไปถนัดตา

แถมในเมืองว่านเซี่ยง ยังมีย่านเริงรมย์อีกเพียบที่เขายังไม่ได้ไปเปิดแมพ

การจะเข้าไปกดเช็คอินในดันเจี้ยนหรูหราพวกนั้น ล้วนต้องใช้เงินเบิกทางทั้งสิ้น!

จงฉางเซิงหยิบก้อนทองคำในหีบโยนให้พี่น้องตระกูลหลี่คนละก้อน ทั้งสองรับไปแล้วก็ฉีกยิ้มแก้มแทบปริ รีบขอตัวลากลับไปอย่างอารมณ์ดี

เมื่อเหลืออยู่เพียงลำพัง จงฉางเซิงก็เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาเช็คสถานะของตัวเองทันที

ผลประกอบการสองวันมานี้ โคตรจะคุ้มค่า

นอกจากจะผลาญแต้มกรรมไปสองล้านกว่าแต้มจนหมดเกลี้ยงแล้ว เขายังได้ฝ่ามือหมื่นหนูทะลวงใจระดับห้าขั้นสมบูรณ์ เคล็ดมังกรเร้นกายระดับสองขั้นต้น และมนต์บัวโลหิตลวงใจระดับสามขั้นเชี่ยวชาญมาครอบครองอีกต่างหาก เรียกว่าอัปสเปคกันแบบก้าวกระโดด

จังหวะที่เขากำลังจะปิดหน้าต่างระบบ สายตาก็พลันไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง จนต้องหยุดชะงัก

"หืม?"

เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่า ในช่องสถานะระดับกรรมของตัวเอง ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่มันแปรเปลี่ยนเป็น 'บุญสองดาว' ไปแล้ว!

'ดูท่า การกวาดล้างพรรคหนูโลหิตกับลากคอเฟิงซานสุ่ยมาลงโทษ จะมอบแต้มบุญให้ข้าไม่น้อย หวานเจี๊ยบเลยแฮะ!'

แม้มองเผินๆ ระดับกรรมที่เปลี่ยนไปจะยังไม่ส่งผลอะไรเป็นชิ้นเป็นอันในตอนนี้

แต่สัญชาตญาณของจงฉางเซิงร้องเตือนว่า ไอ้ระดับกรรมนี่แหละ ที่จะเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญในการอัปเลเวลของเขาในอนาคต

'ไว้มีโอกาส คงต้องหาเวลาไปรับบทฮีโร่ผดุงคุณธรรม ไล่ตบพวกคนชั่วเพื่อฟาร์มแต้มบุญเพิ่มสักหน่อยแล้ว'

คิดได้ดังนั้น เขาก็ปิดหน้าต่างระบบลง

จงฉางเซิงเดินออกจากห้องพัก เพราะเมื่อราวๆ หนึ่งก้านธูปก่อนหน้านี้ เจียงซานเตาเพิ่งจะส่งคนมาตามให้เขาไปพบที่ห้องเทียนหมายเลขหนึ่ง

ห้องเทียนหมายเลขหนึ่ง จะเรียกว่าห้องก็คงไม่ถูกนัก น่าจะเรียกว่าวิหารใต้ดินขนาดย่อมเสียมากกว่า

ภายในประกอบด้วยห้องหับนับสิบที่เรียงร้อยต่อกันซับซ้อนดุจเขาวงกต คล้อยตามค่ายกลดาราแห่งท้องนภา ใต้ฝ่าเท้ารับรู้ได้ถึงกระแสปราณวิญญาณที่ไหลเวียนอยู่จางๆ

เห็นได้ชัดว่าใต้ดินของสถานที่แห่งนี้ ถูกวางค่ายกลรวมปราณเอาไว้

การตกแต่งภายในนั้นเรียบง่ายสุดขีด พื้นที่กว้างขวางแทบจะไร้ซึ่งเครื่องเรือนใดๆ

ภายใต้การนำทางของผู้คุมระดับสูง จงฉางเซิงก็เดินมาถึงห้องหนังสือ ซึ่งเจียงซานเตากำลังนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

เมื่อเห็นหน้าจงฉางเซิง เจียงซานเตาก็ยิ้มรับ "ศพของยัยรุ่ยซู่แห่งพรรคหนูโลหิตนั่น เราเจอแล้วนะ ส่วนตัวตนของเฟิงซานสุ่ย เราก็ง้างปากมันจนยอมรับแล้วว่าเป็นคนของนิกายบัวโลหิตจริงๆ ฉางเซิง ครั้งนี้เจ้าทำผลงานชิ้นใหญ่ ว่ามาสิ อยากได้รางวัลอะไร?"

ดูออกเลยว่าผู้บัญชาการคนนี้อารมณ์ดีจัดๆ เมื่อกี้เพิ่งจะประเคนทองคำและของมีค่ามาให้เป็นหีบๆ ตอนนี้ยังจะมาเสนอให้ขอรางวัลเพิ่มอีก

'ดูทรงแล้ว ไส้ศึกที่นิกายบัวโลหิตส่งมาแฝงตัวในคุกชั้นแรก คงโดนถอนรากถอนโคนไปแล้วแหงๆ' จงฉางเซิงลอบคิด

"ใต้เท้า แล้วเฟิงซานสุ่ยล่ะขอรับ?"

เจียงซานเตายิ้มกริ่ม "สอบสวนเสร็จแล้ว ข้าส่งตัวมันลงไปขังที่คุกชั้นสองเรียบร้อย"

จบบทที่ บทที่ 25 เจียงซานเตาปลาบปลื้ม ระดับบุญทะลวงดาว!

คัดลอกลิงก์แล้ว