เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 บดขยี้ราบคาบ! ที่แท้สหายจงก็เป็นคนของพรรคมารทมิฬนี่เอง

บทที่ 20 บดขยี้ราบคาบ! ที่แท้สหายจงก็เป็นคนของพรรคมารทมิฬนี่เอง

บทที่ 20 บดขยี้ราบคาบ! ที่แท้สหายจงก็เป็นคนของพรรคมารทมิฬนี่เอง


บทที่ 20 บดขยี้ราบคาบ! ที่แท้สหายจงก็เป็นคนของพรรคมารทมิฬนี่เอง

"ขวัญกล้าเทียมฟ้านักนะ! ความตายมาเยือนถึงคอหอย ยังมีกะจิตกะใจมาทอดสายตาชมวิวแม่น้ำว่านเซี่ยงอยู่อีก!"

เมื่อเห็นว่าสายตาของจงฉางเซิงมองข้ามหัวนาง ไปหยุดอยู่ที่ทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำอันห่างไกล รุ่ยซู่ก็รู้สึกเดือดดาลจนต้องเอ่ยปากถากถาง

จงฉางเซิงถึงค่อยเลื่อนสายตากลับมามองนาง แล้วยิ้มบางๆ

"แม่นางอุตส่าห์ลงทุนลงแรง ลากข้ามาขังไว้บนเรือกลางแม่น้ำเช่นนี้ คงไม่ใช่แค่อยากจะเอาชีวิตข้าหรอกมั้ง"

"ว่ามาเถอะ พวกเจ้าต้องการให้ข้าทำอะไร?"

"หึหึ!"

รุ่ยซู่ยกมือป้องปากหัวเราะเสียงแหลม "เจ้าก็ไม่ได้โง่นี่นา"

"โบราณว่าไว้ ผู้รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดคน ขอเพียงเจ้ายอมดื่มสุราจอกนั้น แล้วตกลงร่วมมือกับพรรคหนูโลหิตของเรา วันนี้เจ้าก็จะได้มีชีวิตรอดกลับไป แถมวันข้างหน้า ยังมีผลประโยชน์ก้อนโตทุ่มใส่หัวเจ้าอีกนับไม่ถ้วน!"

'ที่แท้ก็พรรคหนูโลหิต!'

จงฉางเซิงเลิกคิ้ว ลอบคิดในใจ 'ดูท่าหวังถิงซานจะเดาถูก ในคุกเทียนอวี้มีไส้ศึกของพรรคมารอยู่จริงๆ...'

หากไม่มีคนเอาข้อมูลของเขาไปคาบข่าวบอกพวกพรรคหนูโลหิต วันนี้เขาก็คงไม่ต้องมาเจอเรื่องพรรค์นี้

แต่สำหรับจงฉางเซิงแล้ว เคราะห์กรรมบางอย่างก็คือหายนะ แต่เคราะห์กรรมบางอย่าง กลับเป็นตัวแจกของแรร์!

ถ้าวันนี้ไม่ได้บังเอิญมาเจอรุ่ยซู่ เขาจะไปหาอภิมหาวิชาพรางปราณระดับเทพแบบนี้มาจากไหน?

"หึหึ"

รุ่ยซู่ข่มขู่ต่อ "ในเมื่อเจ้าเคยได้ยินชื่อพรรคหนูโลหิต ก็จงจำความน่าสะพรึงกลัวของพวกเราเอาไว้ให้ดี!"

"ยอมสวามิภักดิ์ซะดีๆ แล้วเจ้าจะมีทางรอด แต่ถ้ายังดื้อดึง วันนี้ร่างของเจ้าได้กลายเป็นอาหารปลาในแม่น้ำว่านเซี่ยงแน่!"

จงฉางเซิงได้ยินดังนั้นก็หัวเราะร่วน จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาสงบนิ่ง

"เจ้ามั่นใจขนาดนั้นเชียวรึ ว่าคนที่ต้องกลายเป็นอาหารปลา... จะเป็นข้า?"

รุ่ยซู่ตอบอย่างฉะฉาน "ถ้าพวกเราไม่สืบมาจนแน่ใจว่าเจ้ามีพลังแค่นี้ มีหรือพวกเราจะกล้าล่อเจ้ามาถึงนี่?"

"เจ้าคงเดาออกแล้วสินะ ว่าในคุกเทียนอวี้ชั้นที่หนึ่ง มีสายลับของพรรคหนูโลหิตแฝงตัวอยู่!"

"มันรายงานข้อมูลของเจ้าให้พวกเราฟังหมดเปลือกแล้ว"

"เจ้าก็แค่ไอ้เด็กดวงดี ที่เมื่อเดือนกว่าๆ ก่อนบังเอิญกินผลจูสวรรค์พันปีเข้าไป พลังถึงได้ทะลวงขึ้นมาระดับกำเนิดก่อนขั้นที่หนึ่ง แล้วโชคช่วยให้ได้เป็นพัศดีชั้นผู้น้อยในคุกเทียนอวี้"

"ข้าพูดผิดตรงไหนไหมล่ะ?"

รุ่ยซู่แสยะยิ้มอย่างมั่นใจ ราวกับกุมชะตาชีวิตของเขาไว้ในกำมือ

"บอกให้เอาบุญ ยายทวดของเจ้าคนนี้มีพลังถึงระดับกำเนิดก่อนขั้นที่แปด! แถมทุกคนบนเรือลำนี้ อย่างต่ำสุดก็เป็นยอดฝีมือระดับกำเนิดก่อนเหมือนเจ้าทั้งนั้น!"

"จงฉางเซิง อย่าบอกนะ ว่าลำพังตัวเจ้าที่มีพลังแค่ระดับกำเนิดก่อนขั้นที่หนึ่ง ริอ่านคิดจะหนีรอดไปจากเงื้อมมือของพวกเราได้ในวันนี้?"

"แค่ให้ลูกน้องข้าลงมือ เจ้าน่าจะตายเป็นศพไปแล้ว!"

มาถึงจุดนี้ รุ่ยซู่ก็ตวัดเสียงเยาะเย้ย "ให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย จะยอมดื่มสุราพิษแล้วเป็นหมาลอบกัดให้พวกเรา หรือจะให้พวกข้าสับเจ้าเป็นชิ้นๆ แล้วโยนลงแม่น้ำ เลือกเอาเอง!"

"ข้าไม่เลือกข้อไหนทั้งนั้น!"

จงฉางเซิงแผดเสียงหัวเราะลั่น "ข้าเลือกที่จะโยนพวกเจ้าทิ้งลงไปเป็นอาหารปลาต่างหากล่ะ!"

"รนหาที่ตาย! สับมันซะ!" รุ่ยซู่ตวาดลั่น

ฉับพลันนั้น เหล่านักฆ่าระดับกำเนิดก่อนก็ชูคมดาบที่อัดแน่นไปด้วยปราณคุ้มกาย พุ่งทะยานเข้าสับฟันหมายสังหารจงฉางเซิงพร้อมกันทุกทิศทาง

"ไปลงนรกซะเถอะไอ้พวกขยะ!"

จงฉางเซิงไม่คิดจะปกปิดระดับพลังอีกต่อไป กลิ่นอายระดับกำเนิดก่อนขั้นที่ห้า ระเบิดออกจากร่างพุ่งทะยานเสียดฟ้าทันที!

ตาข่ายปราณที่กักขังเขาไว้เมื่อครู่ ถูกปราณคุ้มกายของจงฉางเซิงบดขยี้แหลกสลายในเสี้ยววินาที วงล้อมสังหารของพวกมันต้องหยุดชะงักอย่างกะทันหัน!

พริบตาต่อมา เขาก้าวเท้าเพียงหนึ่งก้าว แต่กลับทิ้งเงาร่างลวงตานับพัน แผนผังมารหกลักษณ์ทมิฬถูกขับเคลื่อนจนถึงขีดสุด เปลี่ยนร่างของเขาให้กลายเป็นกลุ่มควันสีดำที่วูบไหวราวกับภาพมายา

ท่ามกลางกลุ่มควันนั้น ปรากฏเงาฝ่ามือสีดำทะมึนหลายสายพุ่งทะลวงออกมาราวกับห่าฝน

ปัง! ปัง! ปัง!

เงาร่างของจงฉางเซิงพุ่งสวนมาทีหลังแต่ถึงตัวก่อน ฝ่ามือทะลวงใจมารทมิฬนับไม่ถ้วน ประทับกระแทกเข้ากลางแสกหน้าอกของเหล่านักฆ่าอย่างจัง

พวกสาวใช้และบ่าวรับใช้กระอักเลือดคำโตออกมาพร้อมกัน ก่อนจะล้มลงขาดใจตายคาที่ในพริบตา!

"ไอ้บัดซบ!"

รุ่ยซู่บันดาลโทสะจนหน้ามืด นางสะบัดแขนเสื้อยาว ชักกระบี่อ่อนสีม่วงอมเขียวออกมาทันที

กระบี่อ่อนในมือนางสั่นระรัวราวงูพิษแลบลิ้น น่าสะพรึงกลัวจนเสียวสันหลัง

เพียงเสี้ยวลมหายใจ คมกระบี่สีม่วงอมเขียวก็พุ่งทะลวงเข้ามาประชิดคอหอยของจงฉางเซิง ขอเพียงคืบเดียวเท่านั้น ศีรษะของเขาก็จะหลุดออกจากบ่า!

แววตาของรุ่ยซู่ทอประกายอำมหิต ถากถางเสียงเย็น "กำเนิดก่อนขั้นที่ห้าแล้วยังไง? สุราพิษจอกนั้น วันนี้แกไม่ดื่มก็ต้องดื่ม!"

"งั้นรึ?"

"หลงตัวเองเกินไปหน่อยมั้ง!"

จงฉางเซิงเพียงแค่ยื่นนิ้วมือสองนิ้วออกมาอย่างลวกๆ

ในพริบตาต่อมา คมกระบี่ที่อาบไปด้วยยาพิษอันตราย ก็ถูกเขาสองนิ้วคีบเอาไว้ได้อย่างสบายๆ

"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน แกรนหาที่ตายเองนะ!"

รุ่ยซู่แสยะยิ้ม "กระบี่ของข้าอาบไปด้วยพิษอสรพิษเกล็ดมรกต แกกล้าใช้มือเปล่ามารับคมกระบี่ พิษร้ายแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด แกต้องตายภายในเจ็ดก้าว!"

"ถ้าอยากได้ยาถอนพิษ ก็คุกเข่าก้มหัวยอมจำนนซะดีๆ!"

แต่จงฉางเซิงกลับทำหน้าระอา ราวกับกำลังมองดูคนบ้าพ่นน้ำลาย เขาออกแรงบิดปลายนิ้วเพียงแผ่วเบา กระบี่พิษสีม่วงอมเขียวในมือรุ่ยซู่ก็หักสะบั้นดังเป๊าะทันที

ส่วนไอ้พิษอสรพิษเกล็ดมรกตอะไรนั่น ไม่ได้ระคายผิวจงฉางเซิงเลยแม้แต่นิดเดียว!

จงฉางเซิงเหยียดหยามสุดขีด

วิชาที่เขาบ่มเพาะคือสุดยอดวิชาระดับไร้เทียมทาน 'เคล็ดวิชาเทพคชสารสยบนรก' เชียวนะ

ถ้าถูกพิษสวะชั้นต่ำแค่นี้เจาะทะลวงได้ เคล็ดวิชาเทพคชสารก็คงเสื่อมเสียชื่อวิชาระดับไร้เทียมทานหมดแล้ว!

"เป็นถึงกำเนิดก่อนขั้นที่แปด มีปัญญาแค่นี้เองรึ?"

"เจ้าช่างทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ!"

ร่างของจงฉางเซิงพลิ้วไหวดุจภูตผี อาศัยความเร็วของแผนผังมารหกลักษณ์ทมิฬขั้นสมบูรณ์ ร่างของเขาเปลี่ยนเป็นเงาดำพุ่งทะยาน ไม่เปิดโอกาสให้รุ่ยซู่ทันตั้งตัว ฝ่ามือสีดำทะมึนที่อัดแน่นไปด้วยจิตสังหาร ก็ประทับกระแทกเข้าที่ยอดอกของนางอย่างจัง

ตู้ม!

"อั่ก!"

ระดับกำเนิดก่อนขั้นที่แปดอย่างนาง แม้จะไม่โดนจงฉางเซิงฟาดตายในฝ่ามือเดียว แต่นางก็กระอักเลือดเก่าออกมาคำโต ร่างปลิวละลิ่วกระเด็นออกไปเหนือน้ำในแม่น้ำว่านเซี่ยงไกลลิบ

"คิดจะหนีเรอะ!"

ที่รุ่ยซู่ยังไม่ตาย ไม่ใช่เพราะจงฉางเซิงไม่มีปัญญาฆ่า

แต่เป็นเพราะเขาจงใจยั้งพลังเอาไว้เก้าส่วน เพื่อเก็บนางไว้เค้นคอถามต้นสายปลายเหตุ มีหรือที่เขาจะปล่อยให้นางฉวยโอกาสหนีไปได้

จงฉางเซิงทะยานร่างเหยียบเกลียวคลื่น พุ่งตามไปทีหลังแต่ถึงก่อน เพียงครู่เดียวก็ไล่ตามร่างของรุ่ยซู่ที่กระเด็นออกไปทัน

เขาคว้าหมับเข้าที่ลำคอของรุ่ยซู่ หิ้วร่างของนางลอยห้อยต่องแต่งอยู่เหนือผิวน้ำ

เมื่อเห็นใบหน้าของสตรีงามแดงก่ำและใกล้จะขาดอากาศหายใจตายในอีกไม่กี่อึดใจ จงฉางเซิงก็ไม่ได้มีความเมตตาปรานีต่อสตรีเพศเลยแม้แต่น้อย เพราะแววตาที่รุ่ยซู่มองมาที่เขานั้น แข็งกร้าวและเย็นชา ประหนึ่งยอมตายดีกว่ายอมก้มหัว

"หืม?" จงฉางเซิงขมวดคิ้วเล็กน้อย

"ฮ่าๆๆๆๆ!"

บนผืนน้ำอันเย็นเยียบของแม่น้ำว่านเซี่ยง จู่ๆ ก็เกิดคลื่นยักษ์บ้าคลั่งซัดสาด

เสียงหัวเราะดังกึกก้องกัมปนาท แผ่ขยายจากที่ไกลๆ เข้ามาใกล้

มือยักษ์ข้างหนึ่งทะลวงแหวกม่านน้ำพุ่งพรวดขึ้นมา หมายจะตะปบเข้าที่แผ่นหลังของจงฉางเซิงอย่างโหดเหี้ยม

ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย จงฉางเซิงเบี่ยงตัวหลบการลอบโจมตีนั้นได้อย่างง่ายดาย

พร้อมกันนั้น เขาก็เหวี่ยงร่างของรุ่ยซู่ที่บาดเจ็บสาหัส ฟาดสวนกลับไปหาผู้ลอบโจมตีทันที!

"สหายจงช่างไม่รู้จักทะนุถนอมบุปผาเอาเสียเลยนะ"

เสียงจากคนในม่านน้ำเอ่ยขึ้น พลางเปลี่ยนพลังฝ่ามือให้เบาบางลง เพื่อไม่ให้รุ่ยซู่โดนฟาดจนตายคาที่

จากนั้น เสียงปรบมือก็ดังแว่วมาจากเหนือน้ำ

"ฮ่าๆๆๆ ที่แท้สหายจง ก็เป็นคนของพรรคมารทมิฬนี่เอง"

น้ำเสียงแหบพร่าดังก้องกังวาน

"นี่มันน้ำท่วมศาลเจ้ามังกร คนกันเองแท้ๆ"

"ในเมื่อเราต่างก็เป็นศัตรูของราชวงศ์ต้าโจว เรื่องมันก็คุยกันง่ายขึ้นแล้ว"

"พวกเรามาร่วมมือกันเถอะ..."

จบบทที่ บทที่ 20 บดขยี้ราบคาบ! ที่แท้สหายจงก็เป็นคนของพรรคมารทมิฬนี่เอง

คัดลอกลิงก์แล้ว