- หน้าแรก
- นารูโตะ : อนาคตถูกเปิดโปง! ตัวตนที่แท้จริงของฉันคือผู้กอบกู้
- บทที่ 13: ดวงอาทิตย์น้อยแห่งโลกนินจา ฮิวงะ เคย์
บทที่ 13: ดวงอาทิตย์น้อยแห่งโลกนินจา ฮิวงะ เคย์
บทที่ 13: ดวงอาทิตย์น้อยแห่งโลกนินจา ฮิวงะ เคย์
บทที่ 13: ดวงอาทิตย์น้อยแห่งโลกนินจา ฮิวงะ เคย์
หลังจากทายาให้ฮินาตะเสร็จแล้ว ทั้งสองคนก็เดินกลับมาที่ทางเดิน
ภายใต้สายตาอันเป็นประกายและลุ้นระทึกของนารูโตะ เคย์หยิบกล่องอาหารกลางวันคืนมาเปิดเช็กดูอย่างละเอียด
ฮิวงะ เคย์ ตบไหล่นารูโตะเบาๆ แล้วพูดกลั้วหัวเราะ
"ไม่ต้องทำหน้าอยากกินขนาดนั้นหรอกน่า เดี๋ยวเย็นนี้ทุกคนไปกินข้าวที่บ้านฉันกัน ฉันเลี้ยงเอง"
สีหน้าของนารูโตะเปลี่ยนไปทันที เขาดูตื่นเต้นแบบสุดๆ
"จริงดิเคย์!"
"ฉันจะโกหกนายทำไมล่ะ"
"เย้! สุดยอดไปเลย!"
นารูโตะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ สำหรับเขาแล้ว การได้กินอาหารอร่อยๆ ถือเป็นเรื่องรอง แต่การได้รับเชิญให้ไปเป็นแขกที่บ้านคนอื่นเนี่ยสิคือเรื่องใหญ่โตในชีวิต
ตั้งแต่เด็กจนโต นารูโตะไม่เคยถูกใครเชิญไปบ้านเลยสักครั้ง มีแต่คนในหมู่บ้านพากันเดินหนีซะมากกว่า จะมีก็แต่โฮคาเงะรุ่นที่สามซารุโทบิ ฮิรุเซ็นที่แวะมาหาบ้าง แถมบางทียังเป็นนารูโตะเองซะอีกที่เป็นฝ่ายเลี้ยงอาหารปู่โฮคาเงะ
นี่จึงเป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตของเขา
แล้วแบบนี้จะไม่ให้ตื่นเต้นและมีความสุขได้ยังไง
จากนั้น ฮิวงะ เคย์ ก็หันไปชวนฮินาตะกับซาสึเกะ
"เอาล่ะ พวกนายรอฉันอยู่ตรงนี้แปบนึงนะ ขอฉันเข้าไปคุยกับคุณปู่ก่อน"
เขาผลักประตูห้องผู้ป่วยเบาๆ แล้วเดินเข้าไปข้างใน
ผู้อาวุโสฮิวงะ เท็นกะ นอนอยู่บนเตียง สีหน้าดูดีขึ้นกว่าตอนแรกเล็กน้อย แต่ก็ยังคงซีดเผือดอยู่
เมื่อเห็นหลานชายเดินเข้ามา เท็นกะปรายตาขยับมองเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆ
"เคย์... เธอมาแล้วหรอ"
ฮิวงะ เคย์ รีบเดินเข้าไปนั่งข้างเตียงทันที
"คุณปู่ อย่าพึ่งขยับสิครับ หมอบอกว่าคุณปู่ต้องนอนพักผ่อนนิ่งๆ นะ"
ฮิวงะ เท็นกะ ตอบกลับ
"ปู่ไม่เป็นไรหรอก แล้วเธอล่ะ? ไอ้เจ้าดันโซมันไม่ได้ทำร้ายเธอใช่ไหม"
ฮิวงะ เคย์ ส่ายหัว
"เปล่าครับ แต่คุณปู่นั่นแหละ อายุก็เยอะแล้วแต่ไปหาเรื่องทะเลาะกับคนอื่นซะได้... อ่าจริงด้วย คืนนี้ผมจะชวนเพื่อนๆ ไปกินข้าวเย็นที่บ้านหน่อยนะครับ มีนารูโตะ ซาสึเกะ แล้วก็ฮินาตะ"
ดวงตาของฮิวงะ เท็นกะ เป็นประกายขึ้นมาทันที
"ดีเลย! ต้อนรับพวกเขาให้ดีๆ ล่ะ ในครัวมีวัตถุดิบครบครัน อยากทำอะไรกินก็ตามสบายเลย"
"รีบไปจัดการเรื่องของเธอเถอะ ไปได้แล้ว อย่ามัวแต่ยืนอุดอู้อยู่ตรงนี้เลย เดี๋ยวแม่หนูคนนั้นจะรอนานเอา"
ฮิวงะ เคย์ ยิ้มออกมา
เขารู้อยู่เต็มอกว่าคุณปู่แค่ไม่อยากให้เขาต้องคอยกังวล
"งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ คุณปู่พักผ่อนให้สบาย แล้วเจอกันคืนนี้ครับ"
ฮิวงะ เคย์ ปิดประตูห้องผู้ป่วยอย่างเบามือก่อนจะเดินกลับมาหาเพื่อนๆ ที่ทางเดิน
"ไปกันเถอะ ไปเที่ยวบ้านฉันกัน"
ทันใดนั้น นารูโตะก็พูดขึ้นมาด้วยท่าทางอึกอัก
"เคย์... คือฉันขอแวะกลับบ้านแปบนึงสิ"
ฮิวงะ เคย์ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"กลับไปทำไมล่ะ"
"ก็กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไง"
นารูโตะก้มหน้าลงพลางดึงเสื้อฮู้ดสีส้มตัวเก่าที่เริ่มซีดของตัวเอง
"จะให้ฉันใส่ชุดมอมแมมแบบนี้ไปเป็นแขกที่บ้านนายได้ยังไงกันเล่า"
ฮิวงะ เคย์ กลอกตาพลางขำ
"บ้านฉันไม่ใช่คฤหาสน์หรูหราอะไรซะหน่อย นายจะใส่ชุดไหนก็เหมือนกันหมดนั่นแหละน่า"
แต่นารูโตะยังคงยืนกรานเสียงแข็ง
"ไม่ได้หรอก! บ้านนายอยู่ไหนล่ะ บอกทางมาเลย เดี๋ยวฉันรีบตามไปเดี๋ยวนี้แหละ"
เมื่อเห็นความตั้งใจจริง ฮิวงะ เคย์ จึงไม่มีทางเลือกนอกจากยอมบอกที่อยู่ให้
นารูโตะรีบวิ่งโกยอ้าวออกไปทันที หัวสีทองของเขาเลี้ยวหายวับไปตรงมุมทางเดินในพริบตา
ฮิวงะ เคย์ หันกลับมามองซาสึเกะกับฮินาตะ
"งั้นพวกเราไปเตรียมของรอที่บ้านฉันก่อนดีกว่า"
บ้านพักของผู้อาวุโสลำดับที่สามแห่งตระกูลฮิวงะตั้งอยู่ลึกเข้าไปในเขตของตระกูล
ตัวบ้านไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่ามากมายนัก แต่ก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย บริเวณลานบ้านตกแต่งด้วยสวนหินสไตล์ญี่ปุ่นอย่างสวยงาม
ฮิวงะ เคย์ เดินนำทั้งสองคนเข้าไปด้านใน
"ทำตัวตามสบายเลยนะฮินาตะ แต่มือเธอเจ็บอยู่ นั่งเฉยๆ ห้ามขยับเด็ดขาด ส่วนซาสึเกะ มาช่วยฉันในครัวหน่อย"
เมื่อได้วัตถุดิบครบครันในห้องครัว ฮิวงะ เคย์ ก็รับบทเป็นหัวหน้าพ่อครัวทันที โดยมีอุจิวะ ซาสึเกะ เป็นลูกมือ ซึ่งหน้าที่ลูกมือที่ว่านี้ก็คือการล้างผักและหั่นผักเท่านั้น
ฮินาตะเองก็อยากจะช่วยด้วย เคย์พยายามจะไล่เธอให้ออกไปนั่งพัก แต่พอเจอสายตาอ้อนวอนและลูกตื๊อของเธอเข้า เขาก็ใจอ่อน ยอมปล่อยให้เธอยืนดูอยู่ข้างๆ
ถึงอย่างงั้น ฮิวงะ เคย์ ก็ยังคงสั่งห้ามไม่ให้เธอแตะต้องของมีคมหรือของร้อนๆ เด็ดขาด ให้ทำได้แค่มองตาปริบๆ เท่านั้น
ต้องยอมรับเลยว่าฝีมือการใช้มีดของซาสึเกะยอดเยี่ยมสุดๆ
เขาจับมีดหั่นหมูสามชั้นฉับๆ จนได้ขนาดเท่ากันเป๊ะๆ วางเรียงบนเขียงโชว์ให้เห็นชั้นไขมันและเนื้อแดงสลับกันอย่างสวยงาม
ฮิวงะ เคย์ โน้มตัวเข้าไปดูใกล้ๆ แล้วก็ต้องสะดุดตาเมื่อเห็นว่าดวงตาของซาสึเกะเบิกกว้างขึ้น
"นี่นายถึงกับเปิดใช้เนตรวงแหวนของตระกูลอุจิวะเพื่อมาหั่นหมูเลยรึไงเนี่ย"
ซาสึเกะไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองพลางสบถเสียงเรียบ
"หุบปากไปเลย"
"ฉันพูดจริงนะ ด้วยฝีมือมีดระดับนี้ ถ้านายไปเป็นเชฟร้านอิซากายะนะ ต่อให้หลับตาทำลูกค้าก็ตรึมแน่ๆ"
ฮิวงะ เคย์ เลิกแซวเพื่อน แล้วหันไปสนใจหม้อต้มบนเตาแทน
บรรยากาศในห้องครัวอบอวลไปด้วยความเงียบสงบอย่างน่าประหลาด มีเพียงเสียงมีดกระทบเขียงไม้ดังเป็นจังหวะ และเสียงกระบอกไม้ไผ่ตักน้ำในสวนกระทบแผ่นหินดังโป๊กๆ มาจากนอกหน้าต่างเป็นระยะ
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง ประตูรั้วบ้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างระมัดระวัง
"เคย์! ฉันมาแล้ว!"
ฮิวงะ เคย์ เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้วเดินออกมาจากห้องครัว
แต่แล้วเขาก็ต้องยืนอึ้งไปซะดื้อๆ
นารูโตะยืนอยู่ตรงประตูทางเข้า ในชุดเสื้อผ้าตัวใหม่เอี่ยมแกะกล่อง สะอาดสะอ้านชนิดที่เจ้าตัวคงไม่เคยคิดจะหยิบมาใส่ในวันธรรมดาแน่ๆ
แต่สิ่งที่ทำให้ฮิวงะ เคย์ ถึงกับตัวแข็งทื่อจริงๆ ก็คือของที่หมอนั่นหอบเอาไว้ในอ้อมแขนต่างหาก
มันคือกล่องกระดาษลังเก่าๆ ที่ใช้เทปใสแปะเสริมความแข็งแรงไว้ตามมุมทั้งสี่อย่างหนาแน่น
นารูโตะเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นอย่างระมัดระวัง เขาวางกล่องลังนั้นลงบนโต๊ะกาแฟกลางห้องอย่างเบามือ จากนั้นก็เอามือเท้าสะเอวพลางยืดอกอย่างภูมิใจ
"นี่คือสมบัติล้ำค่า... ทรัพย์สินทั้งหมดในชีวิตของฉันเลยนะ!"
พูดเสร็จเขาก็เปิดฝากล่องออก
ฮิวงะ เคย์, ซาสึเกะ และฮินาตะ พากันชะโงกหน้าเข้าไปดูข้างใน
ภายในกล่องกระดาษใบนั้น มีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยถูกจัดเรียงเป็นแถวไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
มีสารพัดยี่ห้อ หลากหลายรสชาติ และสีสันของบรรจุภัณฑ์แตกต่างกันไป
"นี่คือบะหมี่ถ้วยรุ่นลิมิเต็ดที่ทำร่วมกับร้านราเมงอิจิราคุ มีขายแค่ 500 กล่องทั่วโคโนฮะเท่านั้นเลยนะ! ตอนนั้นฉันต้องไปยืนต่อแถวรอตั้งสามชั่วโมงแน่ะ ซื้อมาแล้วก็ยังกินไม่ลงเลย ดูดิ บนฝายังมีรูปท่านโฮคาเงะรุ่นก่อนๆ พิมพ์อยู่ด้วย!"
มุมปากของซาสึเกะกระตุกยิกๆ ทันทีที่เห็นของสะสมในกล่อง เขากำลังจะอ้าปากเหน็บแนมตามนิสัย แต่พอเหลือบไปเห็นสีหน้าอันจริงจังราวกับกำลังทำพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ของนารูโตะ เขาก็กลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอไป
เพราะเขารู้ดีว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพวกนี้คงเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตตลอด 11 ปีของ อุซึมากิ นารูโตะ แล้วจริงๆ
ฮิวงะ เคย์ จ้องมองกล่องบะหมี่ถ้วยเหล่านั้นพลางนิ่งเงียบไปนาน
ในหัวของเขานึกถึงเนื้อเรื่องดั้งเดิมที่เคยดูในชาติก่อน
นารูโตะต้องอาศัยอยู่คนเดียวในห้องเช่าแคบๆ ถูกคนทั้งหมู่บ้านพากันรังเกียจและทอดทิ้ง บะหมี่ถ้วยรุ่นพิเศษพวกนี้คงเป็นของที่เขาเจียดเงินเบี้ยเลี้ยงรายเดือนอันน้อยนิด ค่อยๆ สะสมมาทีละชิ้นสองชิ้น มันคือสิ่งของฟุ่มเฟือยที่สุดเท่าที่เด็กกำพร้าคนหนึ่งจะมีปัญญาครอบครองได้
ทว่าในวันนี้ หมอนี่กลับยกลังสมบัติพรรค์นี้มาให้เขาหมดเลย
ฮิวงะ เคย์ เอ่ยปากถามเสียงนุ่ม
"นายใช้เวลาเก็บเงินนานไหมเนี่ย"
นารูโตะเกาหัวแกรกๆ ด้วยความเขิน
"ก็ตั้งแต่ปีที่แล้วนู่นแน่ะ ทุกครั้งที่มีรสชาติใหม่ออกมาฉันก็ จะรีบไปซื้อเก็บไว้ บางรสเป็นรุ่นจำกัดจำนวนที่ต้องไปแย่งกัน ฉันเลยต้องไปยืนรอคิวตั้งแต่ไก่โห่เลยล่ะ"
ขณะที่พูด น้ำเสียงของนารูโตะแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจอยู่ไม่น้อย
นั่นคงเป็นหนึ่งในไม่กี่ช่วงเวลาในชีวิตอันโดดเดี่ยวที่ทำให้เขารู้สึกว่า ตัวเองได้เป็นเจ้าของสิ่งที่มีค่าคู่ควรกับคนอื่นบ้าง
ฮิวงะ เคย์ หยิบถ้วยบะหมี่ที่มีรูปภาพของ นามิคาเซะ มินาโตะ พิมพ์อยู่ขึ้นมาดู การที่ต้องมาเห็นภาพแบบนี้ทำให้ในใจของเขาซึมไปเหมือนกัน
เขาแอบคิดในใจว่า ถ้าวิญญาณของมินาโตะรับรู้เรื่องนี้ในปรโลก เขาจะรู้สึกเสียใจกับการตัดสินใจในอดีตบ้างไหมนะ
มินาโตะอาจจะเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่และเป็นคนดีมีศีลธรรม แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้กลับทำให้นารูโตะต้องแบกรับความทุกข์อยู่เพียงลำพัง
ฮิวงะ เคย์ ค่อยๆ วางบะหมี่ถ้วยกลับลงกล่องตามเดิม จากนั้นก็ใช้มือทั้งสองข้างยกกล่องกระดาษลังนั้นขึ้นมา
"เอาล่ะ เลิกทำเป็นคุยโวได้แล้ว ต่อจากนี้ไปบะหมี่ถ้วยพวกนี้เป็นของฉัน"
"ฉันจะเก็บรักษาพวกมันไว้อย่างดีเลยล่ะ ยินดีด้วยนะ... เพราะในอนาคตถ้านายได้เป็นโฮคาเงะรุ่นที่เจ็ดขึ้นมาจริงๆ ฉันจะเอาบะหมี่ถ้วยรุ่นลิมิเต็ดพวกนี้ออกไปประมูลขายในราคาสูงลิ่วแน่นอน! 'คอลเลคชั่นบะหมี่ถ้วยสุดหวงในวัยเด็กของท่านโฮคาเงะ' ราคาเริ่มต้นขำๆ สักสิบล้านเรียวเป็นไง"
เขาตบข้างกล่องกระดาษเบาๆ พลางทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับมองเห็นภาพในอนาคตอันไกลโพ้นเรียบร้อยแล้ว
"ถึงตอนนั้น ฉันนี่แหละจะเป็นคนที่รวยที่สุดในหมู่บ้านโคโนฮะ ฮ่าๆๆ"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบไปราวสองวินาที
จู่ๆ ขอบตาของนารูโตะก็เริ่มแดงระเรื่อขึ้นมา
ไม่ใช่เพราะเขาไม่พอใจที่โดนยึดของ แต่เป็นเพราะคำพูดที่ว่า “ในอนาคตถ้านายได้เป็นโฮคาเงะรุ่นที่เจ็ด” และความรู้สึกตื้นตันใจที่ของขวัญของตนได้รับการยอมรับอย่างเต็มอกเต็มใจ
ทั้งหมดนี้คือสิ่งดีๆ ที่เขาพึ่งเคยได้รับเป็นครั้งแรกในชีวิต
นารูโตะรีบหันหน้าหนีไปทางอื่นทันควัน เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาที่รื้นออกมาอย่างแรง
"งั้นนายก็เก็บรักษาพวกมันไว้ให้ดีๆ เลยนะ ! ของสะสมของคนเก่งอย่างฉันน่ะ ในอนาคตต้องมีมูลค่ามากกว่าสิบล้านเรียวแน่นอนอยู่แล้ว!"
"เออ ฉันจะรอดูละกัน"
ฮิวงะ เคย์ ยกกล่องกระดาษไปเก็บไว้ในตู้โชว์อย่างทะนุถนอมราวกับมันเป็นสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งจริงๆ
ฮินาตะมองตามแผ่นหลังของฮิวงะ เคย์ ด้วยสายตาเป็นประกาย
เคย์คุงช่างเป็นคนที่อ่อนโยนและใส่ใจคนอื่นเสมอเลยนะ
เธอแอบลอบมองใบหน้าด้านข้างของเขาเงียบๆ
ผู้ชายคนนี้มักจะพร่ำบ่นอยู่เสมอว่าอยากใช้ชีวิตสบายๆ นอนเอื่อยเฉื่อยอยู่บ้าน เป็นคุณชายรักสนุกที่เอาแต่กินๆ นอนๆ รอวันตายไปวันๆ แต่ทว่าทุกสิ่งที่เขาลงมือทำ กลับคอยดึงดูดและโอบอุ้มคนรอบข้างให้เข้ามาอยู่ในโลกอันอบอุ่นของเขาโดยไม่รู้ตัว
สิบนาทีต่อมา อาหารจานเด็ดก็ถูกยกมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ
หมูสามชั้นต้มซีอิ๊วชิ้นโตเสิร์ฟในชามกระเบื้องเคลือบสีขาวใบใหญ่ เนื้อหมูสีน้ำตาลอมส้มเหลืองฉ่ำวาว เคลือบด้วยน้ำซอสข้นคลัก โชว์ชั้นเนื้อและไขมันสลับกันอย่างน่ากิน
ปลาทอดกรอบสีเหลืองทองถูกจัดเรียงเป็นวงกลมอย่างสวยงาม โรยเกลือป่นลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความกลมกล่อม แค่เห็นก็รู้แล้วว่าถ้ากัดเข้าไปต้องดังกรวบแน่ๆ
อาหารทำง่ายๆ สไตล์โฮมเมดพวกนี้แหละคือของโปรดของฮิวงะ เคย์ จากประสบการณ์ทั้งสองชีวิตของเขา
ฮิวงะ เคย์ นั่งลงตรงที่นั่งพลางตักข้าวสวยร้อนๆ ส่งให้ฮินาตะ แล้วเอ่ยชวนทุกคน
"อ้าว มัวแต่นั่งจ้องข้าวกันทำไมล่ะ กินข้าวกันได้แล้วพวกเธอ"
"งั้นฉันไม่เกรงใจละนะ!"
นารูโตะคว้าตะเกียบคีบหมูสามชั้นชิ้นโตยัดเข้าปากทันที
วินาทีต่อมา ดวงตาของเขาก็เบิกโพลงขึ้นด้วยความทึ่ง
อร่อยชะมัดเลย!
เขาพึมพำเสียงอู้อี้ในลำคอเพราะเคี้ยวเนื้อเต็มปาก จากนั้นก็เริ่มพุ้ยข้าวเข้าปากอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุทอร์นาโดลงโต๊ะอาหาร
ระหว่างที่กำลังกินข้าวกันอยู่ ฮิวงะ เคย์ ก็เริ่มเปิดประเด็นพูดคุยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ฉันไม่อยากให้มันเกิดขึ้นซ้ำสองอีกแล้วล่ะ หลังจากนี้ไปไอ้คนเลวดันโซมันคงต้องเริ่มเคลื่อนไหวอะไรหนักกว่าเดิมแน่ๆ"
เขาวางตะเกียบลงเล็กน้อย
"ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของพวกเราทุกคน ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป พอเลิกเรียนแล้วให้พวกนายมาฝึกวิชาด้วยกันที่บ้านฉันนะ พวกเราต้องรีบแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด"
หลังจากผ่านวิกฤตที่ตึกโฮคาเงะในวันนี้ ความรู้สึกระแวดระวังและตึงเครียดในใจของฮิวงะ เคย์ ก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ
ในอนาคตอันใกล้ จะต้องมีสายตาอีกนับไม่ถ้วนคอยจับจ้องมาที่เขาอย่างแน่นอน
การเคี่ยวเข็ญไอ้เกลอสองคนนี้รวมถึงฮินาตะจึงจำเป็นต้องถูกบรรจุเข้าสู่วาระเร่งด่วนทันที
และดูเหมือนว่าหลังจบเรื่องวันนี้ ความฝันอันสูงสุดของฮิวงะ เคย์ ก็แอบเปลี่ยนไปเล็กน้อยซะแล้ว
จากที่อยากนอนอืดไปวันๆ ตอนนี้เขากลับต้องยอมเหนื่อยเพื่อฝึกฝนตัวเองให้ไร้เทียมทานซะก่อน ไม่งั้นละก็ในอนาคตคงไม่มีทางได้นอนอู้อย่างสงบสุขแน่ๆ
ทางด้านนารูโตะกับซาสึเกะต่างไม่มีใครคัดค้านเลยสักคำ แถมยังพยักหน้ารับคำอย่างเห็นพ้องต้องกันแบบสุดๆ
นารูโตะทุบอกตัวเองฉาดใหญ่พลางโพล่งออกมา
"ไม่ต้องห่วงหรอกเคย์! ขอแค่ฉันแข็งแกร่งขึ้นเมื่อไหร่ ฉันนี่แหละจะคอยปกป้องทุกคนเอง! ถ้าไอ้หน้าไหนมันกล้ามาแหยมกับนายล่ะก็ ฉันจะอัดมันให้กระเด็นไปเลย!"
ทุกคนพากันล้อมวงจัดการอาหารบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดกับข้าวทุกจานก็เกลี้ยงเกลาไม่เหลือแม้แต่น้ำซอส
กว่าที่เคย์จะเดินไปส่งทุกคนเสร็จสิ้น ท้องฟ้าภายนอกก็มืดค่ำสนิทซะแล้ว
ฮิวงะ เคย์ พรูลมหายใจยาวออกมาด้วยความเหนื่อยล้า
หลังจากต้องผจญกับความวุ่นวายโกลาหลมาตลอดทั้งวัน ในที่สุดโลกของเขาก็กลับคืนสู่ความสงบเงียบเยือกเย็นเสียที