- หน้าแรก
- คู่มือเด็กสองขวบปราบคุณพ่อสุดอันธพาล
- ตอนที่ 361 เขาเปลี่ยนไปเพราะลูก
ตอนที่ 361 เขาเปลี่ยนไปเพราะลูก
ตอนที่ 361 เขาเปลี่ยนไปเพราะลูก
ตอนที่ 361 เขาเปลี่ยนไปเพราะลูก
ไม่ใช่ว่ากงหลิงเซียวไม่พยายามทุ่มเทให้กับการเลี้ยงลูก แต่มันเป็นเพราะเขาขาดความเห็นอกเห็นใจมาตั้งแต่เด็กต่างหาก
เนื่องจากธุรกิจของตระกูลกงนั้นใหญ่โตมหาศาล ใครๆ ต่างก็อยากได้ส่วนแบ่งชิ้นโตที่สุดกันทั้งนั้น
เพื่อให้กงหลิงเซียวกลายเป็นผู้สืบทอดที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อม สิ่งที่เรียกว่าอารมณ์ความรู้สึกจึงถูกมองว่าเป็นของฟุ่มเฟือย
เพราะตราบใดที่เขามีความรู้สึก เขาก็จะมีจุดอ่อน
ดังนั้น เมื่อตอนที่เขายังเด็ก นายท่านผู้เฒ่ากงจึงไม่เคยแสดงความห่วงใยใดๆ ต่อเขา มีเพียงการตำหนิติเตียนอย่างต่อเนื่องเท่านั้น
เขาสนใจเพียงแค่ผลลัพธ์ โดยไม่สนเลยว่ากงหลิงเซียวจะต้องทำงานหนักแค่ไหน
แม้แต่นายหญิงผู้เฒ่ากงก็ยังปฏิบัติกับเขาเช่นนี้ ซึ่งนั่นนำไปสู่การที่เขาเป็นคนตายด้านทางอารมณ์
ในสายตาของเขา มีเพียงคำว่าชัยชนะเท่านั้น!
การชนะเท่านั้นที่จะทำให้เขาสามารถกุมอำนาจควบคุมท่ามกลางพี่น้องจำนวนมากได้
ดังนั้น ตอนที่เขาเลือกเย่ฮุยในตอนนั้น ก็เป็นเพราะเย่ฮุยหลงใหลในตัวเขามากพอ ทั้งยังเรียบร้อย ว่านอนสอนง่าย และควบคุมได้ง่าย
คำว่า "ควบคุมได้ง่าย" คือสิ่งที่กงหลิงเซียวให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
เขาเกลียดชังผู้คนและสิ่งของทุกอย่างที่อยู่นอกเหนือการคาดเดาของเขา
และด้วยความรักที่เย่ฮุยมีให้เขา หมายความว่าเขาสามารถรู้ได้แน่ชัดว่าเธอทำอะไรอยู่ในทุกๆ นาทีตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เขาถึงขั้นคำนวณคร่าวๆ ได้เลยว่าเธอจะเอาอาหารมาให้เขาหรือทำงานบ้านตอนไหน เขายังรู้อย่างชัดเจนว่าไม่มีผู้ชายคนไหนมาแทนที่เขาในใจเธอได้ เขารู้ว่าเย่ฮุยเป็นคนที่พอใจกับอะไรง่ายๆ และจะไม่มาอาละวาดใส่เขาสุ่มสี่สุ่มห้า หรือทำอะไรที่ส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของเขา
ในช่วงครึ่งแรกของชีวิต ประสบการณ์ด้านความรักความผูกพันของเขานั้นเฉยชาเอามากๆ
ที่บริษัทก็เช่นกัน เขาสามารถกินนอนอยู่ที่นั่นได้เป็นสิบวันหรือครึ่งเดือน ทำงานล่วงเวลาทั้งวันทั้งคืน แต่เขากลับไม่เข้าใจพวกพนักงานที่ลางานด้วยเรื่องส่วนตัวหรือเลิกงานตรงเวลา
ตราบใดที่เขาต้องการให้งานสำเร็จลุล่วง เขาจะเรียกทุกคนในบริษัทมาทำงานล่วงเวลาได้ทุกเมื่อ โดยไม่สนว่านั่นจะเป็นเวลาทำงานหรือไม่ก็ตาม
ในความเข้าใจของเขา คนพวกนี้มีหน้าที่มาทำงาน และตราบใดที่เขาจ่ายค่าล่วงเวลาให้มากพอ มันก็ไม่มีปัญหา
ส่วนคนอื่นจะเต็มใจหรือไม่ เขาก็ไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจเลยสักนิด
เขาทำเพียงแค่ทิ้งท้ายด้วยประโยคเย็นชาว่า "ถ้าทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็ไสหัวไป"
เป็นเพราะเงินเดือนที่เขาเสนอนั้นสูงที่สุดในวงการ ประกอบกับมีนักศึกษาจบใหม่จำนวนมากในแต่ละปี และสถานการณ์การจ้างงานก็ย่ำแย่ เขาจึงไม่เคยขาดแคลนคนที่เต็มใจจะทำงานถวายหัวให้เขาเลยจริงๆ
ด้วยเหตุนี้ พนักงานทั้งบริษัทจึงเก็บงำความคับแค้นใจที่มีต่อเขาไว้อย่างลึกซึ้ง
นี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เขาโชคร้ายด้วย
ในทุกๆ วัน จะมีคนคอยสาปแช่งเขาลับหลัง ขอให้เขาถูกรถชน สำลักน้ำตาย ประสบอุบัติเหตุระหว่างทางไปบริษัท หรือแม้แต่แช่งให้เขาทำงานจนตาย... มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ลูกจ้างใต้บังคับบัญชาถึงจะได้มีโอกาสพักหายใจ
โชคดีที่ต้ากัวโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ทำให้กงหลิงเซียวเปลี่ยนไป
กงหลิงเซียวไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการเลี้ยงเด็กจะต้องใช้ความอดทนและความรักมากมายมหาศาลขนาดนี้... เขาค่อยๆ ถูกต้ากัวขัดเกลาจนสูญเสียความเย่อหยิ่งจองหองในอดีตไป และความสามารถในการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นของเขา ในที่สุดก็เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น
"คุณป้อ~ หนูจะนอนแย้วนะค้า"
ต้ากัวดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมอย่างน่าเอ็นดูด้วยมือเดียว เธอนอนนิ่งๆ อย่างว่าง่ายอยู่บนเตียงแล้วหลับตาลง
กงหลิงเซียวดูเวลา บางทีเมื่อครู่นี้เขาคงจะพูดมากเกินไป จนทำให้ยัยก้อนแป้งรู้สึกเหนื่อยไปด้วย
เขามองดูก้อนแป้งน้อยแสนน่ารักที่กำลังหลับใหล ร่างเล็กๆ อวบอ้วนสีชมพูดูนุ่มฟู แล้วลูบหน้าผากของเธอด้วยความรักใคร่เอ็นดู
ดูเหมือนว่าตอนนี้ เขาเพียงแค่หวังให้ยัยก้อนแป้งเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรงและมีความสุขก็พอ
กงหลิงเซียวหาวอย่างเกียจคร้าน ลุกขึ้นยืน ปิดไฟ แล้วเดินไปทางห้องหนังสือเพื่อจัดการงานของเขาต่อให้เสร็จ
กริ๊ก!
ทันทีที่ประตูถูกปิดลง ดวงตาที่ปิดสนิทของต้ากัวก็ค่อยๆ ลืมขึ้น
ฮี่ๆๆ~
เธอเบิกตากว้างด้วยแววตาซุกซน หยิบนาฬิกาโทรศัพท์ออกมา แล้วตอบกลับข้อความก่อนหน้านี้ว่า "หนูไม่ใช่ลูกสามีคุณหรอกนะ หนูคือต้ากัวต่างหาก!"