- หน้าแรก
- ฟุตบอล ผมมีระบบผู้จัดการทีมเอฟเอ็ม
- บทที่ 30 ลูกา หนทางข้างหน้าขึ้นอยู่กับผลงานของนายเองแล้วนะ
บทที่ 30 ลูกา หนทางข้างหน้าขึ้นอยู่กับผลงานของนายเองแล้วนะ
บทที่ 30 ลูกา หนทางข้างหน้าขึ้นอยู่กับผลงานของนายเองแล้วนะ
บทที่ 30 ลูกา หนทางข้างหน้าขึ้นอยู่กับผลงานของนายเองแล้วนะ
เหยียนหยวนบอกให้ลูกามารายงานตัวในวันพรุ่งนี้
ลูกาที่อยู่ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“โค้ชครับ อันที่จริง... ผมยังไม่ได้ออกไปจากสนามฝึกซ้อมเลยครับ ตอนนี้ผมก็ยังอยู่ที่นี่แหละครับ”
เหยียนหยวนขมวดคิ้ว ผุดลุกขึ้นยืนด้วยความรู้สึกแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
“ยังอยู่ที่สนามฝึกซ้อมงั้นเหรอ? ข้างนอกอากาศไม่ได้อบอุ่นเลยนะ นายอยู่ตรงไหนเนี่ย?”
“ผมอยู่ตรงซอกเก้าอี้ใต้ที่นั่งอัฒจันทร์ของสนามฝึกซ้อมครับ”
น้ำเสียงของลูกาเจือไปด้วยความขัดเขินและกระอักกระอ่วน
เหยียนหยวนชะงักงันไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบวางสายและสาวเท้าฉับ ๆ มุ่งหน้าไปยังสนามฝึกซ้อม ทันทีที่ผลักประตูออกไป ลมหนาวก็พัดกระแทกหน้าจนเขาต้องหดคอหนีตามสัญชาตญาณ
หลังจากกวาดสายตามองหาอยู่พักหนึ่ง เขาก็เห็นเงาร่างหนึ่งโผล่ออกมาจากเงามืดใต้ฐานอัฒจันทร์; คนคนนั้นก็คือลูกาไม่ผิดแน่
เขากอดลูกฟุตบอลไว้แน่นทะมัดทะแมง มันเป็นลูกฟุตบอลลูกใหม่เอี่ยมที่ถูกทิ้งขว้างไว้บนสนามฝึกซ้อมอย่างไม่ไยดี
ใบหน้าของลูกาแดงก่ำเพราะความหนาวเหน็บ ริมฝีปากแห้งแตกเล็กน้อย แต่ทว่าลูกฟุตบอลในอ้อมกอดกลับถูกกอดรัดไว้แน่นหนาเสียจนราวกับว่ามันคือแหล่งให้ความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียวของเขาในเวลานั้น
“ทำไมนายยังอยู่ที่นี่อีกล่ะ? ไม่กลับบ้านกลับช่องหรือไง?”
เหยียนหยวนเดินเข้าไปหา น้ำเสียงแฝงความตำหนิเล็กน้อย แต่ที่มากไปกว่านั้นคือความห่วงใย เขามองดูเด็กหนุ่มหัวรั้นคนนี้ แล้วหัวใจก็สั่นสะท้าน
“ผม... ผมอยากจะอยู่กับลูกฟุตบอลให้นานอีกนิดนึงน่ะครับ”
ลูกาก้มหน้าลง น้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน สั่นเครือเล็กน้อยขณะพูดต่อ
“โค้ชครับ ผมรู้ว่าสภาพร่างกายของผมอาจจะสู้เด็กคนอื่น ๆ ไม่ได้ และครอบครัวผมก็ไม่สนับสนุนให้ผมเตะบอลด้วย แต่ผมรักกีฬานี้จากใจจริงเลยนะครับ”
“มือนายแข็งจนเป็นน้ำแข็งหมดแล้วนะเนี่ย แถมยังกอดลูกบอลไว้อีก”
เหยียนหยวนขยับเข้าไปใกล้และก้มมองมือของเขา ข้อต่อนิ้วมือขวาของเขาแข็งทื่อเพราะความหนาว และปลายนิ้วก็ซีดเผือดไปหมดแล้ว
“โค้ชครับ ผมอยากกอดมันไว้อีกสักพักนึง”
ลูกาเงยหน้าขึ้น แววตาดื้อรั้นและไม่ยอมจำนน
“ลูกฟุตบอลที่บ้านผม โดนพ่อเตะทิ้งพังไปหมดแล้วครับ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวใจของเหยียนหยวนก็กระตุกวูบ ไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดมาปลอบโยน เขาบอกกับลูกาว่า
“ถ้างั้นก็กอดมันต่อไปเถอะ เข้ามาข้างในก่อนดีกว่า อย่ามาทนหนาวอยู่ข้างนอกเลย”
ลูกามองหน้าเหยียนหยวน ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตามเขาเข้าไปข้างในพร้อมกับกอดลูกฟุตบอลไว้แนบอก
เหยียนหยวนพาเขาเข้ามาในห้องทำงาน หยิบผ้าห่มผืนหนาออกมา และยื่นให้เขาห่มคลุมตัว
จากนั้นเขาก็รินกาแฟร้อนกรุ่นควันฉุยมาให้หนึ่งแก้ว และวางไว้ใกล้ ๆ มือของลูกา
“จิบกาแฟอุ่น ๆ ซะหน่อยสิ จะได้คลายหนาว”
ลูการับแก้วกาแฟมาอย่างระมัดระวัง อาจจะเป็นเพราะเขาตากลมหนาวมานานเกินไป มือของเขาเลยแข็งทื่อและขยับไม่ค่อยถนัดนัก ทำเอาแก้วกาแฟในมือสั่นกึก ๆ เล็กน้อย
เขามองไปที่เหยียนหยวนซึ่งอยู่ตรงหน้า ฝืนทนความรู้สึกอึดอัดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่แตกต่างกันอย่างฉับพลัน และเอ่ยเบา ๆ ว่า “ขอบคุณครับ โค้ช”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเขา เหยียนหยวนก็ปรับลดอุณหภูมิแอร์ในห้องลงเล็กน้อย
เขาจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าและอารมณ์ที่ซับซ้อน เขามองออกเลยว่า ความดื้อรั้นของเด็กคนนี้ไม่ได้มาจากแค่ความคลั่งไคล้ในฟุตบอลเท่านั้น แต่มันยังมาจากสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ราวกับวัชพืชที่พยายามดิ้นรนเติบโตในทุ่งร้างแห้งแล้ง
เหยียนหยวนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นั่งลง แล้วเอ่ยถามเบา ๆ “ช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหม ว่าทำไมนายถึงได้ฝังใจกับฟุตบอลขนาดนี้?”
ลูกาเงียบไปพักใหญ่ ก้มมองกาแฟในมือ น้ำเสียงของเขาค่อนข้างแหบพร่า “เพราะว่า... มีแค่ตอนที่ผมเตะบอลเท่านั้นแหละครับ ที่ผมรู้สึกมีความสุขจริง ๆ”
ความอบอุ่นจากฮีตเตอร์ค่อย ๆ ขับไล่ความหนาวเหน็บของฤดูหนาวออกไป ลูกากอดแก้วกาแฟไว้แน่น ราวกับกำลังพยายามเรียกความรู้สึกของปลายนิ้วให้กลับคืนมา
เหยียนหยวนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ลอบสังเกตเด็กหนุ่มที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินอย่างเงียบ ๆ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยถามขึ้นมา
“ลูกา นายพักอยู่ที่ดาเคาสินะ เมืองนั้นไม่ได้อยู่ใกล้มิวนิกเลยไม่ใช่เหรอ? นายเคยไปคัดตัวกับทีมอื่นมาบ้างไหม?”
ลูกาพยักหน้า วางแก้วกาแฟลงอย่างระมัดระวัง และเอ่ยเสียงเบา
“เคยครับ โค้ช ผมอยู่ที่ดาเคาก็จริง แต่ผมไม่เคยไปคัดตัวกับทีมไหนเลย พ่อของผม... เขาไม่ยอมให้ผมไปน่ะครับ”
เหยียนหยวนขมวดคิ้ว น้ำเสียงเริ่มคาดคั้นมากขึ้น
“ทำไมเขาถึงไม่ยอมล่ะ?”
ลูกาก้มหน้าลง นิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง และน้ำเสียงก็เจือไปด้วยความขมขื่นที่ปิดไม่มิด
“เพราะพ่อผมคิดว่าการเตะบอลมันไร้สาระ เสียเวลาเปล่า ๆ น่ะสิครับ เขาเป็นช่างประปา เขาชอบกินเหล้าเมายาอยู่บ่อย ๆ แล้วก็มักจะเมาหัวราน้ำจนไม่ได้สติ บางทีเขาก็จะ... จะลงไม้ลงมือกับผมและแม่ เขาชอบกรอกหูผมเสมอว่าผมไม่มีพรสวรรค์ด้านฟุตบอลหรอก สู้เอาเวลาไปเตรียมตัวสืบทอดกิจการช่างประปาของเขาแต่เนิ่น ๆ ยังจะดีซะกว่า”
พูดถึงตรงนี้ ลูกาก็เงยหน้าขึ้นมองเหยียนหยวน แววตาของเขาฉายแววกล้าหาญขึ้นมาอีกนิด
“แต่ผมไม่เชื่อเขาหรอกครับ ผมคิดว่าถ้าผมเล่นฟุตบอลได้ดี บางทีผมอาจจะเปลี่ยนชะตาชีวิตพวกนี้ได้ ผมอยากให้แม่มีชีวิตที่สุขสบายขึ้น อยากให้แม่หลุดพ้นจากอารมณ์ร้าย ๆ ของพ่อเสียที แล้วก็...”
เขาพึมพำแผ่วเบา
“ฟุตบอลคือความหวังเดียวของผม ผมไม่ได้ชอบซ่อมท่อประปา และผมก็ไม่อยากจะโตไปเป็นคนแบบเขาด้วย ถ้าไม่มีฟุตบอล ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่าอนาคตผมจะไปทำมาหารับประทานอะไรได้”
เหยียนหยวนนั่งฟัง รู้สึกราวกับมีอะไรมากระตุกหัวใจอย่างแรง เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วถามต่อ
“แล้วปกตินายซ้อมบอลยังไงล่ะ?”
“ก็ที่สนามโรงเรียน หรือไม่ก็ลานกว้าง ๆ ตามข้างถนนน่ะครับ บางทีถ้าพ่อแม่ไม่อยู่บ้าน ผมก็จะแอบย่องออกไปหาที่เตะบอล”
ลูกาเริ่มเปิดใจมากขึ้นและเล่าต่อ
“แต่ที่พวกนั้นมันก็ไม่ได้ปลอดภัยเสมอไปหรอกนะครับ พวกสนามเตะบอลสมัครเล่นน่ะมักจะมีการทะเลาะวิวาทกันบ่อย ๆ... มีหลายครั้งที่ผมเลี่ยงไม่ได้ ต้องมีเรื่องกระทบกระทั่งกับคนอื่น ผมรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีหรอกครับ แต่ว่า...”
“แต่นายก็ไม่มีทางเลือกอื่นใช่ไหมล่ะ?”
เหยียนหยวนพูดต่อให้จบ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลง
ลูกาพยักหน้าและพูดเสียงอ่อย
“โค้ชครับ ผมรู้ตัวว่าผมไม่ใช่เด็กดีอะไร ใคร ๆ เขาก็พูดกันแบบนั้นแหละ แต่ผมอยากจะเตะบอลและพิสูจน์ตัวเองจากใจจริงเลยนะครับ”
เหยียนหยวนมองหน้าเขา แววตาฉายอารมณ์ที่ซับซ้อนปะปนกัน...ทั้งเห็นใจ, ชื่นชม, และความรู้สึกรับผิดชอบที่ยากจะอธิบายเป็นคำพูด เขาลุกขึ้นยืน เดินไปยืนข้าง ๆ ลูกา เอื้อมมือไปตบไหล่เขาเบา ๆ น้ำเสียงของเขาให้ความรู้สึกมั่นคงและพึ่งพาได้
“ลูกา นายรู้ไหม? ในงานคัดตัววันนี้ ฉันเห็นเด็กมาคัดตัวตั้งเยอะแยะ บางคนก็สูงกว่านาย บางคนก็ถึกกว่านาย แถมบางคนก็วิ่งเร็วกว่านายด้วยซ้ำ แต่ในสายตาฉัน นายคือคนที่มีสภาพความฟิตและความพร้อมโดยรวมยอดเยี่ยมที่สุดเลยนะ”
ลูกาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกตะลึง จ้องหน้าเหยียนหยวนราวกับไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
“จริงเหรอครับ โค้ช?”
“จริงสิ”
เหยียนหยวนยิ้มบาง ๆ
“นอกจากความพร้อมทางร่างกายแล้ว นายยังมีในสิ่งที่คนอื่นไม่มี...นั่นก็คือความมุ่งมั่นทุ่มเทที่มอบให้กับฟุตบอลอย่างหมดหัวใจยังไงล่ะ เด็กแบบนี้นี่แหละ ที่สมควรได้รับโอกาสจากฉันที่สุด”
ขอบตาของลูกาแดงก่ำขึ้นมาทันที เขาตัดสินใจผุดลุกขึ้นยืนเพื่อขอบคุณ น้ำเสียงแฝงเสียงสะอื้นเล็กน้อย
“ขอบคุณครับ โค้ช ผมซาบซึ้งใจจริง ๆ ครับ”
เหยียนหยวนกดไหล่เขากลับให้นั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิม บอกให้เขานั่งพักต่อไป
เมื่อมองดูเด็กหนุ่มที่ถูกสถานการณ์ครอบครัวหล่อหลอมจนแข็งแกร่งเกินวัยคนนี้ หัวใจของเขาก็รู้สึกปวดหนึบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เหยียนหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วออกคำสั่ง
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน: คืนนี้นายไม่ต้องกลับบ้านหรอก นอนพักที่หอพักสโมสรนี่แหละ ที่นี่ทั้งอุ่นกว่า แล้วก็ปลอดภัยกว่าด้วย”
ลูกาชะงักไป
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่ ลูกา”
เหยียนหยวนชี้มือขึ้นไปชั้นบนแล้วพูดว่า
“หอพักอยู่ชั้นบน เดี๋ยวฉันจะให้คนไปเตรียมเตียงไว้ให้นะ พรุ่งนี้เช้าเราค่อยมาคุยเรื่องสเต็ปต่อไปกัน”
ลูกามองหน้าเหยียนหยวน แววตาของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย: ทั้งความซาบซึ้งใจ, ความโล่งอก, และความรู้สึกปลอดภัยแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต นี่เป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มร่างโย่งคนนี้ได้ลิ้มรสความรู้สึกของการถูกห่วงใย เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“ขอบคุณครับ โค้ช ผมเป็นหนี้บุญคุณคุณจริง ๆ ครับ...”
เหยียนหยวนพยักหน้าเบา ๆ และพูดพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่ต้องเกรงใจไปหรอกน่า ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป นายก็คือส่วนหนึ่งของครอบครัว 1860 แล้ว ที่นี่จะเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของนาย เอาล่ะ ไปพักผ่อนได้แล้วไป”
ลูกาลุกขึ้นยืน ฝีเท้าของเขาดูเบาหวิวขึ้นเยอะขณะเดินมุ่งหน้าไปที่ประตู เขาหันกลับมามองเหยียนหยวนอีกครั้ง ประกายแสงที่ไม่เคยมีมาก่อนสว่างวาบขึ้นในดวงตาของเขา
เหยียนหยวนพยักหน้าให้เขา มองส่งเขาจนลับสายตา ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ และพึมพำกับตัวเอง
“เฮ้อ... น่าสงสารจริง ๆ ไอ้เด็กคนนี้”
เขาหมุนปากกาในมือเล่นไปมา ในใจได้ตัดสินใจเด็ดขาดลงไปแล้ว
...
เนื่องจากยังอยู่ในช่วงพักเบรกฤดูหนาว นักเตะทีมชุดใหญ่จึงยังคงพักผ่อนอยู่ที่บ้าน หอพักในตอนนี้จึงเงียบสงัดเป็นพิเศษ ลูกาตื่นขึ้นมาตั้งแต่ไก่โห่ เมื่อคืนนี้เป็นคืนที่เขานอนหลับได้สนิทและสงบสุขที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้
เขาเก็บที่หลับที่นอนจนเรียบร้อย สวมเสื้อผ้า และเดินออกจากหอพัก อากาศเย็นเยียบข้างนอกทำเอาปลายจมูกของเขาแดงเถือกไปหมด
เขายืนลังเลอยู่หน้าประตูห้องทำงานของสโมสรครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด และเคาะประตูห้องทำงานเบา ๆ
“เข้ามาสิ”
เสียงของเหยียนหยวนดังลอดออกมาจากข้างใน ลูกาผลักประตูเข้าไป แต่แล้วเขาก็ต้องยืนแข็งทื่ออยู่กับที่
มีคนสองคนนั่งอยู่ในห้องทำงาน...พวกเขาคือพ่อและแม่ของเขานั่นเอง
น้ำตาเอ่อท้นจนแทบล้นเบ้าตาของคนเป็นแม่ ทันทีที่เธอเห็นลูกา เธอก็รีบลุกพรวดพราดวิ่งเข้ามากอดเขาไว้แน่น “ลูกา แม่ขอโทษลูกจริง ๆ...”
ร่างกายของลูกาแข็งทื่อ สั่นสะท้านอย่างรุนแรง เขาสัมผัสได้ถึงมือของแม่ที่กำลังสั่นเทา และได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของเธอ ราวกับว่าเธอกำลังพยายามจะระบายความรู้สึกผิดทั้งหมดที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา
อีกฟากหนึ่ง พ่อของเขานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ก้มหน้างุด มือทั้งสองข้างสั่นเทาเล็กน้อย
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและขลาดกลัว...เป็นท่าทีหงอ ๆ ที่ลูกาไม่เคยเห็นจากพ่อมาก่อนในชีวิต
“นั่งลงสิ ลูกา”
น้ำเสียงของเหยียนหยวนไม่ได้ดังหรือเบาจนเกินไป แต่มันกลับแฝงไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจขัดขืนได้
เขาส่งสัญญาณให้คนเป็นแม่ปล่อยกอดลูกาก่อน จากนั้นก็หันไปพูดกับพ่อของลูกา
“คุณผู้เฒ่าลูกา ผมว่าเราคงต้องมาจับเข่าคุยกันอย่างจริงจังซะแล้วล่ะครับ”
พ่อของเขาเงยหน้าขึ้น ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง ก่อนจะตอบรับเสียงอ่อย:
“ครับ... โค้ช เชิญพูดมาได้เลยครับ...”
เหยียนหยวนนั่งหลังตรง แววตาคมกริบจ้องมองไปที่เขา แม้น้ำเสียงจะดูราบเรียบ แต่ทุกถ้อยคำกลับกดทับลงมาดั่งหินผา
“คุณคงเคยได้ยินกฎหมาย ‘พระราชบัญญัติต่อต้านความรุนแรง’ ของเยอรมนีมาบ้างใช่ไหมครับ? บทลงโทษสำหรับคดีความรุนแรงในครอบครัวตามกฎหมายฉบับนี้น่ะ มันรุนแรงเอาเรื่องเลยนะ ถ้ามีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา อย่างเช่น คำให้การของพยานบุคคลและหลักฐานทางวัตถุ คุณอาจจะเจอตอชิ้นเบ้อเร่อเลยล่ะ โทษเบาสุดก็คงไม่พ้นนอนซังเตหรอกครับ”
ใบหน้าของคนเป็นพ่อซีดเผือดลงในพริบตา เขาพึมพำตะกุกตะกัก:
“โค้ชครับ ผม...”
“ผมมีหลักฐานพวกนั้นอยู่ในมือหมดแล้ว”
เหยียนหยวนพูดแทรก น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
“ลูกาเล่าเรื่องที่คุณทุบตีเขากับแม่ให้ผมฟังหมดแล้ว แถมผมก็ยังเห็นรอยฟกช้ำบนหน้าเขาด้วยตาตัวเองอีกต่างหาก ถ้าคุณยังอยากจะทำงานเป็นช่างประปาต่อไป และยังอยากมีเวลาว่างมานั่งจิบเบียร์ชิล ๆ ล่ะก็ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณต้องหยุดใช้ความรุนแรงในครอบครัวกับลูกาและแม่ของเขาเด็ดขาด”
เหยียนหยวนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปรายตาเย็นชาจ้องมองเขา
“ถ้าลูกามาฟ้องผมเรื่องความรุนแรงในครอบครัวอีกแม้แต่คำเดียว หรือมีร่องรอยแม้แต่นิดเดียวล่ะก็ ผมจะโทร.แจ้งตำรวจลากคอคุณเข้าตารางทันที คุณก็รู้ ตำรวจท้องถิ่นในมิวนิกหลายคนเป็นแฟนบอลเดนตายของสโมสรเรา และคำพูดของผมก็มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้พวกเขารับฟังด้วยนะ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ พ่อของลูกาก็อ่อนยวบเป็นขี้ผึ้งลนไฟ เขาก้มหน้างุด ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเหยียนหยวน น้ำเสียงเบาหวิวแทบจะกระซิบ
“โค้ชครับ ผมเข้าใจแล้วครับ ผมจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้วครับ...”
เหยียนหยวนพยักหน้า น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย
“ผมหวังว่าคุณจะรักษาคำพูดนะ ลูกาเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ด้านฟุตบอลเปี่ยมล้น เขาควรได้รับการปกป้องดูแล และสมควรได้รับอนาคตที่สดใสกว่านี้”
จังหวะนั้นเอง ไมเออร์ก็เคาะประตูและเดินเข้ามาในห้อง ในมือถือสัญญาฉบับหนึ่ง ซึ่งเขายื่นส่งให้เหยียนหยวน
เหยียนหยวนกวักมือเรียกลูกากับพ่อแม่ให้เข้ามาดูใกล้ ๆ ก่อนจะวางสัญญาลงบนโต๊ะ
“นี่คือสัญญาฉบับนักเตะอาชีพของลูกาครับ ค่าเหนื่อยจะอิงตามมาตรฐานของนักเตะในอะคาเดมีเยาวชน อยู่ที่ 350 ยูโรต่อสัปดาห์ ถ้าลูกาสามารถฝ่าฟันจบฤดูกาลนี้ไปได้อย่างราบรื่นและทำผลงานได้เข้าตา ค่าเหนื่อยของเขาจะถูกอัปเกรดขึ้นไปเทียบเท่าระดับทีมชุดใหญ่ทันทีครับ”
เขาหยุดพักชั่วครู่และหันไปมองพ่อแม่ของลูกา: “ในฐานะผู้ปกครองตามกฎหมายของลูกา พวกคุณสามารถตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาได้เลยครับ ถ้ามีข้อสงสัยตรงไหน ก็ถามผมได้ตลอดเลยนะครับ”
แม่ของลูกาหยิบสัญญาขึ้นมาพลิกดูทีละหน้าอย่างระมัดระวัง สลับกับเงยหน้าขึ้นมองเหยียนหยวนเป็นระยะ ๆ ส่วนผู้เฒ่าลูกาที่อยู่ข้าง ๆ ก็ทำท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวสุด ๆ ได้แต่แอบชำเลืองมองอยู่ห่าง ๆ
เมื่ออ่านจบ คนเป็นแม่ก็ปาดน้ำตาที่ไหลริน: “โค้ชคะ ฉันไม่มีข้อสงสัยอะไรเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ...”
ผู้เฒ่าลูกาก็อ่านสัญญาจบแล้วเช่นกัน เขาดูประหลาดใจไม่น้อย เขาไม่ได้แปลกใจที่มีคนออกตัวปกป้องลูกาหรอกนะ แต่เขาแปลกใจที่ฝีเท้าการเตะบอลของลูกชายเขา มันจะเก่งกาจถึงขั้นได้เซ็นสัญญากับสโมสรระดับอาชีพเลยต่างหาก เขายอมตกลงเซ็นสัญญาโดยดี
เหยียนหยวนพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปยิ้มให้ลูกา: “เอาล่ะ ลูกา เห็นไหม พ่อแม่ของนายอนุญาตให้นายเตะบอลแล้วนะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นายคือนักเตะอาชีพเต็มตัวแล้วนะ หนทางข้างหน้าจะเป็นยังไง ก็ขึ้นอยู่กับความพยายามของนายเองแล้วล่ะ”
ลูกากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หยาดน้ำตาเม็ดโตร่วงเผาะราวกับไข่มุกขาดสาย เขาพยักหน้าหงึกหงัก แววตาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว
“โค้ชครับ ขอบคุณมากจริง ๆ ครับ ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนครับ!”
เหยียนหยวนยิ้มบาง ๆ และตบไหล่เขาเบา ๆ
“ดีมาก ฉันจะตั้งตารอดูผลงานของนายนะ”
หลังจากจัดการประสานงานทุกอย่างกับผู้ปกครองเสร็จสรรพ เหยียนหยวนก็ยังติดต่อไปทางโรงเรียนของลูกาด้วย
โรงเรียนในเมืองดาเคามีบรรยากาศการสนับสนุนด้านฟุตบอลค่อนข้างดีอยู่แล้ว และผู้บริหารของโรงเรียนก็ดีใจเนื้อเต้นที่ได้เห็นนักเรียนของตัวเองก้าวขึ้นไปเป็นนักเตะอาชีพ
ทางโรงเรียนถึงกับยอมปรับตารางเรียนให้ลูกาเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ตารางเรียนไปกระทบกับเวลาซ้อมบอล และไม่ให้การซ้อมบอลมากระทบกับการเรียนเช่นกัน
หลังจากจัดการธุระทุกอย่างเสร็จสิ้น เหยียนหยวนก็พาไมเออร์ไปที่ห้องเก็บอุปกรณ์ เพื่อคัดสรรเสื้อแข่งตัวใหม่เอี่ยม, รองเท้าสตั๊ดคู่ใหม่, และชุดฝึกซ้อมประจำฤดูกาลแบบครบเซต ซึ่งรวมถึงเสื้อโค้ตบุนวมตัวหนาเตอะด้วย
เขาและไมเออร์หอบหิ้วกองอุปกรณ์พวกนี้กลับมาที่ห้องทำงาน ลูกายังคงนั่งรออย่างว่าง่ายอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นเหยียนหยวนเดินเข้ามา เขาก็ผุดลุกขึ้นยืนทันที ปล่อยแขนแนบลำตัว สีหน้าผสมผสานไปด้วยความหวาดหวั่นและความคาดหวัง
“นี่คืออุปกรณ์ของนายนะ ลูกา”
เหยียนหยวนพูดพลางวางกองอุปกรณ์ลงบนโต๊ะ
“เสื้อแข่งตัวใหม่, รองเท้าสตั๊ดคู่ใหม่, แล้วก็เสื้อโค้ตบุนวม ช่วงนี้หน้าหนาวแล้ว เวลาซ้อมก็ใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่นเข้าไว้ล่ะ”
ดวงตาของลูกาเป็นประกายวิบวับขึ้นมาทันที เขายื่นมือออกไปสัมผัสเสื้อโค้ตบุนวมอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าจะทำมันเปื้อน เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา:
“โค้ชครับ ขอบคุณมากครับ ผมจะดูแลอุปกรณ์ของผมอย่างดีเลยครับ!”
เหยียนหยวนมองดูเด็กหนุ่มตรงหน้าและถามพร้อมรอยยิ้ม:
“แคมป์ฝึกซ้อมจะเริ่มในอีกสองวันนี้แล้วนะ นายพร้อมหรือยังล่ะ?”
ลูกาพยักหน้าอย่างหนักแน่น แววตาของเขาเปล่งประกายเจิดจ้าด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยสั่นคลอน: “ไม่มีปัญหาครับ ผมจะใส่ให้สุดแม็กซ์เลยครับ!”
“ดีมาก”
เหยียนหยวนพยักหน้า
“ช่วงสองวันนี้ นายจะกลับไปพักที่บ้านก่อนก็ได้นะ หรือจะอยู่คลุกคลุกที่สโมสรเพื่ออ่านหนังสือหรือดูวิดีโอแมตช์ย้อนหลังก็ได้ตามสบาย เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ”
ลูกาหอบอุปกรณ์ชุดใหม่เดินออกจากห้องไป ฝีเท้าของเขาดูเบาหวิวราวกับลอยได้ ก่อนจะจากไป เขาก็ไม่ลืมที่จะหันกลับมาส่งยิ้มกว้างสุดจริงใจให้กับเหยียนหยวน
ประตูห้องทำงานปิดลง เหยียนหยวนกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน หลับตาลง และเปิดอินเทอร์เฟซระบบขึ้นมา หน้าจอที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นตรงหน้า
เขาเหลือบมองยอดคะแนนคงเหลือ...566 คะแนน ตัวเลขนี้ทำให้เขารู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง อย่างน้อยในตอนนี้ เขาก็พอจะมีทุนรอนไปช้อปปิ้ง ‘แพ็กเกจฝึกซ้อมกองหลัง’ มาประเคนให้ลูกาได้บ้างล่ะน่า
เขาเปิดหน้าร้านค้าระบบขึ้นมา และไล่ดูในหมวดหมู่ “แพ็กเกจฝึกซ้อมกองหลัง” รายการสินค้าโชว์แพ็กเกจฝึกซ้อมสำหรับหลากหลายตำแหน่งให้เลือกสรร...บางอันก็เหมาะสำหรับฝึกสกิลตัดบอลของกองกลางตัวรับ บางอันก็เหมาะสำหรับฝึกทักษะการจบสกอร์ของกองหน้า สายตาของเหยียนหยวนพุ่งเป้าไปที่หมวด “การฝึกซ้อมฟูลแบ็กแบบพิเศษ”
“อืมมม, ‘การพัฒนาฟูลแบ็กแบบครบวงจร,’
‘การเสริมสร้างความเร็วและความอึด,’
‘การเพิ่มความแม่นยำในการครอสบอล’... ”
เขาพึมพำกับตัวเองขณะไล่ดูรายชื่อ คัดกรองไปทีละอันโดยอิงจากผลงานตอนคัดตัวและสถิติส่วนตัวของลูกาเป็นหลัก
ท้ายที่สุด เหยียนหยวนก็เคาะเลือก 【แพ็กเกจฝึกซ้อมเซนส์การยืนตำแหน่งฉบับมัลดินี】 และ 【แพ็กเกจฝึกทักษะหลักสำหรับฟูลแบ็กมือใหม่】
เขาเชื่อมั่นว่า คอมโบแพ็กเกจสองชุดนี้ จะช่วยปูพื้นฐานเกมรับให้ลูกาได้อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้เขาสามารถโชว์ฟอร์มบนสนามได้อย่างเก๋าเกมและนิ่งขึ้นด้วย
【แพ็กเกจฝึกซ้อมเซนส์การยืนตำแหน่งฉบับมัลดินี】
ราคา: 200 คะแนน
เนื้อหาและสรรพคุณ:
การฝึกซ้อมการยืนตำแหน่งเกมรับ: ผ่านการจำลองสถานการณ์จำลองการแข่งขันในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อยกระดับเซนส์การยืนตำแหน่งของนักเตะในแผงแบ็กโฟร์ โดยเฉพาะการสอดประสานงานกับเซ็นเตอร์แบ็กและฟูลแบ็กฝั่งตรงข้าม
การคาดเดาพื้นที่ว่าง: ผสมผสานการศึกษาจากวิดีโอการเล่นของมัลดินีเข้ากับการจำลองสถานการณ์ เพื่อฝึกฝนความสามารถในการอ่านทิศทางการวิ่งและช่องทางการจ่ายบอลของคู่แข่งให้ออกล่วงหน้า
การสลับตำแหน่งอย่างรวดเร็ว: เพิ่มความสามารถของนักเตะในการปรับเปลี่ยนตำแหน่งแบบฉับพลันในจังหวะทรานซิชันจากรับเป็นรุก หรือจากรุกเป็นรับ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบที่สุดเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในโหมดโจมตีหรือป้องกัน
วิเคราะห์เคสคลาสสิกระดับตำนาน: อัดแน่นไปด้วยคลิปจังหวะเกมรับสุดคลาสสิกจากแมตช์ต่าง ๆ ของมัลดินี ผ่านการรับชมและฝึกซ้อมซ้ำ ๆ จะช่วยให้นักเตะเข้าใจถึงวิธีการรับมือกับสถานการณ์กดดันสูงอย่างเยือกเย็นสไตล์กองหลังระดับโลก
ผลลัพธ์ที่ได้: ช่วยให้นักเตะสามารถรักษาวินัยในการยืนตำแหน่งที่ถูกต้องได้อย่างเหนียวแน่นที่สุด ปิดประตูความเสี่ยงในการเสียประตูจากการเข้าสกัดแบบบุ่มบ่ามหรือการยืนตำแหน่งพลาด ยกระดับความเสถียรในเกมรับ สร้างปราการเหล็กที่แข็งแกร่งให้กับทีม
【แพ็กเกจฝึกทักษะหลักสำหรับฟูลแบ็กมือใหม่】
ราคา: 150 คะแนน
เนื้อหาและสรรพคุณ:
เทคนิคการเสียบสกัด: ปูพื้นฐานการฝึกเสียบสกัดแบบสไลด์และการยืนบังทางบอล โดยเน้นหนักไปที่การกะจังหวะให้เป๊ะ เพื่อหลีกเลี่ยงการฟาวล์แบบโง่ ๆ โฉ่งฉ่าง
การเติมเกมรุกริมเส้น: ฝึกฝนทักษะการกระชากลากเลื้อยพาบอลตะลุยขึ้นหน้าบริเวณริมเส้น ยกระดับความนิ่งในการคอนโทรลบอลและประสิทธิภาพในการเจาะทะลวงแนวรับคู่แข่ง
แบบฝึกหัดการครอสบอล: ผ่านการฝึกซ้อมซ้ำ ๆ และการชี้แนะอย่างตรงจุด จะช่วยให้นักเตะสามารถเปิดบอลครอสเข้ากลางได้อย่างแม่นยำและอันตราย แม้จะอยู่ในจังหวะสับสปีดเต็มสตรีมก็ตาม
การสวนกลับเร็วจากเกมรับ: ออกแบบรูปแบบการฝึกซ้อมการเปิดเกมสวนกลับสำหรับฟูลแบ็กโดยเฉพาะ ช่วยให้นักเตะสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เปิดเกมรุกจู่โจมได้อย่างรวดเร็วทันทีที่ตัดบอลได้
ความฟิตและความอึด: เสริมสร้างการฝึกฝนร่างกาย เพื่อให้มั่นใจว่านักเตะจะมีพละกำลังเหลือเฟือพอที่จะวิ่งขึ้นลงเติมเกมรุกและรับทางริมเส้นได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งเกม
ผลลัพธ์ที่ได้: ช่วยให้นักเตะสามารถซึมซับทักษะพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับฟูลแบ็กในยุคโมเดิร์นได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการซัพพอร์ตเกมรุกทางริมเส้นและการรักษามาตรฐานเกมรับให้คงเส้นคงวา ช่วยให้นักเตะปรับตัวเข้ากับจังหวะของเกมการแข่งขันได้ดียิ่งขึ้นในช่วงแรก และค่อย ๆ พัฒนาต่อยอดไปสู่การเป็นฟูลแบ็กที่ครบเครื่องในอนาคต
เหยียนหยวนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แพ็กเกจฝึกซ้อมสองชุดนี้ผลาญแต้มเขาไป 350 คะแนนพอดิบพอดีเป๊ะ ทำให้เขาเหลือแต้มตุนไว้ในกระเป๋าอีก 216 คะแนน
เขาคิดในใจ: “รากฐานเกมรับของลูกาจำเป็นต้องได้รับการปูพื้นให้แน่นปึกเสียก่อน และทักษะรอบด้านที่จำเป็นสำหรับฟูลแบ็กก็ต้องได้รับการขัดเกลาไปพร้อม ๆ กันด้วย คอมโบแพ็กเกจสองชุดนี้น่าจะช่วยให้เขาอัปเลเวลแบบก้าวกระโดดได้อย่างรวดเร็วแน่นอน”
เหยียนหยวนเอนหลังพิงเก้าอี้และถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
เขาสัมผัสได้ถึงความยากลำบากที่เด็กคนนี้ต้องเผชิญมาตลอด และในขณะเดียวกันก็รู้สึกตื่นเต้นและตั้งตารอคอยโปรแกรมการฝึกซ้อมที่กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้านี้
“ลูกา หนทางข้างหน้าจะเป็นยังไง ก็ขึ้นอยู่กับผลงานของนายเองแล้วนะ”
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═