- หน้าแรก
- ฟุตบอล ผมมีระบบผู้จัดการทีมเอฟเอ็ม
- บทที่ 18 นักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตส
บทที่ 18 นักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตส
บทที่ 18 นักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตส
บทที่ 18 นักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตส
ช่วงพักเบรกสิบวันในที่สุดก็เปิดโอกาสให้เหยียนหยวนมีเวลาจัดระเบียบทีมใหม่เสียที
ความกดดันจากวันแข่งขันและตารางแข่งที่อัดแน่น มักจะทำให้นักเตะตัวสำรองหาโอกาสลงสนามได้ยาก ในช่วงพักเบรกนี้ เขาจึงตัดสินใจจัดเกมอุ่นเครื่องให้ทีมสองนัด โดยพบกับสโมสรอิงก็อลชตัท 04 และสโมสรเมพเพ่น ตามลำดับ
นี่ไม่เพียงแต่เพื่อรักษาสภาพความฟิตและความคุ้นเคยกับเกมการแข่งขันของทีมเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสทองที่จะได้จับตาดูฟอร์มของบรรดานักเตะกำลังสำรองอีกด้วย
หนึ่งวันก่อนการแข่งขัน บรรยากาศบนสนามฝึกซ้อมดูแปลกไปจากเดิมเล็กน้อย นักเตะตัวสำรองดูขะมักเขม้นกว่าปกติ เข้าปะทะกันหนักหน่วงขึ้น และแววตาของพวกเขาก็ลุกโชนไปด้วยความกระหายที่จะพิสูจน์ตัวเองอย่างแรงกล้า
เหยียนหยวนยืนกอดกระดานแทคติกเฝ้ามองอยู่ริมสนาม คอยตะโกนชี้แนะเป็นระยะ ๆ เขาเข้าใจดีว่านักเตะตัวสำรองรู้ซึ้งถึงความหมายของเกมอุ่นเครื่องที่มีต่อพวกเขา และเขาก็ตั้งใจจะมอบความไว้วางใจให้พวกเขาอย่างเต็มที่
“เลเวนท์”
หลังการฝึกซ้อมสิ้นสุดลง เหยียนหยวนร้องเรียกไอ้หนุ่มจอมขยัน เลเวนท์หันกลับมา มองเขาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
“โค้ชครับ?”
“พรุ่งนี้นายลงเป็นตัวจริงนะ”
เหยียนหยวนพูดตรงประเด็น น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับหนักแน่นเปี่ยมไปด้วยพลัง
เลเวนท์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบพยักหน้ารับทันที
“ตกลงครับ ผมจะทุ่มเทให้สุดกำลังเลย!”
เหยียนหยวนตบไหล่เขา รอยยิ้มบาง ๆ แต้มอยู่บนริมฝีปาก
“การได้ลงเป็นตัวจริงไม่ใช่เป้าหมายหลักหรอกนะ แต่มันคือการฝึกซ้อมต่างหาก กุญแจสำคัญคือ นายจะงัดเอาสิ่งที่เรียนรู้จากการฝึกซ้อมมาใช้ในเกมจริงได้ยังไง ฉันหยิบยื่นโอกาสให้นายแล้ว แต่นายต้องคว้ามันไว้ให้อยู่หมัดด้วยล่ะ”
วันรุ่งขึ้น เกมอุ่นเครื่องนัดแรกก็เปิดฉากขึ้น แม้ว่าความแข็งแกร่งโดยรวมของคู่แข่งอย่างอิงก็อลชตัท 04 จะไม่ได้แกร่งเท่าคู่ปรับในลีก แต่ความดุดันและระบบทีมของพวกเขาก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย
ในช่วงต้นเกม เลเวนท์ดูจะตื่นสนามอยู่บ้าง เขาโดนกองหลังคู่แข่งฉกบอลไปได้ในจังหวะจับบอล ซึ่งเกือบจะนำไปสู่การโดนสวนกลับเร็ว
“อย่าลน! สังเกตเกมรอบตัวไว้! อเล็ก นายก็ต้องลงมาซ้อนด้วย!”
เหยียนหยวนตะโกนสั่งการจากข้างสนาม น้ำเสียงของเขาไม่ได้เกรี้ยวกราด แต่ก็ดังฟังชัดพอที่ทั้งเลเวนท์และอเล็กจะได้ยิน
ในเพลย์ต่อมา เลเวนท์ก็ค่อย ๆ คลำหาจังหวะของตัวเองเจอ เขาเริ่มใช้ความเร็วและความคล่องตัวทะลวงเจาะทางปีก สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับคู่แข่งได้บ่อยครั้ง
ในจังหวะสวนกลับเร็วลูกหนึ่ง เขารับลูกวางยาวจากกองกลาง ใช้จังหวะสับขาหลอกหลอกล่อกองหลังคู่แข่งจนหัวทิ่ม ก่อนจะสับไกยิงอย่างเด็ดขาด ลูกบอลพุ่งตุงข่ายอย่างสวยงาม หลังทำประตูได้ เขาเพียงแค่กำหมัดฉลองสั้น ๆ ก่อนจะเงยหน้ามองไปทางเหยียนหยวนที่ยืนอยู่ข้างสนาม
เหยียนหยวนพยักหน้าเบา ๆ ชูนิ้วโป้งให้ แววตาฉายแววพึงพอใจ เขาเอ่ยขึ้นว่า
“ลูกยิงสวยใช้ได้เลย ในที่สุดหมอนั่นก็กล้าใช้สเต็ปหลอกในเกมจริงซะที”
“การยืนตำแหน่งของเขาก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลยครับ”
ผู้ช่วยโค้ชที่อยู่ข้าง ๆ พูดเสริม
“แต่เขายังเสียเปรียบเรื่องการปะทะด้วยร่างกายอยู่บ้างนะครับ”
เหยียนหยวนยิ้ม
“เขายังเด็กน่า ต้องใช้เวลาขัดเกลากันอีกหน่อย”
เกมจบลงด้วยสกอร์ 3-1 เลเวนท์โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ไม่เพียงแต่เบิกสกอร์ให้ตัวเองได้หนึ่งลูก แต่ยังเปิดบอลสุดสวยเป็นแอสซิสต์จากริมเส้นได้อีกด้วย
หลังจบเกม บรรดานักเตะเดินกลับเข้าห้องแต่งตัว ทันทีที่เลเวนท์หย่อนก้นนั่งลง เขาก็ได้ยินเสียงของเหยียนหยวน
“เลเวนท์”
เหยียนหยวนยืนอยู่ตรงประตู กวาดสายตามองไปทั่วทั้งทีม
“ลูกยิงนั่นสวยมาก แล้วแอสซิสต์ก็ทำได้ดี แต่ทำไมโอกาสทองครั้งที่สองถึงยิงนกตายไปล่ะ? เหตุผลคืออะไร?”
เลเวนท์นึกว่าเหยียนหยวนจะเข้ามาชมเขาซะอีก แต่กลับโดนยิงคำถามนี้ใส่ซะงั้น
“ผม...”
เลเวนท์ดูลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย
“บางที ผมอาจจะไม่ได้สังเกตเห็นว่ากองหลังกำลังพุ่งเข้ามาบีบ...”
“ไม่ใช่บางที แต่เป็นความจริงเลยล่ะ”
เหยียนหยวนพูดแทรก น้ำเสียงของเขาจริงจังแต่ไม่ได้ตั้งใจจะกล่าวโทษ
“จำไว้ ก่อนจะง้างเท้ายิง คุณต้องหัดสังเกตการยืนตำแหน่งของผู้รักษาประตูและกองหลังให้เป็นนิสัย คุณเอาแต่ก้มหน้ามองบอลที่เท้านานเกินไป”
“เข้าใจแล้วครับ โค้ช!”
เลเวนท์พยักหน้าอย่างหนักแน่น
สามวันต่อมา ในแมตช์ที่พบกับเมพเพ่น เหยียนหยวนก็ยังคงขนทัพนักเตะสำรองลงสนามเป็นส่วนใหญ่ และเลเวนท์ก็ได้รับความไว้วางใจให้ลงเป็นตัวจริงอีกครั้ง
คราวนี้ เขาดูพกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า งัดเอาเทคนิคที่เหยียนหยวนพร่ำสอนมาใช้ในเกมได้อย่างไหลลื่น ไม่เพียงแต่เขาจะโชว์ความแข็งแกร่งในการเข้าปะทะได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่เขายังสามารถชิงจังหวะโฉบตัดหน้าที่เสาแรกจากลูกตั้งเตะ ช่วยสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้สำเร็จอีกด้วย หลังเกมจบลง เหยียนหยวนก็เรียกนักเตะทั้งทีมมารวมตัวกันที่ข้างสนาม
“ในสองแมตช์นี้ ฉันเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง”
เขายืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของนักเตะ น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยว
“ฟอร์มของเลเวนท์พัฒนาขึ้น อเล็กเองก็ทำได้ดี นี่คือดอกผลจากความอุตสาหะในการฝึกซ้อม ส่วนพวกนายที่เหลือก็อย่าเพิ่งชะล่าใจไป โอกาสลงเตะเกมอุ่นเครื่องไม่ได้มีมาบ่อย ๆ จงทุ่มเททุกนาทีบนผืนหญ้าให้เหมือนกับว่านี่คือนัดชิงชนะเลิศ”
เลเวนท์พยักหน้ารับ เขารู้ดีว่าความเข้มงวดของโค้ชนั้นมาจากความคาดหวัง
เหยียนหยวนรู้ดีแก่ใจว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ทีมยังต้องการขุมกำลังเชิงลึก และเลเวนท์ก็ยังต้องการการเติบโต เขาเชื่อมั่นว่าตราบใดที่พวกเขายังเดินมาถูกทาง นักเตะเหล่านี้จะสามารถแบกรับภาระที่หนักอึ้งกว่านี้ได้ในอนาคตอย่างแน่นอน
นอกเหนือจากการฝึกซ้อมและการแข่งขันแล้ว วิดีโอวิเคราะห์การฝึกซ้อมและแมตช์ฟุตบอลที่เหยียนหยวนเพิ่งโพสต์ลงในติ๊กต็อกก็กลายเป็นไวรัลขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด ดึงดูดความสนใจจากแฟนบอลได้อย่างล้นหลาม
ในวิดีโอ เขาใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและกระดานแทคติกที่อธิบายได้อย่างชัดเจน เพื่อแชร์เทคนิคจากการฝึกซ้อมภายในทีมและมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาที่มีต่อแมตช์การแข่งขันฟุตบอล
จู่ ๆ ช่องคอมเมนต์ก็ถูกถล่มด้วยข้อความไม่ขาดสาย บรรยากาศคึกคักสุด ๆ
“พี่เหยียนครับ เราจะกะจังหวะจ่ายบอลหักข้อคืนหลัง ยังไงดีครับ?”
“ลูกพี่ครับ จังหวะโดนสวนกลับ กองหลังสามคนควรจะยืนตำแหน่งคุมโซนยังไงให้เหนียวแน่นที่สุดครับ?”
“ลูกพี่ครับ เวลาปีกดวลเดี่ยวแบบตัวต่อตัว สเต็ปหลอกแบบไหนใช้ได้ผลชะงัดที่สุดครับ?”
ทุกค่ำคืน เหยียนหยวนจะเจียดเวลามานั่งไล่อ่านคำถามเหล่านี้ และคัดเลือกคำถามเด็ด ๆ มาตอบ
เขาถึงขนาดยอมอธิบายให้เข้าใจง่ายและชัดเจนที่สุด เผลอ ๆ มีวาดแผนผังแทคติกประกอบให้ดูด้วยซ้ำ
“สำหรับการจ่ายบอลหักข้อคืนหลัง คุณต้องมองการยืนตำแหน่งของเพื่อนร่วมทีมในกรอบเขตโทษและการเคลื่อนที่ของเซ็นเตอร์แบ็กคู่แข่ง ถ้ากองหลังพวกมันกลับตัวช้า คุณก็เลือกจ่ายหักข้อมาเร็วหน่อยหลังจากกระชากไปสุดเส้นหลังได้เลย”
เขาพิมพ์ตอบในคอมเมนต์หนึ่ง
“สเต็ปหลอกไม่ต้องไปทำอะไรให้มันซับซ้อนวุ่นวายหรอก หัวใจสำคัญมันอยู่ที่การเปลี่ยนจังหวะช้าเร็วและการสัมผัสบอลที่แม่นยำต่างหาก”
แม้เหยียนหยวนจะตอบคอมเมนต์ไม่เยอะ แต่ทุกคอมเมนต์ที่เขาตอบก็ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม เพราะเนื้อหามันมีประโยชน์จริง ๆ...อัดแน่นไปด้วยเทคนิคที่เอาไปใช้ได้จริง
แน่นอนว่า ก็มีแฟนบอลบางคนที่เข้ามาคอมเมนต์อะไรขำ ๆ เหมือนกัน
“ลูกพี่ครับ ลีกมหาลัยผมคนไม่ครบทีมอ่ะ ทำไงดีครับ?”
เหยียนหยวนตอบกลับ: 【ไปชวนลุงยามหน้าประตูมาเล่นเป็นตัวจริงสิ】
“ลูกพี่ครับ ท่ายิงผมเท่ป่าว? ผมไปเตะให้ทีมพี่ได้ไหมครับ? 【แนบรูป】”
เหยียนหยวนตอบกลับ: 【ซ้อมให้เยอะขึ้น ส่องกระจกให้น้อยลงนะ】
“ลูกพี่ครับ ผมปั้นโมเดลพี่ใน FIFA ด้วยนะ ผมเล่นตำแหน่งกองกลางตัวกลางนี่หล่อเฟี้ยวป่าวครับ? 【แนบรูป】”
เหยียนหยวนตอบกลับ: 【โอ้โห เอ็งทำบ้าอะไรเนี่ย】
เรื่องพวกนี้ยิ่งทำให้แฟนคลับตกหลุมรักเขาเข้าไปใหญ่
ค่ำวันนั้น ตอนที่เขาเปิดกล่องข้อความส่วนตัว เขาก็สังเกตเห็นข้อความใหม่
ผู้ส่งคือบัญชีที่ใช้ชื่อว่า “นักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตส” เหยียนหยวนคลิกเข้าไปดูโปรไฟล์ และพบว่าบล็อกเกอร์คนนี้มีผู้ติดตามถึง 500,000 คน และคอนเทนต์วิดีโอส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกการวิเคราะห์ฟุตบอล การพากย์เกมแบบเอาฮา และพวกคลิปสอนเตะบอล
ข้อความส่วนตัวระบุว่า:
“โค้ชเหยียนครับ ผมดูวิดีโอของคุณแล้ว คุณมืออาชีพมากเลย! ในฐานะแฟนบอล ผมอยากจะหาคนมาร่วมวงวิเคราะห์วิจารณ์ปัญหาของทีมชาติจีนมาตลอดเลยครับ ผมอยากจะจัดเป็นแบบไลฟ์สดพูดคุยกัน ไม่ทราบว่าคุณพอจะมีเวลาว่างไหมครับ? อ้อ ผมต้องขอบอกเลยนะว่าผมก็เป็นแฟนคลับคุณเหมือนกัน! ผมชอบคลิปวิเคราะห์แทคติกของคุณสุด ๆ ไปเลยครับ!”
เหยียนหยวนมองดูข้อความ ลองชั่งใจดูแล้วก็รู้สึกว่ามันไม่ได้มีผลเสียอะไร ยิ่งไปกว่านั้น อีกฝ่ายก็มีฐานผู้ติดตามเยอะอยู่ การไปไลฟ์สดคอลแล็บกับเขาก็น่าจะช่วยขยายฐานแฟนคลับและเพิ่มอิทธิพลให้ตัวเขาเองได้ด้วย เขาจึงพิมพ์ตอบกลับไปว่า:
“ขอบคุณที่ติดตามครับ คุยเรื่องทีมชาติจีนก็ได้ครับ คุณสะดวกตอนไหนล่ะ?”
หลังจากกดส่ง เขาก็วางโทรศัพท์ลง ในใจรู้สึกลึก ๆ ว่ากำลังตั้งตารอคอยบทสนทนาที่กำลังจะมาถึง นี่เป็นความท้าทายใหม่ และยังเป็นโอกาสดีที่จะได้เผยแพร่ความรู้ด้านฟุตบอลให้คนในวงกว้างได้เข้าใจมากขึ้นด้วย
“ขอบคุณที่รับคำเชิญครับ โค้ชเหยียน เอาเป็นพรุ่งนี้ตอนสองทุ่มสะดวกไหมครับ?”
“โอเค”
...
เมื่อถึงเวลาไลฟ์สดพูดคุยกันในค่ำคืนนั้น เหยียนหยวนก็เปิดห้องไลฟ์สดขึ้นมา ทันทีที่หน้าจอสว่างวาบ ผู้ชมจำนวนมหาศาลก็แห่แหนกันเข้ามาทันที
คอมเมนต์ไหลเป็นสายน้ำบนหน้าจอ ทุกคนต่างตื่นเต้นพูดคุยเกี่ยวกับการไลฟ์สดคอลแล็บที่กำลังจะเกิดขึ้น บรรยากาศคึกคักสุดขีด
【“ไลฟ์คืนนี้เดือดแน่ โค้ชเหยียนมาคอลแล็บกับนักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตสเลยเว้ย”】
【“เย้ รอไลฟ์นี้มาชาติเศษแล้ว”】
【“ฉันตามมาจากห้องไลฟ์ของซานโตส คืนนี้โค้ชเหยียนจะมาวิจารณ์ทีมชาติจีนใช่ป่าว?”】
【“อยากฟังโค้ชเหยียนชำแหละแทคติก แล้วก็อยากรู้ว่าเขาจะประเมินทีมชาติจีนยังไง”】
ทั้งห้องไลฟ์ของเหยียนหยวนและห้องไลฟ์ของนักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตสออนไลน์พร้อมกัน แฟนคลับของทั้งสองฝั่งต่างก็ตื่นเต้นกับช่วงเวลาคอลแล็บที่กำลังจะมาถึง
ทุกคนต่างตั้งตารอคอยว่าบทสนทนาในค่ำคืนนี้จะมีเซอร์ไพรส์อะไรมาฝากบ้าง ช่องคอมเมนต์เต็มไปด้วยเสียงเชียร์ และบรรยากาศก็เดือดปุด ๆ
หลังจากเริ่มไลฟ์ เหยียนหยวนและนักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตสก็กล่าวทักทายกัน บรรยากาศเป็นไปอย่างผ่อนคลาย
เหยียนหยวนเปิดบทสนทนาด้วยรอยยิ้ม: “สวัสดีตอนค่ำครับ ทุกคนในห้องไลฟ์ สวัสดีครับ ซานโตส”
นักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตสก็ยิ้มรับ: “สวัสดีครับ โค้ชเหยียน ทุกคนในห้องไลฟ์ตั้งตารอการพูดคุยครั้งนี้มากเลยนะครับ ช่วงนี้ยุ่งอะไรอยู่บ้างครับ? ได้ยินมาว่าคุณมีเคล็ดลับใหม่ ๆ ในการฝึกซ้อมด้วยใช่ไหมครับ?”
เหยียนหยวนพยักหน้าและพูดว่า: “ช่วงนี้ผมพอจะได้ไอเดียใหม่ ๆ มาบ้างครับ โดยเฉพาะเรื่องการฝึกซ้อมแทคติก ผมมองว่าสิ่งที่สำคัญกว่าคือการจัดโปรแกรมฝึกซ้อมให้เหมาะกับสไตล์การเล่นของนักเตะแต่ละคน โดยเฉพาะพวกนักเตะดาวรุ่ง การสร้างสมดุลระหว่างความแข็งแกร่งของสภาพจิตใจและทักษะฝีเท้าเป็นอะไรที่สำคัญมากเลยครับ”
นักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตสกล่าว
“ใช่เลยครับ! ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน หลายครั้งทักษะฝีเท้าคือพื้นฐานก็จริง แต่สภาพจิตใจต่างหากคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้นักเตะรักษาฟอร์มการเล่นในสนามให้คงเส้นคงวาได้ โดยเฉพาะพวกนักเตะดาวรุ่ง บางทีฟอร์มพวกเขาก็ผีเข้าผีออก แล้วถ้าพวกเขาปรับสภาพจิตใจได้ไม่ดี พอทำพลาดนิดเดียว ความมั่นใจก็จะแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ เลย”
เหยียนหยวนพยักหน้าและกล่าวอย่างจริงจัง
“ใช่ครับ นี่แหละคือเหตุผลที่เราไม่ควรจะมุ่งเน้นแต่การฝึกซ้อมทักษะแบบละเอียดยิบเพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญกับการขัดเกลาสภาพจิตใจให้แข็งแกร่งด้วย ถ้านักเตะสามารถรักษาความเยือกเย็นบนสนามได้ โดยไม่หวั่นไหวต่อสิ่งเร้าภายนอก พวกเขาก็จะสามารถตัดสินใจในจังหวะชี้เป็นชี้ตายได้ดียิ่งขึ้นครับ”
ทั้งสองคนคุยกันถูกคอสุด ๆ แลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องการฝึกซ้อมและแทคติก ถกเถียงกันเรื่องวิธีแก้เกมในสถานการณ์จริงตามสภาพจิตใจและทักษะของนักเตะ
แฟนคลับตั้งใจดูกันตาไม่กะพริบ กระหน่ำพิมพ์คอมเมนต์เห็นด้วยกันอย่างล้นหลาม
บทสนทนาของแขกรับเชิญทั้งสองคนลื่นไหลเป็นธรรมชาติ การพูดคุยเริ่มลงลึกถึงแก่นแท้มากขึ้นเรื่อย ๆ และบรรยากาศในห้องไลฟ์สดก็ทวีความร้อนแรงขึ้นตามลำดับ แฟนคลับต่างก็คิดตามไปกับบทสนทนาของทั้งคู่ พร้อมกับพิมพ์คำถามและมุมมองของตัวเองเข้ามาแจมด้วย
เมื่อบทสนทนาวกเข้าสู่ประเด็นของทีมชาติจีน ท่าทีของนักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตสก็ดูจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก
“เอาจริง ๆ นะ ตอนนี้ผมแทบจะไม่เหลือความหวังอะไรกับทีมชาติจีนแล้วล่ะ ไม่ว่าจะเปลี่ยนเฮดโค้ชไปกี่คนต่อกี่คน สถานการณ์มันก็ดูเหมือนจะไม่ได้ดีขึ้นสักเท่าไหร่เลย ปัญหาหลักมันอยู่ที่ตัวนักเตะเองนั่นแหละ มันแทบจะมองไม่เห็นทางสว่างเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้ คงมีแค่ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้เท่านั้นแหละที่พอจะเชิดหน้าชูตาเป็นตัวแทนฟุตบอลเอเชียตะวันออกได้อย่างแท้จริง พูดตรง ๆ นะ หันไปเชียร์พวกเขายังจะดูมีอนาคตกว่าเลย”
ทันทีที่เขาสิ้นประโยค บรรยากาศในห้องไลฟ์สดก็เดือดพล่านขึ้นมาทันที คอมเมนต์จากแฟนคลับทะลักเข้ามาเป็นสายน้ำ ความคิดเห็นแตกออกเป็นสองฝักสองฝ่ายอย่างชัดเจน
【 “เอาจริงดิพี่? พี่ตัดหางปล่อยวัดทีมชาติจีนง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ?” 】
【 “ฉันก็แอบเห็นด้วยนะ ทีมชาติจีนย่ำอยู่กับที่มาตั้งหลายปีแล้ว มันมืดมนจริง ๆ แหละ...” 】
【 “ให้ไปเชียร์ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้งั้นเหรอ? ทำไมแกไม่ไปเชียร์ ******* ซะเลยล่ะวะ?” 】
【 “สืบประวัติไอ้เวรนี่ด่วนเลย” 】
【 “ฉันเชียร์แค่ทีมชาติจีนโว้ย! ฉันจะเชียร์ทีมชาติจีนไปจนวันตาย และขอสาปแช่งไอ้ซานโตส!” 】
【 “แต่เขาก็พูดถูกอยู่นะ ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ตอนนี้แข็งแกร่งกว่าจริง ๆ ทีมชาติจีนไม่ได้ทะลุขีดจำกัดตัวเองมานานเกินไปแล้วล่ะ” 】
...
ห้องไลฟ์สดระเบิดเป็นเสี่ยง ๆ ทันที แฟนคลับบางส่วนแสดงความเห็นคล้อยตามนักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตส โดยมองว่าผลงานของทีมชาติจีนนั้นน่าผิดหวัง และการหันไปเชียร์ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ดูจะเป็นอะไรที่จับต้องได้มากกว่า
อย่างไรก็ตาม แฟนคลับกลุ่มที่ใหญ่กว่ากลับเริ่มออกโรงโต้แย้งเขา กล่าวหาว่าเขามองโลกในแง่ร้ายเกินไป และละเลยความพยายามรวมถึงศักยภาพของนักเตะชาวจีน สิ่งที่ทำให้พวกเขาโกรธจัดยิ่งกว่าเดิมก็คือ การที่นักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตสออกมาเชิญชวนให้แฟนบอลหันไปเชียร์ทีมต่างชาตินี่แหละ
บรรยากาศในห้องไลฟ์สดเริ่มตึงเครียดเพราะคำพูดของนักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตส แต่ท่าทีของเหยียนหยวนยังคงนิ่งสงบ เขาไม่ได้สวนกลับในทันที แต่กลับตอบโต้ด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเย้ยหยันเบา ๆ
เหยียนหยวนพูดว่า: “ความคิดของผมต่างจากคุณลิบลับเลยนะ ผมยังคงมองทีมชาติจีนในแง่บวกอยู่ เอาเรื่องอื่นวางไว้ก่อนนะ ผลงานที่เคยผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย การทะลุทะลวงในศึกเอเชียนคัพ และฟอร์มการเล่นของนักเตะจีนที่ไปค้าแข้งในต่างแดนยุคก่อน ๆ อย่างซุน จีไห่ และนักเตะคนอื่น ๆ...ช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์พวกนั้น มันไม่เพียงพอที่จะทำให้คนภูมิใจได้เลยเหรอ? ผมไม่คิดว่าทีมชาติจีนจะไร้น้ำยาไปซะหมดหรอกนะ กุญแจสำคัญคือเราจะก้าวเดินต่อไปในอนาคตยังไงต่างหาก”
เมื่อได้ยินดังนั้น นักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตสก็เบ้ปากและแค่นหัวเราะ ก่อนจะพูดว่า “นั่นมันอดีตไปแล้ว ทีมชาติจีนชุดปัจจุบันยังแทรกตัวเข้าไปอยู่ในกลุ่มท็อปของเอเชียไม่ได้เลยด้วยซ้ำ จะเอาเรื่องเก่า ๆ พวกนั้นมาพูดให้มันได้อะไรขึ้นมาล่ะ? ผมมองแค่ปัจจุบันเท่านั้นแหละ ความรุ่งโรจน์ในอดีตมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับวันนี้เลยสักนิด”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เหยียนหยวนก็ยังคงรักษารอยยิ้มบาง ๆ ไว้บนใบหน้า แต่น้ำเสียงของเขากลับแหลมคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้คิดจะรักษามารยาทอีกต่อไปแล้ว
“พี่ชาย นิยามคำว่า ‘สมองฟุตบอล’ ของพี่ คงหมายถึงการยัดความรู้เรื่องฟุตบอลใส่หัวซะเต็มเหนี่ยว แล้วก็ปิดตายประตูความคิดวิเคราะห์สินะ? พี่คิดว่าทีมชาติจีนตอนนี้หมดหวังแล้ว และคิดว่าพวกญี่ปุ่นกับเกาหลีจะมอบความหวังให้พี่ได้งั้นเหรอ? พี่ก็เลยมาประกาศปาว ๆ ให้ทุกคนหันไปเชียร์พวกญี่ปุ่นกับเกาหลี? ถามจริงเถอะ พี่โตมาแบบไร้สามัญสำนึกได้ขนาดนี้เลยเหรอ? ผมอายุ 19 ปี และผมก็สามารถคุมทีมในฐานะเฮดโค้ชในลีกบุนเดสลีกา 2 ได้แล้ว การได้คุมทีมชาติจีนถือเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่สำหรับผมเลยนะ แล้วพี่ล่ะ? เกียรติประวัติสูงสุดของพี่ คือการเป็นแค่คนเดินถนนต๊อกต๋อย ที่เตะบอลไม่เป็นจนโดนแตะลอดขาหัวทิ่มหัวตำงั้นสิ?”
นักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตสขมวดคิ้วแน่นและเงียบกริบ
เหยียนหยวนพูดต่อ: “พี่น่าจะอายุสามสิบกว่าแล้วมั้ง? วัน ๆ เอาแต่ทำคลิปหลอกเตะบอลลอดขาเด็กน้อยกับคนเดินถนนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เพื่ออวยตัวเองว่าเก่งนักเก่งหนา ผมก็เลยสงสัย ลองไปค้นประวัติพี่ในเน็ตดู แต่กลับไม่เจอประวัติการเป็นนักเตะอาชีพของพี่เลยแม้แต่นิดเดียว? อ้อ ที่แท้พี่ก็เป็นแค่โค้ชฟุตบอลไก่กานี่เอง อะไรนะ? แค่ได้ใบอนุญาตโค้ชมาใบเดียว พี่ก็หลงตัวเองคิดว่าเป็นประธานฟีฟ่า ไปแล้วเหรอ? พี่ด่าทีมชาติจีนว่าเป็นขยะ? ผมว่าตัวพี่เองนั่นแหละที่เป็นขยะตัวจริงเสียงจริง”
ห้องไลฟ์สดเงียบกริบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่คอมเมนต์จะระเบิดทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง:
【 “เชี่ยเอ๊ย พี่ชายฉันเอาจริงว่ะ” 】
【 “สะใจโว้ย พี่ชาย ด่าไอ้เวรนี่ให้ยับไปเลย เดี๋ยวฉันเปย์จรวดรัว ๆ ให้เลย” 】
【 “มันก็ขยะจริง ๆ นั่นแหละ รีบ ๆ เปลี่ยนชื่อช่องซะเถอะ เลิกทำฟุตบอลบราซิลเสื่อมเสียชื่อเสียงได้แล้ว” 】
【 “กดไลก์เลยพี่ ที่เขาพูดมามันถูกทุกคำ” 】
【 จรวด x3 】...
นักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตสถึงกับจุกจนพูดไม่ออกกับคำด่าทอเหล่านั้น สีหน้าของเขาเริ่มเจื่อนลงจนเก็บอาการไม่อยู่ แต่เขาก็ยังพยายามแถสีข้างถลอกเพื่อกู้หน้าตัวเอง: “ผมก็แค่พูดความจริง ถ้าคุณไม่อยากฟัง ก็ทำเป็นหูทวนลมไปซะสิ”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มออกอาการเป๋ เหยียนหยวนก็ไม่คิดจะปล่อยให้รอดไปง่าย ๆ เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เชือดเฉือนถึงขั้วหัวใจ
“อย่าเพิ่งพูดแทรก ฟังผมพูดให้จบก่อน ฉายาของพี่คือ ‘นักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตส’ ซึ่งมันเป็นชื่อที่ดูมั่นหน้ามั่นโหนกเอามาก ๆ แต่พูดตรง ๆ นะ ซานโตสเขาปั้นนักเตะระดับตำนานมาตั้งเท่าไหร่แล้ว...เปเล่เอย, เนย์มาร์เอย...แม้แต่พวกเด็ก ๆ ในอะคาเดมีของพวกเขาก็ยังมีลีลาแพรวพราวจนคนต้องปรบมือให้ แล้วพี่ล่ะ? หลังจากดูคลิปของพี่แล้ว ผมว่าฝีเท้ากาก ๆ แบบพี่น่ะ เปลี่ยนฉายาเป็น ‘คนดูที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตส’ น่าจะเหมาะกว่า ‘นักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุด’ เป็นไหน ๆ นะ”
คอมเมนต์ในห้องไลฟ์ของทั้งสองฝั่งระเบิดตูมขึ้นมาทันที:
【 “คนดูที่ยอดเยี่ยมที่สุด 55555 55555!” 】
【 “พูดได้ดี” 】
【 “MVP ของโซนคนดู” 】...
เหยียนหยวนดูเหมือนจะยังไม่สะใจ เขาเดินหน้ากระซวกต่อ: “เอาจริง ๆ ผมก็พอจะเข้าใจพี่นะ บางทีพี่อาจจะแค่รักฟุตบอล แล้วก็เลยอยากตั้งฉายาเท่ ๆ ให้กำลังใจตัวเอง แต่ประเด็นคือ ‘ลีลาฝีเท้า’ ของพี่มันชวนปวดตาซะเหลือเกิน ผมแนะนำให้พี่ไปเปลี่ยนชื่อช่องเถอะ เลิกทำให้ซานโตสต้องมาแปดเปื้อนเพราะพี่ได้แล้ว ท้ายที่สุดแล้ว นักเตะบราซิลเขาไม่ได้เตะบอลหมาไม่แดกแบบนี้นะครับ เผลอ ๆ เด็กแถวนั้นที่เตะบอลโกลหนูอยู่ข้างถนน อาจจะหลอกพี่จนหัวทิ่มหัวตำหาทางกลับบ้านไม่ถูกเลยก็ได้นะ”
หน้าของนักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตสแดงก่ำเป็นลูกตำลึง เขาอ้าปากจะเถียงแต่ก็จุกจนพูดไม่ออก ในขณะที่คอมเมนต์ในห้องไลฟ์ก็กระหน่ำด่าทออย่างไม่ลดละ:
【 “พี่นักเต้น ลองเอาฉายาใหม่นี้ไปพิจารณาดูนะ ผมว่า ‘คนดูที่ยอดเยี่ยมที่สุด’ มันเข้ากับพี่สุด ๆ เลยล่ะ” 】
【 “พี่นักเต้น โชว์สเต็ปแดนซ์ให้ดูเป็นบุญตาหน่อยสิ” 】
【 “ทำไมพี่นักเต้นหน้าแดงเป็นตูดลิงแบบนั้นล่ะ?” 】
เหยียนหยวนปล่อยหมัดฮุกปิดท้าย พร้อมกับยิ้มเยาะ “อ้อ แล้วก็การไปหลอกเตะบอลลอดขาคนเดินถนนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ในคลิปน่ะ มันก็ดู ‘น่าตื่นตาตื่นใจ’ ดีนะ แต่คราวหน้า พี่ช่วยไปหาคู่แข่งที่มันสมน้ำสมเนื้อกว่านี้หน่อยได้ไหม? อย่างน้อยก็หาคนที่ทำให้พี่ได้เหงื่อตกสักนิด คลิปของพี่จะได้ไม่ดู... กร่อยขนาดนี้”
【 “โอเค ซานโตส คนเดินถนนที่ยอดเยี่ยมที่สุด” 】
【 “อัดหน้าจอแป๊บ ผมว่าพี่นักเต้นแกจะร้องไห้แล้วมั้งนั่น” 】
【 “ขอเสนอชื่อคลิป: ‘วิธีข่มขู่คนเดินถนนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวบนท้องถนน’” 】
เหยียนหยวนสรุปปิดท้ายด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้เน้นย้ำแต่ก็ไม่ได้เบาหวิว: “พี่ด่าว่าทีมชาติจีนห่วย...ผมก็ไม่ได้เถียงนะ พวกเขามีจุดที่ต้องแก้ไขจริง ๆ นั่นแหละ แต่ในสายตาผม พี่ที่เป็น ‘นักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตส’ น่ะ อาการหนักกว่าและหมดหนทางเยียวยายิ่งกว่าทีมชาติจีนซะอีก เอาแบบนี้ไหม: คราวหน้าถ้าพี่มาเยอรมนี เดี๋ยวผมจะจัดแจงให้พี่ไปทดสอบฝีเท้าในลีกภูมิภาคดู จะได้รู้กันไปเลยว่าฝีตีนอย่างพี่น่ะ จะเบียดแย่งพื้นที่บนม้านั่งสำรองได้หรือเปล่า?”
ประโยคนี้เรียกเสียงหัวเราะและคอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดให้ระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง นักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตสโดนซัดจนหมอบราบคาบ
ทุกคำพูดของเหยียนหยวนคือความจริงล้วน ๆ จนเขาไม่สามารถหาข้ออ้างใด ๆ มาโต้แย้งได้เลย เขาถูกเหยียนหยวนด่าจนเสียศูนย์ โกรธจนหน้าดำหน้าแดง แต่กลับไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้สักแอะ
เขากลั้นอารมณ์อยู่นาน ก่อนจะฝืนหัวเราะแห้ง ๆ ออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความอับอาย แต่ความเงียบงันในห้องไลฟ์สดกลับทำให้บรรยากาศมันกระอักกระอ่วนยิ่งกว่าเดิม
เหยียนหยวนมองดูอีกฝ่ายบนหน้าจอ ยิ้มบาง ๆ น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบแต่เชือดเฉือนถึงขั้วหัวใจ: “พี่ชาย ผมว่านะ ด้วยสมองและตรรกะพัง ๆ แบบพี่เนี่ย พี่เลิกดูบอลไปเลยเถอะ คนอื่นเขาดูบอลเพื่อความบันเทิง แต่พี่ดูบอลเพื่อหาพ่อให้ตัวเองซะงั้น”
ประโยคนี้ทำเอาห้องไลฟ์สดเดือดปุด ๆ ขึ้นมาอีกครั้งในเสี้ยววินาที:
【 “กดไลก์เลย ไม่ผิดเพี้ยน” 】
【 “หน้าเจื่อน ๆ ของพี่นักเต้นแดงยิ่งกว่าดินลูกรังซะอีก” 】
【 “ซานโตส? แยกย้ายโตสล่ะสิ!” 】
...
นักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตสใบ้รับประทานไปโดยสมบูรณ์ ราวกับป้อมปราการที่ถูกตีแตกพ่าย ทำได้เพียงฝืนยิ้มแข็งค้างไว้บนใบหน้า
เมื่อเห็นเช่นนี้ เหยียนหยวนก็ชำเลืองมองห้องไลฟ์สดและรู้สึกว่ามันถึงแก่เวลาแล้ว เขาเอ่ยขึ้นว่า “เอาล่ะ พอแค่นี้แหละ พี่นักเต้นของเราหัวไหม้ไปหมดแล้ว ทุกคนครับ รบกวนสละเวลาสักนิดกดรีพอร์ตช่องเขาหน่อยนะครับ ช่วยสั่งสอนเขาให้หลาบจำซะบ้าง จำไว้นะ ห้ามรีพอร์ตแบบกลั่นแกล้งล่ะ โอเคไหม? เราเป็นปัญญาชน ต้องพูดคุยกันด้วยเหตุผล”
แฟนคลับตอบรับอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ:
【 “จัดไปครับลูกพี่ กดรีพอร์ตเรียบร้อย!” 】
【 “กดรีพอร์ตให้แล้วครับลูกพี่” 】
【 “พี่นักเต้นแกคงไม่กล้าเอาเรื่องนี้มาล้อเล่นไปตลอดชีวิตแน่ ๆ” 】...
เหยียนหยวนกวาดสายตามองคอมเมนต์ด้วยความพึงพอใจ คลิกเมาส์เบา ๆ และปิดไลฟ์สด หน้าจอกลับเข้าสู่ความมืดมิดอีกครั้ง แต่สีหน้าอันกระอักกระอ่วนของนักเต้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งซานโตส ดูเหมือนจะถูกสตาฟไว้ในความทรงจำของทุกคนไปตลอดกาล
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═