- หน้าแรก
- ระบบไม่ปลื้ม: ผมใช้บัคอัปเกรดของฟรีจนเป็นเทพ
- บทที่ 890 - งั้นนายก็คือหายนะแห่งหมื่นเผ่าพันธุ์งั้นสิ?!
บทที่ 890 - งั้นนายก็คือหายนะแห่งหมื่นเผ่าพันธุ์งั้นสิ?!
บทที่ 890 - งั้นนายก็คือหายนะแห่งหมื่นเผ่าพันธุ์งั้นสิ?!
บทที่ 890 - งั้นนายก็คือหายนะแห่งหมื่นเผ่าพันธุ์งั้นสิ?!
ห้องวีไอพีระดับเทพหมายเลข 005
วิง~
ในวินาทีที่ซูมู่ไป๋ฉีกมิติมืดกลับมายังห้องวีไอพี เขาก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังของค่ายกลปิดกั้นทันที
"ตอบสนองไวจริงๆ แฮะ"
เขาหัวเราะออกมาอย่างไม่ใส่ใจนัก พลางใช้จิตนึกคิดสั่งการ
[มหาค่ายกลเซวียนเทียน] - คลาย!
ประกายสีทองวาบผ่านดวงตา ดวงตาที่สามกลางหน้าผากเบิกโพลงขึ้นชั่วพริบตา แสงเทพส่องประกายวูบหนึ่ง [มหาค่ายกลเซวียนเทียน] ที่เคยใช้ปิดกั้นคลื่นพลังงานและเปิดเส้นทางสู่มิติมืด ก็ถูกเก็บกลับคืนมาอย่างเงียบเชียบ
ไม่เพียงแค่นั้น ร่องรอยและกลิ่นอายที่ซูมู่ไป๋ทิ้งไว้ตอนมาที่นี่ ก็ถูกลบหายไปพร้อมกับ [มหาค่ายกลเซวียนเทียน] ด้วย
หลังจากนี้ ต่อให้เป็นผู้บรรลุกฎเกณฑ์ระดับมหาเทพลงมาตรวจดูด้วยตัวเอง ก็ไม่มีทางล่วงรู้ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นภายในห้องวีไอพีระดับเทพหมายเลข 003!
"ไม่รู้เหมือนกันนะว่ามหาเทพที่อยู่เบื้องหลังตรอกเซียนยมโลกคือใครบ้าง"
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ซูมู่ไป๋ก็มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความสนใจ
เหล่าภูตผีสาวที่กำลังร่ายรำอย่างงดงามภายใต้แสงจันทร์ ไม่ได้หยุดเต้นเพราะการเปิดใช้งานค่ายกลปิดกั้นเลย
พวกเธอเหมือนจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย และยังคงโชว์เรือนร่างเย้ายวนต่อไป
ภายใต้แสงจันทร์สาดส่อง ผ้าโปร่งบางสีขาวที่ห่อหุ้มร่างกายของเหล่าภูตผีสาวสะท้อนแสงจนดูโปร่งใส เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวอวบอิ่มของพวกเธออย่างชัดเจน
สายตาของซูมู่ไป๋ไม่ได้หยุดพักอยู่ที่พวกเธอเลย ร่างของเขาหายวับไปจากห้องวีไอพีระดับเทพหมายเลข 003 โดยตรง
[สิทธิ์จ้าวเขตแดนแห่งความตาย - เคลื่อนย้ายพริบตา]!
ค่ายกลปิดกั้นของตรอกเซียนยมโลกนั้นแข็งแกร่งมากจริงๆ มันไม่ใช่สิ่งที่จ้าวแห่งกฎเกณฑ์จะทำลายได้เลย
ต่อให้เป็นซูมู่ไป๋ในตอนนี้ที่สามารถดึงพลังของ [กงล้อมิติเวลา] ออกมาใช้ ก็ยังไม่สามารถใช้วิชาเคลื่อนย้ายพริบตาหรือพลังมิติอื่นๆ ในสถานที่แห่งนี้ได้
แต่เขาคือผู้ครอบครองสิทธิ์บางส่วนของจ้าวเขตแดนแห่งความตายนะ จะมาถูกค่ายกลกิ๊กก๊อกแค่นี้ขวางเอาไว้ได้ยังไง
อย่าว่าแต่ค่ายกลปิดกั้นที่มหาเทพเป็นคนกางไว้เลย ต่อให้มหาเทพตัวเป็นๆ มาลงสนามเอง ก็ไม่มีทางหยุดเขาไม่ให้ไปจากที่นี่ได้!
แถมการใช้สิทธิ์ของจ้าวเขตแดนยังไร้สุ้มเสียงและไร้ซึ่งคลื่นพลังงานใดๆ ค่ายกลปิดกั้นของตรอกเซียนยมโลกจึงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลยแม้แต่น้อย
...
ห้องวีไอพีระดับเทพหมายเลข 005
"ลูกพี่ เมื่อกี้พี่บอกว่าจ้าวแห่งความมืดกลายมาเป็นลูกพี่ของพี่แล้วเหรอ?!"
ภายในห้อง อาเหมิงเบิกตากว้างพร้อมกับร้องตะโกนออกมา "งั้นแบบนี้ฉันก็ต้องเรียกจ้าวแห่งความมืดว่าพี่ใหญ่ของลูกพี่แล้วสิ"
น้ำเสียงของเขาฟังดูตื่นเต้นสุดๆ
หวงกวากับลวี่เหมาที่อยู่ข้างๆ ก็มีสีหน้าตื่นเต้นไม่แพ้กัน
ทั้งสองคนยกนิ้วขึ้นมานับพลางพึมพำว่า "พี่ใหญ่ของลูกพี่ พวกเราต้องเรียกว่าอะไรนะ"
ปั้ก! ปั้ก!
อาเหมิงแจกมะเหงกให้ทั้งสองคนไปคนละที พร้อมกับด่าทอด้วยความโมโหว่า "ก็ต้องเรียกว่าลูกพี่ใหญ่สิวะ!"
ทั้งสองคนยกมือกุมหัวพลางเถียงอย่างน้อยใจว่า "แต่ลูกพี่... ลูกพี่ใหญ่มันคือท่านไป๋เยี่ยไม่ใช่เหรอ"
"เออว่ะ..."
พออาเหมิงได้ยินแบบนั้น แววตาของเขาก็ฉายแววครุ่นคิด "จะให้เรียกว่าลูกพี่รองก็คงไม่ได้มั้ง"
ปั้ก!
คราวนี้มีแค่เสียงเดียว เป็นเสียงกำปั้นของพ่ายตี๋ที่เขกหัวอาเหมิงเต็มแรง
มุมปากของเขากระตุกยิก กัดฟันกรอดเค้นคำพูดออกมาสองคำ "หุบปาก!"
หวงกวากับลวี่เหมาเห็นแบบนั้นก็อยากจะขำแต่ก็ไม่กล้าขำ ต้องกลั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
ในตอนนั้นเอง ตรอกเซียนยมโลกก็เปิดใช้งานค่ายกลปิดกั้นพอดี
พ่ายตี๋ขมวดคิ้วแน่น ใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"นี่คงไม่ได้เกี่ยวกับน้องไป๋เยี่ยหรอกนะ"
น้องไป๋เยี่ยบอกว่าจะไปฆ่าคน แถมยังใช้ [ม้วนคำภีร์เทพตามรอยเขตแดน] ด้วย ไม่แน่ว่าเป้าหมายแรกของเขาอาจจะบังเอิญอยู่ในตรอกเซียนยมโลกนี้พอดีก็ได้
โลกมันจะกลมขนาดนั้นเลยเหรอ
"ลูกพี่ เป็นอะไรไป"
"ลูกพี่ใหญ่ ใครทำให้ลูกพี่ไม่พอใจ พวกเราจะไปอัดมันเอง!"
สามพี่น้องแก๊งไฟจราจรฝีมืออ่อนหัดเกินไปจนสัมผัสไม่ได้ถึงการเปิดใช้งานของค่ายกลปิดกั้นด้วยซ้ำ
พอเห็นพ่ายตี๋ขมวดคิ้ว พวกเขาก็รีบถามขึ้นมาทันที
"ไสหัวไปไกลๆ เลย ตัวตนที่กล้าแหยมกับฉันได้ พวกแกเอาชีวิตไปทิ้งให้เขากระทืบเล่นรึไง"
พ่ายตี๋ถลึงตาใส่ทั้งสามคน ในหัวกำลังคิดหาวิธีรับมือ
เขามีลางสังหรณ์ว่า การที่จู่ๆ ตรอกเซียนยมโลกเปิดใช้งานค่ายกลปิดกั้น น่าจะเกี่ยวพันกับไป๋เยี่ยแน่ๆ
และข้อความที่ได้รับแจ้งเตือนต่อมา ก็ยิ่งตอกย้ำความคิดในใจของเขาเข้าไปอีก
จ้าวพิภพที่แกร่งที่สุดในเขตแดนวิญญาณ ท่านประมุขถักทอฝันแห่งเผ่าพันธุ์แมลง หมัวไต้ซือถี ร่วงหล่นแล้ว!
แถมยังดูเหมือนว่าจะมาจบชีวิตลงในตรอกเซียนยมโลกอีกต่างหาก!
"เอาชีวิตไปทิ้งก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลยนี่นา!"
อาเหมิงกับพวกอีกสองคนมองหน้ากัน ก่อนจะตบหน้าอกตัวเองดังป้าบ ทำท่าเหมือนพร้อมตายแทนได้ทุกเมื่อ
แต่ประโยคต่อมาที่พวกเขาพูดเสริมขึ้นมาก็คือ "ลูกพี่ ไม่ต้องห่วงหรอก ต่อให้พวกเราจะสู้ไม่ได้ แต่นั่นก็ยังมีลูกพี่ใหญ่อยู่ทั้งคน ฉันยังไม่เคยเห็นใครเอาชนะลูกพี่ใหญ่ได้เลยสักคน!"
"..."
พ่ายตี๋มองลูกสมุนทั้งสามที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ อ้าปากค้างแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ลูกน้องสามคนนี้ บอกว่าสมองมีรอยหยักน้อยยังถือเป็นการชมพวกมันด้วยซ้ำ
ถ้าบอกพวกมันไปว่าไป๋เยี่ยอาจจะตกอยู่ในอันตราย ไม่แน่ไอ้บ้าสามตัวนี้อาจจะก่อเรื่องอะไรขึ้นมาก็ได้
อีกอย่าง จะไปปรึกษาวิธีแก้ปัญหากับพวกมัน ก็เหมือนสีซอให้ควายฟังนั่นแหละ
เมื่อคิดได้ดังนั้น พ่ายตี๋ก็ยกข้อมือขึ้นมา
เบื้องหลังตรอกเซียนยมโลกมีผู้บรรลุกฎเกณฑ์คอยหนุนหลังอยู่ ตอนนี้ตัวตนระดับหมัวไต้ซือถีมาร่วงหล่นอยู่ที่นี่ ดีไม่ดีผู้บรรลุกฎเกณฑ์อาจจะส่งร่างเงาลงมาสืบเรื่องนี้ด้วยตัวเองเลยก็ได้
ทางเดียวที่จะช่วยให้ไป๋เยี่ยหนีรอดไปได้ในตอนนี้ ก็คือต้องแจ้งให้ลูกพี่ใหญ่ทราบแล้ว!
แต่ในขณะที่เขากำลังเตรียมตัวจะติดต่อไปหาจ้าวแห่งความมืด มิติภายในห้องวีไอพีก็เกิดระลอกคลื่นกระเพื่อมราวกับผิวน้ำขึ้นมาอย่างกะทันหัน
วินาทีต่อมา ร่างของซูมู่ไป๋ก็เดินก้าวออกมาจากจุดนั้น
หลังจากฆ่าหมัวไต้ซือถีเสร็จ เขาไม่ได้หนีไปเลย แต่กลับมาหาพ่ายตี๋ที่ห้องวีไอพีหมายเลข 005
ตอนนี้เขาคืนร่างเดิมแล้ว ไม่ได้อยู่ในคราบของหายนะแห่งหมื่นเผ่าพันธุ์อีกต่อไป
"น้องไป๋เยี่ย นายยังใช้วิชาเคลื่อนย้ายพริบตาได้อีกเหรอเนี่ย?!"
พ่ายตี๋เบิกตากว้าง ผุดลุกขึ้นยืนพรวดพลางจ้องมองซูมู่ไป๋ด้วยความตกตะลึง
ก่อนหน้านี้ตอนที่ยังไม่ได้เปิดค่ายกลปิดกั้น เขาก็ช็อกกับวิชาเคลื่อนย้ายพริบตาของซูมู่ไป๋มาแล้วรอบหนึ่ง
ตอนนี้ตรอกเซียนยมโลกงัดค่ายกลปิดกั้นออกมาใช้แล้ว แต่ไป๋เยี่ยยังสามารถไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบอีก นี่มันบ้าไปแล้ว!
หรือว่าค่ายกลปิดกั้นของตรอกเซียนยมโลกมันจะเป็นของปลอมกันล่ะเนี่ย?!
พ่ายตี๋พยายามข่มความตกใจเอาไว้ แล้วรีบถามต่อทันที "เป้าหมายที่นายใช้ม้วนคำภีร์เทพตามรอยเขตแดนตรวจหาก่อนหน้านี้ คือหมัวไต้ซือถีงั้นเหรอ"
"อืม"
ซูมู่ไป๋พยักหน้าเบาๆ ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา แล้วยกแก้วเหล้าที่วางทิ้งไว้ขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด
"จะว่าไปแล้ว หมัวไต้ซือถีก็พอมีฝีมืออยู่บ้างเหมือนกันนะ"
พอได้รับการยืนยันสิ่งที่ตัวเองเดาเอาไว้ สีหน้าของพ่ายตี๋ก็ดูแปลกประหลาดขึ้นมาทันที
"น้องไป๋เยี่ย... เราเลิกขี้โม้ถ่อมตัวสักแป๊บได้มั้ย"
ก่อนหน้านี้ ถึงเขาจะรู้ว่าไป๋เยี่ยเก่งมากก็เถอะ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเก่งบรรลัยหลุดโลกขนาดนี้ไง!
นั่นคือท่านประมุขถักทอฝัน หมัวไต้ซือถีเชียวนะ!
จ้าวพิภพที่แกร่งที่สุดในเขตแดนวิญญาณ แล้วยังเป็นตัวตนที่มีพลังและสถานะสูงส่งติดอันดับต้นๆ รองจากผู้บรรลุกฎเกณฑ์ของเผ่าพันธุ์แมลงเลยนะเว้ย!
พ่ายตี๋รู้ดีว่าจ้าวพิภพนรกอย่างเค่อไหลซือเท่อจากเผ่าพันธุ์ปีศาจของเขา พลังรบก็แค่สูสีกับหมัวไต้ซือถีเท่านั้นแหละ
ไป๋เยี่ยเพิ่งจะออกไปแป๊บเดียว ก็ดันไปเชือดจ้าวพิภพระดับแนวหน้าทิ้งได้ง่ายๆ ซะงั้น?!
แถมดูจากสภาพแล้ว ไม่ได้มีบาดแผลอะไรเลยสักนิด กระทั่งลมหายใจก็ยังราบเรียบเป็นปกติเหมือนไม่ได้ผ่านการต่อสู้อะไรมาเลยด้วยซ้ำ
งั้นแบบนี้ก็แปลว่า... พลังของเขาคู่ควรกับตำแหน่งทวยเทพที่แท้จริงอันดับหนึ่งแห่งหมื่นภพแล้วน่ะสิ
สิ่งที่พ่ายตี๋ไม่รู้ก็คือ พลังงานที่สูญเสียไปจากการต่อสู้ระหว่างซูมู่ไป๋กับหมัวไต้ซือถี มันถูกฟื้นฟูกลับมาจนเต็มเปี่ยมตั้งแต่วินาทีที่ [หัวใจวัฏจักรสงสาร] สูบกลืนพลังเทพแห่งความโกลาหลของหมัวไต้ซือถีเข้าไปแล้ว
ในขณะที่พ่ายตี๋กำลังจ้องมองซูมู่ไป๋ตาค้างและกำลังจะนั่งลง จู่ๆ เขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ร่างกายของเขาเด้งดึ๋งกลับขึ้นมายืนอีกครั้งพร้อมกับร้องลั่น
"งั้นนายก็คือหายนะแห่งหมื่นเผ่าพันธุ์งั้นสิ?!"
[จบแล้ว]