- หน้าแรก
- ระบบบีบให้ผมเป็นเทพกระบี่ไร้พ่าย
- บทที่ 920 - บัลลังก์สตริง
บทที่ 920 - บัลลังก์สตริง
บทที่ 920 - บัลลังก์สตริง
บทที่ 920 - บัลลังก์สตริง
"หัวใจรูนวิวัฒนาการงั้นหรอ" จางหยวนเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความเด้งขึ้นมาบนแผงสถานะ เขารีบหันไปถามเสี่ยวโยว "เสี่ยวโยว ภารกิจลับนี่มันยังไงกัน ทำไมจู่ๆ ฉันถึงได้รับมันล่ะ"
เสี่ยวโยวตอบ "เจ้านายคะ เมื่อกี้ฉันเพิ่งดูบันทึกของระบบ ดูเหมือนว่าเหยียนหลีจะไปสัมผัสโดนข้อมูลสำคัญเข้าน่ะค่ะ เจ้านายก็เลยได้รับภารกิจลับมาด้วย"
จางหยวนชะงักไป "เหยียนหลีแตะข้อมูลสำคัญ แล้วฉันก็ได้รับภารกิจลับ แบบนี้ก็ได้หรอ"
เสี่ยวโยวตอบพร้อมรอยยิ้ม "ก็เพราะว่าเหยียนหลีเป็นเพื่อนร่วมทีมของเจ้านายไงคะ ระบบอัปเกรดแล้วก็ฉลาดขึ้นเยอะเลยล่ะค่ะ ไม่ใช่แค่เจ้านายนะคะ ขอแค่เพื่อนร่วมทีมของเจ้านายไปสัมผัสโดนข้อมูลสำคัญ เจ้านายก็สามารถรับภารกิจลับได้เหมือนกัน"
จางหยวนถามต่อ "แล้วแบบไหนถึงจะเรียกว่าเพื่อนร่วมทีม ต้องตั้งปาร์ตี้ไหม"
เสี่ยวโยวอธิบาย "ไม่ต้องตั้งปาร์ตี้หรอกค่ะ ขอแค่เป็นคนที่เจ้านายยอมรับว่าเป็นพวกพ้อง ก็ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมทีมหมดเลยค่ะ"
"แบบนี้ก็แจ๋วสิ!" พอได้คำตอบจากเสี่ยวโยว จางหยวนก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันตา เขาถามต่อ "เสี่ยวโยว แล้วฉันต้องทำยังไงถึงจะช่วยเหยียนหลีได้ล่ะ"
เสี่ยวโยวแนะนำ "เจ้านายคะ เหยียนหลีบอกว่าสูตรคำนวณขาดตัวแปรไปตัวหนึ่งไม่ใช่หรอคะ ขอแค่พวกเราช่วยเธอหาตัวแปรตัวนั้นให้เจอ ก็น่าจะช่วยให้เธอคำนวณสำเร็จได้แล้วล่ะค่ะ"
จางหยวนโอดครวญ "พูดน่ะมันง่าย สูตรคณิตศาสตร์พวกนั้นฉันยังอ่านสัญลักษณ์ไม่ออกสักตัวเลย จะไปช่วยเธอหาตัวแปรได้ยังไง"
เสี่ยวโยวแย้ง "ใครบอกคะว่าไม่เก่งเลขแล้วจะหาตัวแปรไม่ได้"
จางหยวนสะดุ้ง "ไม่เก่งเลขก็หาตัวแปรได้ เสี่ยวโยว เธอหมายความว่า ตัวแปรที่เหยียนหลีต้องการไม่ได้เกี่ยวกับคณิตศาสตร์งั้นหรอ"
เสี่ยวโยวอธิบายยืดยาว "เจ้านายโดนพวกนักวิทยาศาสตร์ระดับบิ๊กเบิ้มอย่างเหยียนหลีกับนายพลฉินพานอกเรื่องไปแล้วล่ะค่ะ ที่พวกเขาต้องใช้สูตรคณิตศาสตร์ ก็เพราะพวกเขาใช้พลังของตัวเองทะลวงมิติไม่ได้ไงคะ เลยต้องใช้สมอง ใช้สูตรคณิตศาสตร์มาคำนวณหาสถานะของสตริงในมิติที่สูงกว่า แต่เจ้านายไม่เหมือนกันนี่คะ ตอนนี้เจ้านายมีบัลลังก์ฉายาตั้งเก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าบัลลังก์แล้ว ด้วยพลังของเจ้านายตอนนี้ การจะแหกกฎทะลวงมิติขึ้นไป มันง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากอีกนะคะ เรื่องที่แก้ได้ด้วยกำลัง ทำไมเจ้านายต้องไปเลียนแบบใช้สมองแบบคนอื่นด้วยล่ะคะ"
ฟังเสี่ยวโยวอธิบายจบ จางหยวนก็ถึงบางอ้อทันที "นั่นสิ! ฉันจะไปปวดหัวทำไม ในเมื่อไม่เข้าใจสูตรคณิตศาสตร์ของสตริง ก็แค่เปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นแทนสิ เส้นทางมีเป็นหมื่น สุดท้ายก็ไปสู่จุดหมายเดียวกัน ฉันจะไปลงแข่งในสนามวิทยาศาสตร์ให้เหนื่อยทำไม"
เมื่อได้แนวคิดเป็นของตัวเอง จางหยวนก็วางแผนในใจเสร็จสรรพ เขาคว้าคอมพิวเตอร์รูนที่เหยียนหลีให้มาไว้แน่น ก่อนที่ร่างต้นของเขาจะพุ่งทะยานตามสตริงที่เป็นองค์ประกอบของสสารสตริงออกไปจนถึงด้านนอกกำแพงมิติเวลาของมิติเวลาที่เก้า
จางหยวนมองสตริงที่ถักทอเชื่อมโยงมิติเวลาจำนวนมหาศาลท่ามกลางความโกลาหล เขาดึงสายตากลับมามองกำแพงมิติเวลาที่เก้าอีกครั้งด้วยความรู้สึกไม่ค่อยวางใจนัก เลยตัดสินใจไล่ตามพวกสตริงลึกเข้าไปในความโกลาหลให้ห่างไกลจากมิติเวลาที่เก้ามากยิ่งขึ้น
จนกระทั่งจางหยวนอยู่ห่างจากมิติเวลาที่เก้าเป็นระยะทางหลายแสนล้านปีแสง และมองไม่เห็นมิติเวลาอื่นๆ ในบริเวณรอบๆ แล้ว เขาถึงได้หยุดพักแล้วพึมพำกับตัวเอง "ระยะห่างขนาดนี้ ถ้าฉันเอาจริงก็ไม่น่าจะกระทบไปถึงมิติเวลาที่เก้าแล้วล่ะ"
เมื่อมั่นใจว่าตัวเองอยู่ห่างจากมิติเวลาที่เก้ามากพอ จางหยวนก็ปลดค่ายกลกระบี่โกลาหลคืนสู่ศูนย์ที่คอยปิดกั้นกลิ่นอายของเขาออก พร้อมกับระเบิดพลังและแผ่กลิ่นอายของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่
ครืน! ทันทีที่จางหยวนปลดปล่อยพลัง ความโกลาหลโดยรอบก็เริ่มสั่นสะเทือน สตริงในรัศมีรอบตัวเขาก็ถูกกลิ่นอายของเขาบีบบังคับให้เปลี่ยนความถี่ในการสั่นสะเทือนไปด้วย
ในเวลาเดียวกัน ที่โลก ภายในห้องทำงานของนายพลฉิน สสารสตริงในโหลแก้วที่เดิมทีมีความเสถียรมาก จู่ๆ ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงหลากหลายรูปแบบ ของเหลวกลายเป็นของแข็ง ของแข็งกลายเป็นสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตกลายเป็นของเหลว หรือแม้กระทั่งอาวุธสตริงที่หัวกั๋วนำไปใช้งานแล้วก็เกิดขัดข้องใช้การไม่ได้พร้อมกันทั้งหมด ทุกอย่างกำลังวุ่นวายไปหมด
นายพลฉินที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บกระดาษทิ้งของเหยียนหลีอย่างตื่นเต้น พอเห็นความเปลี่ยนแปลงของสสารสตริงในโหลแก้ว เขาก็ถึงกับยืนอึ้งตาค้าง
กลับเป็นเหยียนหลีที่กำลังคำนวณสูตรอย่างบ้าคลั่ง พอเธอสังเกตเห็นภาพที่จางหยวนส่งผ่านคอมพิวเตอร์รูนกลับมา เธอก็เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที ก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นใหม่ขึ้นมาคำนวณต่อ
ด้านนอกมิติเวลาที่เก้า ท่ามกลางความโกลาหล แม้จางหยวนจะออกมานอกมิติเวลาที่เก้าแล้ว แต่เขาก็คอยเฝ้าสังเกตการณ์ความเปลี่ยนแปลงบนโลกอยู่ตลอดเวลา เมื่อเขาพบว่าการที่เขาแค่ปล่อยกลิ่นอายออกไปเปลี่ยนความถี่ในการสั่นสะเทือนของสตริง มันส่งผลกระทบให้สสารสตริงบนโลกเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เขาก็เริ่มจะเข้าใจเรื่องสตริงมากขึ้นมาบ้างแล้ว
"ดูเหมือนสตริงนี่จะคล้ายๆ กับรูนเลยแฮะ ต่างกันตรงที่รูนต้องสร้างโครงสร้างคาถารูนขึ้นมาเพื่อส่งผลกระทบต่อสรรพสิ่ง แต่สตริงใช้วิธีเปลี่ยนความถี่ในการสั่นสะเทือนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง"
เมื่อทำความเข้าใจคุณสมบัติของสตริงได้คร่าวๆ แล้ว จางหยวนก็เดินหน้าปล่อยพลังออกมาอีกครั้ง คราวนี้เขาจัดเต็มแบบไม่กั๊ก
เพล้ง!!! วินาทีนั้น สตริงในรัศมีรอบตัวจางหยวนก็ทนรับพลังของเขาไม่ไหวจนพากันขาดสะบั้น สสารสตริงในห้องทำงานของนายพลฉินเองก็เริ่มได้รับความเสียหายเช่นกัน
เมื่อจำนวนสตริงที่ขาดสะบั้นมีมากขึ้นเรื่อยๆ สสารสตริงในห้องทำงานก็เริ่มเลือนหายไปทีละจำนวนมหาศาล
"น่าจะรวบรวมพลังได้ที่แล้วล่ะ" จางหยวนกำหมัดแน่น เขารู้สึกได้ว่าพลังในตอนนี้ของตัวเองมากพอที่จะทะลวงขึ้นไปยังมิติที่สูงกว่าแล้ว เขาพุ่งเป้าไปที่ทิศทางซึ่งมีสตริงรวมตัวกันอยู่ ก่อนจะซัดหมัดออกไปอย่างสุดแรงเกิด
ตูม!!! พลังงานอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดพุ่งออกมาจากหมัดของจางหยวน สตริงที่กำลังถักทอเชื่อมโยงมิติเวลาจำนวนมหาศาลอยู่ ณ วินาทีนั้นก็ถูกพลังของเขากลืนกินจนหมดสิ้น
จากความโกลาหลที่ควรจะมีแต่ความว่างเปล่า วินาทีนี้กลับถูกหมัดของจางหยวนเจาะจนกลายเป็นรูโหว่ขนาดยักษ์ข้ามมิติ ที่อีกฟากหนึ่งของรูโหว่นั้น จางหยวนมองเห็นลูกแก้วสีดำหลายลูก ดูเหมือนจะเป็นความโกลาหลลูกแล้วลูกเล่า
และที่ใจกลางของความโกลาหลจำนวนมหาศาลนั้น ก็มีบัลลังก์แห่งหนึ่งที่ถักทอขึ้นมาจากสตริงตั้งตระหง่านอยู่
"นั่นมัน..." จางหยวนเห็นบัลลังก์แห่งนั้น แววตาของเขาก็หรี่ลงเล็กน้อย เขาเปิดใช้งานดวงตาแห่งห้วงลึกทันที
[บัลลังก์สตริง]
ตัวอักษรสั้นๆ ปรากฏขึ้นบนแผงข้อมูลของจางหยวน บัลลังก์สตริงนี้ไม่ได้มีคำอธิบายเพิ่มเติมใดๆ แต่กลับสร้างความตกตะลึงให้จางหยวนได้มากกว่าคำบรรยายใดๆ ทั้งสิ้น
"บัลลังก์สตริงงั้นหรอ..." จางหยวนมองเห็นบัลลังก์ที่อยู่ด้านนอก จู่ๆ เขาก็เกิดอาการเหม่อลอยไปชั่วขณะ เขาคิดไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะได้มาเห็นบัลลังก์ฉายาในสถานที่อื่นที่ไม่ใช่วิหารแห่งบัลลังก์แบบนี้
"เจ้านายคะ รีบดูบัลลังก์นั่นให้ดีสิคะ!" เวลานั้นเองเสียงของเสี่ยวโยวก็ดังขึ้นดึงสติจางหยวนกลับมา เขาเพ่งสายตามองทะลุออกไปนอกความโกลาหลเพื่อมองบัลลังก์สตริง
วินาทีต่อมาเขาก็พบว่า บัลลังก์สตริงแห่งนั้นมันเชื่อมต่ออยู่กับความโกลาหลที่เขาอาศัยอยู่ สตริงจำนวนมหาศาลทิ้งตัวลงมาจากบัลลังก์จนถึงพื้นผิวของความโกลาหลที่เขาอยู่ มันทะลุผ่านเปลือกมิติที่ห่อหุ้มความโกลาหลเอาไว้ แล้วมุดเข้าไปในความโกลาหล
จางหยวนกวาดสายตาไล่ตามสตริงที่เข้าไปในความโกลาหลพวกนั้นไป แล้วก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า สตริงเหล่านั้นล้วนเชื่อมต่อตรงมาที่มิติเวลาที่เก้า และสตริงส่วนใหญ่นั้นล้วนกระจุกตัวอยู่ที่โลกทั้งสิ้น
ถึงตอนนี้ จางหยวนก็เพิ่งจะสังเกตเห็นว่า ปลายอีกด้านหนึ่งของสตริงที่ก่อนหน้านี้เขามองไม่เห็นผ่านคอมพิวเตอร์รูน ความจริงแล้วมันล้วนเชื่อมติดอยู่กับบัลลังก์สตริงที่อยู่นอกความโกลาหลทั้งสิ้น!
[จบแล้ว]