- หน้าแรก
- ระบบบีบให้ผมเป็นเทพกระบี่ไร้พ่าย
- บทที่ 870 - ความวุ่นวายภายในหอคอยโกลาหล
บทที่ 870 - ความวุ่นวายภายในหอคอยโกลาหล
บทที่ 870 - ความวุ่นวายภายในหอคอยโกลาหล
บทที่ 870 - ความวุ่นวายภายในหอคอยโกลาหล
มิติเวลาที่เก้า ณ มุมหนึ่งของจักรวาล หอคอยโกลาหล
ร่างเงาทั้งเจ็ดรวมตัวกันอยู่ภายในหอคอยโกลาหล ท่ามกลางความเงียบสงัดดุจป่าช้า
ร่างเงาทั้งหมดต่างมีเรื่องหนักอึ้งในใจ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรกันอยู่
แม้ว่าครั้งนี้จะไม่มีการไลฟ์สตรีม ทว่าพวกเขาทุกคนล้วนมองเห็นได้ชัดเจนว่าหลังจากยวนและหมายเลข 13 เดินทางไปยังสวรรค์นอกมิติได้ไม่นาน ป้ายชะตาชีวิตของยวนก็แตกสลายไปในทันที ส่วนป้ายชะตาชีวิตของหมายเลข 13 นั้นหลุดออกจากการเชื่อมต่อกับหอคอยโกลาหลและอันตรธานหายไป
สถานการณ์เช่นนี้เป็นตัวแทนบ่งบอกว่ายวนได้สิ้นชีพไปแล้ว ส่วนหมายเลข 13 นั้นเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่อาจทราบได้ มิหนำซ้ำยังมีความเป็นไปได้สูงมากที่หมายเลข 13 จะทรยศหอคอยโกลาหลไปแล้ว
เนิ่นนานให้หลัง ในที่สุดเจ้าหอคอยโกลาหลที่อยู่ท่ามกลางวงล้อมของร่างเงาทั้งหมดก็เอ่ยปากทำลายความเงียบ
"สถานการณ์โดยละเอียดทุกคนคงทราบกันดีแล้ว ยวนตายแน่นอน ส่วนหมายเลข 13 ก็ตัดขาดจากหอคอยโกลาหล ไม่รู้เป็นตายร้ายดี หลังจากนี้หอคอยโกลาหลของพวกเราควรจะรับมืออย่างไรดี"
ร่างเงาร่างหนึ่งเอ่ยขึ้นมา
"หลังจากที่ยวนกับหมายเลข 13 นำแก่นแท้พลังสูงสุดไปจากคลังพลังสูงสุด ทั้งสองคนต่างก็มีความแข็งแกร่งระดับเทพโกลาหลขั้นเก้ากันทั้งนั้น การที่เทพโกลาหลขั้นเก้าสองคนเดินทางไปที่สวรรค์นอกมิติด้วยกันแล้วจบลงที่คนหนึ่งตายอีกคนหนึ่งหายสาบสูญ นี่เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าอย่างน้อยๆ จางหยวนก็น่าจะมีความแข็งแกร่งระดับราชันเทพโกลาหล"
"ความแข็งแกร่งของจางหยวนเหนือล้ำเกินกว่าที่พวกเราจินตนาการเอาไว้มาก ข้อเสนอของฉันก็คืออย่าไปรบกวนจางหยวนอีกเลย ในทางกลับกัน พวกเราควรจะผูกมิตรกับเขาแล้วเชิญให้เขามาเข้าร่วมกับพวกเราดีกว่า"
ร่างเงาอีกร่างแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา
"เหอะ! ก่อนหน้านี้พวกเราไม่ได้เชิญจางหยวน แถมยังส่งเทพโกลาหลสองคนไปฆ่าเขาอีกต่างหาก ตอนนี้คนของเราถูกเขาฆ่าตายไปแล้ว งั้นแกลองเดาดูสิว่าถ้าตอนนี้พวกเราไปเชิญเขาเข้าร่วม เขาจะเลือกกวาดล้างพวกเราทิ้งหรือว่าจะตอบตกลงเข้าร่วมกับพวกเราล่ะ"
"ฉันเองก็คิดว่าจางหยวนไม่มีทางเข้าร่วมกับหอคอยโกลาหลหรอก ในทางกลับกัน... เขาได้กลายมาเป็นศัตรูคู่อาฆาตของหอคอยโกลาหลไปแล้ว ความบาดหมางระหว่างพวกเรากับเขาไม่มีทางคลี่คลายลงได้ เพื่อหอคอยโกลาหลแล้ว พวกเราควรจะหาวิธีกำจัดเขาซะ"
"กำจัดจางหยวนงั้นเหรอ จากข้อมูลที่พวกเรามีอยู่ตอนนี้ ต่อให้จางหยวนจะไม่ใช่ราชันเทพโกลาหล แต่ข้างกายเขาก็มีราชันเทพโกลาหลอยู่คนหนึ่ง แล้วพวกเราจะไปกำจัดเขาได้ยังไง ข้อเสนอของฉันก็คือให้หอคอยโกลาหลหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวในความว่างเปล่า เลี่ยงการปะทะไปสักสองสามร้อยล้านปีก่อน ถึงตอนนั้นค่อยมาดูสถานการณ์กันอีกที"
"ฉันเองก็รู้สึกว่ามีแค่ทางเลือกในการเลี่ยงปะทะทางเดียวนี่แหละ สู้ไม่ได้ก็ต้องหลบ พวกเราไม่มีความจำเป็นต้องไปงัดกับราชันเทพโกลาหลหรอกนะ"
"เหอะ! ก็แค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนคนหนึ่งเท่านั้น พวกเรายังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าหมอนั่นเป็นราชันเทพโกลาหลจริงๆ หรือเปล่า นี่พวกแกถึงกับกลัวจนหัวหดเป็นนกกระจอกเทศกันไปหมดแล้วเหรอ ถ้าอย่างนั้นพวกแกจะเข้ามาเป็นสมาชิกหอคอยโกลาหลทำไมกัน"
บรรดาร่างเงาของเทพโกลาหลต่างพากันส่งเสียงถกเถียง บ้างก็เสนอให้ผูกมิตรกับจางหยวน บ้างก็เสนอให้สู้กับจางหยวนจนตัวตาย และก็มีบางคนที่เสนอให้ซ่อนตัวเป็นนกกระจอกเทศ ไม่มีใครสามารถโน้มน้าวใครได้เลย
เมื่อเจ้าหอคอยโกลาหลเห็นร่างเงาทั้งหมดกำลังเถียงกันวุ่นวาย สีหน้าของเขาก็ดูย่ำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด
หอคอยโกลาหลของพวกเขามีสมาชิกทั้งหมดแค่เก้าคน ทว่าผลจากการประเมินความแข็งแกร่งของจางหยวนผิดพลาดก็ทำให้พวกเขาสูญเสียสมาชิกไปถึงสองคนในคราวเดียว สำหรับหอคอยโกลาหลแล้ว นี่มันถือเป็นความเสียหายอย่างใหญ่หลวง!
ตามหลักแล้ว ตอนนี้หอคอยโกลาหลของพวกเขามีแค่สองทางเลือก คือไม่ผูกมิตรกับจางหยวนก็ต้องซ่อนตัว และไม่ควรจะไปสร้างความบาดหมางกับจางหยวนอีกเด็ดขาด
แต่ในสถานการณ์แบบนี้ ต่อให้พวกเขาจะไปแสดงความเป็นมิตรหรือเอ่ยปากขอโทษ ความเป็นไปได้ที่จางหยวนจะยอมยกโทษให้พวกเขาก็แทบจะเป็นศูนย์
ขอเพียงแค่จางหยวนมีอารมณ์ฉุนเฉียวอยู่บ้าง เขาก็ไม่มีทางให้อภัยหอคอยโกลาหลอย่างแน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเข้าร่วมกับหอคอยโกลาหลเลย
ในเมื่อไม่อาจผูกมิตรกับจางหยวนได้ ทางเลือกที่ดีที่สุดของพวกเขาก็คงจะเป็นการซ่อนตัว
ทว่าตอนนี้แผนการของหอคอยโกลาหลได้ดำเนินมาถึงช่วงเวลาสำคัญแล้ว หากพวกเขานำหอคอยโกลาหลหนีไปซ่อนตัวในความว่างเปล่า แผนการที่หอคอยโกลาหลอุตส่าห์วางหมากและเตรียมการมานานหลายปีก็จะต้องพังทลายลงไม่เป็นท่า
เมื่อเจ้าหอคอยโกลาหลคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในใจ จากนั้นจึงกระแทกคทาในมือลงกับพื้นแล้วเอ่ยเสียงเข้ม
"เงียบ!"
ความวุ่นวายภายในหอคอยโกลาหลสงบลงในพริบตา บรรดาร่างเงาของเทพโกลาหลต่างพากันหันไปมองเจ้าหอคอยโกลาหล
เจ้าหอคอยโกลาหลเอ่ยขึ้น
"ตามกฎเกณฑ์เดิมแล้ว ทิศทางการเคลื่อนไหวของหอคอยโกลาหลในครั้งนี้ควรจะใช้วิธีโหวตลงคะแนนเสียง ทว่าเนื่องจากสถานการณ์ในครั้งนี้ค่อนข้างพิเศษ ฉันจึงตัดสินใจว่าจะไม่มีการโหวตลงคะแนนเสียงอีกต่อไป หลังจากนี้ฉันจะเป็นคนประกาศทิศทางการเคลื่อนไหวของหอคอยโกลาหลเอง"
"อันดับแรก พวกเราจะส่งสมาชิกหนึ่งคนไปยังสวรรค์นอกมิติอีกครั้งเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ของหมายเลข 13 และพยายามเจรจากับจางหยวนเพื่อขอโทษพร้อมทั้งเสนอข้อชดเชย หากสามารถยุติเรื่องนี้ได้อย่างสันติ นั่นย่อมเป็นทางออกที่ดีที่สุด"
"หากจางหยวนไม่ยอมยุติเรื่องนี้อย่างสันติและยืนกรานที่จะหาเรื่องหอคอยโกลาหล หอคอยโกลาหลก็ไม่สามารถหนีไปซ่อนตัวในความว่างเปล่าได้ พวกเรามีเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้นคือต้องเผชิญหน้ากับจางหยวนต่อไป"
ทันทีที่เจ้าหอคอยโกลาหลพูดประโยคนี้จบ ภายในหอคอยก็เกิดเสียงอื้ออึงขึ้นมาทันที
"ท่านเจ้าหอคอย! ทางฝั่งจางหยวนมีพลังรบระดับราชันเทพโกลาหลอยู่นะ แล้วพวกเราจะไปสู้กับเขาได้ยังไง"
"ใช่! ทุกคนต่างก็เป็นเทพโกลาหลที่อยู่มานาน ผ่านโลกในจักรวาลมาตั้งเท่าไหร่ ก็น่าจะรู้ถึงช่องว่างระหว่างเทพโกลาหลกับราชันเทพโกลาหลดีนี่! ต่อให้พวกเรารุมเข้าไปพร้อมกันก็ใช่ว่าจะเป็นคู่มือของจางหยวนเสียหน่อย"
"ขืนไปสู้กับจางหยวนก็มีแต่ตายสถานเดียว! ในเมื่อท่านเจ้าหอคอยไม่ยอมเลี่ยงการปะทะ งั้นฉันก็คงต้องขอถอนตัวออกจากหอคอยโกลาหลแล้วล่ะ! ที่ฉันเข้าร่วมกับหอคอยโกลาหลก็เพื่อจะไขว่คว้าทรัพยากรให้มากขึ้น ไม่ใช่เพื่อเอาชีวิตไปทิ้งซะหน่อย"
"ฉันเองก็จะขอถอนตัวออกจากหอคอยโกลาหลเหมือนกัน!"
"เงียบเดี๋ยวนี้!!!"
เมื่อเจ้าหอคอยโกลาหลเห็นว่าสถานการณ์เริ่มบานปลาย เขาก็กระแทกคทาลงบนพื้นอย่างแรงอีกครั้งแล้วเอ่ยเสียงเข้ม
"ต่อให้จางหยวนจะเป็นราชันเทพโกลาหล หอคอยโกลาหลก็ไม่สามารถหนีไปซ่อนตัวในความว่างเปล่าได้ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับแผนการขั้นสุดท้ายของหอคอยโกลาหล พวกเราจะยอมประนีประนอมไม่ได้เด็ดขาด!"
เวลานั้น ร่างเงาของเทพโกลาหลร่างหนึ่งก็เอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
"ท่านเจ้าหอคอย พวกเราเข้าร่วมกับหอคอยโกลาหลมาตั้งนานแล้ว ท่านเอาแต่สั่งให้พวกเรารวบรวมพลังสูงสุด แต่กลับยังไม่เคยบอกพวกเราเลยว่าทำไมถึงต้องรวบรวมพลังสูงสุดมากมายขนาดนี้"
"เทพโกลาหลอย่างพวกเราแต่ละคนอย่างมากก็หลอมรวมพลังสูงสุดได้แค่เก้าชนิดเท่านั้น พลังสูงสุดที่เกินมาจากนั้นมันก็ไม่มีประโยชน์ไม่ใช่หรือไง"
"ตอนนี้ท่านไม่ยอมหลบซ่อนก็ช่างเถอะ แต่นี่ยังคิดจะสู้กับจางหยวนจนตัวตายอีก อย่างน้อยท่านก็ต้องมีเหตุผลมาอธิบายให้พวกเราฟังหน่อยสิ"
เมื่อร่างเงาของเทพโกลาหลร่างนั้นเอ่ยปาก ร่างเงาของเทพโกลาหลคนอื่นๆ ต่างก็พากันพยักหน้าเห็นด้วยอย่างพร้อมเพรียง เห็นได้ชัดว่าเทพโกลาหลที่เอ่ยถามคนนั้นได้ถามในสิ่งที่ทุกคน ณ ที่นี้อยากจะรู้
เจ้าหอคอยโกลาหลเอ่ย
"วางใจเถอะ หลังจากนี้ฉันจะบอกพวกนายให้รู้ถึงเป้าหมายสูงสุดที่ฉันก่อตั้งหอคอยโกลาหลขึ้นมา และฉันก็หวังว่าทุกคนจะเข้าใจว่าต่อให้จางหยวนเป็นราชันเทพโกลาหล พวกเราก็ใช่ว่าจะไม่มีทางสู้"
"รอให้ทุกคนฟังเรื่องที่ฉันกำลังจะพูดจบก่อนแล้วกัน จะอยู่หรือจะไป พวกนายค่อยตัดสินใจกันอีกที ฉันจะไม่เข้าไปก้าวก่ายเด็ดขาด"
เมื่อเจ้าหอคอยโกลาหลพูดประโยคนี้ออกมา ร่างเงาทั้งหมดก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้งเพื่อรอฟังสิ่งที่เจ้าหอคอยโกลาหลกำลังจะพูดต่อ
เจ้าหอคอยโกลาหลนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยปาก
"ทุกคนรู้หรือเปล่าว่า... อันที่จริงแล้วเทพโกลาหลไม่ได้มีแค่เก้าขั้นหรอกนะ"
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ใบหน้าของร่างเงาทั้งหมดก็เผยให้เห็นถึงความตกตะลึง!
สวรรค์นอกมิติ
จางหยวนสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับหอคอยโกลาหลจากหมายเลข 13 เพิ่มเติมอีกเล็กน้อย หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับหอคอยโกลาหลใหม่ทั้งหมดแล้ว เขาก็สั่งให้โจวเมิ่งเยวี่ยไปจัดแจงเรื่องงานให้หมายเลข 13 ส่วนตัวเองก็ไปรับตัวเวินฮุ่ยและหนิงไค่เหวินเก็บเข้าไปในน้ำเต้าหลอมสวรรค์เพื่อเตรียมตัวพาทั้งสองคนกลับโลก
หลังจากจัดการธุระเหล่านี้เสร็จสิ้น จางหยวนก็ได้รับข้อความจากฮวาเยวี่ย
โลกแห่งความฝันที่เตรียมไว้รับมือจู้โยวเสร็จสมบูรณ์แล้ว สามารถรวบแหได้เลย
[จบแล้ว]