- หน้าแรก
- ระบบบีบให้ผมเป็นเทพกระบี่ไร้พ่าย
- บทที่ 830 - ค่ายกลจูเซียนแห่งความโกลาหล
บทที่ 830 - ค่ายกลจูเซียนแห่งความโกลาหล
บทที่ 830 - ค่ายกลจูเซียนแห่งความโกลาหล
บทที่ 830 - ค่ายกลจูเซียนแห่งความโกลาหล
ณ ก้นบึ้งของคุกพฤกษา เหลือเพียงจางหยวนและพัสดีที่จ้องตากันปริบๆ นิ่งเงียบไม่ไหวติง ราวกับกำลังเล่นเกมเออีไอโอยูหยุด
แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ พัสดีไม่กล้าขยับเพราะความหวาดกลัวที่จางหยวนแผ่ออกมา ส่วนจางหยวนไม่กล้าขยับเพราะกลัวว่าจะทำมิติเวลาที่เก้าพังครืนลงมา
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป พลังอันแข็งแกร่งที่ก่อตัวขึ้นจากความโกลาหลภายในร่างกายของจางหยวนมีแต่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น และความเร็วในการเรียนรู้วิธีควบคุมพลังเหล่านั้นของจางหยวน ก็ไม่สามารถไล่ตามความเร็วในการขยายตัวของพลังโกลาหลในร่างกายได้ทันเลยแม้แต่น้อย
ไม่นานนัก การควบคุมพลังอำนาจแห่งการทำลายล้างเหล่านั้นของจางหยวนก็มาถึงขีดจำกัด พลังงานปริมาณน้อยนิดเริ่มแผ่ซ่านออกจากร่างกายของเขาในรูปแบบของพลังงานความร้อน
แรงกดดันที่พัสดีต้องแบกรับทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ร่างกายของเขาเริ่มมีเลือดไหลทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด จิตวิญญาณก็เริ่มปริแตกและเข้าสู่สภาวะพังทลาย
ถึงตอนนี้พัสดีแทบจะเสียสติอยู่แล้ว เขารู้สึกเสียใจแทบขาดใจที่ตอนเช้าก่อนออกจากบ้านไม่ได้ดูฤกษ์ดูยามให้ดีก่อน
ก่อนที่จะมาพบกับจางหยวน เขามั่นใจในตัวเองมาตลอดว่าถึงจะไม่ใช่ยอดฝีมืออันดับหนึ่งในจักรวาล แต่นับประสาอะไรเขาก็จัดอยู่ในกลุ่มผู้แข็งแกร่งแนวหน้า ขอเพียงไม่ไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนกับบรรดาปรมาจารย์ของขุมกำลังใหญ่ๆ เขาก็สามารถเดินกร่างไปทั่วจักรวาลได้อย่างไร้กังวล
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า จะมีวันที่ตัวเองต้องมาตายอนาถเพียงเพราะทนรับกลิ่นอายที่แผ่ออกมาโดยไม่ตั้งใจของคนอื่นไม่ได้แบบนี้
พัสดีเริ่มทำใจยอมรับชะตากรรม เขาเอ่ยปากบอกจางหยวน "เทพหยวน วันนี้ผมคงไม่รอดแล้วแน่ๆ ถ้าท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ รบกวนท่านไปที่เขตชั้นใน โซนที่ 18 ถนนหมิงซิ่ง บ้านเลขที่ 1008 แล้วบอกแม่ผมที ว่าผมไม่ใช่ไอ้ขี้ขลาด... พรวด!"
ยังพูดไม่ทันจบประโยค พัสดีก็กระอักเลือดสีดำก้อนใหญ่ออกมา อวัยวะภายในแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี ลมหายใจรวยรินดิ่งลงสู่จุดต่ำสุด
จางหยวนทอดสายตามองสภาพอันน่าเวทนาของพัสดีแล้วก็ถอนหายใจยาวออกมา ก่อนจะเอ่ยปาก "ช่างเถอะ คราวนี้ฉันขอยอมแพ้ ขืนพึ่งพาแค่ความเร็วในการเรียนรู้ของฉันเอง คงไม่มีทางไล่ตามการขยายตัวของพลังในร่างกายได้ทันแน่ พัสดี... นายชื่ออะไรนะ"
พัสดีที่ดวงตาแดงก่ำไปด้วยเลือดหลงคิดว่าจางหยวนใจอ่อนแล้ว นัยน์ตาของเขาทอประกายแห่งความหวังขึ้นมาทันที เขารีบตอบเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น "ทะ เทพหยวน ผมชื่อลีโอโปลด์ครับ"
"ลีโอโปลด์..."
จางหยวนทวนชื่อของพัสดีเบาๆ จากนั้นก็เรียกกระบี่เซวียนหยวนออกมาถือไว้ในมือ ชี้ปลายกระบี่ไปทางพัสดีแล้วเอ่ยเสียงเรียบ "ลีโอโปลด์ ถ้าอยากรอดตายก็ทุ่มสุดตัวโจมตีเข้ามาหาฉันซะ เอาชะตากรรมของนายกับจักรวาล ไปแขวนไว้กับดวงก็แล้วกัน"
ประกายความหวังในดวงตาของลีโอโปลด์แปรเปลี่ยนเป็นความงุนงงทันที
ผมเนี่ยนะ
ให้โจมตีใส่ท่านเนี่ยนะ
ลีโอโปลด์นึกว่าตัวเองหูฝาด เขารีบฝืนปั้นรอยยิ้มอัปลักษณ์บนใบหน้าแล้วพูดกับจางหยวน "เทพหยวน ถึงผมจะบอกว่าตัวเองไม่ใช่ไอ้ขี้ขลาด แต่ผมก็รู้จักประมาณตนนะครับ ผมจะกล้าลงมือกับท่านได้ยังไง ท่านก็อารมณ์ขันเกินไปแล้ว"
จางหยวนเอ่ยต่อ "พิจารณาจากอัตราการเล็ดลอดของพลังงานในร่างกายฉัน อย่างมากไม่เกิน 10 วินาที นายก็จะตัวระเบิดตาย จะนั่งรอความตายอยู่เฉยๆ หรือจะทุ่มสุดตัวพุ่งเข้ามาฆ่าฉันเพื่อไขว่คว้าโอกาสรอดชีวิตอันน้อยนิด เลือกเอาเองก็แล้วกัน"
เมื่อได้ยินคำพูดของจางหยวน ลีโอโปลด์ก็สะดุ้งเฮือก เขารีบเรียกคทาประดับอัญมณีของตัวเองออกมาทันที กัดฟันแน่น "เทพหยวน ถ้างั้นผมคงต้องล่วงเกินแล้ว"
ลีโอโปลด์ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาฝืนทนต่อแรงกดดันมหาศาล ร่ายเวทมนตร์ด้วยความเร็วแสง ห้วงมิติรอบตัวจางหยวนเกิดการบิดเบี้ยวเล็กน้อย!
"ฉีกกระชากแรงโน้มถ่วง!"
ลีโอโปลด์ทุ่มพลังทั้งหมดที่มีในชีวิต บิดเบือนห้วงมิติรอบตัวจางหยวน หวังจะใช้แรงโน้มถ่วงฉีกร่างของจางหยวนให้ขาดสะบั้น!
ทว่าทันทีที่แรงโน้มถ่วงของลีโอโปลด์สัมผัสกับตัวจางหยวน มันก็สลายหายไปในพริบตา ลีโอโปลด์เองก็โดนพลังสะท้อนกลับอย่างรุนแรงแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน ร่างของเขาลอยละลิ่วกระเด็นไปกระแทกกำแพงจนยุบลงไป เป็นตายร้ายดีไม่อาจทราบได้
จางหยวนไม่ได้สนใจความเป็นตายของลีโอโปลด์ เขากำกระบี่เซวียนหยวนในมือแน่น จ้องมองดูความโกลาหลภายในร่างกายของตนเขม็ง พึมพำกับตัวเอง "แบบนี้น่าจะนับว่าเข้าสู่สถานะการต่อสู้แล้ว เทพกระบี่แห่งโชควาสนาก็น่าจะทำงานแล้วใช่ไหม"
นี่คือไพ่ตายใบสุดท้ายของจางหยวนแล้ว ถ้ายังไม่สำเร็จอีก เขาก็ทำได้แค่เทเลพอร์ตไปยังมิติเวลาที่ 9077 ปล่อยให้มิติเวลาที่ 9077 เป็นผู้รับเคราะห์แบกรับพลังของเขาไป จนกว่าเขาจะเรียนรู้วิธีควบคุมพลังที่ขยายตัวอย่างบ้าคลั่งนี้ได้สำเร็จ
ถึงแม้วิธีนี้จะไม่ยุติธรรมกับสิ่งมีชีวิตในมิติเวลาที่ 9077 เลยสักนิด แต่นี่เป็นวิธีเดียวที่เขาคิดออกเพื่อปกป้องมิติเวลาที่เก้าแห่งนี้
เวลาผ่านไปหลายวินาที ความเร็วในการก่อตัวของพลังโกลาหลภายในร่างของจางหยวนไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลยแม้แต่น้อย พลังงานที่เล็ดลอดออกมาจากร่างของจางหยวนยิ่งมายิ่งมาก ส่งผลให้ห้วงมิติภายในค่ายกลกระบี่เกิดการยุบตัวลง กำแพงมิติเวลาที่ปกป้องมิติเวลาที่เก้าอยู่ด้านนอกก็เริ่มปริแตกและหลุดร่วงลงมา
"ดูเหมือนเทพกระบี่แห่งโชควาสนาก็ช่วยอะไรไม่ได้แฮะ"
จางหยวนถอนหายใจยาว เตรียมตัวเทเลพอร์ตไปยังมิติเวลาที่ 9077 เพื่อยุติเรื่องบ้าๆ พวกนี้เสียที ทว่าจู่ๆ เศษซากหุ่นกระบอกที่หล่นกระจายเกลื่อนพื้นก็ขยับเขยื้อน มันประกอบร่างกลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างน่าอัศจรรย์
วิถีสวรรค์แห่งโลกเชื่อมต่อกับหุ่นกระบอกตัวนั้นได้อีกครั้ง และเปิดฉากด่าทอจางหยวนทันที "ไอ้ลูกล้างลูกผลาญ สมบัติลับมิติเวลานั่นไม่ใช่ของฉันนะ แกชิงมันไปแล้วฉันจะเอาอะไรไปอธิบายกับคนอื่นเขาล่ะ"
"ไอ้หนู เอาสมบัติลับมิติเวลาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ"
สิ้นเสียงของวิถีสวรรค์แห่งโลก หุ่นกระบอกที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดก็กลายร่างเป็นทงเทียนในพริบตา มันประสานอินด้วยมือเดียว ปากท่องคาถาขมุบขมิบ พลังปราณรอบด้านปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!
พลังแห่งวิถีสวรรค์พวยพุ่งออกจากร่างหุ่นกระบอก ก่อตัวเป็นเงาร่างของกระบี่จูเซียนทั้งสี่เล่มลอยอยู่ทั้งสี่ทิศรอบตัวจางหยวน ปราณกระบี่ที่แผ่ออกมาจากเงากระบี่ทั้งสี่พุ่งขึ้นไปรวมตัวกันเหนือหัวจางหยวน ก่อกำเนิดเป็นค่ายกลกระบี่ขนาดยักษ์!
"ทงเทียนอยู่นี่ ค่ายกลกระบี่จูเซียนก่อเกิดแล้ว กระบี่ทั้งสี่ยังไม่รีบคืนสู่ตำแหน่งอีก"
วิถีสวรรค์แห่งโลกตวาดลั่น ประกายกระบี่สี่สายสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความโกลาหลในร่างของจางหยวน กระบี่จูเซียนทั้งสี่เล่มพุ่งทะยานออกจากความโกลาหลนั้น หลุดพ้นจากร่างของจางหยวน และพุ่งไปประจำตำแหน่งทั้งสี่ทิศรอบตัวเขา
ปลายกระบี่ชี้ไปทางใด ห้วงมิติ ณ แห่งหนนั้นก็ปริแตกเป็นเสี่ยงๆ!
เมื่อวิถีสวรรค์แห่งโลกสร้างค่ายกลกระบี่เสร็จสิ้น ก็หัวเราะเยาะใส่จางหยวน "ไอ้เด็กบ้า ต่อให้กระบี่จูเซียนทั้งสี่เล่มจะยอมรับแกเป็นนายแล้วยังไงล่ะ กระบี่พวกนั้นฉันเป็นคนใช้พลังวิถีสวรรค์ให้กำเนิดมันขึ้นมา ฉันก็สั่งการพวกมันได้เหมือนกันนั่นแหละ"
"ไอ้หนู ค่ายกลกระบี่จูเซียนคือค่ายกลสังหารอันดับหนึ่ง ตอนนี้ยังควบคุมโดยศาสตราเทพโกลาหลทั้งสี่เล่ม อานุภาพของมันถึงขั้นสามารถสังหารราชันเทพโกลาหลได้เลย แกกลัวหรือยังล่ะ"
ในขณะที่วิถีสวรรค์แห่งโลกกำลังข่มขู่จางหยวนอยู่นั้น จางหยวนกลับเทเลพอร์ตไปโผล่ตรงหน้าวิถีสวรรค์แห่งโลก สวมกอดอีกฝ่ายไว้แน่นพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ท่านประมุข! ต้องเป็นท่านจริงๆ ด้วย! ฮีโร่ผู้กอบกู้มิติเวลาที่เก้า!"
วิถีสวรรค์แห่งโลก "?"
และในตอนนั้นเอง หน้าจอสถานะของจางหยวนก็มีข้อความใหม่เด้งขึ้นมา
[ช่วยเหลือทงเทียนสำเร็จ ภารกิจลับของระบบเสร็จสิ้น]
[ได้รับผังค่ายกลจูเซียน!]
[จูเซียน เซี่ยนเซียน ลู่เซียน และเจวี๋ยเซียนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือทงเทียน บรรลุเป้าหมายลับ ผังค่ายกลจูเซียนได้รับการยกระดับเป็นค่ายกลจูเซียนแห่งความโกลาหล และท่านได้เรียนรู้โดยไม่มีเงื่อนไข]
[ค่ายกลจูเซียนแห่งความโกลาหล: ใช้ร่างกายตนเองเป็นค่ายกล ปิดผนึกสรรพสิ่ง เป็นผู้ควบคุมบัญชาการสังหารแห่งวิถีสวรรค์!]
ทันทีที่ได้รับรางวัลภารกิจจากระบบ อักขระสีทองบนชุดคลุมสีดำของหุ่นกระบอกก็ย้ายไปประทับอยู่บนร่างของจางหยวน ค่ายกลกระบี่จูเซียนที่วิถีสวรรค์แห่งโลกสร้างขึ้นหดตัวกลับอย่างรวดเร็ว และดึงเอากระบี่จูเซียนทั้งสี่เล่มพุ่งกลับเข้าไปในร่างกายของจางหยวน
ค่ายกลจูเซียนแห่งความโกลาหลอันงดงามตระการตาก่อตัวขึ้นภายในร่างกายของจางหยวน ทำหน้าที่ปิดผนึกพลังโกลาหลเหล่านั้นเอาไว้ในค่ายกลกระบี่
พลังโกลาหลที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของจางหยวนสลายหายไปจนหมดสิ้น มิติเวลาที่เก้าซึ่งเคยสั่นคลอนอย่างหนัก ได้กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง
[จบแล้ว]