เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 ต้าหูตกอยู่ในอันตราย!

บทที่ 13 ต้าหูตกอยู่ในอันตราย!

บทที่ 13 ต้าหูตกอยู่ในอันตราย!


บทที่ 13 ต้าหูตกอยู่ในอันตราย!

“ศิษย์พี่รอง ตอนนี้พลังยุทธ์ของท่านไปถึงขั้นไหนแล้วหรือ? ท่านช่วยบอกข้าได้ไหม? ถ้าหากท่านไม่สะดวกก็ถือซะว่าข้าไม่ได้ถามก็ได้ขอรับ” ระหว่างทางเจียงฮ่าวได้ถามศิษย์พี่รอง

ศิษย์พี่รองเหวินเซียงเป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างกำยำและหน้าตาธรรมดา

แต่ถึงอย่างนั้น ศิษย์พี่รองก็มีจิตใจดี มีอารมณ์ขัน ซึ่งในบรรดาศิษย์ชั้นในของสำนักฝึกวิชา เจียงฮ่าวสนิทกับที่สุดกับเหวินเซียงมากที่สุด

เหวินเซียงมองเจียงฮ่าวแล้วยิ้ม “ไม่มีอะไรที่ข้าบอกไม่ได้หรอก ตอนนี้ข้าอยู่ในขอบเขตพลังหยินขั้นสูงสุดแล้วล่ะ”

“ขอบเขตพลังหยินขั้นสูงสุดงั้นหรือ? นั่นก็เกือบจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตพลังแปลงสภาพแล้วนี่ขอรับ หากท่านได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตพลังแปลงสภาพ ศิษย์พี่รองก็สามารถเข้าสำนักหวงเทียนเป็นศิษย์ชั้นในได้เลยไม่ใช่หรือ?”

“มันจะง่ายขนาดนั้นได้อย่างไรกัน? จากขอบเขตพลังหยินขั้นสูงสุดก้าวไปสู่ขอบเขตพลังแปลงสภาพนั้นยากมาก แม้ว่าจะไปถึงขอบเขตพลังแปลงสภาพแล้ว ข้าก็ยังไม่สามารถเป็นศิษย์ชั้นในของสำนักหวงเทียนได้ การจะได้เป็นศิษย์ชั้นในของสำนักหวงเทียนนั้นต้องมีอายุต้องไม่เกินสามสิบปี แต่ตอนนี้ข้าอายุเกินกว่าสามสิบไปแล้ว”

เจียงฮ่าวงุนงงเล็กน้อย ศิษย์พี่รองอายุเกินสามสิบแล้วหรือ?

เจียงฮ่าวรู้แค่ว่าศิษย์พี่รองยังไม่ได้แต่งงาน แต่การที่เป็นนักศิลปะการต่อสู้ อายุสามสิบปีก็ถือว่ามากแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของศิษย์พี่รอง ดังนั้นเจียงฮ่าวจึงไม่ก้าวล่วงที่จะถาม

หลังจากนั้น ทั้งสองได้เดินทางมาถึงเขาเฟยอิง ซึ่งต้าหูดูตื่นเต้นมากที่ได้กลับมาที่เขาเฟยอิงอีกครั้ง ดังนั้นมันส่งเสียงคำรามออกมาเบาๆ

เจียงฮ่าวลูบหัวต้าหูแล้วปลอบว่า “ใจเย็นๆก่อนนะ อีกเดี๋ยวข้าจะหาอะไรให้เจ้าทำเอง”

ต้าหูสงบลง หลังจากนั้นเจียงฮ่าวได้กระโดดลงจากหลังต้าหู

หลังจากนี้ต้าหูจะต้องล่าสัตว์ ดังนั้นการที่เขาอยู่บนหลังต้าหูมันจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของมันมาก

เหวินเซียงผูกม้าเอาไว้ที่นอกป่า หลังจากนั้นทั้งสองคนกับเสือหนึ่งตัวก็เข้าไปสู่เขาเฟยอิง

“ต้าหู ออกไปล่าเหยื่อของเจ้าซะแล้วพวกข้าจะตามเจ้าไปเอง” เจียงฮ่าวพูดกับต้าหู

ต้าหูคำรามออกมาด้วยความตื่นเต้นแล้วกระโจนไปข้างหน้า มันมุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของเขาเฟยอิงอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้เจียงฮ่าวมีพลังเลือดปราณเต็มเปี่ยมและมีพละกำลังที่น่ากลัวยิ่งกว่าต้าหู ดังนั้นเขาจึงตามหลังต้าหูไปได้ติดๆ

ส่วนศิษย์พี่รองเหวินเซียงนั้นไม่ต้องพูดถึง ไม่ว่าต้าหูจะวิ่งเร็วแค่ไหนเธอก็ตามทันอย่างง่ายดาย

ในที่สุดต้าหูก็ค่อยๆหยุดลง ดวงตาของมันกำลังจ้องไปที่กวางตัวหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป

ต้าหูค่อยๆย่องเข้าไปใกล้กวางอย่างเงียบเชียบ

เวลาล่าที่เสือออกล่าเหยื่อมันจะระมัดระวังมาก หากไม่คิดจะลงมือมันก็จะถอย แต่เมื่อมันลงมือเหยื่อของมันต้องตายสถานเดียวเท่านั้น!

เจียงฮ่าวจ้องมองต้าหูอย่างตั้งใจโดยการมองดูทุกการเคลื่อนไหวของมัน ในหัวของเขาค่อยๆปรากฏภาพต่างๆของ “รูปลักษณ์ของเสือ” ขึ้นมาและดูเหมือนจะเริ่มซ้อนทับกับต้าหูในทันที

เพราะเจียงฮ่าวได้เข้าใจรูปลักษณ์ของเสือมา เพียงแต่ขาดโอกาสและแรงบันดาลใจบางอย่างเท่านั้นจึงไม่สามารถทำให้วิชาหมัดพยัคฆ์ไปถึงระดับเชี่ยวชาญขั้นสูงได้

แต่เนื่องจากมีต้าหูให้เฝ้าสังเกตทุกวัน และตอนนี้ได้เห็น “การล่าเหยื่อของจริง” ดังนั้นแรงบันดาลใจในหัวของเจียงฮ่าวก็พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างล้นเปี่ยม

ในไม่ช้าต้าหูก็เริ่มลงมือ ถึงแม้ว่าต้าหูจะอ้วนขึ้นบ้างแต่ท่วงท่าของมันก็ยังคงคล่องแคล่วว่องไว

เพียงแค่พุ่งเข้าใส่ กวางก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกและไม่สามารถหลบได้ก่อนที่จะถูกต้าหูตะปบลงทันทีและกัดเข้าที่คอของกวางตัวนั้นอย่างรวดเร็ว

กวางตัวนั้นดิ้นทุรนทุรายอย่างรุนแรง

ไม่นานหลังจากนั้น กวางตัวนั้นก็ตายลง!

กวางตัวใหญ่ขนาดนี้ถูกต้าหูฆ่าตายได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วมาก

การโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียวก็สังหารกวางตัวใหญ่ได้แล้ว!

ซึ่งนี่ก็คือวิธีการล่าเหยื่อของเสือโคร่ง

แรงบันดาลใจในหัวของเจียงฮ่าวพุ่งพล่านอย่างมาก และเนื่องจากตอนนี้ความเข้าใจของเขาเกินกว่า 4 แล้ว ดังนั้นการทำความเข้าใจจึงลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

“วิชาหมัดพยัคฆ์ระดับเชี่ยวชาญเล็กน้อยเป็นเพียงการเข้าใจ ‘รูปลักษณ์ของเสือ’ ในเบื้องต้นเท่านั้น แต่ยังไม่ใช่เสือโคร่งที่แท้จริง เสือโคร่งที่ออกล่าเหยื่อค่อยๆเข้าไปใกล้ทีละก้าว เมื่อลงมือก็จะใช้พลังทั้งหมดเพื่อโจมตีจุดตายโดยตรง...”

เจียงฮ่าวเริ่มเข้าใจอย่างกระจ่างแจ้ง

แรงบันดาลใจผุดขึ้นมาในหัวของเขาและทำให้เขาเริ่มเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เขาสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าความเข้าใจ “รูปลักษณ์ของเสือ” ของเขากำลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ซึ่งนี่ก็แสดงให้เห็นว่าการมาที่เขาเฟยอิงครั้งนี้ของเขาถูกต้องแล้ว

แค่เฝ้าสังเกตต้าหูในระยะใกล้ทุกวันยังไม่เพียงพอ เขาจะต้องดูให้ดีด้วยว่าต้าหูล่าเหยื่ออย่างไร และเพียงเท่านี้วิชาหมัดพยัคฆ์ของเจียงฮ่าวก็จะถึงไปถึงระดับเชี่ยวชาญขั้นสูงได้

ต้าหูลากกวางมาหาเจียงฮ่าวราวกับว่าจะมาขอรางวัล

เจียงฮ่าวยิ้มแล้วพูดว่า “ศิษย์พี่รอง ท่านหิวแล้วหรือยัง? ดูเหมือนว่าวันนี้พวกเราจะได้กินกวางนะ”

“ถึงแม้ว่าต้าหูจะอ้วนขึ้นบ้างแต่ฝีมือก็ยังไม่ตก ยอดเยี่ยมากต้าหู”

ศิษย์พี่รองเหวินเซียงพยักหน้า

ทั้งสองคนเริ่มตัดเนื้อกวางส่วนหนึ่งออกมาแล้วเริ่มย่าง ส่วนเนื้อที่เหลือเจียงฮ่าวยกให้ต้าหูทั้งหมด

“ศิษย์พี่รอง ท่านเองก็ฝึกวิชาหมัดพยัคฆ์เหมือนกันใช่ไหมขอรับ?”

“ใช่แล้วล่ะ”

“แล้ววิชาหมัดพยัคฆ์ของศิษย์พี่รองไปถึงระดับเชี่ยวชาญขั้นสูงแล้วหรือยังขอรับ?”

เหวินเซียงกัดเนื้อกวางคำใหญ่และพูดออกมาขณะที่เคี้ยวว่า “แค่ระดับเชี่ยวชาญเล็กน้อยเท่านั้น”

“ระดับเชี่ยวชาญเล็กน้อยหรือขอรับ? อย่างนั้นการได้เห็นต้าหูล่าเหยื่อก็น่าจะทำให้ศิษย์พี่รองเข้าใจอะไรขึ้นได้บ้างแล้ว พวกเราลองแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันดูไหมขอรับ? เมื่อกี้หลังจากที่ข้าเห็นต้าหูล่าเหยื่อ แรงบันดาลใจก็พุ่งพล่านขึ้นมาในหัวจนทำให้ข้าเข้าใจ ‘รูปลักษณ์ของเสือ’ ได้มากขึ้นเลยล่ะขอรับ...”

เจียงฮ่าวพูดถึงความเข้าใจเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของเสืออย่างไม่หยุด แต่เขาไม่ได้สังเกตเห็นแววตาที่ว่างเปล่าของศิษย์พี่รองเหวินเซียงเลยสักนิดเดียว

“อะไรของเจ้า?”

“นี่เจ้าเข้าใจอะไรของเจ้ากัน?

เหวินเซียงคิดในใจ เพราะหลังจากที่เห็นการล่าเหยื่อของต้าหูตั้งแต่ต้นจนจบ เธอก็เห็นแค่ว่าเสือตัวหนึ่งกำลังออกล่าเหยื่อเท่านั้น

หากเธอลงมือเอง เธอคงทำได้ดีกว่าเสือเยอะ ส่วนเรื่องการเข้าใจนั้นจะมีใครบ้างที่เพียงแค่เห็นเสือล่าเหยื่อแล้วจะเกิดความคิดได้อย่างรวดเร็ว?

เห็นเจียงฮ่าวตื่นเต้นและดีใจอย่างมากในขณะที่เหวินเซียงกลับรู้สึกสับสน

เจียงฮ่าวที่ทำเพียงมองเสือตัวใหญ่ออกล่าเหยื่อก็เข้าใจวิชาหมัดพยัคฆ์มากยิ่งขึ้น

นี่คือความสามารถของผู้ที่เป็นอัจฉริยะโดยแท้จริง!

ส่วนเหวินเซียงนั้นเงียบไปหลังจากที่ฟังเจียงฮ่าว

อาจารย์ให้เธอมาดูแลเจียงฮ่าวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขา

ไม่ได้บอกให้เธอมาฝึกวิชาหมัดพยัคฆ์ด้วยซักหน่อย

คนที่ดูเสือล่าเหยื่อแล้วเข้าใจวิชาหมัดพยัคฆ์ได้นั้นต้องไม่ใช่คนธรรมดา

ก่อนหน้านี้เหวินเซียงนั้นยังไม่เข้าใจว่าคำว่า "อัจฉริยะ" ของเจียงฮ่าวมันพิเศษยังไง

แต่ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว

เหวินเซียงได้แต่แทะเนื้อกวางเงียบๆและไม่ตอบคำถามที่เจียงฮ่าวถามเพื่อ "แลกเปลี่ยนความเข้าใจ"

"โฮก..."

ต้าหยูคำรามเบาๆ

น้ำเสียงของมันมีความหงุดหงิดเล็กน้อย

"ศิษย์น้อง เสือของเจ้าเป็นอะไรไปงั้นรึ?"

เหวินเซียงถามด้วยความสงสัย

เธอรู้ว่าเสือตัวนี้มีสิตปัญญาที่เหมือนกับมนุษย์ แต่ก็มีแค่เจียงฮ่าวเท่านั้นที่เข้าใจมัน

เจียงฮ่าวพูดออกมาอย่างเขินๆว่า "มันแค่อยากออกไปปล่อยปัสสาวะเพื่อกำหนดอาณาเขตของมันเท่านั้นเองขอรับ"

เหวินเซียงจึงเข้าใจใจทันที

ถึงต้าหูจะมีสายเลือดของปีศาจเสือ แต่มันก็ยังไม่ใช่ปีศาจเสือเต็มตัวและยังคงมีสัญชาตญาณบางอย่างของสัตว์ป่าอยู่

การปล่อยปัสสาวะเพื่อกำหนดอาณาเขตเองก็เป็นหนึ่งในสัญชาตญาณของเสือ

การได้กลับมาป่าอีกครั้ง ต้าหูจึงถูกสัญชาตญาณครอบงำและอยากกำหนดอาณาเขตของมัน

"ปล่อยมันไปเถอะ ตอนนี้มันอาจจะยังเอาชนะสัญชาตญาณของตัวเองไม่ได้"

เหวินเซียงพูด

เจียงฮ่าวพยักหน้าตอบกลับ

"ต้าหู ไปแล้วรีบกลับล่ะ"

เจียงฮ่าวลูบหัวต้าหูเบาๆก่อนต้าหูจะทะยานออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อกำหนดอาณาเขตของตนในป่า

ทันทีที่ต้าหูพุ่งเข้าไปในป่ามันก็เริ่มรู้สึกได้ถึงอิสรภาพ

ถึงแม้ในจวนเจียงจะมีเนื้อให้กินทุกวัน แต่มันก็ยังคงเป็นจ้าวแห่งสรรพสัตว์ซึ่งป่านี้ก็เปรียบเสมือนคือบ้านของมัน

นอกจากนี้ อาณาเขตของของเสือนั้นยังกว้างใหญ่มาก

ดังนั้น ต้าหูจึงปล่อยปัสสาวะเอาไว้ตามแนวเขตแดนและเริ่มเดินไปทั่ว

สัตว์ป่าตัวไหนที่บังอาจล้ำอาณาเขตเข้ามาจะต้องถูกมันขับไล่หรือฆ่าทิ้ง

ทันใดนั้น ต้าหูก็ได้กลิ่นที่คุ้นเคย

มันเป็นกลิ่นของสัตว์ป่าตัวอื่น

ต้าหูเดินตามกลิ่นนั้นไปและได้พบกับหมูป่าตัวหนึ่ง

หมูป่าตัวนี้ตัวใหญ่มาก

มันกำลังวิ่งพล่านไปทั่วอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนใจอาณาเขตที่ต้าหูปัสสาวะทิ้งเอาไว้เลยแม้แต่น้อย

ดังนั้นต้าหูจึงโกรธมาก

มันคือจ้าวแห่งสรรพสัตว์และที่นี่คืออาณาเขตของมัน มันจะยอมให้หมูป่าตัวเดียวมาลบหลู่ศักดิ์ศรีของมันได้อย่างไร

ดังนั้น ต้าหูจึงค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ๆหมูป่าตัวใหญ่นั้น

"ฟิ้ววว"

ในพริบตาต้าหูก็พุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว ถึงแม้หมูป่าจะแข็งแกร่งมากและแรงปะทะของมันก็รุนแรงไม่แพ้กับแรงของเสือ

แต่ต้าหูนั้นว่องไวกว่ามาก

หมูป่าพยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่ก็ถูกกรงเล็บของต้าหูข่วนจนเป็นแผลเหวอะหวะ

เมื่อเห็นต้าหู หมูป่าที่เริ่มรู้สึกกลัวจึงส่งเสียง "ฮึดฮัด" ออกมาและถอยหลังไป

ต้าหูค่อยๆเขยิบเข้าไปใกล้แล้วพุ่งเข้าใส่อีกครั้งและงับปากของหมูป่าเอาไว้แน่น

หมูป่าในตอนนี้พยายามดิ้นรนสุดชีวิต

ในตอนนี้ มีสัตว์ป่าสองตัวกำลังตะลุมบอนกันและกลิ้งไปมาบนพื้น

หมูป่าตัวนี้แรงเยอะมากจริงๆเพราะมันสะบัดตัวเองให้หลุดจากการเข้าฟัดของต้าหูได้

ต้าหูเองก็โดนหมูป่าชนจนกระเด็นแต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก

ทันใดนั้น หมูป่าก็เริ่มวิ่งหนีส่วนต้าหูก็วิ่งไล่ล่าตามไปติดๆ

หมูป่าตัวนั้นได้รับบาดเจ็บจึงทำให้เลือดไหลออกมาจากแผลอย่างต่อเนื่อง

ต้าหูยังคงไล่ตามหมูป่าไปอย่างไม่ลดละ และเมื่อเวลาผ่านไปหมูป่าตัวนั้นก็เริ่มวิ่งไม่ไหว

"ฉึก"

ในที่สุด ต้าหูก็งับเข้าที่คอหมูป่าจนเป็นบาดแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่

เลือดของหมูป่าพุ่งกระฉูดขณะที่หมูป่านั้นร้องครวญครางแล้วล้มตัวลงกับพื้น

"ตรงนี้ไงเร็วเข้า!"

นักศิลปะการต่อสู้หนุ่มหลายคนพุ่งออกมาจากป่าและได้เห็นหมูป่ากับเสือโคร่งตัวใหญ่ที่กำลังนอนฟัดกันอยู่บนพื้น

"แย่แล้ว หมูป่ากำลังจะตายแล้ว!"

"ถึงแม้ว่าหมูป่าตัวนี้จะมีสายเลือดปีศาจ แต่ตามภารกิจจะต้องจับมันทั้งเป็นเท่านั้น"

"หืม? เสือตัวนี้ก็ไม่ธรรมดานี่ มันเองก็มีสายเลือดปีศาจเหมือนกัน!"

"ในเมื่อหมูป่ากำลังจะตาย พวกเราก็จับเสือตัวนี้แทนเถอะ!"

นักศิลปะการต่อสู้ทั้งสามคนค่อยๆเดินเข้าหาเสือโคร่งตัวนั้น

ต้าหูในตอนนี้เริ่มรู้สึกได้ถึงอันตรายบางอย่างโดยรอบ

มันค่อยๆถอยหลังไปเรื่อยๆ

"ตอนนี้ล่ะ!"

นักศิลปะการต่อสู้ทั้งสามเริ่มลงมืออย่างพร้อมเพรียงกันทันที

พวกเขาพุ่งเข้าใส่ต้าหูอย่างรวดเร็ว

ต้าหูยกอุ้งเท้าขึ้นและตบเข้าใส่นักศิลปะการต่อสู้คนหนึ่ง

แต่นักศิลปะการต่อสู้คนนั้นเร็วกว่า เขาคว้าอุ้งเท้าของต้าหูเอาไว้ได้ด้วยมือเปล่าแล้วออกแรงยกขึ้นพร้อมกับตะโกน "ย้ากก"

นักศิลปะการต่อสู้ยกต้าหูขึ้นแล้วเหวี่ยงลงกับพื้นอย่างรุนแรง

"ตู้มมม"

ต้าหูถึงกับมึนเพราะถูกเหวี่ยงลงกับพื้นอย่างรุนแรงทันที

นักศิลปะการต่อสู้ทั้งสามกระโดดขึ้นไปทับร่างของต้าหูซึ่งทำให้ต้าหูไม่สามารถขยับตัวได้

เห็นได้ชัดว่า นักศิลปะการต่อสู้ทั้งสามคนนั้นมีพลังยุทธ์อยู่ในขอบเขตพลังภายใน ดังนั้นพลังของพวกเขาจึงแข็งแกร่งมาก

"จับได้แล้ว รีบมัดมันเร็วเข้า"

ทั้งสามคนรีบเอาเชือกออกมาเพื่อเตรียมมัดต้าหู

"พวกเจ้าทำอะไรกันน่ะ ปล่อยต้าหูเดี๋ยวนี้นะ!"

ทันใดนั้น เจียงฮ่าวก็มาถึง

จริงๆแล้วเจียงฮ่าวก็ตามหาต้าหูอยู่พักใหญ่แล้ว

เขาถึงกับคิดว่าต้าหูคงจะหนีไปแล้วด้วยซ้ำ

แต่สิ่งที่ได้เห็นก็คือดันมีคนมาจับมันไปเสียอย่างนั้น

เจียงฮ่าวทั้งตกใจทั้งโกรธ โชคดีมากที่เขาตามมาจนเจอ ไม่เช่นนั้นแม้แต่เขาเองก็คงไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเช่นกัน

"เด็กงั้นรึ?"

"เจ้ามาจากที่ไหนกัน? เจ้าหลงทางกับพ่อแม่ของเจ้างั้นรึ?"

"เจ้าเป็นลูกของใครกัน? แล้วพ่อแม่ภาษาอะไรกันถึงได้ปล่อยให้ลูกมาเดินป่าที่อันตรายแบบนี้เพียงลำพัง?"

นักศิลปะการต่อสู้ทั้งสามคนเมื่อได้เห็นเจียงฮ่าวพวกเขาก็รู้สึกแปลกใจ

เพราะพวกเขาไม่คิดว่าจะมีเด็กหลงเข้ามาในป่า

เจียงฮ่าวกับศิษย์พี่รองเหวินเซียงนั้นแยกกันออกตามหาต้าหู

ดังนั้นนักศิลปะการต่อสู้ทั้งสามคนจึงคิดว่าเจียงฮ่าวพลัดหลงกับพ่อแม่

"ข้าเป็นเจ้าของเสือตัวนี้ พวกท่านทั้งสามได้โปรดปล่อยมันไปเถิด"

เมื่อดูจากการแต่งตัวแล้ว ทั้งสามคนนี้ไม่น่าจะเป็นนายพราน และการที่ปราบต้าหูได้ง่ายๆเช่นนี้แสดงว่าทั้งสามคนนี้คงจะเป็นนักศิลปะการต่อสู้

แต่ดูเหมือนว่าคำพูดของเจียงฮ่าวนั้นกลับทำให้ทั้งสามคนยิ่งแปลกใจมากขึ้นไปอีก

เจ้าของงั้นรึ? เสือตัวนี้มีเจ้าของด้วยรึ?

แถมเจ้าของยังเป็นเด็กที่อายุไม่ถึงสิบขวบอีก มันจะเป็นไปได้งั้นรึ?

จบบทที่ บทที่ 13 ต้าหูตกอยู่ในอันตราย!

คัดลอกลิงก์แล้ว