- หน้าแรก
- วันพีซ เงาของชั้นมีระบบปล่อยบอท
- บทที่ 121 ร้านลับมีดบันได และการโจมตีในคาล์มเบลท์
บทที่ 121 ร้านลับมีดบันได และการโจมตีในคาล์มเบลท์
บทที่ 121 ร้านลับมีดบันได และการโจมตีในคาล์มเบลท์
บทที่ 121 ร้านลับมีดบันได และการโจมตีในคาล์มเบลท์
ร้านลับมีดบันได ไม่เพียงแต่มีชื่อแปลกๆ เท่านั้น แต่สถาปัตยกรรมของร้านยังโดดเด่นแตกต่างจากสิ่งก่อสร้างอื่นๆ บนเกาะ เพราะมันถูกสร้างในสไตล์ วะโนะคุนิ อย่างชัดเจน
ทิกซ์ (Tix) ยืนรออยู่ข้างนอก ส่วน โมเรีย ผลักประตูเดินเข้าไป สิ่งแรกที่ต้อนรับเขาคือควันยาสูบหนาทึบและกลิ่นฉุนกึก ใกล้ประตู หญิงสาวผู้หนึ่งกำลังเอนกายอย่างเกียจคร้านอยู่บนเก้าอี้โยก มือข้างหนึ่งเท้าคาง อีกข้างถือกล้องยาสูบ พ่นควันสีขาวลอยฟุ้ง อายุอานามของเธอคาดเดาได้ยาก เธอสวมชุดกิโมโนปักลายวิจิตร ผมยาวสลวยดำขลับดุจน้ำหมึกตัดทรง "ฮิเมะคัท" ริมฝีปากแดงสด และมีไฝเสน่ห์ที่มุมปาก องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้โมเรียมั่นใจว่า ร้านลับมีดแห่งนี้ต้องมีความเกี่ยวข้องกับวะโนะคุนิอย่างแน่นอน
"ถ้าจะลับมีด เชิญร้านข้างๆ นะ" เสียงเนิบนาบแต่เปี่ยมเสน่ห์ดังขึ้น เธอไม่แม้แต่จะหันมามอง ราวกับร่างกายหลอมรวมไปกับเก้าอี้โยกแล้ว
"ผู้เฒ่าของร้านอยู่ไหน? ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย" โมเรียถามพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ เขาเห็นดาบชั้นดีวางโชว์อยู่หลายเล่ม และภาพวาดชายชราหนวดเคราเฟิ้มแขวนเรียงรายอยู่บนผนัง
"ฮ่าๆๆๆ ตลกชะมัด" หญิงสาวหัวเราะร่า ร่างกายสั่นไหวไปตามแรงขำ ราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในชีวิต "มีแต่คุณนี่แหละที่พูดแบบนี้... ถ้าจะหาบรรพบุรุษของฉันล่ะก็ อยู่บนผนังโน่นแหละ แต่ดูเหมือนคุณจะเข้าใจอะไรผิดไปนะ" เธอหันมามองโมเรียด้วยความสนใจ "ฉันนี่แหละเจ้าของร้าน เรียกฉันว่า บันได หรือ คุณนายบันได ก็ได้... ส่วนพ่อฉันตายไปนานแล้ว คุณคงไม่ได้มาหาเขาหรอกมั้ง"
"เธอเนี่ยนะ? ช่างตีดาบที่ตีดาบชั้นดี 50 เล่มได้?" โมเรียเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ผิวพรรณขาวผ่องอย่างกับหิมะแบบนี้ ดูไม่เหมือนคนงานตีเหล็กสักนิด
คุณนายบันไดเปลี่ยนท่าขยับตัวเล็กน้อย "ฝีมือฉันยังห่างชั้นกับบรรพบุรุษเยอะ... ที่ผ่านมา 40 ปี ฉันตีดาบได้แค่ 2 เล่มเอง อาศัยดวงซะส่วนใหญ่"
40 ปี? โมเรียยอมรับว่าเขาดูคนผิดไปถนัดตา ผู้หญิงคนนี้หน้าเด็กอย่างเหลือเชื่อ บุคลิกเหมือนเจ้าแม่ซ่องนางโลมมากกว่าช่างตีดาบเสียอีก
"คุณอยากให้ตีอาวุธแบบไหนล่ะ? บอกไว้ก่อนนะ งานของฉันราคาต่อรองไม่ได้ และฉันขายให้เฉพาะคนที่รู้คุณค่าเท่านั้น" บันไดจัดทรงผมให้เข้าที่ แล้วพูดจริงจัง "อีกอย่าง ถ้าจะให้ตีดาบเลื่องชื่อ ล่ะก็ ลืมไปได้เลย การตีของพรรค์นั้นมันบั่นทอนอายุขัย ฉันยังไม่อยากแก่เร็ว"
โมเรียส่ายหน้า "ไม่ได้จะให้ตีใหม่... ฉันมีดาบอยู่เล่มหนึ่ง รูปร่างมันไม่ค่อยถูกใจ เลยอยากให้เธอช่วยปรับปรุงมันหน่อย"
บันไดเด้งตัวนั่งหลังตรง สูบยาอีกปื๊ด "ทำลายผลงานคนอื่นเหรอ? ฉันไม่รับงานพรรค์นั้นหรอก ไม่เกี่ยวกับเงิน แต่เป็นเรื่องศักดิ์ศรี"
ตุบ!
ถุงใส่เงิน เบรี ถุงใหญ่ถูกโยนลงตรงหน้าบันได เธอรับไว้ได้อย่างแม่นยำ เปิดดูข้างในเห็นเหรียญเงินอัดแน่น น้ำหนักไม่ใช่น้อย เนื่องจากกิโมโนไม่มีกระเป๋า เธอจึงยัดถุงเงินเข้าไปในร่องอกอันลึกดิ่งของเธอทันที ท่าทีเกียจคร้านหายวับไป บันไดยิ้มหวานหยดย้อย "จริงๆ แล้ว... เรื่องแบบนี้ก็พอคุยกันได้ กฎเกณฑ์เป็นของตาย แต่คนเป็นของเป็น ว่าแต่คุณอยากให้ทำอะไรล่ะ? เห็นแก่ความใจป้ำของคุณ เดี๋ยวฉันลดราคาให้เป็นพิเศษ" (โมเรียแอบหวั่นใจว่า 'ลดราคา' ของเธอ อาจจะแพงกว่าราคาปกติก็ได้)
โมเรียหยิบดาบ ยัสซึฟุสะ ออกมา แววตาของบันไดฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง ดาบเล่มนี้ไม่ธรรมดา! แม้ยังไม่ได้สัมผัส แต่ด้วยสายตาอันแหลมคมของช่างตีดาบ เธอก็มองออกทันที
"ขอดูหน่อยได้ไหม?" บันไดจ้องมองยัสซึฟุสะตาไม่กะพริบ โมเรียยื่นดาบให้ เธอรับไปประคองไว้อย่างทะนุถนอม บันไดถือดาบไว้ตรงหน้า พิจารณาอย่างละเอียด จากนั้น... เคร้ง! เธอชักดาบออกจากฝัก แสงเย็นยะเยือกสาดส่องไปทั่วห้อง
"กี่ปีแล้วนะ... กี่ปีแล้วที่ไม่ได้เห็นดาบที่มีจิตวิญญาณแรงกล้าขนาดนี้?" พูดจบ เธอก็ยกใบดาบขึ้นมาที่ริมฝีปาก แลบลิ้นที่ชุ่มน้ำลายออกมา ราวกับจะเลียคมดาบ
"เฮ้ย..." โมเรียชะงัก
"อาวุธทุกชิ้น... ทันทีที่สัมผัสลิ้นฉัน ฉันจะรู้ทุกอย่าง ทั้งวัสดุและกรรมวิธีการสร้าง" เธออธิบายพลางยื่นลิ้นเข้าไปใกล้ แต่ทว่า... ทันทีที่ลิ้นกำลังจะแตะคมดาบ ร่างของบันไดก็แข็งทื่อ หยุดชะงักกึก เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นบนหน้าผากขาวเนียน
"ดาบต้องสาป... ดาบเล่มนี้มีคำสาปสิงสู่อยู่จริงๆ!" สีหน้าของบันไดดูซับซ้อน ลิ้นที่ยั่วยวนยังค้างอยู่กลางอากาศ เธอสัมผัสได้ถึงพลังแห่งความตายที่อัดแน่นอยู่ในยัสซึฟุสะ
โมเรียลอบถอนหายใจ ผู้หญิงคนนี้มีของจริงๆ แฮะ
"ดาบเล่มนี้... ไม่ว่ารูปร่างมันจะเปลี่ยนได้หรือไม่ แต่พลังที่สถิตอยู่ข้างในนั้น... ถ้าเราไปยุ่งกับมันสุ่มสี่สุ่มห้า พลังนั้นอาจสลายหายไปได้เลย" บันไดลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ "ฝีมือฉันยังไม่ถึงขั้น... ฉันแนะนำให้คุณไปหาช่างตีดาบระดับปรมาจารย์ ที่สามารถตี ดาบชั้นเลิศ หรือ ดาบชั้นสูงสุด ได้ พวกเขาน่าจะมีวิธีหลอมรวมและตีมันขึ้นมาใหม่ด้วยวัสดุพิเศษ... แต่สำหรับฉัน ฉันจนปัญญาจริงๆ" บันไดเก็บดาบเข้าฝักอย่างเสียดาย
"แม้แต่เธอก็ทำไม่ได้เหรอ?" โมเรียครุ่นคิด ในโลกนี้เขารู้จักช่างตีดาบระดับเทพแค่ 2 คนตามเนื้อเรื่องเดิม คือ ชิโมสึกิ โคซาบุโร่ และ โคสึกิ สุกี้ยากี้ คนหลังซ่อนตัวอยู่ในวะโนะคุนิ ซึ่งเป็นถิ่นของ ไคโด ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาไปงัดข้อด้วย ส่วนโคซาบุโร่ อยู่ที่ หมู่บ้านชิโมสึกิ ใน อีสต์บลู แต่ไม่รู้ว่าป่านนี้ยังตีดาบไหวอยู่หรือเปล่า
เห็นโมเรียทำหน้าหนักใจ บันไดก็เงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้น "ดาบเล่มนี้รูปทรงมันเล็กไปหน่อย ดูไม่เหมาะกับคุณเลย เหมือนดาบผู้หญิงมากกว่า... ถ้าไม่รังเกียจ... ตามฉันมาสิ!"
บันไดเดินนำเข้าไปหลังร้าน เสียงรองเท้าเกี๊ยะดัง กุบกับ โมเรียเดินตามไป ห้องด้านในเต็มไปด้วยดาบแขวนโชว์ไว้มากมาย คุณภาพดีกว่าหน้าร้านลิบลับ ถ้าขายดาบพวกนี้หมด... ยัยนี่รวยเละแน่ๆ ที่กล้าพาโมเรียเข้ามา ก็เพราะเธอมั่นใจในฝีมือตัวเอง ถ้าไม่มีดีจริง คงโดนปล้นจนร้านเจ๊งไปนานแล้ว
บันไดเดินไปหยิบดาบใหญ่ เล่มหนึ่งที่มีความยาวเป็นพิเศษออกมา "ความยาวรวมฝัก 7 ชาคุ 2 ซุน (ประมาณ 2.2 เมตร)... ใบดาบยาว 4 ซุน 5 เฟิน... กระบังดาบรูปดอกโอโจ 7 กลีบ ใบดาบสีม่วงดำ ลายคลื่นสีแดง..." "นี่คือดาบต้องสาป 'เจ็ดก้าวสู่ความตาย' ที่บรรพบุรุษฉันตีขึ้น... ผู้ที่ถูกดาบนี้ฟัน จะรู้ตัวว่าตายหลังจากเดินไปได้ 7 ก้าว... นั่นคือที่มาของชื่อ"
โมเรียสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตของดาบเล่มนี้แม้จะยืนอยู่ไกลๆ
บันไดมองหน้าโมเรีย "ฉันว่าดาบเล่มนี้เหมาะกับคุณมากกว่านะ ว่าไง? ถ้าคุณให้เงินฉันเพิ่มอีก 100 ล้านเบรี แล้วเอาดาบต้องสาปเล่มนั้นมาแลก... ฉันอาจจะยอมตัดใจขายเล่มนี้ให้ก็ได้!"
"ไม่แลก!" โมเรียปฏิเสธทันควัน คิดจะหลอกฟันกำไรฉันล่ะสิ ฝันไปเถอะ!
บันไดตื๊อต่อ "ไม่ลองคิดดูหน่อยเหรอ? จริงๆ 50 ล้านก็ได้นะ" "ไม่..." "งั้นไม่เอาเงินก็ได้ แลกกันเฉยๆ?"
โมเรียมองเธอด้วยสายตาเย็นชา "ดาบมีชีวิต... การฝืนเจตจำนงของดาบ แล้วยกให้คนอื่นง่ายๆ แบบนี้... น่าละอายในฐานะช่างตีดาบนะ"
"ดาบมีชีวิต? ไม่นึกเลยว่าคุณจะพูดแบบนี้" บันไดไม่โกรธ กลับยิ้มพราวเสน่ห์ เธอยอมล้มเลิกความคิดที่จะแลกดาบ แต่ในใจยังคงสนใจยัสซึฟุสะมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอสัมผัสได้ถึง "เจตจำนง" ของอาวุธที่รุนแรงขนาดนี้ นั่นแปลว่าดาบเล่มนี้ต้องเป็นสมบัติล้ำค่า เผลอๆ อาจจะเหนือกว่าดาบชั้นสูงสุดด้วยซ้ำ
โมเรียผลักประตูเดินออกไป ทิกซ์ชะโงกหน้าเข้ามาถาม "เป็นไงบ้าง? ยัยแก่ทำได้ไหม? ฉันว่าของร้านนี้แพงเกินไปนะ ไปร้านอื่นดีกว่า..."
"อะแฮ่ม! แค่กๆ..." โมเรียกำหมัดป้องปากกระแอมเสียงดัง ส่งสัญญาณเตือน
"แถมยัยแก่นั่นยังขี้เกียจตัวเป็นขน! เรียกเป็นชั่วโมงก็ไม่ยอมตอบ อย่าว่าแต่จะลุกเลย..." ทิกซ์ยังบ่นไม่หยุด โมเรียเอามือกุมขมับ สุภาษิตที่ว่า 'ผีเจาะปากมาพูด' มันมีที่มาจริงๆ สินะ
ด้านหลังโมเรีย บันไดค่อยๆ เดินออกมา เสียงเกี๊ยะดัง กุบกับ สีหน้าเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งพันปี "ทิกซ์? ...ดี! ดีมาก!" บันไดกัดฟันกรอด ดูเหมือนทั้งคู่จะรู้จักกันดี
"อะ... อะ... อ้าว... ทำไมเจ๊มาอยู่นี่? นี่... ฉัน... ฉันคือไททันแห่งห้วงลึก นอติลุสนะ!" ทิกซ์ลนลาน รีบแถสีข้างถลอก "อย่ามาตอแหล! ต่อให้แกกลายเป็นเถ้าถ่าน ฉันก็จำปากเสียๆ ของแกได้ย่ะ!"
"ขอบคุณที่ชมครับ..." ทิกซ์เสียงอ่อย
สีหน้าบันไดดูอำมหิตขึ้นเรื่อยๆ "เมื่อไหร่จะคืนเงินที่ติดไว้ฮะ!? เสื้อเกราะนั่นฉันใช้วัสดุหายากระดับท็อปคลาส ตีขึ้นมาใช้เวลาตั้ง 49 วัน! แกจ่ายมาแค่ครึ่งเดียว ส่วนที่เหลือทบต้นทบดอกตอนนี้ปาเข้าไป 1.2 ล้านแล้วนะยะ!"
"วัสดุหายากบ้าบออะไร! มารู้ทีหลังว่าเป็นแค่เหล็กธรรมดา!" ทิกซ์เถียงกลับ "แล้วตอนแรกมันแค่ 7 แสนเบรีเองนะ! ทำไมจู่ๆ พุ่งไป 1.2 ล้านวะ? ไม่มีเงินโว้ย! ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย!"
"จะไม่จ่ายจริงๆ ใช่มั้ย?" บันไดยิ้มเหี้ยม "ไม่มีตังค์!" ทิกซ์ยืดคอท้าทาย
"ช่วยด้วยค่า! มีคนซื้อของแล้วจะชักดาบ!" บันไดตะโกนลั่น ทันใดนั้น ประตูร้านลับมีดข้างๆ ก็เปิดผัวะ ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ผิวดำเมี่ยมเหมือนก้นหม้อ วิ่งกรูกันออกมา แต่ละคนถือดาบเล่มโต "คุณนายบันได! มันอยู่ไหนครับ!?" พวกช่างตีดาบถามอย่างนอบน้อม
"เงินน่าจะอยู่ที่นี่แล้วนะ ฉันจ่ายไปแล้ว" โมเรียแทรกขึ้น "เมื่อกี้เธอยังไม่ได้คืนเหรียญเงินฉันเลย... มูลค่ารวมๆ น่าจะเกิน 1.2 ล้านแล้วมั้ง"
ทิกซ์ยืดอกทันที "ความจำดีนี่พ่อหนุ่ม!"
"ความจำดีจริงนะพ่อคุณ" บันไดไม่ได้คิดจะโกง แต่ก็อดบ่นไม่ได้ เธอโบกมือไล่ลูกน้อง "เรื่องจบแล้ว กลับไปทำงานไป๊!" พวกช่างตีดาบมองหน้ากันงงๆ ก่อนจะแยกย้าย
ทันใดนั้น ช่างคนหนึ่งชี้ไปที่โมเรียแล้วร้องลั่น "นั่นมัน! เจ็ดเทพโจรสลัด เกกโค โมเรีย!? คนที่เคยไปท้าดวลกับ ไคโด ร้อยอสูร ที่วะโนะคุนิในโลกใหม่นี่นา!"
ได้ยินชื่อนั้น พวกช่างตีดาบก็ตื่นตัวทันที พวกเขารู้ดีว่าเจ็ดเทพโจรสลัดคือพวกได้รับอนุญาตให้ปล้นถูกกฎหมาย นั่นหมายความว่าต่อให้โดนปล้น ก็ทำอะไรไม่ได้ รัฐบาลโลกไม่ช่วยแน่
"วะโนะคุนิ?" บันไดหูผึ่ง จ้องมองโมเรียตั้งแต่หัวจรดเท้า "ปกติฉันไม่อ่านหนังสือพิมพ์ ไม่นึกว่าคุณจะเป็นคนดังขนาดนี้... แล้วตกลงชนะไคโดไหม?"
โมเรียตอบหน้าตาย "ถ้าชนะ ฉันจะมาอยู่ที่นี่เหรอ?"
"ฮึ! เป็นคนซื่อตรงดีนี่" บันไดหัวเราะ แล้วถามต่อ "คนอย่างคุณ... คงคิดจะกลับไปสู้ใหม่อีกรอบสินะ? วางแผนจะไปวะโนะคุนิเมื่อไหร่?"
"ถามทำไม?" โมเรียไม่อยากตอบ เขาแค่อยากรีบไปให้พ้นๆ
บันไดทำหน้าจริงจัง "ฉันมีเรื่องต้องไปสืบที่วะโนะคุนิ แต่เพราะไคโดคุมที่นั่นอยู่และปิดประเทศ คนนอกเข้ายากมาก..."
"จะขอติดเรือไปด้วย?" โมเรียเดาทางถูก
บันไดพยักหน้า "ถือว่าช่วยกัน ฉันช่วยจัดการศัตรูให้ได้นะ จะช่วยให้คุณเข้าวะโนะคุนิง่ายขึ้นด้วย"
"ถ้าไม่มีเหตุสุดวิสัย ไม่เกิน 2 ปี... แต่ไม่รู้วันไหนแน่ และถ้าฉันจะไป ฉันไม่มีเวลาแวะมารับเธอหรอกนะ" โมเรียบอกกำหนดการคร่าวๆ
"มีหอยทากสื่อสารไหม? เอามาจูนกันไว้ พอคุณพร้อมเมื่อไหร่ก็โทรมา" บันไดหยิบหอยทากสื่อสาร (ที่ยังอุ่นๆ อยู่) ออกมาจากร่องอก
โมเรียทึ่งในความสามารถในการเก็บของของเธอ... มิน่าล่ะ นามิในต้นฉบับถึงชอบซ่อนของไว้ตรงนั้น
หลังจากแลกเบอร์กันเสร็จ หอยทากสื่อสารของโมเรียก็ดังขึ้น ปุรุ ปุรุ ปุรุ...
โมเรียรับสาย หน้าตาของหอยทากเปลี่ยนเป็นหน้า ฟราย (พ่อลิลี่) ทันที ฟรายรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "กัปตันครับ! แย่แล้ว! พวกเราถูกกลุ่มโจรสลัดโจมตีขณะข้าม คาล์มเบลท์ ! ลิตเติ้ลออซแพ้ไปแล้ว ส่วนริวมะกับวูล์ฟกำลังต้านหัวหน้าพวกมันอยู่!"
ได้ยินดังนั้น หน้าโมเรียมืดครึ้มทันที ธงเรือ ธริลเลอร์ บาร์ค เป็นรูปหัวกะโหลกทรงหัวหอมมีปีกค้างคาวไฟ ใครเห็นก็ต้องรู้ว่าเป็นกลุ่มโจรสลัดเกกโค การที่กล้าโจมตี แสดงว่าอีกฝ่ายไม่ได้เห็นเขาอยู่ในสายตาเลย
โมเรียถามเสียงเครียด "สถานการณ์เป็นไง? ไล่พวกมันไปได้ไหม?"
"หัวหน้าศัตรูเก่งมากครับ ตอนนี้วูล์ฟขยับตัวไม่ได้แล้ว พวกเรากำลังจะต้านไม่ไหว!" เสียงโลหะกระทบกันดังแทรกเข้ามา ฟรายตะโกน "มีคนยิงธนูใส่ผม!"
"พวกเราจะรีบไปเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ไหวให้ยอมแพ้ไปก่อน เพื่อรักษาชีวิตและถ่วงเวลา" โมเรียสั่งการ แล้วนึกขึ้นได้ว่าลืมถามคำถามสำคัญ "ศัตรูเป็นใคร?"
"กลุ่มผู้หญิงครับ! มีแต่ผู้หญิงทั้งกลุ่มเลย!"
โปรดติดตามตอนต่อไป