เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 ลางสังหรณ์

บทที่ 18 ลางสังหรณ์

บทที่ 18 ลางสังหรณ์


บทที่ 18 ลางสังหรณ์

โมเรียมาถึงถิ่นของ แก๊งฟอร์ด ได้ราวครึ่งชั่วโมงแล้ว

หลังจากเหยียบย่างขึ้นฝั่งที่ เกาะคูรูไซ โมเรียก็สอบสวนหาข้อมูลและรู้ที่ตั้งฐานทัพแก๊งฟอร์ดได้อย่างรวดเร็ว

ยิ่งได้เห็นความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของพวกแก๊งมาเฟียบนเกาะ ประกอบกับข้อมูลความเชื่อมโยงระหว่าง นิโค โรบิน กับแก๊งฟอร์ด... คนโง่เท่านั้นที่ไม่รู้ว่าต้องไปหาเธอที่ไหน

“ถ้าแกแหกปากแม้แต่แอะเดียว... หัวแกแบะแน่!”

ที่มุมตึกมืดสลัว โมเรียดักตีหัวลูกกระจ๊อกคนหนึ่งตอนมันกำลังยืนฉี่ แล้วลากตัวมาสอบสวน

เหยื่อผู้โชคร้ายพยักหน้ารัว ๆ ด้วยความหวาดกลัว โมเรียจึงคลายมือที่บีบคออยู่ออกเล็กน้อย

“คำถามแรก... พวกแกขนคนมาทำอะไรกันเยอะแยะขนาดนี้?”

แม้จะรู้อยู่เต็มอก แต่โมเรียก็ต้องการยืนยัน

“ลูกพี่โฮล์มจับตัวนิโค โรบิน ได้ครับ... เลยสั่งให้พวกเราตรึงกำลังเฝ้าไว้ ห้ามให้แมลงวันบินรอดเข้าออกได้เด็ดขาด!”

เป็นไปตามคาด โมเรียถามต่อ “แล้วทำไมถึงมีคนของ รัฐบาลโลก เข้ามาเกี่ยวข้อง? ใครเป็นคนนำทีม?”

“ผะ... ผม...”

แค่หน้าโมเรียตอนปกติก็น่ากลัวอยู่แล้ว พอทำหน้าดุยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่ ลูกกระจ๊อกปากคอสั่น

“ผมไม่ทราบจริง ๆ ครับท่าน... รู้แค่ว่าเป็นชายหญิงสองคนใส่หน้ากาก... พวกผมเป็นแค่ยามเฝ้าข้างนอก ไม่รู้เรื่องข้างในหรอกครับ!”

ใส่หน้ากาก? CP0 หรือ CP9?

โมเรียเริ่มรู้สึกผิดเล็ก ๆ ... ทั้งหมดนี้มันเป็นเพราะ ผีเสื้อขยับปีก  ที่เขาเป็นคนก่อขึ้นเอง

ถ้าเขาไม่ชวนโรบินเข้ากลุ่ม โรบินคงไม่กลับไปที่รังของแก๊งฟอร์ดเมื่อคืน และคงไม่ต้องมาปะทะกับคนของรัฐบาล... ด้วยความฉลาดของเธอ ถ้าไม่มีตัวแปรแทรกซ้อน เธอคงหนีรอดไปได้สบาย ๆ

ด้วยความหงุดหงิด โมเรียตบไอ้หนุ่มดวงซวยจนสลบเหมือด เพียะ!

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังมาจากปากทาง

“เฮ้ย! มีคนอยู่ตรงนั้น!”

เมื่อรู้ตัวว่าถูกเจอ โมเรียก็เลิกซ่อนตัว

พวกอันธพาลแก๊งฟอร์ดพวกนี้วัน ๆ เอาแต่กินเหล้าเคล้านารี หนังสือพิมพ์ไม่เคยอ่าน ย่อมไม่รู้จักหน้าค่าตาของ “อดีตโจรสลัดผู้ยิ่งใหญ่” อย่างโมเรีย

พอเห็นเพื่อนนอนสลบอยู่ พวกมันก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เหนี่ยวไกปืนระดมยิงทันที

ปัง ปัง ปัง ปัง!!

ประกายไฟแลบแปลบปลาบ กระสุนนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่โมเรียราวกับห่าฝน

โมเรียที่กำลังร้อนใจและหงุดหงิด ไม่มีอารมณ์มาเล่นกับพวกมดปลวก เดินดุ่ม ๆ ฝ่าดงกระสุนเข้าไปตรง ๆ

พวกมันยิง... โมเรียเดิน

ปัง ปัง ปัง!!

เมื่อควันปืนจางลง... โมเรียยังคงเดินหน้าต่อโดยไร้รอยขีดข่วน เสื้อคลุมสีดำสะบัดพลิ้ว

พวกแก๊งฟอร์ดถอยกรูดด้วยความตกตะลึง ลืมเหนี่ยวไกไปชั่วขณะ

โมเรียเดินผ่านช่องว่างที่พวกมันเปิดให้อย่างใจเย็น แม้แต่คนโง่ที่สุดในกลุ่มก็ยังดูออกว่าชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา... ไม่มีใครกล้าขวางทาง

แต่โมเรีย... ไม่คิดจะปล่อยพวกมันไป

“ซึโนะ โทคาเงะ (Tsuno Tokage - กิ้งก่าเขาดาบ)!”

เงาสีดำทมิฬพุ่งขึ้นจากพื้นดินแหลมคมราวกับหอก แทงทะลุร่างของพวกมันจากด้านล่างขึ้นบนอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

เลือดสด ๆ ไหลนองพื้นเจิ่งนอง ร่างไร้วิญญาณถูกตรึงค้างอยู่กลางอากาศ

เมื่อมาถึงหน้าตึกบัญชาการ โมเรียไม่รู้ว่าโรบินถูกขังไว้ที่ไหน เป็นตายร้ายดียังไง ด้วยความร้อนรน เขาจึงตะโกนออกไปเสียงดังลั่น จนเป็นเหตุให้โรบินได้ยินนั่นเอง

เสียงคำรามของโมเรียไม่ใช่แค่การระบายอารมณ์ แต่เป็นการข่มขวัญและส่งสัญญาณ

ทันทีที่เขาตะโกนออกไป คนในตึกจะต้องตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับโรบิน... และแม้แต่โฮล์มเอง ก็ต้องคิดหนักว่าจะกล้าเป็นศัตรูกับเขาหรือไม่

เพราะเขาคือ... หนึ่งในโจรสลัดที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งเวสต์บลู!

. .

ที่หน้าต่างชั้นบน... ร็อบ ลุจจิ มองลงมายังร่างยักษ์เบื้องล่าง

“โจรสลัด... เก็คโค โมเรีย... ค่าหัว 320 ล้านเบรี”

ลุจจิปล่อยม่านหน้าต่างลง แล้วเอ่ยชื่อและข้อมูลสำคัญออกมาเรียบ ๆ

“อะ... อะไรนะ!? สามร้อยล้าน!?”

โฮล์มตาถลนแทบหลุดจากเบ้า เขาอาจไม่รู้จักชื่อเสียง แต่เขารู้จักค่าของเงินดี... 300 ล้านนี่มันมหาศาลขนาดไหน! คนที่มีค่าหัวระดับนี้ต้องเป็นตัวประหลาดขนาดไหนกัน?

เขาแอบชะโงกหน้าออกไปดูแวบหนึ่ง... พอเห็นใบหน้าเกรี้ยวกราดของโมเรีย โฮล์มก็ขนหัวลุกซู่ รีบหดหัวกลับเข้ามา หายใจหอบแฮ่ก

ตอนนี้เขาไม่กล้าแตะต้องโรบินอีกแล้ว... กลัวว่าถ้าโมเรียบุกเข้ามาเจอ เขาจะโดนเอาคืนหนักกว่าที่ทำไว้ร้อยเท่าพันเท่า!

CP9 หญิง (แคลิเฟอร์) เห็นท่าทางปอดแหกของโฮล์มก็อดแขวะไม่ได้ “นั่นคือปีศาจที่เคยผ่าน โลกใหม่ มาแล้ว... ไม่ใช่แค่นักเลงคุมซอยแบบแกจะไปเทียบได้หรอก”

โฮล์มรู้ว่าโดนด่า แต่ตอนนี้เขาต้องหาที่พึ่ง เขาหันไปถามลุจจิผู้เงียบขรึม

“ถ้าต้องสู้กันจริง ๆ... คุณมีโอกาสชนะกี่เปอร์เซ็นต์?”

โฮล์มเคยเห็นฝีมือของ CP9 หญิงมาแล้วว่าเก่งแค่ไหน และในฐานะหัวหน้าทีม ลุจจิต้องเก่งกว่าแน่นอน

ลุจจิครุ่นคิดอย่างจริงจังตามประสาคนซื่อตรงต่อข้อมูล แล้วตอบเรียบ ๆ

“ถ้ามันเก่งสมคำร่ำลือจริง... ก็ 80%...”

“80% เลยเรอะ!?” โฮล์มยิ้มแก้มปริ ความเคารพเลื่อมใสพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที นึกไม่ถึงว่าพี่แกจะมั่นใจขนาดนี้! เยี่ยม! วันนี้รอดตายแล้วกู!

แต่ลุจจิยังพูดไม่จบ

“...80% ที่ชั้นจะแพ้... แต่ก็พอจะลองเสี่ยงดูได้”

โฮล์ม: “...”

อารมณ์เหมือนขึ้นรถไฟเหาะแล้วร่วงดิ่งลงเหว! มึงพูดให้จบทีเดียวได้ไหม! หัวใจจะวายตาย! แล้วไหนว่าพวกมึงเก่งนักหนาไงวะ!

โฮล์มเปลี่ยนสีหน้าทันควัน เขารีบคลานเข้าไปหาโรบินด้วยท่าทีประจบประแจง

“คุณโรบินครับ... แหม... ทำไมไม่บอกแต่แรกล่ะครับว่ารู้จักคนใหญ่คนโตขนาดนี้? คือเรื่องนี้เราคุยกันได้นะ... เห็นแก่ความหลังครั้งเก่า...”

คำตอบที่ได้รับคือสายตาเย็นชาและรอยยิ้มเยาะเย้ย

โฮล์มรู้ทันทีว่าไม้นี้ใช้ไม่ได้ผล ขืนปล่อยโรบินไป เขาตายแน่!

ความกลัวเปลี่ยนเป็นความบ้าคลั่ง โฮล์มกระชากผมโรบินอย่างแรงแล้วลากเธอไปที่มุมห้อง

“ทุกคนตามข้ามา! ข้ารู้ทางลับออกไปที่ท่าเรือ!”

เขาคลำหากลไกที่กำแพง แล้วผลักแรง ๆ ประตูลับก็เปิดออกเผยให้เห็นบันไดมืดมิดทอดตัวลงไปข้างล่าง

นี่เป็นทางหนีทีไล่เก่าของแก๊งคาโปเน่ที่สร้างไว้... โฮล์มบังเอิญมาเจอเข้า

“ขนอาวุธใหม่ที่เราเพิ่งได้มาไปด้วย! เผื่อฉุกเฉิน!” โฮล์มสั่งลูกน้อง แล้วรีบมุดหัวลงไปก่อนเพื่อน

ลุจจิและ CP9 หญิงสบตากัน แล้วเดินตามลงไป

. .

เมื่อโมเรียฝ่าดงกระสุนเข้ามาถึงห้องพักชั้นบน... ห้องก็ว่างเปล่าเสียแล้ว

เหลือเพียงศพของลูกน้องแก๊งฟอร์ดเกลื่อนกลาด... และลูกน้องอีกสองคนที่นอนสลบอยู่

เลือดบนหน้าพวกมันยังไม่แห้ง... แสดงว่าเพิ่งจะหนีไปได้ไม่นาน

โมเรียกวาดสายตาไปเห็นรอยเลือดและรอยเล็บจิกบนพื้นไม้... ร่องรอยการต่อสู้ดิ้นรนของโรบิน

พวกมันคงประมาทผู้หญิงคนนี้เกินไป... คิดว่าเธอไม่มีพิษสง เลยเผลอทิ้งร่องรอยไว้ให้

“บัดซบ!” โมเรียมองรอยเลือดด้วยความเจ็บใจ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน

การที่ลูกเรือต้องมาเจ็บตัวแบบนี้... มันคือความผิดพลาดของกัปตันอย่างเขา!

รอยเลือดและรอยเล็บหายไปที่หน้ากำแพงเรียบ ๆ

โมเรียเดินไปเคาะกำแพง ฟังเสียงก้อง แล้วเทียบกับจุดอื่น... เจอแล้ว

“ตูม!!!”

กำปั้นยักษ์ต่อยทะลุกำแพงจนพังครืน เผยให้เห็นประตูลับและบันได

โดยไม่ลังเล โมเรียกระโดดตามลงไปในความมืดทันที

. .

เบื้องล่าง...

หูของลุจจิกระดิกเล็กน้อย เขาเอ่ยขึ้นเบา ๆ

“มันมาแล้ว!”

คนอื่นยังงงว่าใครมา... เพราะพวกเขายังไม่รู้สึกถึงอะไรเลย

แต่ลุจจิที่มี ฮาคิสังเกต และประสาทสัมผัสที่เฉียบคมขึ้นจากพลังของ ผลเนโกะ เนโกะ (โมเดลเสือดาว) สัมผัสได้ชัดเจน

ออร่าอันป่าเถื่อนและบ้าคลั่งกำลังพุ่งตรงเข้ามา!

ได้สู้กับยอดฝีมือระดับนี้... ลุจจิรู้สึกถึงความตื่นเต้นที่แล่นพล่านในสายเลือด!

นับตั้งแต่เข้าฝึกเป็น CP9... เขาไม่เคยรู้จักคำว่าพ่ายแพ้มาก่อน!

จบบทที่ บทที่ 18 ลางสังหรณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว