- หน้าแรก
- วันพีซ เงาของชั้นมีระบบปล่อยบอท
- บทที่ 9 พรสวรรค์ที่แท้จริง
บทที่ 9 พรสวรรค์ที่แท้จริง
บทที่ 9 พรสวรรค์ที่แท้จริง
บทที่ 9 พรสวรรค์ที่แท้จริง
เมื่อครู่นี้มัวแต่ตื่นเต้นกับกองสมบัติจนลืมสังเกตว่าลึกเข้าไปในคุกยังมีห้องขังอีกห้องหนึ่ง
โมเรียเดินเข้าไปใกล้พลางจุดคบเพลิงส่องดู แสงไฟเผยให้เห็นสภาพภายในห้องขังชัดเจน
ชายหนุ่มร่างผอมสูง ไว้เคราแพะ หน้าตาเจ้าเล่ห์แฝงความชั่วร้าย ถูกล่ามโซ่ตรวนเอาไว้แน่นหนา
แม้ตอนนี้จะดูหนุ่มแน่นกว่าในความทรงจำมาก แต่รังสีความ “โรคจิต” และ “น่ารังเกียจ” นั้นฉายชัดจนปิดไม่มิด
หน้าตาแบบนี้ ต่อให้ผ่านไปกี่ปีก็จำได้แม่น...
“คาริบู ผมเปียก”
ฉายานี้อาจจะยังไม่ถือกำเนิด เพราะวีรกรรมสร้างชื่อเสียงของหมอนี่มันอีกหลายปีให้หลัง ณ ตอนนี้ คาริบูเป็นเพียงนักเลงหัวไม้กระจอก ๆ ที่ดูไม่มีพิษมีภัย (ต่อคนเก่ง)
โมเรียไม่รู้หรอกว่าทำไมคาริบูถึงมาโผล่ที่เวสต์บลู หรือไปทำอีท่าไหนถึงโดนจับยัดคุกที่นี่ และเขาก็คร้านจะใส่ใจถามเรื่องไร้สาระพรรค์นั้นด้วย
“นึกไม่ถึงว่าจะยังมีปลาหลุดรอดแหเหลืออยู่อีกตัว... แต่ก็ขอบใจนะ”
โมเรียจัดการเก็บกวาด หินไคโร ที่ใช้ล่ามโซ่คาริบูจนเกลี้ยง แล้วหันหลังเตรียมเดินจากไป
คาริบูที่จู่ ๆ โซ่ตรวนก็หลุดออก นั่งเอียงคอทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก
อ้าวเฮ้ย... นี่ตูไม่มีค่าถึงขนาดที่มันไม่คิดจะสนใจเลยเรอะ?
“เเเเดี๋ยวก่อนครับท่าน! ถ้าข้าจำไม่ผิด... ท่านคือโจรสลัดผู้ยิ่งใหญ่ เก็คโค โมเรีย ใช่ไหมครับ? เคฮะฮะฮะฮะ!”
ร่างกายของคาริบูละลายกลายเป็นโคลนเหลว ก่อนจะไหลเลื้อยเข้ามาหาโมเรียอย่างรวดเร็ว
“พวกทหารเรือข้างนอกเสร็จท่านหมดแล้วใช่ไหมครับ?”
“ไสหัวไป! อย่ามาเข้าใกล้ชั้น!” โมเรียทำหน้าขยะแขยงอย่างเปิดเผย
ถ้าเป็นสาวสวยออดอ้อนเข้ามา เขาอาจจะใจอ่อน แต่นี่มันไอ้หนุ่มหน้าตาโรคจิตแถมตัวเปียกเมือก... เห็นแล้วอยากจะอ้วก
คาริบูชะงักกึก ไม่กล้าเข้าไปใกล้กว่านี้ แต่ปากยังคงพ่นน้ำลายต่อไป “โธ่... อย่าใจร้ายนักสิครับท่าน ให้ข้าเข้าร่วมกลุ่มโจรสลัดของท่านด้วยเถอะนะคร้าบ!”
มันส่งสายตาอ้อนวอนระยิบระยับ (ที่ดูน่าขนลุก) ให้โมเรีย
โมเรียขมวดคิ้วใช้ความคิด
พูดตามตรง คาริบูไม่อยู่ในสายตาเขาเลยสักนิด ต่อให้รู้ว่ามันอยู่ที่นี่ เขาก็ไม่คิดจะมาชวนมันเข้ากลุ่มแต่แรก
ข้อแรก... มันกระจอกเกินไป ถึงจะเป็นสายโลเกีย (ผลนูมะ นูมะ - ผลโคลนดูด) แต่ฝีมือการต่อสู้ในอนาคตที่เห็น ๆ กันอยู่ มันกากยิ่งกว่า สโมคเกอร์ ซะอีก แทบจะเรียกได้ว่าเป็น “สายโลเกียที่น่าอับอายที่สุด” เลยก็ว่าได้
ข้อสอง... ไอ้นี่มันเลวระยำแบบกู่ไม่กลับ!
ขนาดน้องชายแท้ ๆ พาพวกมาช่วยมันแหกคุก พอหนีออกมาได้ มันดันทิ้งน้อง ทิ้งลูกน้อง แล้วขโมยเรือหนีไปคนเดียวหน้าตาเฉย... ยายแก่ช่วยชีวิตมันไว้ มันก็ตอบแทนบุญคุณด้วยการขโมยทรัพย์สินยายแล้วหนีไป...
คนแบบนี้เรียกว่า “เดรัจฉาน” ยังน้อยไป...
ถึงแม้โมเรียจะเป็นคนรักพวกพ้องและมองคนในแง่ดี... แต่กับไอ้หมอนี่ ดูยังไงก็เลี้ยงไม่เชื่อง
“ไหนลองบอกมาซิ... แกมีดีอะไร?” โมเรียถามเสียงเรียบ
ลิ้นยาวครับ!
คาริบูอยากจะตอบแบบนั้นใจจะขาด แต่กลัวโดนตบคว่ำ เลยรีบสาธยายสรรพคุณแบบจริงจัง “ข้า... ขโมยของเก่งครับ... ปล้นเก่ง... แล้วก็... ฝังกลบคน เก่งครับ!”
ตอนคิดในหัวน่ะมันดูยิ่งใหญ่ แต่พอพูดออกมา คาริบูก็เริ่มเหงื่อตก... ฟังดูไม่มีอะไรน่าประทับใจเลยแฮะ
“เยี่ยม! ตกลง ชั้นรับแกเข้ากลุ่ม” โมเรียตบไหล่มันดังป้าบ
ฝังกลบคนเก่ง... ในความหมายของโมเรีย มันแปลว่า “ขุดหลุมเก่ง” นั่นเอง
พรสวรรค์! นี่มันพรสวรรค์ชัด ๆ!
คนที่มีสกิลขุดดินระดับเทพแบบนี้ ถ้าไม่เอาไปขุดเหมืองที่ไซบีเรีย... เอ้ย ไม่เอาไปช่วย ขุดศพ ก็เสียของแย่!
หลังจากชั่งน้ำหนักอยู่ครู่หนึ่ง โมเรียก็ตัดสินใจเก็บมันไว้ใช้งาน ไหน ๆ ตอนนี้ก็ขาดแคลนแรงงานอยู่แล้ว แถมไอ้นี่เป็นสายโลเกีย เอาไปใช้แรงงานหนัก ๆ คงไม่ตายง่าย ๆ หรอก
“ทะ... ท่านตกลงง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอครับ?” คาริบูถึงกับอึ้ง นึกว่าจะต้องใช้ลูกตื๊ออีกสักพัก
หรือว่าท่านเห็นแววความดีในตัวเรา? คาริบูผู้ไร้ยางอายคิดเข้าข้างตัวเองทันที
“เคฮะฮะฮะฮะ! ขอบคุณครับลูกพี่!”
โมเรียลากตัวคาริบูเดินออกมา โดยทำหูทวนลมใส่เสียงหัวเราะวิปริตที่ดังไล่หลังมา
ระหว่างทาง คาริบูจ้อไม่หยุด ทำให้โมเรียรู้ที่มาที่ไปว่าทำไมมันถึงมานอนเล่นในคุกได้
เดิมทีคาริบูกับน้องชายตั้งแก๊งโจรเล็ก ๆ หากินกับการลักเล็กขโมยน้อย ซึ่งปกติทหารเรือก็มักจะทำเป็นปิดตาข้างเดียว ปล่อย ๆ ไปบ้าง
แต่พอผู้บัญชาการคนใหม่ย้ายมาประจำการ หมอนี่ดันเป็นพวกตงฉิน ยึดกฎเหล็ก “กวาดล้างไม่เลี้ยง” จับหมดทั้งโจรเล็กโจรใหญ่
ตอนที่คาริบูกำลังพยายามขโมยสมบัติเศรษฐีและกำลังจะหนี ก็ดันจ๊ะเอ๋เข้ากับ นาวาเอก โดเบอร์แมน ที่กำลังออกตรวจเวรพอดี
ด้วยความรักตัวกลัวตาย คาริบูทิ้งลูกน้องและน้องชายทันที แล้วใส่ตีนหมาหนีสุดชีวิต
แต่โดเบอร์แมนนั้นเขี้ยวลากดิน ยึดคติ “จับตัวหัวโจกก่อน” เลยปล่อยลูกกระจ๊อกแล้วไล่กวดแต่คาริบูคนเดียว ไล่กันข้ามเมืองไปสิบแปดถนน สุดท้ายคาริบูก็ไม่รอด
คาริบูเล่าไปก็ด่าสาปแช่งทหารเรือพวกนั้นไปตลอดทาง
สุดท้าย โมเรียก็โยนภาระการดูแลคาริบูไปให้ ลาฟิต จัดการ
คนอย่างคาริบูที่ทั้งขี้ขลาดและเจ้าเล่ห์ ต้องเจอคนฉลาดและอำมหิตอย่างลาฟิตถึงจะเอาอยู่หมัด
พอคาริบูได้ขึ้นมาบน ธริลเลอร์บาร์ค และเห็นสภาพของ บาสตีย์ ที่ถูกซ้อมจนหมดสภาพ... มันก็ยืนอ้าปากค้าง พูดไม่ออกไปพักใหญ่
คาริบูรู้ฤทธิ์เดชของบาสตีย์ดี... คนที่อัดมันร่วงได้ถึงสามรอบ กลับนอนเป็นผักอยู่ตรงนี้
นั่นทำให้คาริบูสาบานกับตัวเองทันทีว่า ‘กูต้องทำตัวดี ๆ ห้ามหุบเงิดเด็ดขาด’
ธริลเลอร์บาร์คแล่นออกสู่ทะเลกว้างพร้อมสมบัติเต็มลำเรือ ทิ้งไว้เพียงความอัปยศอดสูของเหล่าทหารเรือที่ยืนมองตาปริบ ๆ
. .
ณ น่านน้ำแห่งหนึ่งในเวสต์บลู
เรือรบของกองทัพเรือแล่นเอื่อย ๆ ไปบนผิวน้ำที่สงบนิ่ง
ภายในห้องประชุมบนเรือ นายทหารหลายนายกำลังหารือกันหน้าเครียด
ผู้ที่เป็นประธานในที่ประชุม มีใบหน้าดุดันและรอยแผลเป็นรูปกากบาท (X) หลายรอยบนใบหน้า... พลเรือตรี โดเบอร์แมน ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสาขาที่ 51
โดเบอร์แมนจรดปากกาแดงกากบาทลงบนแผนที่ ชี้ไปยังเกาะที่เหลือ
“จากปากคำของพวกโจรสลัดที่ถูกปล้น... ไอ้เจ้าโจรสลัดตาเดียว ‘ฮอธแมน’ น่าจะกบดานอยู่แถวนี้... เราค้นเกาะพวกนี้ไปหมดแล้ว เหลืออีกไม่กี่เกาะ ต้องปูพรมค้นหาให้ละเอียด ห้ามให้เล็ดลอดไปได้!”
ทหารเรือนายหนึ่ง ยกมือขึ้นถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“ท่านครับ... ผมได้ยินมาว่าฮอธแมนคนนี้เลือกปล้นแต่เรือโจรสลัดด้วยกัน ไม่เคยทำร้ายชาวบ้านหรือทหารเรือเลย... แบบนี้มัน...”
“โจรสลัดก็คือโจรสลัด!” โดเบอร์แมนสวนกลับทันควัน “วันนี้มันไม่ทำร้ายคนบริสุทธิ์ แล้วแกรับประกันได้ไหมว่าพรุ่งนี้มันจะไม่ทำ? เชื้อร้ายที่ไร้ความมั่นคงต้องถูกกำจัดให้สิ้นซาก!”
“คะ... ครับท่าน!” ทหารเรือนายนั้นก้มหน้ารับคำ
ปรุรุรุรุรุ~ ปรุรุรุรุรุ~
เสียงหอยทากสื่อสารดังแทรกขึ้นมา การประชุมชะงักลง
โดเบอร์แมนยกหูรับสาย ปลายสายมีน้ำเสียงตื่นตระหนกจนลิ้นพันกัน
“ฮัลโหล... นี่ฐานทัพสาขา 51 ครับ... นั่นท่านพลเรือตรีโดเบอร์แมนใช่ไหมครับ?”
“ว่าไง มีอะไร?” โดเบอร์แมนถามเสียงห้วน
“คือว่า... เอ่อ... เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ... กลุ่มโจรสลัดเก็คโค บุกโจมตีฐานทัพ! นาวาเอก บาสตีย์ ถูกโมเรียเล่นงานจนหมดสติและโดนจับตัวไป! ทรัพย์สินทั้งหมดในฐานถูกกวาดเรียบเลยครับ!”
ทหารสื่อสารพยายามเรียบเรียงคำพูดอย่างยากลำบาก เพื่อรายงานความฉิบหายวายปว่วงที่เกิดขึ้น
หลังจากซักถามยืนยันกันอยู่นาน สรุปได้ว่า... ข่าวนี้เป็นเรื่องจริง
ทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงัน!
โจรสลัด... กล้าบุกปล้นฐานทัพเรือถึงที่!? นี่มัน... ไม่ใช่แค่กล้าแล้ว นี่มันบ้าดีเดือดชัด ๆ!
และลำพังแค่ความกล้ามันทำไม่ได้... มันต้องมี ‘พลัง’ ที่เหนือชั้นด้วยถึงจะรอดไปได้
ปัง!!
เส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนหน้าผากของโดเบอร์แมน เขาตบโต๊ะเสียงดังสนั่น
“กลับฐาน! เดี๋ยวนี้!”
หลังจากเงียบกันไปพักใหญ่ ทหารเรือคนเดิมก็ถามขึ้นเบา ๆ “เอ่อ... ท่านโดเบอร์แมนครับ... แล้วฮอธแมนตาเดียวล่ะครับ? จะยังจับอยู่ไหม?”
“จับบ้าอะไรอีกเล่า!” โดเบอร์แมนตวาดลั่น ก่อนจะค่อย ๆ สงบสติอารมณ์ลง “ถึงรีบกลับไปตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว... การจะตามหาเรือยักษ์ของโมเรียน่ะมันง่ายกว่างมเข็มในมหาสมุทรเยอะ!”
“ทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อนซะ! เรื่องนี้เรื่องใหญ่... ชั้นต้องรายงานไปที่ ศูนย์บัญชาการใหญ่ เดี๋ยวนี้!”