- หน้าแรก
- วันพีซ เงาของชั้นมีระบบปล่อยบอท
- บทที่ 7 ศึกดวล ดาบตัดฉลาม
บทที่ 7 ศึกดวล ดาบตัดฉลาม
บทที่ 7 ศึกดวล ดาบตัดฉลาม
บทที่ 7 ศึกดวล ดาบตัดฉลาม
ภายใน ฐานทัพเรือ ทหารเรือวิ่งพล่านกันให้วุ่นวายโกลาหล แต่ นาวาเอก บาสตีย์ ในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดที่ประจำการอยู่ กลับยืนนิ่งไม่ไหวติง
ทว่าเม็ดเหงื่อที่ไหลซึมออกมาจากหน้ากากเหล็ก บ่งบอกว่าจิตใจของเขาไม่ได้สงบนิ่งเหมือนท่าทางที่แสดงออก
คนอื่นอาจไม่รู้จักความหมายของธงนั้น... แต่เขาที่เป็นถึงนายทหารยศนาวาเอก จะไม่รู้ได้ยังไง?
“เฮ้ย! นั่นดูเหมือนจะมีคนอยู่ตรงนั้นไหม?”
ทหารเรือตาดีคนหนึ่งชี้มือไปที่เงาตะคุ่มรูปร่างคล้ายคนที่กำลังเดินฝ่าความมืดเข้ามา
แต่ท่วงท่าการเดินที่ดูแข็งทื่อและผิดธรรมชาตินั่น... ทำให้ทุกคนอดสงสัยไม่ได้ว่ามันใช่ ‘คน’ จริงหรือเปล่า
เมื่อเงาร่างเหล่านั้นเดินเข้ามาใกล้จนแสงไฟส่องถึง ทุกสายตาก็หรี่ลงด้วยความสยดสยอง
“นะ... นั่นมัน... ซอมบี้!?”
ภาพเบื้องหน้าคือร่างศพที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผล สภาพเน่าเปื่อยแต่กลับยืนหยัดและก้าวเดินได้อย่างน่าขนลุก
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ไม่รู้ใครเป็นคนเปิดฉากยิงคนแรก แต่ทันทีที่เสียงปืนดังขึ้น ทหารเรือคนอื่นก็สาดกระสุนตามโดยไม่ต้องรอคำสั่ง แสงไฟจากปากกระบอกปืนสว่างวาบไปทั่วบริเวณ
แต่เมื่อควันปืนจางลง... เหล่าซอมบี้ยังคงเดินหน้าต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ทำไมกัน!? ทำไมยิงไม่ตาย! พวกมันเป็นตัวอะไรกันแน่!”
คำถามซ้ำซากที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกบ่งบอกถึงขวัญกำลังใจที่เริ่มเสียของทหารเรือ
“อ้ากกก! พวกมันบุกเข้ามาแล้ว!”
เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูฆ่าไม่ตาย ขบวนทัพของทหารเรือก็แตกกระเจิง ทหารกล้าที่เหลืออยู่ชักดาบออกมาเตรียมเข้าปะทะในระยะประชิด
“โธ่เว้ย!”
ทหารเรือนายนึงฟันหัวซอมบี้จนขาดกระเด็น แต่ร่างท่อนล่างของมันกลับยังพุ่งเข้าใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อเห็นลูกน้องกำลังตกที่นั่งลำบาก บาสตีย์ตัดสินใจชักดาบยักษ์คู่ใจ “ดาบตัดฉลาม” ออกมา
วู้ววว...
ดาบยักษ์ถูกเหวี่ยงออกไป เสียงแหวกอากาศดังสนั่น คลื่นดาบขนาดมหึมาพุ่งแหวกอากาศตรงไปข้างหน้า
ฉัวะ! ฉัวะ!
เหล่าซอมบี้ถูกผ่าครึ่งท่อนในพริบตา คลื่นดาบยังคงพุ่งทะลวงต่อไป ผ่าก้อนหินด้านหลังจนแยกเป็นสองเสี่ยง
บาสตีย์ถือดาบตัดฉลามพาดบ่า แล้วตะโกนสั่งลูกน้อง “ทุกคนถอยไปก่อน! ตรงนี้ชั้นจัดการเอง!”
“ครับท่านบาสตีย์!”
“โอ้วววว! ท่านนาวาเอกสุดยอด!”
เมื่อเห็นบาสตีย์จัดการซอมบี้ราวกับหั่นผัก เหล่าทหารเรือก็โห่ร้องด้วยความดีใจ
“นี่สินะพลังของผู้แข็งแกร่งตัวจริง! เท่สุด ๆ ไปเลย!”
ทหารเรือต่างตะโกนเรียกชื่อบาสตีย์ด้วยความศรัทธา แววตาเปี่ยมด้วยความหวัง
แต่ต่างจากเสียงเชียร์รอบข้าง... จิตใจของบาสตีย์กลับดำดิ่งสู่ความเครียด
เขารู้ดีว่าไอ้พวกนี้มันแค่ตัวเบี้ยใช้เปิดทาง... ของจริงมันกำลังจะมาต่างหาก
แปะ แปะ แปะ แปะ!
เสียงปรบมือดังฝ่าความมืดออกมา พร้อมกับร่างของกลุ่มคนที่ค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด
ทหารเรือทุกคนหุบปากฉับ สีหน้ากลับมาเคร่งเครียดอีกครั้ง ราวกับรู้ว่าหายนะที่แท้จริงมาถึงแล้ว
“ยอดเยี่ยม... ดาบตัดฉลามงั้นรึ? เป็นโชว์ที่ดูเพลินตาดีนี่... แกคือหัวหน้าของที่นี่สินะ?”
ไม่มีใครกล้าตอบ ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วบริเวณ ราวกับเวลามันหยุดเดิน
บาสตีย์จ้องมองผู้พูด แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่เขาก็อดประหม่าไม่ได้ เขาพยายามคุมเสียงให้ปกติที่สุด
“เก็คโค โมเรีย ...ไม่นึกว่าจะได้เจอตัวเป็น ๆ ที่นี่”
โมเรียมองดาบตัดฉลาม สลับกับหน้ากากทรงเขาบูล แล้วก็นึกออกทันที
ในต้นฉบับ หมอนี่คือ พลเรือโท ที่ติดตาม พลเรือเอก ฟูจิโทระ ไปทำภารกิจที่เดรสโรซ่า ฝีมือถือว่าพอตัว แต่กว่าจะถึงตอนนั้นก็อีกเป็นสิบปี... ตอนนี้ยังไม่ได้ย้ายไปศูนย์ใหญ่สินะ
“เก็คโค โมเรียคือใครวะ? เวสต์บลูมีคนชื่อนี้ด้วยเหรอ?” ทหารเรือบางคนเริ่มกระซิบกระซาบ
“ไอ้โง่! แกไม่รู้จักชื่อเก็คโค โมเรียเรอะ!? เขาคือคนที่เคยดวลกับ ไคโด ร้อยอสูร หนึ่งในสี่จักรพรรดิแห่งโลกใหม่เชียวนะ! ค่าหัวตั้งสามร้อยกว่าล้าน!!”
“อย่ามาอำกันเล่นนะเว้ย... โจรสลัดระดับนั้นมาทำบ้าอะไรที่บ้านนอกอย่างเวสต์บลูวะ?”
“จะไปรู้เรอะ! หายหัวไปเป็นสิบปี ดันมาโผล่เอาวันนี้เนี่ยนะ!”
เสียงกระซิบเริ่มสั่นเครือ ความหวาดกลัวเริ่มเกาะกินจิตใจทหารเรือ
บาสตีย์กวาดสายตามองไปที่คนข้างกายโมเรีย... เขาจำหน้าคนหนึ่งได้แม่น
ลาฟิต มือปราบมาร!
นึกไม่ถึงว่าเจ้านี่จะไปเข้าร่วมกลุ่มกับโมเรียซะได้
“ในเมื่อแกไม่ตอบ ก็ไม่ต้องพูดแล้ว” โมเรียแยกกรรไกรยักษ์ในมือออก ถือเพียงข้างเดียวแล้วควงเล่นอย่างคล่องแคล่ว “ถือซะว่าเป็นคู่ซ้อมวอร์มมือให้ชั้นหน่อยก็แล้วกัน! กิฮิฮิฮิฮิ!”
ทหารเรือคนหนึ่งยกปืนยาวขึ้นเล็ง แต่บาสตีย์รีบยกมือห้าม
“พวกนายไม่ใช่คู่มือของมัน ถอยไปซะ! ให้ชั้นรับมือเอง!”
สิ้นคำ บาสตีย์ก็กระชับดาบตัดฉลามในมือแน่น แล้วก้าวออกไปเผชิญหน้ากับโมเรีย
เคร้ง!!
โมเรียเงื้อดาบฟันลงมาตรง ๆ ใส่หัวบาสตีย์ แรงกดอากาศจากการฟันนั้นรุนแรงจนน่ากลัว
บาสตีย์ยกดาบขึ้นรับการโจมตี คมดาบปะทะกันเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ปฏิเสธไม่ได้ว่าพละกำลังของบาสตีย์นั้นมหาศาลสมกับร่างกายสูง 3 เมตร และฝีมือดาบก็ไม่ธรรมดา
แต่ทว่า...
คู่ต่อสู้ของเขาดันเหนือกว่าในทั้งสองด้านนี่สิ!
กึก!
บาสตีย์สะท้านเฮือก การปะทะกันเพียงชั่ววูบส่งแรงสะท้อนกลับมาจนง่ามมือเขาฉีกขาด ดาบตัดฉลามแทบหลุดจากมือ
“แรงบ้าอะไรขนาดนี้!”
เป็นครั้งแรกที่บาสตีย์รู้สึกว่าตัวเองแพ้เรื่องพละกำลัง สมัยเรียนที่ โรงเรียนเตรียมทหาร แรงของเขาแทบจะงัดข้อชนะเผ่ายักษ์ได้ด้วยซ้ำ
“นี่คือการฆ่ากันจริง ๆ ไม่มีเวลาให้แกมาใจลอยหรอกนะ! กิฮิฮิฮิฮิ!”
นี่คือศึกจริงครั้งแรกหลังจากได้ชีวิตใหม่ โมเรียรู้สึกเลือดลมสูบฉีดพล่านอย่างบอกไม่ถูก
ยังไม่ทันพูดจบ คมดาบระลอกใหม่ก็พุ่งเข้ามา บาสตีย์ต้องใช้สองมือประคองดาบรับการโจมตี ถอยหลังกรูดเพื่อลดแรงปะทะอันป่าเถื่อนของโมเรีย
แฮ่ก! แฮ่ก! แฮ่ก!
การปะทะช่วงแรกยังพอรับมือไหว แต่หลังจากรับดาบไปนับครั้งไม่ถ้วน บาสตีย์ก็เริ่มหอบหนัก มือที่ชุ่มไปด้วยเลือดและเหงื่อเริ่มจับดาบไม่อยู่ แขนทั้งสองข้างชาจนแทบไร้ความรู้สึก
ทุกครั้งที่โมเรียตวัดดาบอย่างสบาย ๆ บาสตีย์กลับต้องเซถอยหลังไปหลายก้าว แม้แต่คนดูที่ไม่เป็นมวยก็ยังดูออกว่าใครเป็นฝ่ายไล่ต้อน
“ท่านบาสตีย์!!”
เหล่าทหารเรือกัดฟันกรอด อยากจะเข้าไปช่วยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
ทางด้านเพโรน่ายืนหาวหวอด... ทหารเรือพวกนั้นลงไปนอนกราบพื้นหมดสภาพกันหมดแล้ว เพราะโดนผีเนกาทีฟของเธอเล่นงานจนไม่อยากมีชีวิตอยู่
ฉากนี้ทำเอาลาฟิตถึงกับร้องอุทานออกมาเบา ๆ ด้วยความทึ่ง
“จบกันแค่นี้แหละ” โมเรียพึมพำ ก่อนจะง้างดาบฟันลงมาด้วยแรงมหาศาล
เพล้ง! เพล้ง!
ดาบตัดฉลามของบาสตีย์เกิดรอยร้าว ก่อนจะแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ!
“บ้าเอ๊ย!”
“เทคไก (กายาเหล็ก)!!”
วินาทีที่ดาบแตก บาสตีย์ไม่รอช้า งัดวิชา หนึ่งในวิชาหกรูปแบบ ออกมาใช้ทันที
กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งตัวจนแข็งดั่งเหล็กกล้า หวังจะรับแรงฟันมหาประลัยของโมเรียด้วยร่างกายเพียว ๆ!