เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 133: เปลี่ยนคำอธิบาย เตรียมนำคนในตระกูลหลู่เดินทางสู่โลกหลัก

บทที่ 133: เปลี่ยนคำอธิบาย เตรียมนำคนในตระกูลหลู่เดินทางสู่โลกหลัก

บทที่ 133: เปลี่ยนคำอธิบาย เตรียมนำคนในตระกูลหลู่เดินทางสู่โลกหลัก


บทที่ 133: เปลี่ยนคำอธิบาย เตรียมนำคนในตระกูลหลู่เดินทางสู่โลกหลัก

“ครับ” ถังเสียนเซิ่งได้ยินคำสั่งของหลู่หยาง ก็รีบพยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อมทันที

“อืม หากไม่มีเรื่องอื่น พวกนายก็กลับไปก่อนเถอะ” หลู่หยางมองพวกถังเสียนเซิ่งแล้วเอ่ยขึ้น

“ครับ” ทั้งสามคนของถังเสียนเซิ่งพยักหน้ารับคำทันที จากนั้นก็ทำความเคารพหลู่หยางอย่างนอบน้อมก่อนจะถอยออกจากคฤหาสน์ไป

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในพริบตาเดียวก็ผ่านไปสามวันแล้ว

ในช่วงสามวันนี้ หลู่หยางแทบจะไม่ได้ก้าวเท้าออกจากบ้านเลย เขาใช้เวลาทั้งหมดไปกับการอยู่เป็นเพื่อนหานเวยเวยในคฤหาสน์

ท้ายที่สุดแล้ว การที่เขาต้องจากหานเวยเวยไปนานหลายสิบปีในโลกดันเจี้ยน ย่อมทำให้เขาคิดถึงเธอเป็นธรรมดา

หลังจากเสพสุขกับชีวิตอันสงบเรียบง่ายได้สามวัน หลู่หยางได้ก้าวออกจากคฤหาสน์ และเดินทางกลับเข้าสู่โลกดันเจี้ยนดาบมังกรหยกอีกครั้ง

วันนี้เขาเตรียมที่จะนำคนจากดันเจี้ยนดาบมังกรหยกออกมายังโลกหลักเพื่อสร้างกองกำลังของตนเองขึ้นมา

เนื่องจากอัตราการไหลเวียนของเวลาคือหนึ่งต่อยี่สิบ วันเวลาในโลกหลักผ่านไปสี่วัน ในดันเจี้ยนดาบมังกรหยกกลับเพิ่งผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง

ระยะเวลาอันสั้นขนาดนี้ ย่อมไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่าหลู่หยางเคยจากโลกดันเจี้ยนแห่งนี้ไปแล้ว

หลังจากกลับมาสู่โลกดันเจี้ยน หลู่หยางก็เดินทางไปหาพวกเตี๋ยเมี่ยงหนึ่งรอบ

ในครั้งนี้หลู่หยางไม่ได้วางแผนที่จะพาพวกเตี๋ยเมี่ยงออกไปยังโลกหลักด้วย เนื่องจากโลกหลักในเวลานี้ยังไม่มีกองกำลังหนุนหลังที่มั่นคงอย่างตระกูลหลู่ การพาพวกนางออกไปในตอนนี้ย่อมไม่ค่อยสะดวกนัก

รอจนกว่าจะสร้างกองกำลังขนาดใหญ่ขึ้นมาได้สำเร็จแล้ว ค่อยพาพวกนางออกไปก็ยังไม่สายเกินไป อย่างไรเสียเขาก็สามารถกลับมายังโลกดันเจี้ยนแห่งนี้ได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว ย่อมไม่มีทางเกิดเหตุการณ์ประเภทที่ว่าไม่ได้เจอกันนานหลายปีอย่างแน่นอน

แต่ในเมื่อกลับมาแล้ว หลู่หยางยิ่งไม่มีทางที่จะไม่ไปพบหน้าพวกนาง

ด้วยอัตราเวลาหนึ่งต่อยี่สิบ การใช้เวลาอยู่ในโลกดันเจี้ยนสักวันสองวันก็ไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด

(คือหลู่หยางปรับเปลี่ยนเวลาได้ตามใจชอบ อยู่โลกไหนอีกโลกก็จะผ่านไปไม่นานในอัตราหนึ่งต่อยี่สิบ)

ในวันนี้ หลู่หยางได้ใช้เวลาอยู่เป็นเพื่อนสนมของตนเองเป็นอย่างดี

วันต่อมา หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว หลู่หยางก็สั่งให้หลู่เม่าจงเรียกตัวยอดฝีมือของตระกูลหลู่ที่ประจำการอยู่รอบๆ พระราชวังเข้ามาพบ

ใช้เวลาไปประมาณครึ่งชั่วยาม ยอดฝีมือตระกูลหลู่หลายร้อยคนก็มาปรากฏตัวต่อหน้าหลู่หยาง

ในจำนวนนี้ประกอบด้วยหลู่เสวียน, หลู่ฉางอัน, หลู่ซง, หลู่หวาง, หลิวป๋อเหวิน และคนอื่นๆ

“ถวายบังคมฝ่าบาท” พวกหลู่เสวียนเห็นหลู่หยางแล้ว ต่างก็พากันทำความเคารพอย่างนอบน้อมสูงสุดทันที

“ไม่ต้องมากพิธี” หลู่หยางโบกมือ

จากนั้นเขาก็บอกเล่าเจตจำนงของตนเองให้พวกหลู่เสวียนฟัง

แน่นอนว่าหลู่หยางย่อมไม่มีทางบอกตรงๆ ว่า “พวกเจ้าเป็นเพียงคนในโลกดันเจี้ยน ครั้งนี้ข้าจะพาพวกเจ้าออกจากดันเจี้ยนไปช่วยข้าทำงาน” แน่นอน

หลู่หยางเลือกที่จะใช้คำอธิบายอื่นแทน

โดยเขาบอกว่าเขาบังเอิญได้รับหยกเหอซื่อปี้อันเป็นตราแผ่นดินมาครองโดยบังเอิญ

จากนั้นเขาก็ไขความลับในหยกเหอซื่อปี้ ที่แท้หยกเหอซื่อปี้คือสุดยอดศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังในการฉีกกระชากมิติเพื่อเดินทางไปยังอีกโลกหนึ่งได้

หลังจากที่หยกเหอซื่อปี้ยอมรับเขาเป็นนายแล้ว เขาก็เคยออกจากโลกแห่งนี้ไปแล้วครั้งหนึ่งและเดินทางไปถึงอีกโลกหนึ่ง อีกทั้งยังเคยใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งนั้นเป็นเวลาหลายปีด้วยกัน

เมื่อไม่นานมานี้ เขาสามารถหลอมรวมหยกเหอซื่อปี้ได้อย่างสมบูรณ์ และควบคุมพลังในการข้ามมิติของมันได้สำเร็จ เขาจึงได้เดินทางกลับมายังโลกแห่งนี้อีกครั้ง

หลังจากกลับมาที่โลกนี้แล้ว เขาจึงตั้งใจที่จะนำคนกลุ่มหนึ่งเดินทางไปยังอีกโลกหนึ่งเพื่อฟื้นฟูตระกูลหลู่และสร้างกองกำลังขึ้นมาใหม่

จากนั้นหลู่หยางยังได้อธิบายถึงสภาพความเป็นไปในโลกหลักให้ฟังคร่าวๆ อีกด้วย

หลังจากหลู่หยางพูดจบ ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ต่างก็พากันมองหลู่หยางด้วยความตกตะลึงอย่างถึงที่สุด

แน่นอนว่ามีเพียงความตกตะลึงอย่างเดียว

แต่ไม่มีใครเลยสักคนที่จะไม่เชื่อคำพูดของเขา

พวกเขามีเพียงความตื่นตะลึงตกใจแค่นั้น

นี่คือข้อดีของการมีค่าความภักดีที่สูงส่ง คนที่อยู่ตรงหน้าต่างก็มีความภักดีต่อหลู่หยางจนทะลุขีดจำกัดสูงสุดแล้วทั้งสิ้น

ด้วยค่าความภักดีระดับนี้ ไม่ว่าหลู่หยางจะพูดอะไรออกมา พวกเขาก็พร้อมที่จะเชื่อฟังอย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ

“พวกเจ้ามีใครยินดีที่จะติดตามเราเดินทางไปยังอีกโลกหนึ่ง เพื่อสร้างตระกูลหลู่อันรุ่งโรจน์ขึ้นมาใหม่อีกครั้งหรือไม่?” หลังจากหลู่หยางอธิบายเรื่องโลกหลักเสร็จ เขาก็มองไปยังพวกหลู่เม่าจงพลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

“พวกเรายินดีที่จะติดตามฝ่าบาทเดินทางไปยังอีกโลกหนึ่ง เพื่อสร้างตระกูลหลู่อันรุ่งโรจน์ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ด้วยการนำทัพของฝ่าบาท ต่อให้อยู่ในอีกโลกหนึ่ง ตระกูลหลู่ของพวกเราก็จะต้องกลายเป็นตระกูลอันดับหนึ่งอย่างแน่นอนขอรับ”

ทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น ต่างก็พากันร้องขานด้วยความเคารพสูงสุดต่อหลู่หยางทันที

“โลกแห่งนี้คือฐานที่มั่นใหญ่ของพวกเรา พวกเจ้าจะพากันจากไปทั้งหมดไม่ได้ หยกเหอซื่อปี้คือศาสตราแห่งจักรพรรดิ ในเวลานี้เราเพิ่งจะครอบครองเพียงจงหยวนเท่านั้น ยังมีดินแดนอีกมากมายที่ยังไม่ได้ยึดครอง ยิ่งดินแดนกว้างใหญ่เพียงใด ประโยชน์ที่ส่งผลต่อเราก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นพวกเจ้าจำเป็นต้องอยู่ที่นี่ต่อ เพื่อช่วยเรายึดครองใต้หล้าทั้งหมดมาให้ได้ ในครั้งนี้เราตั้งใจจะนำคนไปเพียงสิบถึงยี่สิบคนเท่านั้น” หลู่หยางได้ยินคำพูดของพวกหลู่เม่าจงก็ยิ้มพลางกล่าวอธิบาย

“หากเป็นเช่นนั้น ฝ่าบาท กระหม่อมขออยู่รับใช้ที่นี่ กระหม่อมจะช่วยฝ่าบาทยึดครองดินแดนในโลกนี้มาให้ได้ทั้งหมด ขอเพียงเป็นดินแดนที่แสงสุริยาสาดส่องไปถึง ย่อมต้องกลายเป็นผืนแผ่นดินของต้าเซี่ยของพวกเราขอรับ” หลิวป๋อเหวินได้ยินคำพูดของหลู่หยางก็รีบเอ่ยขึ้นทันที

“อืม” เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวป๋อเหวิน หลู่หยางจึงพยักหน้ารับคำ

ความจริงแล้วต่อให้หลิวป๋อเหวินอยากจะจากไป หลู่หยางก็ย่อมต้องให้หลิวป๋อเหวินอยู่จัดการงานที่นี่ต่ออยู่ดี

หลังจากที่เขาจากไปแล้ว ราชวงศ์ของเขายังคงต้องมีคนคอยควบคุมสถานการณ์ในภาพรวมทั้งหมด คนที่มีบารมีและความสามารถเพียงพอที่จะทำหน้าที่นี้ได้ย่อมมีเพียงแค่อัครมหาเสนาบดีอย่างหลิวป๋อเหวินเท่านั้น ดังนั้นหลิวป๋อเหวินจึงยังจากไปไม่ได้ในเวลานี้

จบบทที่ บทที่ 133: เปลี่ยนคำอธิบาย เตรียมนำคนในตระกูลหลู่เดินทางสู่โลกหลัก

คัดลอกลิงก์แล้ว