เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 366: ยอดวีรบุรุษแห่งใต้หล้า มีเพียงหยางเจาแต่เพียงผู้เดียว

บทที่ 366: ยอดวีรบุรุษแห่งใต้หล้า มีเพียงหยางเจาแต่เพียงผู้เดียว

บทที่ 366: ยอดวีรบุรุษแห่งใต้หล้า มีเพียงหยางเจาแต่เพียงผู้เดียว


บทที่ 366: ยอดวีรบุรุษแห่งใต้หล้า มีเพียงหยางเจาแต่เพียงผู้เดียว

"ฮิๆ... ที่แท้เวลาท่านอยู่กับท่านพี่ใหญ่ ฟู่จวินชั่ว พวกท่านปฏิสัมพันธ์ติดต่อและแฝงตัวอยู่ร่วมกันด้วยวิธีเช่นนี้เองสินะคะ" ฟู่จวิ้นอวี่เอ่ยวาจาเย้าแหย่พลางระเบิดรอยยิ้มอันลึกล้ำพิสดารแฝงเลศนัยชั่วร้าย

"อะแฮ่ม... เจ้ายามนี้แฝงตัวลอบเข้ามาหาข้าถึงในห้องพัก แบกรับภารกิจด่วนดลใจหรือกุมแผนการร้ายสายใดซ่อนอยู่เบื้องหลังกันเล่าบอกข้ามาสิ?" หยางเจาแสร้งกระแอมไอสองคราพลางเอ่ยปากคำถามจี้ไถ่ถามเสียงเรียบอย่างสุขุม

ฟู่จวิ้นอวี่ไม่ได้แสร้งเปิดฉากเจรจาลั่นวาจาเอ่ยคำพูดแก้เกี้ยวตอบกลับในทันที สตรีสาว คำแทนยอดหญิง เอาแต่ทอดสายตาคู่สวยจ้องเขม็งจับจ้องมองสำรวจใบหน้าอันหล่อเหลาบารมีของหยางเจาตาไม่กะพริบด้วยความเหม่อลอยไร้สติไปชั่วขณะ

"หืม?" หยางเจาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงงสับสน ชายหนุ่มสมองตื้อไปชั่วครู่ใหญ่จนไร้ซึ่งความล่วงรู้แจ้งชัดเจนแทงทะลุในใจล่วงหน้า... ว่ายามนี้ในหัวสมองประจำตัวของนางกำลังแอบวางแผนร้ายคิดอ่านสิ่งใดอยู่กันแน่

"หากลองกวาดสายตามองสำรวจ ตรวจสอบดูบรรดาองค์ประมุขขุนศึกและยอดคนทั่วทั้งใต้หล้าในปัจจุบัน... บางทีคงแอบหลงเหลือเพียงแค่ตัวท่านแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นแหละนะเจ้าคะ ที่แผ่บารมีองอาจคู่ควรและทรงคุณค่าพอจะได้รับการยกย่องเรียกขานนามว่าเป็นถึง ยอดวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดกุมสิทธิ์เด็ดขาดข่มแผ่นดิน  อย่างชอบธรรมแท้จริงล่ะค่ะ" ฟู่จวิ้นอวี่เอ่ยคำ น้ำเสียงอ่อนโยนแผ่วเบายิ่งนัก

ในวินาทีจังหวะเวลานั้น แววตาคู่สวยของนางเดือดพล่านอบอวลไปด้วยประกายกระแสความรักใคร่ เสน่หา และความผูกพันอันบริสุทธิ์ลึกซึ้งพรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้

"เรื่องนี้มัน..." หยางเจาย่อมแผ่บารมีจับกระแสความผิดปกติและลางสังหรณ์ตัณหาความสัมพันธ์อันดีงามคราวนี่ออกได้ทันควันล่วงหน้า ชายหนุ่มถึงกับสะดุ้งสุดตัวลนลานทำตัวไม่ถูกจนต้องแสร้งกระแอมไอแห้งๆ ออกมาหลายครากลบเกลื่อนรอยพิรุธ

"การได้แฝงตัวพำนักปักหลัก ยอมลดตัวก้มหน้าน้อมรับยำเกรงก้าวเข้าเป็นสตรีสมาคม นางบำเรอปลายแถว คอยเฝ้ารักษาความปลอดภัยปรนนิบัติอยู่เคียงข้างวรกายของท่าน ยามนั้นมันย่อมต้องแปรเปลี่ยนเป็นชะตากรรมความสุขครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประจำชีวิตลูกผู้หญิงในแผ่นดินโลกใบนี้แน่นอนใช่ไหมเจ้าคะ..." ฟู่จวิ้นอวี่ลอบพึมพำกับตัวเองเบาๆ ในอกด้วยความลิงโลด

ยามเมื่อลั่นวาจาเอ่ยประโยคคำถามเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเตือนสติเสร็จสิ้น ร่างอันอ้อนแอ้นงดงามล้ำเลิศเลอของนางก็เริ่มดำเนินการขยับเยื้องกราย ก้าวเท้าสาวเท้าก้าวเดินแฝงตัวรุกคืบขยับเข้ามายืนปักหลักซ่อนตัวซุ่มซ่อนอยู่ตรงบริเวณเบื้องหน้าของหยางเจาตรงๆ ทุกขั้นตอนทันที

บรรยากาศรอบตัวภายในกระโจมศึกพลันแปรเปลี่ยนเป็นตึงเครียด แปลกประหลาดพิสดาร และแฝงเจตนารมณ์ตัณหาราคะอบอวลขึ้นมาทันตาเห็น ยิ่งโดยเฉพาะข้อมูลข้อเท็จจริงสำคัญเรื่องที่ หยางเจาแผ่บารมีเพิ่งจะผ่านพ้นวิกฤตหน้าสิ่วหน้าขวาน เสร็จสิ้นกระบวนการเปิดฉากเจรจาลับร่วมฝืนฝึกปรือวรยุทธ์เคล็ดวิชามรรควิธีอมตะค้ำชูชีวิตร่วมกันกับผู้เป็นพี่สาวอย่างฟู่จวินชั่วมาได้ไม่นานแสนนานขนาดนั้นล่วงหน้าดั่งตาเห็นด้วยแล้วนั่นเอง ยิ่งช่วยจุดชนวนความรุ่มร้อน

"ข้า... ข้ายินยอมพร้อมใจยามนี้ ปรารถนาอย่างลึกซึ้งอยากจะขอสละเวลาก้าวเข้าเป็นสตรีเฝ้ารับใช้ข้างกายประจำตัวของท่านเจ้าค่ะ" ฟู่จวิ้นอวี่ก้าวเท้ามาหยุดนิ่งตระหง่านอยู่ตรงหน้าหยางเจา พลางออกหน้าระเบิดถ้อยคำคำมั่นสัญญาสัจจะแฉความจริงเน้นย้ำออกมาทีละคำอย่างเด็ดเดี่ยวหนักแน่นเด็ดขาดไร้ที่ติ

ในเมื่อสตรีสาวงามผู้ครอบครองรูปลักษณ์เลิศเลอขนาดนี้ แผ่บารมีมีความเด็ดเดี่ยวล้นฟ้า ยินยอมพร้อมใจจัดฉากเป็นฝ่ายลงมือรุกคั้น บุกมาท้าทายตัณหาความความทะยานอยากอันบ้าคลั่งล้นฟ้าถึงในห้องพักส่วนตัวปิดตายขนาดนี้แล้ว มีหรือพญามังกรศึกผู้กุมสิทธิ์เด็ดขาดบารมีทั่วใต้หล้าดั่งเช่นหยางเจา จะแสร้งทำตัวสงบนิ่งเฉยชาปฏิเสธเลิกคบค้าสมาคมความปรารถนาดีข้อนี้ลงคอชั่วชีวิตได้สำเร็จเล่าจริงไหม

ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มอันลึกล้ำพิสดาร ชายหนุ่มเพียงวาดเรียวมือสะบัดชายเสื้อคลุมยาวเบาๆ คราหนึ่ง กระแสลมปราณก็พุ่งวาบไปจัดการดับแสงไฟตะเกียงน้ำมันจนกระโจมทั้งหลังตกอยู่ในความมืดมิดสนิททันตาเห็นในพริบตา เพื่อเริ่มต้นมหากาพย์กระบวนการประสานพลังปราณแท้เปิดเส้นชีพจรร่วมบำเพ็ญเพียรศึกษาดูใจตามวิถีคัมภีร์อมตะร่วมกันกับฟู่จวิ้นอวี่สืบต่อยาวนานไปตลอดทั้งคืนวิกฤตคราวนี่เด็ดขาดร้อยเปอร์เซ็นต์

ค่ำคืนราตรีอันแสนวิเศษล่วงเลยผ่านพ้นไปไกลแสนไกลปานสายฟ้าแลบ ยามเมื่อแสงรุ่งอรุณในวันใหม่เดินทางมาถึง ยามที่ฟู่จวิ้นอวี่ออกแรงผลักแผ่นผ้าม่านบังตากระโจมศึกพลางก้าวเท้าก้าวเดินแฝงตัวคืนกลับออกมาด้านนอก ผิวพรรณและใบหน้าอันงดงามล้ำเลิศล่มเมืองของนางพลันแปรเปลี่ยนเป็นขึ้นสีแดงฉานสาดประกายความขัดเขินขี้อายร้อนผ่าวอาบแก้มทันควัน

ทว่า ทันทีที่เรียวก้าวเหยียบย่างของนางตระเตรียมจะเริ่มขยับฝีเท้าก้าวเดินรุกคืบก้าวหน้าก้าวเดินเดินทางจากไป คิ้วเรียวงามของนางกลับพลันขมวดมุ่นแน่นหน้าถอดสีซีดเผือดลนลานทำตัวไม่ถูกชั่วขณะ

นั่นเป็นเพราะกระแสความเจ็บปวดระทม และความเหนื่อยล้าอิดโรยระทวยตามร่างกายสายหนึ่ง พุ่งทะยานจากส่วนล่างแลบปะทุแผ่ซ่านขึ้นมาบดขยี้กัดกินสภาพร่างกายท่อนบนประจำกายของนางอย่างเงียบเชียบและรุนแรงจับขั้วหัวใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในพริบตาตามธรรมเนียมปฏิบัติชะตากรรมลูกผู้หญิงที่เพิ่งผ่านศึกสงครามมหาศาลครั้งแรกคราแรก

"เจ้าจงเร่งจัดขบวนเดินทาง หันหลังก้าวเดินเดินทางกลับคืนสู่อ้อมอกที่ตั้งค่ายหลักตำหนักเทียนเจ้าเดี๋ยวนี้ซะเถอะ และนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ห้ามมิให้เจ้าแฝงตัวก้าวล่วงเข้ามาแทรกแซงปฏิสัมพันธ์พัวพัน ยุ่งเกี่ยวกับแผนการทำศึกกอบกู้แผ่นดินเด็ดชีพสังหารศัตรูอันแสนชั่วช้าอันตรายบีบหัวใจเหล่านี้สืบต่อยาวนานเด็ดขาดนะครัยนั่นแหละคือแนวทางป้องกันตัวประจำตัวของเจ้า" หยางเจาเอ่ยคำสอนออกคำสั่งกำชับเตือนสติสำทับเสียงเข้มเรียบเฉยอย่างสุขุม

"ค่ะ... ผู้น้อยน้อมรับคำสั่งประกาศิตเด็ดขาดและจะยอมปักใจเชื่อฟังคำสั่งสั่งการจัดสรรประจำตัวของท่านพี่เจาทุกประการชั่วชีวิตค่ะ" ฟู่จวิ้นอวี่เอ่ยคำตอบคำ น้ำเสียงอ่อนโยนแผ่วเบายิ่งนัก

ในวินาทีหน้าสิ่วหน้าขวานปัจจุบัน ยามที่สภาพร่างกายและจิตวิญญาณประจำตัวของนางแปรเปลี่ยนเป็นกรรมสิทธิ์ได้รับการแต่งตั้งตกเป็นสตรีของหยางเจาอย่างสมบูรณ์เสร็จสิ้นเบ็ดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในส่วนลึกของหัวใจนางย่อมยืนกรานเด็ดขาดพร้อมที่จะก้มหน้าน้อมรับยำเกรงน้อมรับบัญชาปฏิบัติตามกฎเกณฑ์โองการของสวามีอย่างหมดข้อประท้วง ดังนั้น หลังจากก้าวเท้าเดินทางออกจากขอบเขตพื้นที่หน้ากระโจมศึกกองทัพหน้าคันยักษ์ ฟู่จวิ้นอวี่เร่งจัดแจงสั่งการด่วนสืบหาข้อมูลขึ้นไปประทับพำนักอยู่บนขบวนรถม้าศึกคันงามหลังหนึ่ง พลางเริ่มออกเดินทางเคลื่อนทัพหันหลังก้าวเดินเดินทางจากมณฑลแห่งนี้ไปอย่างรวดเร็ว ภายใต้สัญญาการจัดตั้งขบวนอารักขาคุ้มกันเฝ้ารักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเข้มงวดประจำตระกูลจากน้ำมือกองกำลังยอดฝีมือองครักษ์เสื้อแพรประจำตำหนักเทียนเจ้าหลายสายคอยส่งมอบการอารักขา

ความจริงแท้แน่นอนประจำใต้หล้าคือ หลังจากที่ฟู่จวิ้นอวี่แผ่บารมียินยอมพร้อมใจจัดสรรสละเวลามาร่วมสัมผัสพลังประสานรวมเข้าขบวนศึกษาดูใจมรรควิธีอมตะค้ำชูชีวิตร่วมกันกับหยางเจาเสร็จสิ้นเบ็ดเสร็จในราตรีก่อนหน้านี้ ร่างกายท่อนบนประจำกายประจำตัวของนางก้นับว่าได้รับการจัดสรรดูดซับ ซึมซับเอาผลประโยชน์มหาศาลจากปราณอมตะอันบริสุทธิ์ไร้พ่ายจากเคล็ดวิชาคัมภีร์อมตะ เข้าไปค้ำชูหล่อเลี้ยงระบบเส้นชีพจรอย่างเต็มอิ่ม ส่งผลบีบบังคับค้ำชูช่วยให้กระแสพลังปราณแท้ในร่างกายทวีความแข็งแกร่งรุดหน้า พุ่งทะยานขยายอำนาจขึ้นอย่างก้าวกระโดดพลิกแผ่นดินไปตั้งนานแล้วเรียบร้อยล่ะนะจ้ะครัย ยามเมื่อแผ่พลานุภาพวรยุทธ์บารมีขึ้นมาจนแข็งแกร่งข่มแผ่นดินขนาดนี้ ลำพังเพียงแค่การสั่งการออกหน้าไปเปิดฉากต่อสู้ประชันหน้าท้าทายจัดระเบียบสะสางทำลายล้างบางชีวิตประจำตัวของพวกทรชนยอดฝีมือชั้นแนวหน้าขั้นธรรมดาทั่วไป -  ในยุทธภพภายนอก ย่อมไม่มีวันแปรเปลี่ยนเป็นเรื่องราวเสี้ยนหนามที่สร้างความยากลำบากขมขื่นอันใดประจำกายประจำตัวของนางได้อีกต่อไปชั่วชีวิตสิ้นกังวล ดังนั้น หากจะเอ่ยอธิบายความจริงตรงๆ ขวานผ่าซากล ึกล้ำแล้ว... บรรดาพวกกองทัพกองกำลังทหารองครักษ์เสื้อแพรปลายแถวขบวนนำทางเหล่านั้น ยามเมื่อลองแสร้งนำมาคำนวณหมากจัดสรรประเมินสถานการณ์ดูแล้วแจ่มชัดในฎีกา พละกำลังและกำลังรบพุ่งในแง่การป้องกันคุ้มกันตัวของพวกมัน อาจจะยังคงแปรเปลี่ยนเป็นไร้ศักยภาพและไม่ได้แอบแฝงประโยชน์ความแข็งแกร่งทรงคุณค่าเทียบเคียงข้างวรยุทธ์ในร่างประจำตัวของนางในยามนี้ได้สำเร็จเลยด้วยซ้ำไปนั่นแหละพ่ะย่ะค่ะ ช่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนักบารมีหนุนหลัง

หลังจากที่ขบวนรถม้าลี้ภัยศึกประจำตัวของฟู่จวิ้นอวี่ควบขับเคลื่อนพลพ้นขอบเขตสายตาเดินทางจากไปได้ไม่นานแสนนานขนาดนั้น ยอดคนข้ารับใช้ตงฉินดั่งเช่น เซินเลี่ยน แกนนำหลักประจำหน่วยองครักษ์เสื้อแพร ก้รีบเร่งก้าวเท้าก้าวเดินแฝงตัวมุ่งหน้าเดินทางตรงเข้ามาด้านในกระโจมศึกกองทัพหน้าคันยักษ์ทันทีตามระเบียบมารยาท

"กราบถวายบังคมนายท่านผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดกุมอำนาจสิทธิ์ขาด" เซินเลี่ยนคุกเข่าก้มหัวประสานมือทำความเคารพหยางเจาอย่างนอบน้อมถวายพระพร

"ตามสบายเถอะ ไม่ต้องแสร้งทำตัวมากพิธีหรือเอ่ยถ้อยคำสุภาพเกรงใจหรอกน่าครัย" หยางเจาเอ่ยตอบคำออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยอย่างสุขุมเด็ดขาด ชายหนุ่มปรายตาเป็นอาณัติสัญญาณสั่งการเด็ดขาดรุกคั้น บีบคั้นสั่งการให้เซินเลี่ยนเร่งรายงานข้อมูลข่าวกรองทางการทหารและสถานการณ์ศึกด่วนที่สุดในยามนี้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาพูดจาเรื่องราวไร้สาระ

"เรียนนายท่าน ยามนี้เกิดกระแสความเคลื่อนไหวเคลื่อนทัพครั้งใหม่ขึ้นทางฝั่งขุมกำลังกบฏตระกูลหลี่แห่งเมืองไท่หยวนแล้วครับ... ยามนี้พวกไอ้เดรัจฉานกบฏเหล่านั้นกลับยอมสะกดกลั้นอารมณ์ละทิ้งตัณหาความความทะยานอยาก ป่าวประกาศโองการสั่งจัดสรรสั่งรั้งฝีเท้าสั่งรั้งขบวนเคลื่อนทัพจัดเตรียมกองกำลังระดมพลทหารทัพหลัก ละเลิกแผนการที่จะส่งกำลังทหารบุกจู่โจมเคลื่อนทัพมุ่งหน้าตรงดิ่งไปทางทิศตะวันตกเพื่อเข้ายึดครองภูมิภาคกวานจงเรียบร้อยแล้วครับพ่ะย่ะค่ะ คาดคำนวณประเมินสถานการณ์แผนศึกดูแล้วแจ่มชัดล่วงหน้า เป็นเพราะหัวสมองอันเจ้าเล่ห์ประจำตัวของถังเหวียนกงมันคงแอบสืบทราบข้อมูลภัยคุกคามล่วงหน้าและจับพิรุธได้แจ่มแจ้งแทงทะลุแล้ว... ว่ายามนี้กองทัพหลักขบวนใหญ่ของตำหนักเทียนเจ้าเรา ตระเตรียมความพร้อมสั่งจัดตั้งกองทัพจัดระเบียบและใกล้จะกรีธาทัพเดินทางแฝงตัวบุกทะลวงเข้าประชิดชายแดนอาณาเขตมณฑลปิ้งโจวของพวกมันเต็มทีแล้วนั่นเองครับพ่ะย่ะค่ะ!" เซินเลี่ยนรายงานความจริงแจ่มชัดสัจจะแผ่นดิน

"สมคำล่ำลือเลื่องลือว่าเป็นถึงขุมกำลังกบฏแกนหลักข่มแผ่นดินอย่างตระกูลหลี่จริงๆ ขนาดหมากกระดานศึกเงามืดประจำตำหนักเทียนเจ้าเราปิดตายข่าวสารมหาศาลขนาดนั้นล่วงหน้า ทว่าในส่วนลึกของหัวใจพวกมันก้ยังคงแอบเกิดกระแสความหวาดระแวงภัยลึกๆ และแฝงไปด้วยความระแวดระวังภัยเฝ้ารักษาความปลอดภัยคุ้มกันตนเองได้อย่างเข้มงวดเหนียวแน่นเข้มงวดไม่เบาเลยทีเดียวล่ะนะครัย" หยางเจาเอ่ยตอบคำ น้ำเสียงเรียบเฉยอย่างเฉยชาไร้ความรู้สึก ชายหนุ่มไม่ได้แอบเกิดกระแสความประหลาดใจอันใดฉายออกมาเลยแม้แต่คำเดียว ท้ายที่สุดแล้วแผนการสกัดกั้นหมากขวางหน้าข้อนี้ล้วนแปรเปลี่ยนเป็นเรื่องราวที่เป็นไปตามฎีกาคาดการณ์ปัญญาจัดสรรคำนวณหมากส่วนตัวของเขาตั้งนานแสนนานมาแล้วนั่นเองสิ้นกังวล

"นอกเหนือจากกระแสความเคลื่อนไหวสกัดทัพของพวกตระกูลหลี่สายนั้น ยามนี้ยังแอบปรากฏรายงานฎีกาความเสียหายแจ้งสารความผิดปกติเตือนสติล่วงหน้า... เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางการทหารครั้งใหม่ชั่วช้า ประจำขอบเขตพื้นที่อาณาเขตเฝ้าระวังของพวกสำนักฝ่ายมารนิกายมารเพิ่มเติมด้วยครับพ่ะย่ะค่ะ" เซินเลี่ยนรายงานความคืบหน้าสืบต่อยาวนาน

"พวกมันแอบมีกลอุบายหมากแผนศึกหรือแผนการร้ายสายใดซ่อนอยู่เบื้องหลังความผันผวนคราวนี่กันแน่นะ?" หยางเจาเอ่ยถามจี้รุกหนักเสียงเข้มดุดัน

"เรียนนายท่าน แสลุดบันทึกบันทึกฎีกายืนยันชัดเจนสัจจะเตือนสติล่วงหน้าแฉความจริงแจ้งว่า... ยามนี้แอบมียอดคนทรชนแกนหลักคนสำคัญขุมกำลังแกนหลักผู้หนึ่งประจำนิกายมาร ยอมจัดขบวนเดินทางแฝงตัวก้าวเท้าก้าวเดินเดินทางออกจากอาณาเขตพื้นที่สำนัก พุ่งทะยานมุ่งหน้าตรงดิ่งควบม้าเดินทางข้ามมณฑลบึ่งตะบึงมุ่งหน้าไปที่ดินยุทธศาสตร์อันห่างไกลแสนไกล... อันเป็นเขตดินแดนค่ายพำนักปักหลักตั้งค่ายสถาปนาอำนาจประจำตัวประจำกายของพวกกองทัพเดรัจฉานชนเผ่าเร่ร่อนชาวเติร์กเรียบร้อยแล้วครับพ่ะย่ะค่ะ!" เซินเลี่ยนรายงานความจริง

"ทรชนคนชั่วที่แฝงตัวลอบหลบหนีบึ่งตะบึงเดินทางออกไปจัดฉากทำเรื่องชั่วช้าเคลื่อนทัพในคราวนี่... แท้จริงแปรเปลี่ยนเป็นเจ้าเดรัจฉานเฒ่าจอมวางแผนอย่าง องค์ผู้บัญชาการมาร เจ้าเต๋อเหยียน คำแปลต้นฉบับอังกฤษผิด บริบทจริงในตอนก่อนหน้านี้และเนื้อเรื่องคือ มหาเสนาธิการฝ่ายมาร เจ้าเต๋อเหยียน ไม่ใช่จอมทัพมาร สีอิ้ง ใช่หรือไม่เล่าจ้ะ?" หยางเจาตลบสายตาอันเฉียบคมปลาบจับจ้องมองหน้าลูกสมุน พลันโพล่งประโยคคำถามเปิดแฉแฉพิรุธกลอุบายสายสกปรกของศัตรูออกมาตรงๆ ขวานผ่าซากเหนือชั้นดั่งตาเห็นทันทีในพริบตา

"ถูกต้องแล้วครับพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท!" เซินเลี่ยนก้มหัวประสานมือทูลรับคำยืนยันหนักแน่นเด็ดขาดสิ้นสงสัยไร้ข้อกังขา

"หึๆ... ดูท่าทางแผนการจัดสรรหมากกระดานลวงในอกประจำสำนักของพวกเดรัจฉานนิกายมารคราวนี่ แผ่บารมีคงมีความต้องการคิดอ่านอยากจะส่งคนออกไปจัดฉากเปิดฉากเจรจาลับ อ้อนวอนหว่านล้อมบีบคั้น เพื่อหวังจะหยิบยืมใช้งานใช้งานพลานุภาพ บารมี และกองทัพส่วนตัวขนาดยักษ์ของพวกชนเผ่าเติร์กมาร่วมวงทำศึกสงครามฆ่าฟันกวาดล้างแผ่นดินข้ามมณฑล ยิ่งไปกว่านั้นหัวใจหลักคือพวกมันจงใจปรารถนาอยากจะยื่นส่งแผนการร้ายข้อแลกเปลี่ยน ชักศึกเข้าบ้านปลุกปั่นหนี้แค้นฝังลึกและความเคียดแค้นฝังใจฝังลึกซึ้งมหาศาลส่วนตัว... ที่ตัวมหาพยัคฆ์ปี้เสวียนแอบแฝงเคียดแค้นหักกระดูกเฝ้าถวิลหาหวังจะชำระบัญชีแค้นเด็ดชีพสังหารล้างบางทำลายชีวิตข้าทิ้ง มาเป็นเบี้ยหนุนหลังเกื้อหนุนหนุนหลัง ค้ำชูให้แก่แผนการกบฏล้มบัลลังก์ของพวกมันในอนาคตอันใกล้นี้สินะครัยล่ะนะ" หยางเจาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเคร่งขรึมแฝงประกายอันเยือกเย็นน่ากลัวจับขั้วหัวใจลึกซึ้ง แผนการและความเคลื่อนไหวทุกสรรพสิ่งเหล่านี้ล้วนแปรเปลี่ยนเป็นเรื่องราวที่เป็นไปตามข้อสรุปจัดสรรคาดการณ์ปัญญาอ่านใจคนประจำตัวของเขาตั้งนานแสนนานมาแล้วอย่างแม่นยำไร้ที่ติดั่งตาเห็นสิ้นกังวลแผ่นดิน

"นายท่าน... ในเมื่อสถานการณ์ปะทุแผ่ซ่านรายละเอียดพิรุธออกมาตึงเครียดเคร่งขรึมถึงเพียงนี้ แผนการรบพุ่งเด็ดขาดประจำหน่วยองครักษ์เสื้อแพรเราในยามนี้ ทรงมีพระราชบัญชาสั่งจัดสรรให้ข้าควบคุมคุมทัพส่งคนออกไปเปิดฉากศึกสงคราม บุกโจมตีพุ่งทะลวงจัดระเบียบสะสางเด็ดชีพสังหารล้างบางทำลายชีวิตประจำตัวประจำกายประจำกายของเจ้าเดรัจฉานเฒ่าเจ้าเต๋อเหยียนนั่นทิ้ง เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมทำลายรากฐานพวกมันยามนี้เลยดีหรือไม่ครับพ่ะย่ะค่ะ?" เซินเลี่ยนแอบเกิดกระแสความดื้อรั้นลนลานทำตัวไม่ถูกในอกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลั้นใจประสานมือเอ่ยปากคำถามจี้ไถ่ถามหยั่งเชิงหยั่งพระทัยด่วน ชายหนุ่มเชื่อมั่นเด็ดขาดร้อยเปอร์เซ็นต์ล่วงหน้าในใจ ว่ากำลังรบพุ่งและพลานุภาพวรยุทธ์ประจำกายของกองทัพองครักษ์เสื้อแพรของตนในปัจจุบัน ยามเมื่อได้รับประทานเคล็ดวิชายุทธ์วิเศษสุดล้ำค่าประจำสำนักจากน้ำมือของหยางเจาไปครอบครองจัดสรรเคี่ยวเข็ญฝึกปรือจนแข็งแกร่งผงาดง้ำค้ำแผ่นดินขนาดนี้แล้ว ลำพังเพียงการส่งกำลังทหารชั้นแนวหน้าและยอดฝีมือแฝงตัวออกเดินทางข้ามมณฑลลักลอบเปิดฉากศึกสงครามลอบสังหาร  เด็ดหัวเด็ดหัวปลิดชีพสุนัขรับใช้ทรชนฝ่ายมารปลายแถวแค่นั้น ย่อมแปรเปลี่ยนเป็นภารกิจราชการงานเมืองที่จัดสรรจัดระเบียบสะสางทำสำเร็จลุล่วงเสร็จสิ้นเบ็ดเสร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ล่วงหน้าได้อย่างราบรื่นราบรื่นดั่งใจนึกชั่วชีวิตแน่นอนสิ้นกังวล

"ยามนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องทำเรื่องชั่วช้าต่ำทรามสิ้นเปลืองแรงกายกำลังรบพุ่งประจำสำนักถึงเพียงนั้นหรอกนะครัย แผนการศึกตลบหลังเพื่อคุ้มกันภัยข้ามมณฑลในคราวนี่ ตัวข้าได้ออกโองการจัดสรรจัดระเบียบและออกคำสั่งประกาศิตมอบหมายสิทธิ์ขาด สั่งจัดสรรจัดส่งสั่งการพาร่างอันสูงส่งของพวกยอดคนสายตรงขุมกำลังประจำ มาตุภูมิดินแดนแคว้นโกคูรยอ นำทัพหลวงโดยมีใต้เท้าฟู่ไฉ่หลินคอยคุมเชิงตั้งค่ายปักหลักตั้งค่ายคุ้มกันภัย สั่งตั้งแนวรับคุ้มกันอารักขาความปลอดภัยเพื่อสั่งขวางหน้า สั่งรั้งขบวนเคลื่อนทัพจัดเตรียมกองกำลัง บดขยี้สยบศึกสกัดกั้นขัดขวางเส้นทางเดินบดขยี้ทำลายล้างบางขบวนทัพพวกม้าศึกชนเผ่าเร่ร่อนชาวเติร์กเหล่านั้นไม่ให้มีปัญญาล่วงล้ำเข้ามาทำลายแผ่นดินเราไว้ตั้งนานแสนนานขนาดนั้นเรียบร้อยแล้วล่ะนะจ้ะครัยเถอะน่าครัย" หยางเจาเอ่ยตอบคำออกมาช้าๆ น้ำเสียงเรียบเฉยอย่างสุขุมเด็ดขาดเหนือชั้นดั่งตาเห็น

ความจริงสัจจะคือ แผนสำรองกลอุบายรับมือขวางหน้าข้อแลกเปลี่ยนทางการทหารระดับริบทรัพย์สินล้างบางแผ่ขยายอำนาจสายตรงคราวนี่ ในคราแรกเริ่มเดิมทีชายหนุ่มแสร้งทำใจดีสู้เสือออกคำสั่งจัดตั้งแผนป้องกันตัวค้ำชูหนทางรอดชีวิตประจำตระกูลข้อนี้ขึ้นมาซุกซ่อนซุ่มซ่อนไว้เงียบๆ เพื่อเผื่อเหลือเผื่อขาดสำรองไว้รองรับสถานการณ์ศึกวิกฤตแผ่นดินผันผวนหลุดมือพลิกผันประจำค่ายยามปกติเท่านั้นเองล่ะนะจ้ะครัย ใครมันจะไปคาดคำนวณคาดเดาเจตนาในใจได้ปรุโปร่งล่วงหน้า ว่ายามเมื่อข้ามเวลาทอดระยะเวลาผ่านพ้นมาถึงเวลานี้ ไอ้กลอุบายแผนสำรองสกปรกสายตลบหลังทำลายชีวิตข้ามมณฑลชิ้นเด่นชิ้นยักษ์ข้อนี้ มันจะแปรเปลี่ยนสภาพกลายพันธุ์ได้รับการหยิบยืมใช้งาน ประกาศปลดปล่อยอานุภาพที่แท้จริงบดขยี้ศัตรูออกมาจัดแจงสะสางสยบวิกฤตภัยคุกคามตรงหน้าได้สำเร็จอย่างชอบธรรมและแม่นยำไร้ที่ติไร้ข้อบกพร่องตามเป้าหมายหลักได้สำเร็จงดงามขนาดนี้กันเล่า ช่างเด็ดขาดเฉียบแหลมเหนือชั้นสิ้นกังวล

"ผู้น้อยน้อมรับคำสั่งประกาศิตเด็ดขาดและรับทราบแผนการแจ่มแจ้งแล้วพ่ะย่ะค่ะ" เซินเลี่ยนประสานมือทูลความยำเกรงนอบน้อมนับถือพระปรีชาสามารถล้นอกล้นพ้น

"นอกจากนี้ แสรายงานฎีกาสายตรงความคืบหน้าแจ้งสารข้อมูลความสำเร็จในสมรภูมิรบกู้แผ่นดินรุกคืบก้าวหน้ายืนยันเด็ดขาดร้อยเปอร์เซ็นต์แฉความจริงชัดเจนดั่งตาเห็นแล้วครับ... ว่ายามนี้ทั้งยอดขุนพลเหล็กอย่าง ท่านแม่ทัพหลัวเฉิง และ ยอดขุนพลเหล็กอย่าง ท่านแม่ทัพหลัวซื่อซิ่น ยามนี้ขบวนเดินทางศึกภายใต้สังกัดบัญชาการเคลื่อนทัพของยอดคนทั้งสองคน ต่างพากันแผ่บารมีทำศึกสงครามบดขยี้ศัตรูคว้าชัยชนะพลิกแผ่นดินจัดระเบียบสะสางทำลายรากฐานพวกกลุ่มกบฏฝักฝ่ายต่าง ๆ ลงได้อย่างเด็ดขาดราบคาบเสร็จสิ้นเบ็ดเสร็จเรียบร้อยหมดแล้วครับพ่ะย่ะค่ะ ยามนี้ยอดขุนพลทั้งสองคนกำลังสั่งการส่งกำลังทหารราบชั้นแนวหน้ากระจายกำลังพล ออกเดินทางข้ามดินแดนไล่ล่าจัดระเบียบสะสาง กวาดล้างทำลายล้างบางบรรดาพวกเศษซากสุนัขรับใช้ขุมกำลังกบฏปลายแถวสายอื่นที่หลงเหลือซุกซ่อนซุ่มซ่อนอยู่ตามหัวเมืองต่าง ๆ ทิ้งให้ราบคาบพินาศสิ้นชีพไปจากใต้หล้าสืบต่อยาวนานตามหน้าที่ระเบียบกองทัพอยู่ครับพ่ะย่ะค่ะ!" เซินเลี่ยนกราบทูลรายงานความคืบหน้าศึกแก่นาย

"ดีมาก" หยางเจาพยักหน้ารับคำเบาๆ เห็นพ้องตามข้อเท็จจริงประจักษ์แจ้ง ชายหนุ่มไม่ได้แอบเกิดกระแสความตื่นตระหนกตกใจลนลานอันใดเลยแม้แต่ก้อยเดียว ท้ายที่สุดแล้วผลลัพธ์ความสำเร็จเลิศเลอเหล่านั้นล้วนแปรเปลี่ยนเป็นเรื่องราวธรรมดาสามัญที่เป็นไปตามปัญญาจัดสรรคำนวณหมากส่วนตัวประจำวรกายของเขาตั้งนานแล้วสิ้นกังวล

"เจ้าจงเร่งแยกย้ายไปจัดแจงสะสางภารกิจประจำตำแหน่งสืบต่อซะเถอะ" ยามเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการเจรจาลับกราบทูลรายงานความคืบหน้าข่าวกรองทางการทหารฎีกาทุกประโยคเบ็ดเสร็จเรียบร้อยแล้ว หยางเจาโบกมือสะบัดชายเสื้อคลุมยาวเบาๆ คราหนึ่งเพื่อเป็นอาณัติสัญญาณอนุญาตให้ลูกสมืนถอยกำลังถอนกำลังออกไปจากขบวนได้ เซินเลี่ยนลนลานน้อมรับบัญชาประคองค้อมตัวทำความเคารพอย่างนอบน้อมถวายพระพร พลางค่อยๆ ก้าวเท้าก้าวเดินถอยห่างหันหลังเดินทางออกจากกระโจมศึกกองทัพหน้าคันยักษ์หลังงามไปในทันทีเงียบเชียบที่สุด ชะตากรรมกู้แผ่นดินดำเนินสืบต่อ

หลังจากที่ร่างอันผ่าเผยของเซินเลี่ยนคล้อยหลังก้าวเดินเดินทางลับสายตาพ้นประตูจวนไปไกลแสนไกล หยางเจาละคร้านที่จะเสียเวลารีรอทอดระยะเวลา الشายหนุ่มแผดเสียงคำรามสั่งการประกาศิตสั่งการด่วน บีบคั้นส่งคนออกไปจัดสารเรียกตัวเสนาธิการคนสำคัญอย่างหลิวป๋อเวินให้เร่งเดินทางมาพบหน้าเจรจาลับยามนี้ทันที พลางออกพระบัญชาประกาศิตเด็ดขาด สั่งจัดสรรจัดระเบียบกองกำลังทัพหลัก สั่งการเคลื่อนพลทัพหลักจัดตั้งกองทัพขนาดยักษ์จัดตระเตรียมความพร้อม สั่งกองทัพของพวกเราให้เร่งกรีธาทัพพุ่งทะยานเคลื่อนทัพบึ่งตะบึงมุ่งหน้าเปิดฉากศึกสงครามรุกคืบก้าวหน้า บุกโจมตีพุ่งทะลวงจัดระเบียบสะสางทำลายล้างบางศัตรูสืบต่อไปข้างหน้าด่วนที่สุดทันท่วงทีตามเป้าหมายหลักลุล่วงไร้พ่ายสิ้นกังวลแผ่นดิน!

ตัดกลับมาทางด้านขอบเขตพื้นที่รอบนอกของภูมิภาคกวานจง ในวินาทีจังหวะเวลาศึกเดียวกัน

เนื้อแท้ส่วนลึกของกองกำลังขบวนเดินทางระดมพลกบฏของข้าช่วงรับใช้ กองทัพถังทั้งหมดรอบบริเวณในยามนี้ มันก้แปรเปลี่ยนสภาพดำเนินไปตามสัญญาหลักสัจจะฎีกาสถานการณ์ศึกด่วน ที่ยอดคนข้ารับใช้ตงฉินดั่งเช่นเซินเลี่ยนแอบสืบทราบข้อมูลรายงานความเสียหายกราบทูลไว้ล่วงหน้าก่อนหน้านี้ไม่มีผิดเพี้ยนดั่งตาเห็นเลยล่ะนะจ้ะครัย...

ยามนี้ สภาพจิตใจและหัวใจประจำตัวประจำกายของถังเหวียนกง และแกนนำขุนพลตระกูลหลี่ทุกคน ต่างพากันหวาดกลัววิกฤตความตายตรงหน้าและขวัญหนีดีฝ่อหน้าถอดสีซีดเผือดลนลานทำตัวไม่ถูก พากันพร้อมใจน้อมรับยำเกรงตัดสินใจเด็ดขาดลั่นวาจาสั่งการด่วน สั่งจัดระเบียบกองกำลังบีบคั้นสั่งเหนี่ยวรั้งใจ สั่งรั้งฝีเท้าสั่งรั้งขบวนเคลื่อนทัพจัดเตรียมกองกำลังกองทัพทหารราบขนาดยักษ์ขบวนใหญ่ทั้งหมด ให้หันหลังโคลนควบม้าหนีตายเร่งรีบจัดขบวนเดินทางเคลื่อนทัพถอยกำลังถอนกำลัง ควบขับบึ่งตะบึงมุ่งหน้าหลบหนีภัยแฝงตัวเดินทางถอยฉากกลับคืนสู่ค่าย คืนสู่อ้อมอกภูมิภาคมณฑลปิ้งโจวบ้านเกิดตระกูลของตนอย่างร้อนรนใจทันทีอย่างรีบร้อนเร่งรีบถึงขีดสุดไร้ช่องว่างรวดเร็วปานก้าวกระโดดสายฟ้าแลบขนาดหนักช่างน่าสมเพชและหดหู่จิตใจยิ่งนักชะตากรรมพ่ายแพ้อัปยศล่วงหน้า

ตลอดเส้นทางเดินตัดผ่านมณฑลหลบหนีภัยเดินทางจากมา ขบวนเดินทางระดมพลกบฏของพวกมันเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาเฝ้าเพียรพยายามจัดฉาก สั่งจัดระเบียบรั้งฝีเท้าสั่งพักผ่อนสภาพร่างกายและจิตใจระงับความตื่นตระหนกตกใจลนลานอยู่ตามหัวเมืองต่าง ๆ รายทางประปรายไร้ระเบียบแบบแผนกองทัพตระกูลขุนนางเพื่อทำลายความเหนื่อยล้าใจ

และภายใต้เขตพื้นที่ปลอดภัยโถงหลักวงใน ประจำอาณาเขตที่ทำการข้าราชการปกครองสูงสุดจวนที่ว่าการเมืองลับหลังงามขนาดยักษ์ประจำมณฑลแถบนั้น ยามนี้สีหน้าท่าทางและพฤติกรรมบนใบหน้าเหี่ยวย่นประจำกายประจำตัวของถังเหวียนกง หลี่เยวียน ประธานค่ายกุมสายแซ่ผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดกุมอำนาจสิทธิ์ขาดบารมีตระกูลหลี่ พลันแปรเปลี่ยนสภาพกลายพันธุ์กลายเป็นมืดมน เย็นยะเยือกน่ากลัว และแฝงประกายจิตสังหารอันป่าเถื่อนน่ากลัวจับขั้วหัวใจถึงขีดสุดจนน่าใจหายประจักษ์แจ้งต่อสายตาฝูงชน ชะตากรรมบ้าคลั่งไร้ยางอาย

ส่วนทางด้านรายละเอียดบรรดาข้ารับใช้ ข้าราชบริพารสนิทแกนนำฝ่ายพลเรือนคนสำคัญ และยอดขุนพลขุมกำลังแกนหลักประจำตระกูลหลี่ที่เหลือร่วมขบวนทั้งหมด ยามนี้ต่างพากันหน้าถอดสีขวัญหนีดีฝ่อหน้าซีดเผือดเผือดลนลานทำตัวไม่ถูก เอาแต่พร้อมใจกันนิ่งเงียบจัดระเบียบอารมณ์ก้มใบหน้าต่ำต่ำลงประดุจสุนัขรับใช้ปลายแถวด้วยความยำเกรงต่อบทลงทัณฑ์ความตายและเพลิงโทสะ และปฏิเสธเลิกคบค้าสมาคมไม่มีหน้าไหนแอบมีความกล้าดีอย่างไรเอ่ยปากพ่นวาจาเจรจาหารือ เปิดแฉข้อมูลข่าวสารหรือลั่นวาจาเอ่ยถ้อยคำเจรจาขัดจังหวะหมากศึกตรงหน้าแม้แต่ประโยคเดียวชั่วชีวิต ปล่อยให้ห้องโถงกว้างตกอยู่ในความเงียบงันแนบแน่นแน่นิ่งดั่งป่าช้าหดหู่จิตใจทำตัวไม่ถูกชั่วคราวซุกซ่อนซุ่มซ่อนความผิดบาปทำลายระเบียบวินัยกองทัพ

"ไอ้พวกข้าช่วงรับใช้สุนัขรับใช้เศษเดรัจฉานหน้าหนาโสโครกปลายแถวเหล่านั้น... มันช่างไร้ประโยชน์ ไร้ปัญญา ไร้ทางสู้ และแสร้งทำตัวไร้คุณสมบัติความเก่งกาจเลิศเลอไร้ค่าสิ้นดีพินาศสิ้นชีพพ่ะย่ะค่ะ คำแทนตระกูลหลี่สบถ ทุกตัวเลยเชียวเว้ยห๊ะ!!" หลี่เยวียนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันแผดเสียงตะโกนตวาดดุด่าลั่นโถงคำรามเสียงเข้มดุดันจับขั้วหัวใจบีบคั้นด้วยความโกรธจัดเดือดดาลจนพระพักตร์บิดเบี้ยวหน้าดำหน้าแดงทันควันอย่างคลุ้มคลั่งระแววตาบีบบังคับสบตาศัตรูรอบขบวน

"ยามเมื่อกวาดสายตาคำนวณหมากจัดสรรตรวจสอบดูขั้วอำนาจมหาอำนาจข่มแผ่นดิน และบรรดาพรรค สำนัก กองทัพกบฏฝักฝ่ายต่าง ๆ ทั้งหมดในใต้หล้าปัจจุบันตั้งมหาศาลล้นฟ้าขนาดนั้นแล้วเล่า ทว่าเหตุใดทันทีที่ไอ้ขุมกำลังเศษทรชนตำหนักเทียนเจ้านั่นระดมพลสั่งระดมพลจัดตั้งกองพุ่งทะยานเคลื่อนทัพเคลื่อนพลทัพหลักบุกโจมตีกวาดล้างพุ่งทะยานเปิดฉากสงครามกวาดล้างบดขยี้ปฐพีข้ามมณฑลเข้ามา ไอ้พวกข้าช่วงรับใช้เดรัจฉานเหล่านั้นกลับเอาแต่นิ่งเฉยเฉยชาหน้าซีดเผือดหน้าถอดสีลนลานทำตัวไม่ถูก และไร้ซึ่งศักยภาพเพียงพอที่จะแผ่ขยายอิทธิพล พุ่งทะยานออกไปเปิดฉากต่อสู้ป้องกันตัว สั่งตั้งแนวรับตั้งค่ายรับมือศึกเพื่อคุ้มกันอารักขาความปลอดภัยสั่งขวางหน้า สั่งรั้งขบวนเคลื่อนทัพสกัดกั้นขัดขวางฝีเท้าทัพม้าของมันทิ้งไว้สักคราให้เสียแผนการศึกเลยไม่ได้วะห๊ะ?!" หลี่เยวียนถลึงตาคู่คมคลาบปนขึ้นสีแดงฉานสาดประกายเพลิงโทสะอำมหิตเหี้ยมเกรียมจับขั้วหัวใจระเบิดเพลิงความเค้นความเกลียดชังในอกออกมาเสียงดังกังวานลั่นโถง ชวนให้จิตใจสั่นสะท้านขวัญหนีดีฝ่อ

"กราบทูลท่านถังเหวียนกง แผนการรบพุ่งและพลานุภาพวรยุทธ์กระแสลมปราณคุมทัพเคลื่อนพลในคราวนี่ของฝั่งตำหนักเทียนเจ้านั่น ยามเมื่อได้กวาดสายตามองพบเห็นสัมผัสล่วงหน้า มันช่างทวีความดุดัน อำมหิต และป่าเถื่อนไร้ความปรานีบีบหัวใจรุนแรงมหาศาลปานพายุหมุนคลั่งคลั่งระเบิดชั้นฟ้าเหลือเกินครับพ่ะย่ะค่ะ คำแทนลูกสมุนทูล ยิ่งไปกว่านั้นชั้นเชิงกลยุทธ์และความเร็วเคลื่อนทัพในการจัดระเบียบสะสางทำลายชีวิตกวาดล้างล้างบางขุมกำลังศัตรูคู่ศึกในแต่ละขั้นตอนของพวกมัน ก็ล้วนรวดเร็วปานก้าวกระโดดสายฟ้าแลบขนาดหนักดุจศาสตราผงาดง้ำค้ำแผ่นดินไร้คู่ต่อสู้มาหักล้างทำลายชนะได้ลงคอได้ทันท่วงทีดั่งตาเห็นขนาดนี้แล้ว แผนการวางหมากแผ่ขยายอำนาจระเบิดพลีชีพของพวกมันคราวนี่ คาดคำนวณดูแล้วยืนกรานเด็ดขาดล่วงหน้าได้ทันที... ว่าบรรดาองค์ประมุขและผู้นำพรรคสำนักปลายแถวรอบด้านเหล่านั้น ในส่วนลึกของหัวใจของพวกมันย่อมไม่มีวันแอบเกิดกระแสความหวาดระแวงภัย คาดเดาในใจวางแผนร้ายซุกซ่อนซุ่มซ่อนประเมินค่าระดับภัยคุกคามอันน่าสะพรึงกลัวมหาศาลข้อนี้ประจำตัวของตำหนักเทียนเจ้าออกได้ทันท่วงทีเลยแม้แต่ก้อยเดียวแน่นอนครับพ่ะย่ะค่ะ แผนการจึงพังพินาศสิ้นชีพราบคาบเช่นนี้" หลี่เฉียวกงเร่งก้าวสืบเท้าก้าวมาด้านหน้าประสานมือทูลความจริงรายงานตรงประเด็นตามฎีกา

"คำพูดวิเคราะห์หมากประโยคนี้ของเจ้า... มันก็นับว่าแฝงประกายความสมเหตุสมผลมีเหตุผลยิ่งนักครับท่านพ่อ" หลี่ซื่อหมินเร่งก้าวเท้าสลับสับเปลี่ยนขบวนก้าวตามหลังมาเอ่ยปากส่งวาจาสมทบหว่านล้อมบีบคั้นปลอบประโลมพระทัยบิดาและปักใจเชื่อฝังใจลึกซึ้งเห็นพ้องทันควันเสียงเข้มลนลาน

"ท่านถังเหวียนกง แผนการรบพุ่งและภารกิจด่วนดลใจที่แปรเปลี่ยนเป็นเรื่องราวสำคัญชอบธรรมอันแสนเร่งรีบวิกฤตแผ่นดินบีบบังคับบีบหัวใจสั่งการบีบบังคับช่วยรั้งขบวนของพวกเราตระกูลหลี่ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานวิกฤตแผ่นดินปัจจุบันนี้... คือตัวท่านจำเป็นต้องเร่งออกคำสั่งประกาศิตสั่งการด่วนระดมพลสั่งเหนี่ยวรั้งใจ สั่งไพร่พลกำลังทหารราบกองทัพถังทั้งหมดให้เร่งรีบจัดขบวนเดินทางถอยกำลังถอนกำลังเคลื่อนพลหันหลังเดินทางมาประจำตำแหน่งเฝ้ารักษาความปลอดภัยปักฐาน ตั้งค่ายแนวรับป้องกันคุ้มกันภัย คุ้มครองรักษาความมั่นคงโดยรวมรอบบริเวณภูมิภาคมณฑลปิ้งโจวบ้านเกิดของเราด่วนที่สุดยามนี้ให้ทันท่วงทีเถอะนะครับ ท้ายที่สุดแล้วข้อมูลสัจจะร่องรอยในรายงานฎีกาสายตรงยืนยันเด็ดขาดแฉความจริงชัดเจนว่า... แผนการรบพุ่งในสมรภูมิรบศึกสงครามบุกถล่มมณฑลปิ้งโจวประจำค่ายคราวนี่ของกองทัพม้าศึกเทียนเจ้านั่น แผ่บารมีมีความเป็นไปได้มหาศาลล้นฟ้าเหนือชั้น ที่ตัวองค์ประมุขสูงสุดผู้กุมสิทธิ์เด็ดขาดบารมีประจำค่ายอย่าง ท่านเจ้าตำหนักเทียนเจ้าหยางเจาผูี่ จะยอมลดตัวลงทุนออกหน้าคุมทัพแฝงตัวนำกองทัพเหล็ก พุ่งทะยานออกเดินทางกรีธาทัพบุกกวาดล้างลงมือบดขยี้สะสางเรื่องชั่วช้าด้วยน้ำมือวรกายตนเองตรงๆ ทุกขั้นตอนพ่ะย่ะค่ะ!" ขุนพลหลิวหงจีเร่งก้าวสืบเท้าสับเปลี่ยนขบวนก้าวมาเอ่ยปากทูลเสนอแผนสำรองกู้ภัยตระกูลเสียงเข้มเด็ดขาด ชวนให้สภาพจิตใจที่สับสนหวาดกลัวระแววตาของฝูงชนปั่นป่วนวุ่นวาย

"เรื่องชั่วช้าทารุณผิดมนุษย์ภัยคุกคามระดับวิกฤตแผ่นดินประการนั้น ข้ารับใช้เฒ่าคนนี้ คำแทนหลี่เยวียน ย่อมล่วงรู้แจ้งชัดเจนแทงทะลุใจดีอยู่แก่ใจ และแอบส่งคนออกไปวางกำลังจัดแจงแผนป้องกันตัวคุ้มครองอนาคตชีวิตประจำตระกูลไว้เรียบร้อยแล้วล่ะน่า โดยไร้ซึ่งความจำเป็นอันดีงามอันใดที่ยอดคนหน้าไหนปลายแถวดั่งเช่นพวกเจ้า จะต้องมาแสร้งทำตัวหน้าหนาเอ่ยปากพ่นวาจาดุด่าสั่งความกำชับสำทับเตือนสติซ้ำซากให้ข้าขุ่นเคืองอารมณ์สืบต่อเด็ดขาดหรอกนะครัยหรอกนะ" หลี่เยวียนตลบสายตาอันเฉียบคมปรายตามองดูใบหน้าหน้าซีดของหลิวหงจีพลางเอ่ยปากคำรามสั่งรั้งตัวเสียงเรียบเฉยอย่างสุขุมเด็ดขาด บารมียังคงข่มขวัญกดดันคู่ต่อสู้ไว้ดั่งเดิม

ทว่า รายละเอียดหมากแผนความเร็วเคลื่อนทัพในการจัดขบวนเดินทางถอยกำลังถอนกำลังเคลื่อนพลถอยฉากลี้ภัยศึกหวนคืนสู่มาตุภูมิประจำตระกูลของกองทัพถังในคราวนี่ มันก็นับว่าแผ่ขยายอิทธิพลจัดสรรดำเนินไปได้รวดเร็วทันใจปานสายฟ้าแลบได้สูงสุดเพียงแค่นี้เท่านั้นแหละจริงไหมครัย หากหมากกระดานลวงสามารถประทานปาฏิหาริย์มอบสิทธิ์ขาดดั่งใจนึกขึ้นมาได้จริง ในส่วนลึกของหัวใจถังเหวียนกง หลี่เยวียนผูี่ ก็แอบเฝ้าถวิลหาแผ่บารมีเกิดตัณหาความความทะยานอยาก ปรารถนาอย่างลึกซึ้งอยากจะส่งคนจัดขบวนเดินทางลึกลับพาร่างอันผ่าเผยบารมีของตน พุ่งทะยานทะลุมิติข้ามขอบเขตพื้นที่แผ่นดินแสนไกล เดินทางย้อนคืนกลับมาปักหลักคุ้มกันปักฐานสั่งการอยู่ที่เมืองไท่หยวน มณฑลปิ้งโจวยามนี้ทันทีในเสี้ยววินาทีนี้เลยด้วยซ้ำไปน่ะสิครัย ทว่าในความจริงสัจจะแผ่นดินย่อมยืนกรานเด็ดขาดล่วงหน้า... ว่าแผนการพลิกแผ่นดินดั่งทฤษฎีฝันกลางวันข้อนั้นมันย่อมแปรเปลี่ยนเป็นเรื่องที่แสนยากลำบากขมขื่นเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดทารุณผิดมนุษย์สิ้นดีชั่วชีวิต

"กราบเรียนท่านถังเหวียนกง ยามนี้แอบมียอดคนทรชนคนสนิทสายลึกลับผู้หนึ่ง เดินทางมาเยือนถึงหน้าประตูที่ว่าการเมือง และกำลังปักหลักรอคอยเฝ้ารักษาความปลอดภัยขอเข้าเฝ้ากราบทูลรายงานความบริสุทธิ์ใจเพื่อขอเข้าพบหน้าเจรจาลับกับท่านยามนี้ทันทีพ่ะย่ะค่ะ" ในจังหวะหน้าสิ่วหน้าขวานนั้นเอง นายทหารยามไพร่พลปลายแถวคนหนึ่งประจำกองทัพถัง ก้วิ่งกระหืดกระหอบแฝงตัวบุกเข้ามาแจ้งข่าวสารด่วนทันท่วงทีกะทันหัน

"ไอ้เดรัจฉานหน้าหนาคนชั่วผูี่มันแผ่บารมีสืบสายเลือดเนื้อเนื้อเดียวมาจากสำนักสายไหนซ่อนอยู่เบื้องหลังกันแน่วะ?!" หลี่เยวียนขมวดคิ้วมุ่นแน่นในคราแรกเริ่มเดิมทีชายหนุ่มแสร้งทำใจดีสู้เสือครุ่นคิดอยากจะระเบิดเพลิงโทสะดุด่าแช่งชักหักกระดูกซัดกระบวนท่าเข้ากวาดล้างทำลายชีวิตลูกสมุนตรงหน้าทอดตลาดทิ้งโทษฐานบังอาจแสร้งทำทำลายมารยาททำลายบรรยากาศงิ้วเฉลิมฉลองคราวนี่ทิ้งซะ ทว่ายามเมื่อได้ยินข่าวศึกด่วนประโยคถัดมา ชายชราเฒ่าเจ้าเล่ห์จอมวางแผนประจำตระกูลหลี่ถึงได้ยอมสะกดกลั้นอารมณ์ข่มพระทัยจัดระเบียบอารมณ์ลงได้ลนลาน

"ข้ารับใช้คนนี้แผ่บารมีมิกล้าแอบสืบทราบข้อมูลเบื้องลึกประวัติสืบหาความจริงประจำตัวประจำกายของมันมาได้หมดสิ้นหรอกครับพ่ะย่ะค่ะ ทว่าคำมั่นสัญญาสัจจะและวาจาแจ้งเตือนสติที่หลุดออกจากปากป่าวประกาศแฉความจริงประจำตัวประจำกายของมันล่วงหน้า ยอมตรัสยืนยันหนักแน่นเด็ดขาดไร้ที่ติแววตาแจ้งสารเด็ดขาดว่า... ตัวมันเองครอบครองฐานะตำแหน่งสืบสายเลือดแผ่บารมีแฝงตัวเป็นถึง ยอดคนเกี่ยวดองจับมือร่วมพันธมิตรผูกมิตรเกี่ยวดองเป็นพันธมิตรขยายอำนาจชิ้นยักษ์คอยหนุนหลังเกื้อหนุนหนุนหลัง ค้ำชูให้แก่ท่านถังเหวียนกงมาตั้งแต่อดีตดั้งเดิมพ่ะย่ะค่ะ!" ทหารยามกราบทูลความจริงตามระเบียบ

"เร่งส่งคนออกไปจัดขบวนต้อนรับและเชิญตัวมันให้ก้าวเท้าแฝงตัวเข้ามาด้านในห้องโถงลับแห่งนี้เดี๋ยวนี้ซะสิครัย" หลี่เยวียนได้ฟังเหตุผลลึกล้ำ ชายชราเจ้าเล่ห์กุมข้อสรุปจัดสรรวิเคราะห์หมากในใจออกแจ่มแจ้งแดงแจ๋งแทงทะลุถ่องแท้ทันทีในพริบตา... ว่ายอดคนลึกลับจอมวางแผนเด็ดขาดชั่วร้ายผู้เพิ่งจะจัดขบวนเดินทางมาเยือนถึงหน้าจวนที่ว่าการเมืองในยามวิกาลดึกสงัดคราวนี่ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องแปรเปลี่ยนเป็นร่างอันสูงส่งองอาจบารมีของ องค์ชายหยางซีเหยียนผู้นำขั้วอำนาจนิกายมารพันธมิตรของตนแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์สิ้นกังวลแผ่นดิน

ยามเมื่อบ่าวไพร่ทหารยามน้อมรับบัญชาและก้าวเท้าก้าวเดินถอยกำลังถอนกำลังเคลื่อนพลหันหลังเดินทางออกจากห้องโถงกว้างไปจัดระเบียบขบวนต้อนรับเสร็จสิ้นเบ็ดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้ามเวลาทอดระยะเวลาผ่านพ้นไปได้เพียงครู่เดียว บานประตูใหญ่ของที่ว่าการเมืองก้แปรเปลี่ยนเป็นถูกออกแรงผลักเปิดออกกว้างต้อนรับขบวน พร้อมกับการปรากฏกายขยับเยื้องกราย ก้าวเท้าสืบเท้าแฝงตัวก้าวเดินเดินทางเข้ามาด้านในห้องโถงลับอย่างสุขุมผ่าเผยประจำกายของหยางซีเหยียนประจักษ์แจ้งต่อสายตาฝูงชน

"ท่านถังเหวียนกง... ความจริงจัดฉากในใจส่วนลึกของข้าก่อนหน้านี้แอบหลงเหลือข้อเท็จจริงสำคัญปักใจเชื่อฝังใจลึกซึ้งคาดเดาในใจไปเองล่วงหน้าตั้งนาน... ว่าข้าจำเป็นต้องเพียรพยายามตรากตรำนำกำลังทหาร ควบม้าศึกจัดขบวนเดินทางควบขับบึ่งตะบึงมุ่งหน้าฝ่าม่านหมอกไปไกลแสนไกล จนกระทั่งก้าวเท้าเดินทางไปถึงขอบเขตพื้นที่ในภูมิภาคกวานจงนู่นน่ะ ถึงจะแผ่บารมีแอบหลงเหลือวาสนาครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ได้มีโอกาสกวาดสายตามองพบเห็นบารมีอันองอาจเสด็จมาเฝ้ารอปรากฏกายขอพบหน้าเปิดอกคุยกับท่านได้สำเร็จสมใจนึก ทว่านึกไม่ถึงเลยจริงๆ นะครับพ่ะย่ะค่ะ ว่ายามนี้กองทัพหลัก กองทัพถังของพวกท่าน จะแผ่พลานุภาพขวัญหนีดีฝ่อ เร่งออกคำสั่งเคลื่อนพลรั้งฝีเท้าสั่งรั้งขบวนถอยกำลังถอนกำลังเคลื่อนพลหลบหนีภัยเตลิดเดินทางหวนคืนกลับมาตั้งค่าย ปักหลักปักฐานพำนักคุมเชิงตั้งค่ายปักหลักรอคอยจัดระเบียบสยบศึกอยู่ที่ดินยุทธศาสตร์ตรงหัวเมืองรายทางแถบนี้เรียบร้อยแล้วล่วงหน้ารวดเร็วทันใจปานสายฟ้าแลบขนาดนี้ ช่างแปรเปลี่ยนเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจยิ่งนักนะครับ ฮิๆ" หยางซีเหยียนเอ่ยถ้อยคำเจรจา น้ำเสียงราบรื่นสุขุม พลางระเบิดรอยยิ้มอันลึกล้ำพิสดารแฝงเลศนัยชั่วร้ายประชดประชันส่งมอบให้ตรงๆ จังๆ อย่างไม่ไว้หน้าบารมีข่มกดดัน

"เจ้าเดรัจฉานหน้าหนาเบื้องหน้า... เจ้าบังอาจแฝงตัวก้าวเท้าก้าวเดินเดินทางมาเยือนข้าถึงที่นี่ในยามวิกาลดึกสงัด แผนการในใจของเจ้ากำลังแอบเกิดตัณหาความความทะยานอยาก ปรารถนาอยากจะใช้วาจาสุนัขคำลวงข้อเสนอแนะบีบคั้นประโยคคำถามเหยียบย่ำเมื่อครู่ มาเอ่ยปากพ่นวาจาดุด่าถากถางเหยียบย่ำศักดิ์ศรีประชดประชันทำลายเกียรติยศชื่อเสียงและหน้าตาตระกูลหลี่ของข้าเล่นให้สาแก่ใจใช่หรือไม่วะ?!" หลี่เยวียนถลึงตาคู่คมคลาบปนคำรามแผดเสียงตะคอกถามจี้เสียงเข้มดุดันจับขั้วหัวใจด้วยความโกรธจัดเดือดดาลจนใบหน้าบิดเบี้ยวหน้าดำหน้าแดงทันควันอย่างขุ่นเคืองอารมณ์หงุดหงิดอารมณ์เสียบีบบังคับสบตาศัตรูรอบขบวน บรรดาข้ารับใช้ขุนนางสนิทแกนนำคนสำคัญและยอดขุนพลคนอื่นๆ ปีกข้างภายในกระโจมศึก ต่างพากันหันใบหน้าตลบสายตาอันเฉียบคมตรวจสอบดูจับจ้องมองสำรวจดูพฤติกรรมก้าวร้าวอันไร้มารยาทประจำตัวของหยางซีเหยียนด้วยสีหน้าท่าทางและแววตาสับเปลี่ยนแปรเปลี่ยนสภาพกลายพันธุ์ไปต่างๆ นานาประดุจฉากงิ้วฉากเด็ด ชัดเจนแจ่มแจ้งแจ่มชัดเป็นอาณัติสัญญาณแจ้งเตือนสติล่วงหน้า... ว่ายามนี้ทุกคนในขบวนกองทัพถังล้วนล่วงรู้แจ้งแจ่มชัดถ่องแท้แก่ใจดีหมดสิ้นแล้ว ว่าไอ้เด็กหนุ่มเหี้ยมเกรียมผิดมนุษย์จอมวางแผนเบื้องหน้าคนนี้ ก็คือองค์ประมุขแกนหลักตัวแทนพันธมิตรชั่วช้าจากฝั่งขุมกำลังนิกายมารที่ถังเหวียนกงเคยออกคำสั่งประกาศิตบอกเล่าป่าวประกาศข้อมูลลับไว้ให้รับรู้ล่วงหน้านั่นเองสิ้นกังวล

"นี่... นี่หมายความว่ากลอุบายแผนการรบพุ่งชั้นเชิงกลยุทธ์ และหมากแผนศึกความเร็วเคลื่อนทัพประจำสำนักของพวกนิกายมารฝ่ายมารของพวกเจ้าในคราวนี่ มันแผ่ขยายอิทธิพลแปรเปลี่ยนสภาพกลายพันธุ์กลายเป็นไร้ศักยภาพ ไร้ประโยชน์ และเหลวไหลไร้ค่าสิ้นดีพินาศสิ้นชีพขนาดนั้นไปแล้วใช่หรือไม่เล่าวะห๊ะ?! ถึงได้แสร้งปล่อยตัวปล่อยใจ เปิดช่องว่างปล่อยให้ไอ้พวกข้าช่วงรับใช้ตำหนักเทียนเจ้านั่นมันแผ่พลานุภาพทำพฤติกรรมต่ำทรามเย่อหยิ่งจองหองไร้ยางอาย พุ่งทะยานระดมพลจัดตั้งกองทัพบุกโจมตีกวาดล้าง แผ่ขยายอิทธิพลเปิดฉากสงครามกวาดล้างทำลายล้างบางจัดระเบียบสะสางพรรค สำนัก และขั้วอำนาจกบฏฝักฝ่ายต่าง ๆ ทั่วทั้งใต้หล้าบดขยี้ได้ตามใจชอบเงียบๆ สิ้นกังวลขนาดนี้บอกข้ามาเดี๋ยวนี้สิ?!" หลี่เยวียนแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาประชดประชันส่งมอบให้เสียงเข้ม

"แผนการศึกกวาดล้างเด็ดชีพกู้แผ่นดินข้ามมณฑลชิ้นยักษ์ข้อนั้น ความจริงทางฝั่งสำนักนิกายมารของพวกเราก็นับว่าแผ่บารมีไร้ซึ่งขวากหนามหรือเส้นทางเดินสายอื่นมารับมือจัดสรรจัดระเบียบได้ล่วงหน้าดั่งใจนึกเหมือนกันนั่นแหละครับท่านถังเหวียนกง ยามนี้พวกท่านลองแสร้งกวาดสายตามองสำรวจจัดสรรตรวจสอบดูความเสียหายในฎีกาดูบ้างสิครับ ว่าขนาดขุมกำลังทัพหลักประจำค่ายร่วมผสมของพวกเราในยามนี้ ยังจำเป็นต้องถูกแผนการศึกบีบคั้น บีบบังคับบีบหัวใจสั่งการเคลื่อนพลบีบบังคับช่วยรั้งฝีเท้า สั่งให้ต้องก้มหน้าน้อมรับยำเกรง ยอมล่าถอยถอยกำลังถอนกำลังเคลื่อนพลถอยฉากหลบลี้ภัยศึกหวนคืนขบวน เดินทางหนีตายออกจากขอบเขตพื้นที่ภูมิภาคกวานจงอันยิ่งใหญ่มาครอบครองกันจนราบคาบสิ้นรากฐานตระกูลขนาดนี้แล้วไม่ใช่รึไงกันครับพ่ะย่ะค่ะ ฮิๆ" หยางซีเหยียนแสร้งทำใจดีสู้เสือเอ่ยคำพูด น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความกะล่อนทองปัดความผิดบาป พลางยื่นฝ่ามือทั้งสองข้างออกไปแบกางในอากาศกะทันหันอย่างลื่นไหลสบายอารมณ์ราวกับพูดจาเรื่องราวไร้สาระประจำค่ำคืน

"เจ้ายามนี้... แสร้งพ่นวาจาสุนัขเจรจาตัดพ้อประโยคคำถามเหยียบย่ำเมื่อครู่นี้ออกมา แฝงเจตนารมณ์หมายความลึกล้ำซุกซ่อนซุ่มซ่อนซอนเนียร์ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังความผันผวนคราวนี่... ว่ามีความตั้งใจคิดอ่านอยากจะออกราชโองการประกาศสั่งปล่อยเลยตามเลย สั่งปล่อยให้กองทัพหลัก กองทัพถังของพวกเราตระกูลหลี่จำต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากขมขื่นแสนสาหัส ทนทุกข์สู้รบตบตีต้านทานภัยคุกคามอันน่าสะพรึงกลัวประจำค่ายปกป้องชะตากรรมประจำตระกูลเอาชีวิตรอดไปตามยถากรรมแต่เพียงผู้เดียว แล้วข้าคิดสั้นฉีกสัญญาข้อตกลง ป่าวประกาศยกเลิกสัญญาพันธมิตรผูกมิตรเกี่ยวดองเป็นพันธมิตรขยายอำนาจ ระหว่างสองขั้วอำนาจของเราทิ้งยามนี้ทันทีเลยใช่หรือไม่วะ?!" หลี่เยวียนขมวดคิ้วมุ่นแน่นแผดเสียงถามจี้รุกคั้นสวนกลับทันควันบีบคั้นข่มขู่ศัตรูเสียงเข้มดุดันจับขั้วหัวใจบีบบังคับสบตาศัตรู

"หามิได้เด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะแผนการที่ดีในอกของผู้น้อยย่อมไม่มีวันมีความกล้าดีอย่างไรคิดสั้นทำเรื่องชั่วช้าต่ำทรามทำลายมารยาททำผิดสัญญาทำลายผลประโยชน์รวมขบวนชิ้นยักษ์ข้อนั้นแน่นอนหรอกครับท่านถังเหวียนกง ปัจจุบันราชการงานเมืองด่วนและภารกิจศึกชิ้นสำคัญชอบธรรมอันแสนเร่งรีบวิกฤตแผ่นดินบีบบังคับบีบหัวใจสั่งการบีบบังคับช่วยพวกเราขั้วอำนาจร่วมทั้งหมด คือพวกเราจำเป็นต้องเร่งร่วมมือกันหันมาเปิดฉากเจรจาหารือจัดสรรวางหมากครุ่นคิดค้นหาแนวทางหรือกลอุบายแผนสำรองชิ้นสำคัญทางการทหารร่วมกัน... เพื่อเตรียมเปิดฉากสงครามกวาดล้างบดขยี้รับมือหักล้างทำลาย สยบพลานุภาพความแข็งแกร่งไร้พ่ายผงาดง้ำค้ำแผ่นดินประจำตัวของตำหนักเทียนเจ้านั่นทิ้งด่วนที่สุดยามนี้ให้ราบคาบพ่ะย่ะค่ะ ในใจของท่านถังเหวียนกงยามนี้ จะยังคงไม่ได้แผ่บารมีแอบสืบทราบข้อมูลแจ่มแจ้งแจ่มชัดในรายงานฎีกาสายตรงความเสียหายข่าวลือชิ้นยักษ์ข้ามมณฑลข้อล่าสุดมางั้นรึครับ... แจ้งสารเด็ดขาดร้อยเปอร์เซ็นต์ล่วงหน้าแฉความจริงชัดเจนดั่งตาเห็นยืนยันว่า ยามนี้กองทัพหลักขบวนใหญ่ของตำหนักเทียนเจ้า ได้แผ่พลานุภาพทำพฤติกรรมต่ำทรามทารุณผิดมนุษย์เปิดศึกกวาดล้าง สั่งจัดส่งกำลังทหารบุกเข้าโจมตีกวาดล้างเด็ดชีพสังหารล้างบางทำลายล้างบางชีวิตขุมกำลังกบฏฝักฝ่ายแกนหลักต่าง ๆ ทั้งหมดประจำพื้นที่มณฑลทางภาคใต้ลงให้พินาศสิ้นซากราบคาบพินาศสิ้นชีพสูญสิ้นไปจนหมดสิ้นแล้วเรียบร้อยล่ะนะจ้ะครัยพ่ะย่ะค่ะ!" หยางซีเหยียนเอ่ยคำพูด น้ำเสียงทุ้มต่ำเคร่งขรึมแฝงประกายความร้ายกาจถามจี้หยั่งเชิงสบสายตาประธานค่าย

ซี้ด...

สิ้นประโยคคำเฉลยด่วนทางการทหารระดับวิกฤตแผ่นดินชิ้นยักษ์ประโยคนี้ ยอดขุนพลขุมกำลังแกนหลักคนสำคัญและข้ารับใช้แกนหลักตระกูลหลี่ทุกคนภายในห้องโถงลับที่ว่าการเมือง ต่างพากันสะดุ้งสุดตัวขวัญหนีดีฝ่อลนลานสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหวาดกลัววิกฤตความตายตรงหน้าจนหน้าถอดสีซีดเผือดไปตามๆ กันทันควันล่วงหน้าด่วน ชวนให้สภาพจิตใจปั่นป่วนวุ่นวาย

รายละเอียดข้อมูลความเสียหายในรายงานสืบสายตรงทางการทหารฎีกาข้อล่าสุดที่กองทัพถังของพวกมันได้รับสืบทราบข้อมูลข่าวคราวร่องรอยล่วงหน้าดลใจมาในคราแรกเริ่มเดิมที แผ่บารมีแจ้งสารข้อมูลความคืบหน้าศึกเพียงแค่ว่า... ยามนี้ตำหนักเทียนเจ้าได้ส่งกำลังทหารบุกเข้ากวาดล้างทำลายล้างบางขุมกำลังประจำตระกูลของหัวหน้ากบฏหลี่ซีทงและพรรคฝ่ายปลายแถวไม่กี่หัวเมืองรอบด้านพังพินาศสิ้นชีพราบคาบลงไปเท่านั้นเองไม่ใช่รึไง ทว่าความจริงชั่วช้าที่แอบซุกซ่อนซุ่มซ่อนขยายความต่อหน้าธารกำนัลประจักษ์แจ้งต่อสายตาในวินาทีนี้... คือพื้นที่ผืนที่ดินมหาศาลประจำมณฑลภูมิภาคทางตอนใต้ทั้งหมดทั่วทั้งใต้หล้า ยามนี้ก็นับว่าแปรเปลี่ยนเป็นถูกขบวนเดินทางม้าศึกของไอ้พวกตำหนักเทียนเจ้านั่น บุกโจมตีพุ่งทะลวงเด็ดชีพสังหารล้างบางกวาดล้างทำลายล้างทิ้งจนราบคาบสิ้นชีพพินาศสิ้นสลายกลายเป็นเศษไม้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยพังทลายสิ้นราบคาบไปหมดสิ้นแล้วต่างหากเล่า ช่างน่าสะฟรึงกลัวจับขั้วหัวใจยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ ยอดคนทุกคนเบิกตากว้าง สมองอึ้งกิมกี่ทำตัวไม่ถูกชั่วขณะ

"ไอ้... ไอ้ขุมกำลังเศษทรชนตำหนักเทียนเจ้า..." หลี่เยวียนถึงกับตกอยู่ในสภาวะพูดติดอ่างสะกดกลั้นลมอัสสาสะ สภาพร่างกายและกล้ามเนื้อท่อนบนสั่นสะท้านเคร่งขรึมแน่นิ่งลนลาน ทรงแผ่บารมีสะกดกลั้นอารมณ์ปั่นป่วนวุ่นวายประจำกาย นิ่งเงียบอึ้งกิมกี่ตกอยู่ในสภาวะหน้าถอดสีซีดเผือดทำตัวไม่ถูกไปชั่วครู่ใหญ่ ชายชราเฒ่าเจ้าเล่ห์กุมข้อสรุปจัดสรรวิเคราะห์หมากในอกตื่นตระหนกจนยากจะเค้นถ้อยคำเจรจาเจรจาหารืออันสมบูรณ์แบบอันใดหลุดออกจากปากสั่งความสืบต่อยาวนานไปทำลายบรรยากาศได้เลยแม้แต่ประโยคเดียวชั่วชีวิตประจำแผ่นดิน หลงเหลือเพียงความเงียบงันแนบแน่นแน่นิ่งดั่งป่าช้าหดหู่จิตใจค้ำหัวใจ

ส่วนทางด้านรายละเอียดกำลังพลทหาร ข้ารับใช้ ข้าราชบริพารสนิทแกนนำ และยอดขุนพลขุมกำลังแกนหลักประจำตระกูลหลี่ที่เหลือร่วมขบวนทั้งหมด ยามนี้ต่างพากันแผ่ซ่านกระแสแรงกดดันมหาศาลรอบตัวปะทุแผ่ซ่านออกมาบีบคั้นในอกจนหน้าซีดเผือดสภาพร่างกายและจิตวิญญาณตกอยู่ในสภาพวิตกจริตใจปั่นป่วนวุ่นวายไร้ทิศทางต้านทานคุ้มกันภัยด่วน ชวนให้จิตใจสั่นสะท้านขวัญหนีดีฝ่อทำตัวไม่ถูกชั่วคราว

"หากสถานการณ์บีบคั้นบีบหัวใจสั่งการบีบบังคับแปรเปลี่ยนสภาพกลายพันธุ์กลายเป็นข้อเท็จจริงสำคัญอันน่าสะพรึงกลัวสายนี้จริง แผนการรบพุ่งและกลอุบายแผนสำรองชิ้นสำคัญในแง่หลักทฤษฎีกลยุทธ์ชั้นเชิงตลบหลังจัดฉากสงครามครั้งใหญ่ในคราวนี่... ในใจของพวกเราตระเตรียมจะก้าวออกไปสืบหาข้อมูล ดำเนินแผนการทำศึกกอบกู้แผ่นดินรับมือจัดระเบียบสะสางกับวิกฤตแผ่นดินข้อนี้อย่างไรสืบต่อดีเล่าบอกข้ามาเดี๋ยวนี้สิครัย?!" หลี่เยวียนเร่งตลบสายตาจับจ้องมองสำรวจดูใบหน้าของหยางซีเหยียนพลางออกคำสั่งแผดเสียงคำรามถามจี้รุกหนักเสียงเข้มดุดันบีบบังคับสบตาศัตรู

หากหลักฐานความผิดพลานุภาพกำลังรบพุ่งประจำตัวประจำกายโดยรวมของตำหนักเทียนเจ้านั่น แผ่ขยายอานุภาพความแข็งแกร่งรุดหน้าบดขยี้แผ่นดินข้ามมณฑลจนแข็งแกร่งไร้พ่ายข่มแผ่นดินทรงคุณค่าขนาดนั้นมาตั้งนานแสนนานขนาดนั้นจริงดั่งตาเห็นแล้วล่ะนะ หมากกระดานศึกเคลื่อนทัพในอนาคตอันใกล้ระยะเวลาสั้นนี้ กองทัพหลัก ขบวนเดินทางระดมพลกบฏของกองทัพถังตระกูลหลี่ขบวนนี้ ยามเมื่อคำนวณหมากจัดสรรประเมินสถานการณ์ดูแล้วแจ่มชัดในฎีกา พวกลูกสมุนของข้าก็คงแผ่บารมีไร้ศักยภาพและยากที่จะแสร้งก้าวออกไปเปิดฉากศึกสงครามบดขยี้สยบศึกชิงชัยชนะเอาชนะโค่นล้มระดับฝีมือวรยุทธ์คู่ต่อสู้ทัพม้าของพวกมันลงได้สำเร็จเลยแม้แต่ก้อยเดียวแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ชั่วชีวิตพังพินาศสิ้นชีพราบคาบเช่นนี้

"บรรดาผู้อาวุโสแกนหลักทุกท่าน โปรดทรงจัดแจงสภาพร่างกายและจิตใจระงับความตื่นตระหนกตกใจลนลานกลับคืนมาคุ้มกันภัยให้ดีเถอะน่าครัย อย่าได้เพิ่งแสร้งทำตัวตื่นตูมลนลานวิตกจริตใจจัดระเบียบอารมณ์ทำตัวไม่ถูกล่วงหน้าก่อนกำหนดขนาดนั้นไปเลยน่าจ้ะครัย" หยางซีเหยียนเอ่ยตอบคำ น้ำเสียงราบรื่นสุขุม "แผนการวางหมากแผ่ขยายอำนาจเด็ดขาดในอกประจำสำนักของพวกเรายามนี้แฝงประกายความสมเหตุสมผลซุกซ่อนซุ่มซ่อนอยู่ล่วงหน้า... ท้ายที่สุดแล้วในเมื่อไอ้ตำหนักเทียนเจ้านั่น แผ่บารมีกุมตัณหาความความทะยานอยากอันบ้าคลั่งล้นฟ้าปรารถนาอย่างลึกซึ้งอยากจะส่งกำลังทหารบุกเข้ากวาดล้างทำลายล้างบางบรรดาพรรค สำนัก และขั้วอำนาจกบฏฝักฝ่ายต่าง ๆ ทั้งหมดในใต้หล้าปัจจุบันให้ราบคาบข้ามมณฑลขนาดนี้แล้วล่ะนะ สัจจะข้อเท็จจริงสำคัญประการหนึ่งย่อมประจักษ์แจ้งชัดเจน... นั่นคือยามนี้พวกมันก้นับว่าได้ป่าวประกาศตัวแปรเปลี่ยนสภาพกลายพันธุ์กลายเป็น ศัตรูร่วมสาธารณะชิ้นสำคัญอันชอบธรรมประจำใต้หล้า  ล็อกเป้าหมายรอคอยให้ทุกชีวิตทรชนคนทั่วทั้งใต้หล้า ปักใจฝังใจลึกซึ้งพร้อมใจกันระดมพลจัดตั้งกองทัพหวนกลับมาเปิดศึกสงครามบดขยี้เด็ดชีพทำลายชีวิตล้างบางพวกมันทิ้งด้วยความเคียดแค้นฝังลึกร่วมกันเรียบร้อยแล้วล่ะนะครัยจริงไหมสิ้นกังวล"

"เออ... จริงด้วย วาจาแจ้งเตือนสติแฝงเลศนัยชั่วร้ายประโยคนี้ของเจ้าช่างแทงทะลุใจข้าดีแท้ ยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้เหตุใดในหัวสมองอันเฉียบแหลมประจำตัวของข้า ถึงได้เผลอตัวปิดตาละเลยหลงลืมวิกฤตความจำเป็นทางการทหารและหมากสำรองชิ้นยักษ์ข้อนี้ทิ้งไปในส่วนลึกของหัวใจจนหมดสิ้นกันได้ล่ะเนี่ย ช่างอัศจรรย์นักล่ะนะ" หลี่เยวียนพลันดึงสติสัมปชัญญะ สั่งจัดแจงสภาพร่างกายและจิตใจกลับคืนมาได้ทันควันล่วงหน้าด่วน พลางระเบิดรอยยิ้มลึกล้ำพิสดารออกมาบนใบหน้าเหี่ยวย่นสมใจล ึ่กซึ้งล้นพ้นดลใจ

"ใช่แล้วครับพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท แผนการร้ายลายแทงแผนทหารประจำสำนักของไอ้พวกตำหนักเทียนเจ้านั่น ในคราวนี่กระบวนการศึกของพวกมันช่างเย่อหยิ่งจองหองและทารุณผิดมนุษย์เกินขีดจำกัดมนุษย์จะน้อมรับยำเกรงน้อมรับบัญชาได้เด็ดขาดร้อยเปอร์เซ็นต์ล่วงหน้าจริง... พวกมันแผ่พลานุภาพทำพฤติกรรมต่ำทรามมีความกล้าดีอย่างไรริอ่านคิดสั้นออกคำสั่งสั่งการด่วน ถึงขั้นละเลยไม่ได้ปิดบังร่องรอยแฝงเจตนารมณ์ ปรารถนาอยากจะส่งกำลังทหารบุกเข้าโจมตีกวาดล้างเด็ดชีพทำลายล้างบางรากฐานตระกูลคุ้มกันภัยแม้กระทั่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ผู้นำแกนหลักฝ่ายธรรมะดั่งเช่น สำนักเรือนฌานเมตตาทิ้งรวมอยู่ในแผนการศึกคราวนี่ร่วมกันด้วยเลยเชียวนะครับพ่ะย่ะค่ะ! แผนการรบพุ่งและเชิงชั้นชั้นเชิงกลยุทธ์ในการดำเนินแผนการเคลื่อนทัพของพวกมันคราวนี่ ยามเมื่อกวาดสายตามองสำรวจประเมินค่าดูแล้วแจ่มชัด แผ่ขยายประกายความอำมหิต เหี้ยมเกรียม และป่าเถื่อนไร้ความปรานีบีบหัวใจผู้คนหนักหน่วงสะใจข้า ยิ่งใหญ่เหนือล้ำเกินกว่าภาพลักษณ์จอมวายร้ายตลบแตลงประจำสำนักมารยาหญิงนิกายมาร ของพวกเราตั้งกี่ปีแสงแล้วล่ะนะครัยพ่ะย่ะค่ะจริงไหมสิ้นกังวลแผ่นดิน" หยางซีเหยียนเอ่ยคำสอนจัดสรรวิเคราะห์แผนการแผ่ขยายอิทธิพลรุกคืบสืบต่อขยายความยาวเหยียดพร้อมรอยยิ้มลึกล้ำแฝงประกายความร้ายกาจกะล่อนทองสยบศัตรู

เมื่อได้ฟังคำเฉลยวิเคราะห์หมากอันเด็ดขาดไร้ที่ติประโยคนี้หลุดออกจากปากข้าช่วงรับใช้ สีหน้าท่าทางและแววตาคู่คมปลาบประจำตัวของพวกแกนนำขุนพลตระกูลหลี่และหลี่เยวียนทุกคนรอบขบวน ต่างพากันแปรเปลี่ยนเป็นงดงามลึกล้ำพิสดาร ชวนให้ผู้พบเห็นตื่นตระหนกตกใจลนลานช็อกสุดขีดจนวิญญาณแทบหลุดลอยออกจากร่างทันควันล  ึ่งระแวงภัยวิกฤตความตายตรงหน้า ช่างน่าสมเพชนัก! พวกเศษสุนัขรับใช้ตำหนักเทียนเจ้าเหล่านั้นมันแผ่บารมีมีความกล้าดีอย่างไรคิดสั้น สั่งระดมพลจัดตั้งกองทัพเคลื่อนพลเคลื่อนพลทัพหลักบุกโจมตีพุ่งทะยานเคลื่อนพลออกรบศึกเพื่อตระเตรียมส่งกำลังทหารบุกไปกวาดล้างทำลายล้างบางชีวิตสำนักเรือนฌานเมตตาทิ้งด่วนที่สุดยามนี้ให้ราบคาบพินาศสิ้นชีพพังวินาศสันตะโรไปต่อหน้าต่อตาได้เด็ดขาดขนาดนี้เชียวรึ ชะตากรรมใต้หล้าปฐพีพังวินาศคราวนี่เสื่อมทรามล้นพ้นดลใจศัตรูเด็ดขาดร้อยเปอร์เซ็นต์สิ้นกังวลแผ่นดินใต้หล้าปฐพีวินาศสิ้นชีพคราวนี่เด็ดขาด!!

จบบทที่ บทที่ 366: ยอดวีรบุรุษแห่งใต้หล้า มีเพียงหยางเจาแต่เพียงผู้เดียว

คัดลอกลิงก์แล้ว