- หน้าแรก
- คุณหมอทหารครับ เมียพี่คนนี้คือ อดีต ชายชาตรีนะเว้ย ยุคแปดศูนย์
- บทที่ 40 เพื่อนรุ่นใหญ่!
บทที่ 40 เพื่อนรุ่นใหญ่!
บทที่ 40 เพื่อนรุ่นใหญ่!
บทที่ 40 เพื่อนรุ่นใหญ่!
น้องหนูคนสวยอึ้งไปแวบหนึ่ง "พี่สะใภ้ พี่เป็นอะไรไปคะ? จำฉันไม่ได้เหรอ?"
สะ... พี่สะใภ้! เสียงเพลงที่วนลูปอยู่ในหูจบลงทันที ผมกระแอมอีกครั้ง มองดูเธอ ข้อศอกที่ยันแขนฮั่วอี้อยู่ลื่นพรืด ตัวเกือบถลาเสียหลัก!
สมองผมเริ่มประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็ว จำได้แล้ว! ใช่... นี่คือ ฮั่วโหรว น้องสาวคนรองของฮั่วอี้! เคยเจอครั้งหนึ่งตอนที่แม่ใหญ่จินเพิ่งเข้าเมืองมาใหม่ๆ แล้วไปกินข้าวกับครอบครัวฮั่ว เธอนั่งอยู่ข้างผมนี่เอง คีย์เวิร์ดของเธอคือ: มารยาทดีและเป็นกันเอง!
"อ๋อ ฮั่วโหรวนี่เอง จำได้สิ ฮั่วโหรว น้องสามีของพี่ไงจ๊ะ หะๆๆๆ..." อยากจะร้องไห้ชะมัด!
ฮั่วอี้ขมวดคิ้วมุ่นมองผม "จินตัวอวี๋ ไหนว่าปวดเอวปวดหลังขาเป็นตะคริวจนลุกไม่ขึ้นไง"
"นั่นล้อคุณเล่นต่างหาก! ทำไมเป็นคนไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย!" ผมยิ้มแห้งๆ หันไปหาฮั่วโหรว "สวยขึ้นกว่าคราวที่แล้วอีกนะเนี่ย! มีน้องสามีสวยขนาดนี้ พี่ภูมิใจมากเลยจ้ะ!"
ฮั่วโหรวได้ยินคำพูดของผมก็หลุดขำออกมา "พี่สะใภ้ ทำไมคราวนี้พี่ดูขี้เล่นจังเลยคะ คราวที่แล้วเจอกัน ฉันถามอะไรพี่ พี่ก็ไม่ยอมพูดเลยสักคำ"
"คราวก่อนพี่ตื่นเต้นน่ะ เพิ่งเข้าเมืองครั้งแรก แต่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว มาๆ เรามาเช็กแฮนด์จับมือกันหน่อยมา..."
"นั่งลง เมื่อกี้ยังเจ็บจนยืนไม่ไหวอยู่เลยไม่ใช่เหรอ" ฮั่วอี้ไม่รอให้ผมพูดจบ เขาก็กดไหล่ผมให้นั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิม "คนกันเองจะมามัวเกรงใจอะไรกันไร้สาระ"
พูดเสร็จ เขาก็หันไปถามฮั่วโหรว "วันนี้อาการพ่อเป็นยังไงบ้าง?"
ตอนแรกผมกะจะกวนประสาทต่อ แต่พอได้ยินเรื่องท่าน ผบ. ฮั่ว ผมก็สงบปากสงบคำทันที
"ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ค่ะ" รอยยิ้มบนหน้าฮั่วโหรวหายไป "เพิ่งออกจากห้องไอซียูเมื่อวาน วันนี้ก็จะรั้นลงไปข้างล่างให้ได้ บอกยังไงก็ไม่ฟัง ไม่รู้ยังไงจู่ๆ ก็นึกถึงพวก 'ละครตัวอย่าง' (ละครปฏิวัติ) ที่เคยดูสมัยออกรบขึ้นมา
บ่นพึมพำไม่หยุด แม่เลยอยากให้พ่ออารมณ์ดีขึ้น เลยโทรไปที่คณะศิลปกรรม แต่ตอนนี้เขาซ้อมแต่ร้องรำทำเพลงกับละครพูดกันหมดแล้ว ไม่มีใครเล่นละครตัวอย่างพวกนั้นแล้วล่ะค่ะ
พี่คะ... ฉันว่าพี่พาพี่สะใภ้กลับไปก่อนเถอะ ไว้คราวหน้าค่อยมาใหม่ ฉันกลัวพ่อจะอาละวาดใส่ เดี๋ยวพี่สะใภ้จะตกใจเอา"
"ละครตัวอย่างเหรอ?" ฮั่วอี้ขมวดคิ้ว "เรื่อง 'ซาเจียปัง' (Shajia Hamlet) หรือ 'ยึดเขาเว่ยหู่' (Taking Tiger Mountain by Strategy) ล่ะ?"
"จะใช่ที่ไหนล่ะคะ!" ฮั่วโหรวถอนหายใจยาว "ถ้าเป็นเรื่องดังๆ ในช่วงปีหลังๆ ต่อให้ไม่มีคิวแสดง ถ้าซ้อมใหม่ก็ฟื้นฟูได้เร็ว
แต่เรื่องที่พ่อพูดถึงคือเรื่องที่ท่านดูตอนสมัยออกรบโน่น ชื่อเรื่องอะไรนะ... 'สองพี่น้องถากถางพง' (Brother and Sister Reclaiming Wasteland) ค่ะ!"
"สองพี่น้องถากถางพง (Brother and Sister Reclaiming Wasteland)?" ฮั่วอี้พึมพำเบาๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานขึ้นมา "เดี๋ยวผมลองถามหน่วยประชาสัมพันธ์ดูว่าเคยซ้อมเรื่องนี้ไหม"
"พี่คะ ไม่ต้องถามหรอกค่ะ แม่ถามมาหมดแล้ว" เสียงของฮั่วโหรวทำให้ฮั่วอี้ชะงักมือ "เรื่องนี้มันเก่ามากจริงๆ นะคะ เริ่มดังตอนยุคปี 40 แล้วทางคณะศิลปกรรมก็มาทำใหม่ช่วงปี 50 นี่มันผ่านมาเกือบสามสิบปีแล้ว จะให้มาซ้อมตอนนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองสามวัน ใครจะไปจำท่าจำกลอนได้ทันทีล่ะคะ"
"เธอทำได้..." เมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของฮั่วโหรว ผมก็ยกมือขึ้น "ละครเรื่อง 'สองพี่น้องถากถางพง' ใช่ไหมหล่ะ ฉันจัดให้ได้"
"พี่..." ฮั่วโหรวดูจะไม่เชื่อหูตัวเอง "พี่สะใภ้ พี่ทำเป็นได้ยังไงคะ? เคยดูในหมู่บ้านเหรอ?"
ดูอะไรกันล่ะจ๊ะน้องสาว พี่คนนี้น่ะคือ 'ขวัญใจคนชรา' ตัวจริงเสียงจริงเลยนะ!
ผมพยายามเก็บอาการลำพองในสายตา แล้วปั้นหน้าถ่อมเนื้อถ่อมตัวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในบ้านพักคนชราของผมเนี่ยมีคนทุกรุ่นทุกสมัย รุ่นอายุห้าหกสิบเนี่ยถือเป็นเด็กน้อย รุ่นแปดเก้าสิบนี่กำลังหนุ่มแน่น
ส่วนรุ่นร้อยปีขึ้นไปมีอยู่สองท่าน นิ่งเหมือนพระพุทธรูปต้องกราบไหว้บูชา และไอ้ละครเรื่องนี้ผมก็หัดมาเพื่อพวกท่านสองคนนั่นแหละ!
อย่าว่าแต่เรื่องเก่าๆ เลย ต่อให้เป็น 8 ละครปฏิวัติระดับตำนาน ผมก็ร้องโชว์ได้ทุกเรื่องนั่นแหละ!
"จินตัวอวี๋ ดูท่าคนในหมู่บ้าน 'หลุมศพ' ของเธอนี่จะมีแต่ยอดฝีมือนะ" ผมกระแอมไอแล้วหันไปมองฮั่วอี้ พยายามทำเป็นไม่สนใจน้ำเสียงประชดประชันของเขา "ก็คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าฉันมีความสามารถรอบด้าน เพียงแต่ละครแบบนี้มันเล่นคนเดียวไม่ได้ ถ้าไม่เน้นความเนี้ยบมาก ฉันจะลองลุยเดี่ยวดู แต่ถ้าจะเอาแบบเป๊ะๆ..."
"ไม่เน้นเป๊ะค่ะ! แค่ทำให้คุณพ่ออารมณ์ดีขึ้นก็พอแล้ว!" ฮั่วโหรวแทบอยากจะพุ่งมาจับมือผมข้ามโต๊ะทำงาน "พี่สะใภ้ พี่ทำได้จริงๆ นะคะ ไม่ได้หลอกกันใช่ไหม?!"
เห็นท่าทางเธอแบบนี้ในใจผมมันโครตจะฟินเลย "ถ้าไม่เชื่อ... จะให้ฉันลองร้องโชว์ตรงนี้สักสองท่อนไหมล่ะจ๊ะ?"
"ไม่ต้องค่ะ!" ฮั่วโหรวโบกมือพลางหัวเราะ "ฉันฟังไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ พี่ทำได้ก็พอแล้ว งั้นตอนนี้เราไปหาพ่อกันเถอะ พี่สะใภ้ พี่ร้องได้จริงๆ นะคะ อย่าไปเจอหน้าพ่อแล้วเกิดเขินจนไม่กล้าร้องล่ะ"
คำว่า 'เขิน' มันไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมของเซียวซินคนนี้หรอกครับ ผมเอาตัวรอดในตลาดมืดมาได้ก็เพราะลิ้นและปากนี่แหละ คติประจำใจตอนประกาศขายของมีแค่สามคำคือ: "หน้า ด้าน ไว!"
"วางใจเถอะ พี่บอกว่าทำได้ก็คือได้ เรื่องนี้... พี่ชายเราเขารู้ดีจ้ะ" ผมยิ้มซื่อๆ ส่งไปให้ฮั่วอี้ "ใช่ไหมล่ะ..."
ฮั่วอี้ที่ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักยังคงนิ่งเฉยตามนิสัย มีเพียงดวงตาที่ดูเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มจ้องมองผมอยู่ เขาไม่ตอบรับอะไร ผมเลยรู้สึกประหม่าจนลำคอแห้งผาก
โชคดีที่ฮั่วโหรวพูดขึ้นมาเสียก่อน "พี่สะใภ้ขอแค่ไม่ตื่นเต้นก็พอค่ะ เออจริงด้วย พี่เจ็บขาเหรอคะ? ฉันได้ยินคนในโรงพยาบาลพูดกันว่าพี่หกล้มจนพี่ชายต้องอุ้มมา ลำบากหรือเปล่าคะ?"
"ไม่เป็นไรจ้ะ!" ผมลุกขึ้นยืนแล้วลองขยับตัวนิดหน่อย ความเจ็บที่ก้นน่ะหายเป็นปลิดทิ้งทันทีที่เห็นสาวสวย!
"งั้นเราไปกันเถอะ!" ฮั่วโหรวเดินนำหน้าไป ผมพยักหน้าตกลง การทำให้ผู้เฒ่าฮั่วพอใจถือเป็นภารกิจระดับชาติสำหรับผมเลยนะเนี่ย! ถ้าจัดการตาแก่ฮั่วได้อยู่หมัด ผมก็น่าจะหลุดพ้นจากพันธนาการพวกนี้ได้เร็วขึ้น!
ฮั่วอี้ไม่ได้พูดอะไรตลอดทาง เขาเฝ้าสังเกตท่วงท่าการเดินของผมอยู่สองสามก้าวก่อนจะเดินตามมาติดๆ แล้วกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู "จินตัวอี้ นอกจากเรื่องนี้แล้วเธอยังร้องอะไรได้อีก"
"โอ้โห! เยอะแยะเลยล่ะคุณ!" ผมเหลือบมองเขา เนื่องจากมีฮั่วโหรวมเดินอยู่ข้างหน้าเลยต้องกดเสียงให้ต่ำลง "วันหลังจะให้จินร้องเพลง 'สิบคลำ' (เพลงทะลึ่งพื้นบ้าน) ให้คุณหมอฮั่วฟังดีไหม? หรือจะเอา 'ลำห้าทุ่ม' (เพลงพื้นบ้านทำนองเศร้า) หน่อยล่ะ?"
ฮั่วอี้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ถ้าเธอร้อง ฉันก็ฟัง"
เหอะ! หมอนี่มันหน้าด้านกว่าที่คิดแฮะ ไม่มีความเขินอายเลยสักนิด!
...
ห้องพักของผู้บัญชาการฮั่วเป็นห้องพิเศษระดับสูง อยู่ในโซนส่วนตัวของอาคารผู้ป่วยใน ชั้น 7 สภาพแวดล้อมถูกจัดแต่งอย่างพิถีพิถัน นอกจากต้นไม้และดอกไม้ประดับแล้ว ตรงกลางโถงยังมีทหารเวรประจำการดูแลอยู่
ทางเดินเงียบเชียบกริบ ไม่ว่าพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ดูแลจะเดินผ่านไปมาก็แทบไม่มีเสียงฝีเท้าให้ได้ยิน
พูดตามตรง พอมาเจอรรยากาศแบบนี้ผมก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมาดื้อๆ ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าไหร่ ยิ่งโดนพวกหมอพยาบาลที่เดินสวนกับฮั่วอี้มองสำรวจ ฝ่ามือผมก็ยิ่งเย็นเฉียบ ทหารผ่านศึกรุ่นเก๋านะเฮ้ย ใครจะไปรู้ว่าจะเป็นคนแบบไหน ระหว่างที่ในใจกำลังเต้นเป็นกลองรัว จู่ๆ ฝ่ามือผมก็ได้รับไออุ่น ผมชะงักแล้วหันขวับไปมอง "คุณ..."
ฮั่วอี้ไม่ได้มองผมเลย ทำเหมือนตัวเองไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น
ผมเห็นเขาตีเนียนแบบนั้นก็เลยไม่พูดอะไร แต่พยายามจะดึงมือออกเงียบๆ ใครใช้ให้คุณมาจับมือน้อยๆ ของผมกันล่ะ!
"อยู่นิ่งๆ" ฮั่วอี้พ่นคำพูดเบาหวิวออกมา "ลืมข้อตกลงของเราแล้วเหรอ?"
ผมอ้าปากค้าง... หมายถึงหน้าที่ภรรยาที่ต้องแสดงละครว่ารักกันหวานชื่นน่ะเหรอ? แม้ในใจจะรู้สึกหมั่นไส้กับการกระทำของเขา แต่ก็ต้องยอมรับว่าในบรรยากาศที่แปลกที่และกดดันแบบนี้ การได้จับมือเขาไว้มันทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาจริงๆ...
แค่นิดเดียวนะ! ผมพยายามบอกตัวเองให้ลืมไปก่อนว่าผมคือเซียวซิน ในเมื่อตกลงกันไว้แล้วก็ต้องไม่ให้เสียงาน!
เมื่อมาถึงหน้าประตูไม้แดงบานในสุด ฮั่วโหรวก็หยุดฝีเท้าลง เธอหันมาส่งยิ้มให้ผม "พี่สะใภ้ ถึงแล้วค่ะ"
"จ้ะ~" พอเห็นเธอยิ้มผมก็ยิ้มหน้าบานตามนิสัย พยายามจะสะบัดมือฮั่วอี้ออกแต่ผลคือ... สะบัดไม่หลุด!
ฮั่วโหรวมองดูมือที่พวกเรากุมกันไว้ด้วยความแปลกใจเล็กน้อย เธอช้อนสายตามองไปที่ฮั่วอี้แล้วหัวเราะเบาๆ "พี่คะ พี่ห้ามรังแกพี่สะใภ้นะ"
ผมปรายตาค้อนฮั่วอี้ไปทีหนึ่ง เห็นไหมล่ะ ขนาดน้องสาวคุณยังดูออกเลย!
(จบบท)