- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยเนตรวงแหวน เริ่มต้นด้วยดาบพิฆาตอสูร
- บทที่ 5 ศิลปะอสูรโลหิต บงการวิญญาณ
บทที่ 5 ศิลปะอสูรโลหิต บงการวิญญาณ
บทที่ 5 ศิลปะอสูรโลหิต บงการวิญญาณ
บทที่ 5 ศิลปะอสูรโลหิต บงการวิญญาณ
สำหรับอสูรแล้ว การฆ่าคนธรรมดาสองสามคนนั้นง่ายดายราวกับการกินข้าวและดื่มน้ำ
แม้ว่าคนพวกนี้จะมีปืนไรเฟิลก็ตาม
เนตรวงแหวนของคัมบาระ เท็ตสึยะมองเห็นการเคลื่อนไหวของพวกมันได้อย่างชัดเจน ทั้งตำแหน่งที่เล็ง เจตนาที่จะลั่นไกปืน และมันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะหลบกระสุนเหล่านั้น
ไม่ใช่ว่าความเร็วของคัมบาระ เท็ตสึยะนั้นเร็วกว่ากระสุนปืน แต่เป็นเพราะความเร็วในการตอบสนองของเขาเหนือกว่าคนธรรมดาเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง
ภายในห้องอันกว้างขวาง สายลมเย็นเยียบพัดโชยมา สมาชิกระดับสูงของสมาคมมังกรดำกว่าครึ่งถูกสังหาร ซากศพที่ไม่สมประกอบของพวกมันเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้น ส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอย่างรุนแรง
คัมบาระ เท็ตสึยะไม่มีเวลาไปสนใจกองซากศพเหล่านั้น
แผงระบบซึ่งมองเห็นได้เพียงเขาคนเดียวเด้งขึ้นมาตรงหน้า และฟังก์ชันเสริมของระบบก็แสดงศิลปะอสูรโลหิตที่ตื่นรู้ขึ้นมาในรูปแบบข้อความ
ศิลปะอสูรโลหิตตื่นรู้: บงการวิญญาณ!
ยมทูต: เก็บเกี่ยววิญญาณของผู้ตายและกักเก็บไว้ภายในร่างกายของตนเอง จำเป็นต้องมีการสัมผัสทางกายภาพโดยตรง
ผู้กลืนกิน: กลืนกินวิญญาณที่กักเก็บไว้และเปลี่ยนให้เป็นพลังงานของตนเอง
ผู้ควบคุม: ความสามารถพิเศษในการควบคุมวิญญาณ ความสามารถนี้จะหายไปหลังจากที่วิญญาณถูกกลืนกินไปแล้ว
ผู้แอบอ้าง: ควบคุมวิญญาณให้มาปกคลุมร่างกายของตนเอง เพื่อรับเอารูปลักษณ์และลักษณะนิสัยของวิญญาณนั้นมา
ดวงตาของคัมบาระ เท็ตสึยะเปล่งประกาย มันคือศิลปะอสูรโลหิตประเภทวิญญาณที่ไม่เคยปรากฏในเนื้อเรื่องต้นฉบับเลยด้วยซ้ำ!
“บงการวิญญาณ - ยมทูต!”
คัมบาระ เท็ตสึยะคุกเข่าลง ฝ่ามือของเขาลูบผ่านศีรษะที่โชกเลือดของชายคนหนึ่งบนพื้นอย่างแผ่วเบา สกัดเอาเศษเสี้ยวพลังงานวิญญาณออกมาจากซากศพที่ไม่สมบูรณ์
พลังงานวิญญาณก่อตัวเป็นร่างเล็กๆ กึ่งโปร่งใสที่ดูมีชีวิตชีวาในมือของคัมบาระ เท็ตสึยะ
มันคือร่างของชายร่างกำยำผู้มีรอยแผลเป็นเมื่อครู่นี้ ดวงตาของเขาหลับสนิท ดำดิ่งอยู่ในห้วงนิทรา และความหวาดกลัวจากการมีชีวิตยังคงติดตรึงอยู่บนใบหน้าของเขา
“บงการวิญญาณ - ผู้แอบอ้าง!”
คัมบาระ เท็ตสึยะพึมพำ และเพียงแค่คิด กลุ่มพลังงานวิญญาณนี้ก็กระจายตัวออก ปกคลุมไปทั่วร่างของเขา
เมื่อแสงจันทร์สาดส่อง เงาของคัมบาระ เท็ตสึยะบนกำแพงก็ทอดยาวและเปลี่ยนรูปร่างไปในทันที
ครู่ต่อมา เมื่อมองเข้าไปในกระจกภายในห้อง คัมบาระ เท็ตสึยะก็เห็นว่ารูปร่างหน้าตาของตนเองได้เปลี่ยนไปเป็นชายร่างกำยำผู้มีรอยแผลเป็น… นี่คือศิลปะอสูรโลหิตของเขา
มันคือวิธีการที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการทำเรื่องเลวร้ายโดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้เลย!
พลังงานวิญญาณหดตัวกลับมารวมกันที่ฝ่ามือของเขาอีกครั้ง และรูปลักษณ์ของชายร่างกำยำผู้มีรอยแผลเป็นก็จางหายไป
“บงการวิญญาณ - ผู้กลืนกิน!”
คัมบาระ เท็ตสึยะใช้ความสามารถผู้กลืนกินจากศิลปะอสูรโลหิตของเขาอย่างไม่ลังเล และวิญญาณของชายร่างกำยำผู้มีรอยแผลเป็นก็เปลี่ยนเป็นแสงดาวสีฟ้าครามที่พุ่งเข้ามาในร่างกายของเขา
ไม่นาน ความรู้สึกอิ่มเอมก็แผ่ซ่านไปทั่วตัวเขา
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าในขณะที่พละกำลังของเขาได้รับการฟื้นฟู ความแข็งแกร่งของเขาเองก็เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย… แม้จะไม่มากนัก แต่มันก็คือการพัฒนาอย่างแท้จริง
คัมบาระ เท็ตสึยะเข้าใจแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องกินคน แต่เขากินวิญญาณต่างหาก
ขีดจำกัดสูงสุดของศิลปะอสูรโลหิต บงการวิญญาณ นั้นสูงมาก
วิญญาณที่เก็บเกี่ยวมาสามารถนำมาใช้เพื่อปลอมแปลงตัวตน ใช้เป็นพลังงานสำรองเพื่อรักษาความแข็งแกร่งในการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ หรือแม้กระทั่งทำให้เขาสามารถใช้ความสามารถของวิญญาณนั้นได้
ยกตัวอย่างเช่น หากเขาสามารถครอบครองวิญญาณของอาคาสะได้ เขาก็สามารถใช้ศิลปะอสูรโลหิตของอาคาสะได้เช่นกัน
แค่คิดถึงเรื่องนี้ คัมบาระ เท็ตสึยะก็แทบจะน้ำลายสอแล้ว
คัมบาระ เท็ตสึยะเดินไปรอบๆ ห้องเพื่อรวบรวมวิญญาณของสมาชิกสมาคมมังกรดำ รวมทั้งหมดสามสิบสี่ดวง ซึ่งรวมถึงผู้บริหารและกลุ่มอันธพาลที่อยู่ด้านหลังด้วย
ด้วยวิญญาณเหล่านี้ ในที่สุดคัมบาระ เท็ตสึยะก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาบ้างแล้ว ในตอนนี้ หากเขาต้องเผชิญหน้ากับขันอสูรข้างแรมทั่วไป เขาอาจจะไม่ชนะ แต่เขาก็น่าจะสามารถต่อกรได้อย่างแน่นอน
“เอะอะโวยวายอะไรกัน?”
จอห์น เดียร์ซึ่งถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงกรีดร้อง ผลักประตูห้องเปิดออกด้วยความรำคาญใจ แต่กลับต้องพบกับกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งที่พัดความง่วงงุนของเขาให้หายเป็นปลิดทิ้งในทันที
รูม่านตาที่เบิกกว้างของเขาสะท้อนภาพอันน่าสยดสยองภายในห้อง และจอห์น เดียร์ก็ผงะถอยหลังไปด้วยความหวาดกลัว
นั่นมันอสูรในตำนานนี่นา!
“สัตว์ประหลาด!”
จอห์น เดียร์ชักปืนพกที่พกติดตัวออกมา ปลดเซฟตี้ และลั่นไกปืนในทันที ปากกระบอกปืนพ่นเปลวเพลิงออกมา และกระสุนหลายนัดก็พุ่งเข้าหาคัมบาระ เท็ตสึยะ
ปัง!
คัมบาระ เท็ตสึยะแสยะยิ้ม กล้ามเนื้อน่องของเขาตึงเครียด รวบรวมกำลังในชั่วพริบตา พละกำลังอันมหาศาลจากเรียวขาบดขยี้พื้นไม้ในห้องจนแหลกละเอียด ร่างของเขาราวกับเงาที่พลิ้วไหวหลบหลีกกระสุนปืน
เขาปรากฏตัวต่อหน้าจอห์น เดียร์ราวกับหายตัวได้ เขาเอื้อมมือออกไปคว้าคอของชายคนนั้น และตรึงเขาไว้กับกำแพง
“ไอ้อสูรน่ารังเกียจ!”
จอห์น เดียร์สบถ ใบหน้าของเขาแดงก่ำจากความรู้สึกอึดอัดแทบขาดใจ
ดวงตาสีเลือดของคัมบาระ เท็ตสึยะจ้องมองเขาอย่างเย็นเยียบ
“ในความคิดของชั้น พวกแกต่างหากที่เหมือนอสูรมากกว่า!”
เมื่อพูดจบ คัมบาระ เท็ตสึยะก็เพิ่มแรงบีบ หมายจะบดขยี้คอของชายคนนั้นให้แหลกคามือ
สีหน้าของจอห์น เดียร์เจ็บปวดรวดร้าว เขาจะตายแล้วงั้นหรือ?
ตึก! ตึก! ตึก!
ในตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าอันแผ่วเบาและรวดเร็วก็ดังขึ้น ทำให้คัมบาระ เท็ตสึยะขมวดคิ้ว ความรู้สึกนี้… ช่างรวดเร็วเสียจริง จะเป็นใครกันนะ?
ฟุบ!
ไม่ทันขาดคำ ร่างสูงเพรียวก็ปรากฏขึ้นที่หัวมุมระเบียงทางเดิน
“หยุดนะ!”
หญิงสาวชักดาบนิชิรินของเธอออกมา ใบดาบกึ่งโปร่งแสงสะท้อนแสงจันทร์อันสว่างไสวสาดส่องลงบนใบหน้าของคัมบาระ เท็ตสึยะ
คัมบาระ เท็ตสึยะหรี่ตาลง มองเห็นดาบนิชิรินในมือของเธอ: โกร่งดาบเป็นสีส้ม รูปทรงเหมือนใบโคลเวอร์สี่แฉก ด้ามจับสีเขียวเข้ม ใบดาบสีพีชเปล่งประกายด้วยคมดาบอันแหลมคม และมีคำว่า ‘พิฆาตอสูร’ สลักอยู่บนใบดาบ
“เสาหลักงั้นเหรอ?”
สีหน้าของคัมบาระ เท็ตสึยะเปลี่ยนไป
“ปราณแห่งบุปผา กระบวนท่าที่ 3: ระบำกลีบดอกไม้!”
หญิงสาวมีรอยยิ้มอันแสนหวานและอ่อนโยนประดับอยู่บนใบหน้า น้ำเสียงอันนุ่มนวลและละเอียดอ่อนของเธอราวกับจะดังก้องอยู่ในหูของคัมบาระ เท็ตสึยะ แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกถึงวิกฤตอันตรายถึงชีวิต
ฟุบ!
ความเร็วของหญิงสาวเหนือกว่าคัมบาระ เท็ตสึยะ ร่างสูงของเธอร่ายรำอย่างงดงาม ราวกับมีดอกไม้อันสดใสปรากฏขึ้นเบื้องหลังเธอ ปลิวไสวไปตามสายลมอย่างอิสระและไร้ข้อกังขา
เธอพุ่งทะยานไปข้างหน้าในชั่วพริบตา ปรากฏตัวต่อหน้าคัมบาระ เท็ตสึยะ และคมดาบอันแหลมคมของดาบนิชิรินก็ตัดแขนของเขาขาดสะบั้นอย่างง่ายดาย
“ซวยชะมัด…”
ใบหน้าของคัมบาระ เท็ตสึยะเผยให้เห็นถึงความตกใจ เขาเบิกเนตรวงแหวนด้วยความเร็วสูงสุด ร่างของเขาล่าถอยกลับอย่างรวดเร็ว
หลังจากบีบให้คัมบาระ เท็ตสึยะต้องถอยร่น จุดประสงค์เดียวของหญิงสาวก็คือการช่วยเหลือชายผู้นั้น เธอไม่มีเจตนาที่จะไล่ตาม
“เร็วเกินไปแล้ว!”
สีหน้าของคัมบาระ เท็ตสึยะดูไม่ดีนัก พัฒนาการของเหตุการณ์อยู่เหนือความคาดหมายของเขา
การกระทำของกองพิฆาตอสูรมักจะมีความล่าช้า โดยปกติแล้ว พวกเขาจะส่งนักดาบมาหลังจากที่อสูรได้ก่อเหตุฆาตกรรมไปแล้ว
เดิมที คัมบาระ เท็ตสึยะคาดเดาว่านักดาบของกองพิฆาตอสูรจะไม่มาถึงเมืองเล็กๆ แห่งนี้จนกว่าจะถึงคืนพรุ่งนี้เป็นอย่างน้อย ซึ่งถึงตอนนั้นเขาก็คงหลบหนีไปได้นานแล้ว
การที่อีกฝ่ายมาถึงเร็วขนาดนี้ย่อมหมายความได้เพียงอย่างเดียว!
อาคาสะไม่ได้ฆ่าแค่ชายวัยกลางคนคนนั้นเพียงคนเดียว
“ไอ้เวรอาคาสะเอ๊ย แกลงมือฆ่าคนไปกี่คนกันแน่ฟะ…”
คัมบาระ เท็ตสึยะสบถด่าในใจ
“แค่ก! แค่ก!”
จอห์น เดียร์คุกเข่าลงบนพื้น ไอออกมาด้วยความเจ็บปวด
หมู่เมฆบนท้องฟ้าเคลื่อนตัว เผยให้เห็นดวงจันทร์อันสว่างไสว และแสงจันทร์สีเงินยวงก็สาดส่องเข้ามาในห้อง
สิ่งนี้ทำให้คัมบาระ เท็ตสึยะสามารถมองเห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของหญิงสาวได้อย่างชัดเจน
เธอเป็นหญิงสาวที่งดงามอย่างน่าทึ่ง รูปร่างสูงโปร่ง มีเรือนผมสีดำขลับและนัยน์ตาสีม่วง เครื่องหน้าจิ้มลิ้มงดงาม ผมยาวสยายถึงเอว พร้อมด้วยกิ๊บติดผมลายผีเสื้อสีเขียวมรกตขอบชมพูประดับอยู่บนศีรษะทั้งสองข้าง
เธอสวมเครื่องแบบมาตรฐานของกองพิฆาตอสูร คลุมทับด้วยเสื้อฮาโอริลวดลายผีเสื้อหลากสีสัน ดูงดงามราวกับผีเสื้อที่กำลังเริงระบำ
เสาหลักบุปผา โคโจ คานาเอะ!
ใบหน้าอันงดงามของโคโจ คานาเอะประดับด้วยรอยยิ้มอันแสนหวาน นัยน์ตาสวยของเธอกวาดมองภาพอันน่าสยดสยองภายในห้อง สีหน้าของเธอแฝงไปด้วยความรู้สึกจนปัญญาเล็กน้อย
“นายเป็นคนทำทั้งหมดนี่งั้นเหรอ?”
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═