เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

SGS บทที่ 72 – อัญเชิญสาวน้อยอีกครั้งล่ะ!

SGS บทที่ 72 – อัญเชิญสาวน้อยอีกครั้งล่ะ!

SGS บทที่ 72 – อัญเชิญสาวน้อยอีกครั้งล่ะ!


“ใช่แล้ว! ยังมีการอัญเชิญอยู่นี่นา!” มิโคโตะตบมือดังแปะๆด้วยความตื่นเต้น

ต้องรู้ก่อนว่าพวกเธอเพิ่งได้แต้มอัญเชิญจำนวนมหาศาลมา ด้วยแต้มขนาดนนี้แน่นอนว่าย่อมสามารถซัมมอนเพื่อนคนใหม่ที่แรงค์8ออกมาได้ คราวนี้พวกเธอจะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลกันอีก

แน่นอนว่าไอ้ท่าทางดีใจของมิโคโตะมันบ่งชี้ชัดเจนว่า เธอได้ลืมไปแล้วว่าสำหรับตัวเธอการอัญเชิญมันไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน เพราะมันก็หมายความว่าฮาเร็มของวู่หยานก็ขยายตัวออกไปอีกนั่นเอง......

ฮินางิคุพยักหน้าเห็นด้วย แล้วพูดยิ้มๆว่า “เกือบจะลืมไปเลยนะว่า เพิ่งได้แต้มอัญเชิญมาตั้งสองแสนเนะ คงพอที่จะอัญเชิญเพื่อนคนใหม่แรงค์8ได้สินะใช่มั้ย?”

ดูเหมือนว่าทางฝ่ายฮินางิคุเองก็ยังไม่ได้ตระหนักเหมือนกันว่าการอัญเชิญมันหมายถึง เธอจะได้คู่แข่งทางความรักเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน.......

“อืม! เกินพอเลยล่ะ!” วู่หยานมองสองสาวที่กำลังตื่นเต้นดีใจ เขาแอบถอนหายใจเบาด้วยความโล่งอก แต่วินาทีต่อมาเขาก็เอะใจว่าทำไมตัวเองต้องรู้สึกโล่งอกด้วย?ช่างแปลกจริงๆ.....

คำตอบนั้นแน่นอนว่าคือการอัญเชิญก็หมายความว่าเขาจะได้สาวๆมาเพิ่มในฮาเร็มอีกคน ซึ่งจุดๆนี้ฮินางิคุกับมิโคโตะก็ยังไม่รู้ตัวเลย ไม่งั้นต่อให้เขาอัญเชิยสำเร็จจริงๆ แต้มความชอบของสองสาวคงร่วงลงในแนวดิ่งแน่นอน......

“ตอนที่อัญเชิญมิโคโตะฉันใช้ไป70,000แต้ม ซึ่งตอนนั้นเธอก็ยังเลเวล68อยู่ และตอนนี้ฉันมีแต้ม200,000 ย่อมพอที่จะอัญเชิญแรงค์8มาได้แน่นอน!”

ยิ่งพูดวู่หยานยิ่งรู้สึกตื่นเต้นจนตัวสั่น

“ห๊ะ พูดว่าอะไรนะ?....” มิโคโตะบุ้ยปากน้อยด้วยความไม่พอใจ “แค่70,000แต้มเองงั้นเหรอ ทำไมมันถูกขนาดนั้นล่ะ? ระบบมันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ นายนี่โชคชะมัดดันเจอช่องโหว่ตรงนี้ได้เนี่ย!”

ได้ยินมิโคโตะ วู่หยานพูดไม่ออกไปไม่เป็นเลยทีเดียว 70,000แต้มนี่ยังถูกอีกเหรอ? ตอนอัญเชิญโอเน่ซามะครั้งนั้นเล่นซะตูแทบหมดตูดเลยนะเฮ้ย......

แถมเธอตั้ง70,000แต้มยังมาทำท่าทางไม่ชอบใจแบบนี้ แล้วจะให้ฮินางิคุที่ใช้แต้มไปแค่5,000รู้สึกยังไงดีล่ะ.....

จริงๆด้วย วู่หยานแอบเหล่ตามองฮินางิคุที่ตอนนี้กำลังปากกระตุกถี่ยิบไม่นานตรงริมฝีปากเธอก็เริ่มบิดๆเบี้ยวๆตรงหน้าผากเองก็มีเส้นเลือดปูดขึ้นมาหลายเส้นเลยด้วย ทำเอาวู่หยานหนาววาบรีบเก็บสายตาแทบไม่ทัน

ดูราวกับเธอกำลังถูกจอกย้อมให้เป็นดาร์คเซเบอร์เลยอ่ะ.....

เพื่อไม่ให้เกิดฉากเลือดสาดขึ้น วู่หยานจึงรีบเอ่ยปากว่า “มิโคโตะเจ็ดหมื่นนี่มันไม่ใช่น้อยๆเลยนะ เธอรู้มั้ยว่าตอนอัยเชิญเธอฉันถึงกับต้องทุ่มแต้มจนเกือบหมดตัวเลยนะ ถ้าไม่บังเอิญโชคดีเจอคริสตัลนี่ล่ะก็ ไม่ต้องพูดถึงสองแสนเลย แม้แต่เจ็ดหมื่นแต้มอัญเชิญ ตอนนี้ฉันก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ.....”

ได้ยินคำอธิบายของวู่หยาน มิโคโตะก็เลิกบ่น ก่อนจะโบกมือไปมา “โอเค ฉันก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว....”

ไม่อ่ะ ต่อให้ตีตูจนตายก็ไม่เชื่อหรอกว่าภาพที่เห็นเมื่อกี้จะเป็นแค่ภาพลวงตา.......

ฮินางิคุถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วพูดด้วยท่าท่างเหม่อลอยว่า “หยาน ถ้าเจ็ดหมื่นยังอัญเชิญมิโคโตะที่ใกล้แรงค์8มาได้ งั้นอย่าบอกนะว่าด้วยสองแสนแต้มนี่ เราจะสามารถอัญเชิญแรงค์9ออกมาได้น่ะ?”

ได้ยินเธอพูด วู่หยานก็อึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างกระอักกระอ่วน “อันนี้ฉันก็ไม่รู้.....”

“ไม่รู้งั้นเหรอ!” บางทีอาจจะเป็นเพราะยังไม่หายหัวเสียจากเรื่องเมื่อกี้หรืออาจจะเป็นเขามันซื้อบื้อเกินไป แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ตอนนี้น้ำเสียงที่ท่านประธานพูดก็ดุขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ดุจดังคนขี้ขลาด วู่หยานขยับก้นหนี แล้วหลบสายตาเธอ “นั่นเป็นเพราะว่า...ฉันได้ติดสินใจไปแล้ว่าจะอัญเชิญใคร ดังนั้นก็เลย...ไม่ได้คิดว่าสองแสนแต้มมันจะอัญเชิญแรงค์9ได้มั้ย!”

“แล้วนายไม่ถามระบบล่ะ?” ฮินางิคุอดไม่ไหวจนต้องกรอกตามองบน ทั้งๆที่ตอนในถ้ำปีศาจยังทำตัวดูน่าเชื่อถืออยู่เลย แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้ทำตัวใจเสาะแบบนี้ล่ะ?

“เอ่อ...มันไม่จำเป็นหรอก....” วู่หยานพูดถ้วงเสียงอ่อน “ฉันได้คิดคนที่อัญเชิญไว้แล้ว และยังไงซะแรงค์8ก็แข็งแกร่งพอที่จะรับมือได้ทุกสถานการณ์อยู่แล้วด้วย เพราะงั้นจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรอะไรอีก......”

นี่คืออาการหัวดื้อของเขา ถ้าสมมุตเขาถามระบบไปและมันดันตอบว่าอัญเชิญแรงค์9ได้จริงๆ เขาก็คงไม่มีทางเลือกได้แต่อัญเชิญมา แต่ว่า.....ก็ตูคิดคนที่อยากได้ไว้แล้วอ่า! ไม่อยากเปลี่ยนๆ!

ถึงแม้ถ้าเทียบกันแล้วสาวที่เขาคิดอัญเชิญกับสาวที่ต้องใช้สองแสนแต้มอัญเชิญมันจะอ่อนกว่าจริงๆก็เถอะ แต่ว่าสำหรับเขาความแข็งมันเป็นแค่เรื่องรองเท่านั้น!

แต่ว่าวู่หยานก็คงไม่โง่ขนาดพ่นความคิดนี้ออกไปให้พวกเธอได้ยิน ไม่งั้นล่ะก็เขาคง....ศพไม่สวยแน่.....

ฮินางิคุถลึงตามองวู่หยานด้วยแววตาเป็นประกายอันตราย จากนั้นพูดด้วยความสงสัยว่า “มันลำบากก็แค่ขยับปากถามระบบ แล้วทำไมนายถึงต้องยืนกรานไม่เอาท่าเดียวขนาดนี้กันห๊ะ? ถึงแม้แรงค์8จะพอแล้วก็เถอะ แต่ถ้ามีแรงค์9จะไม่ดีกว่ารึไง? เมื่อถึงเวลาพวกเราจะทำอะไรมันก็สะดวกขึ้นเยอะใช่มั้ยล่ะ? แล้วทำไมนายถึงต้องปฏิเสธด้วย.....”

พูดถึงตรงนี้ ฮินางิคุก็ยื่นกลงเล็.....ฝ่ามือไปจับไหล่วู่หยาน ก่อนจะที่เธอจะโชว์รอยยิ้มอันสวยงามขึ้นมา และพูดเสียงหวานว่า “หยาน~~ นายคิดอะไรอยู่กันหือ? ไม่คิดจะบอกให้พวกเรารู้หน่อยเหรอ.....”

เมื่อมือของฮินางิคุสัมผัสไหล่ของวู่หยาน เขาก็ตัวสั่นเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของท่านประธานเขาก็ตัวสั่นหงึกหงึกด้วยความหวาดกลัวทันที ในสายตาเขารอยยิ้มที่ดูเหมือนนางฟ้านี้กลับเป็นรอยยิ้มของป๊สาจสาวมากกว่า วู่หยานรีบหลบสายตาเธอราวกับตัวเองทำอะไรผิดไปและกลัวผู้ใหญ่จับได้ยังไงยังงั้น

“ฉะ...ฉันก็แค่คิดว่า เราไม่ควรใช้ความแข็งแกร่งมาเป็นเกณฑ์ในการจะอัญเชิญใครสักคนที่จะมาเป็นพวกพ้องในอนาคตของพวกเรานะ เอ่อแล้วก็....ถ้าเทียบกับพลังแล้วเราควรสนใจด้านนิสัยของคนๆนั้นจะดีกว่า การตดสินคนจากพลังอย่างเดียวมันออกจะมะ...ไม่ไปหน่อยมั้ง...?” วู่หยานกลืนน้ำหลายฝืดคอ แล้วกลั้นใจพูดออกมาราวกับว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกซะเต็มประดา

“งั้นเหรอ?” มิโคโตะมองวู่หยานสายตาสงสัย ช่วยไม่ได้นี่ท่าทางเขามันชวนให้รู้สึกสงสัยจริงๆ

วู่หยานรู้สึกได้ถึงแรงกดดันไร้สภาพ จนเขาแอบเหงื่อไหลเล็กน้อย มองดูสองสาวที่สามารถเปลี่ยนเป็นพญาเสือเข้ามาขย้ำเขาได้ตลอดเวลาด้วยความเครียด

บัดซบ! จะให้ตูบอกพวกเธอไปตรงๆเหรอว่า ตนเองอยากได้สาวหุ่นดินระบิดตูดเป็นตูดนมเป็นนม เวลาเจอศัตรูก็สามารถเปลี่ยนร่างเป็นเครื่องบินรบแล้วยิงมิสไซล์ถล่มได้ด้วย และยังมีนิสัยเชื่อฟังแบบสุดๆพูดคำไหนคำนั้น เธอที่เป็นนางฟ้าในตำนาน แถมยังเรียกตนเองด้วยคำพูดในฝันของเหล่าโอตาคุว่า ‘มาสเตอร์’ อีกด้วยน่ะห๊ะ!?

บางที ถ้าเขาพูดออกไปจริงๆสองสาวคงไม่เปลี่ยนเป็นเสือหรอก แต่คงจุติกลายเป็นอาชูราเลยล่ะมั้ง

“ทำไมฉันถึงรู้สึกว่านายกำลังแอบซ่อนอะไรไว้อยู่กันนะ...” ฮินางิคุจ้องวู่หยานเขม็ง คำพูดของเขาเธอไม่สามารถจับพิรุธอะไรได้เลย ถึงแม้จะทำสีหน้าซีดๆ แต่มันก็ไม่มีอะไรแปลกอีก

“เอาน่า อย่าพูดงั้นสิ เธอกำลังจะกลายมาเป็นหนึ่งในพวกพ้องของเรานะ ถึงแม้จะยังไม่ได้อัญเชิญก็เถอะแต่คำพูดของเธอมันออกจะหยาบคายไปหน่อยล่ะ”

วู่หยานพูดด้วยสีหน้าจริงจังแบบสุดๆ จริงจังขนาดไหนนั้นเราค่อยว่ากันทีหลังล่ะกัน......

“นายพูดถูก......” ได้ยินคำพูดวู่หยาน ทำให้พวกเธอคิดได้ว่าคำพูดเมื่อกี้ออกจะหยาบคายเกินไป แต่ถึงยังงั้นก็ยังรู้สึกว่ามีอะไรสักอย่างไม่ถูกต้องอยู่ดี โดยเฉพาะไอ้คำว่า ‘หนึ่งในพวกพ้อง’ มันราวกับว่าพวกเธอมองข้ามอะไรบางอย่างไป

เห็นสองสาวงุนงงไปเพราะคำพูดตน วู่หยานก็รีบฉวยโอกาสเอ่ยว่า “เอาล่ะๆ ฉันจะเริ่มอัญเชิญล่ะนะ พวกเธอจะไปนอนหรือยู่ถ้ำมองโชว์”

“ไอ้ที่ว่าถ้ำมองนี่มันมหายความว่ายังไงห๊ะ? ช่วยพูดดีๆอย่างอยู่ดูเฉยๆไม่ได้งั้นเหรอ?” วู่หยานประสบความสำสำเร็จในการพูดชักจูงให้สองสาวลืมเรื่องเมื่อกี้ไปซะอีกครั้งหนึ่ง

หลังจากหัวเราะแห้งๆไป วู่หยานก็ผ่อนคลายลงหลังจากเห็นสองสาวไม่ซักไซ้ถามต่อ

แต่สองสาวก็ยังจับตามองเขาอยู่ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น วู่หานจึงเปิดระบบไปที่หน้าต่างอัญเชิญ เลื่อนดูสักพัก เขาก็เจอเป้าหมาย.......

อิคารอส : ตัวละครจากเรื่อง Sora no Otoshimono (Heaven's Lost Property) มักเรียกตัวเองว่าแองเจิ้ลรอยด์ ประเภทสัตว์เลี้ยง รุ่นอัลฟ่า แต่ตนที่แท้จริงของเธอคือแองเจิ้ลรอยด์ ประเภทสงครามที่แข็งแกร่งที่สุด มีฉายาว่า ยูเรนัสควีน ; 100,000แต้มอัญเชิญ

ใช่แล้ว! เป็นอิคารอสไงล่ะ!

ความฝันของเหล่าโอตาคุ! นางฟ้าที่อ่อนโยนเชื่อฟังทุกอย่างไม่ว่าจะพูดอะไร อิคารอสคนนั้นยังไงล่ะ!

ณ ตอนนี้เอง วู่หยานก็ได้อ้าปากหอบหายใจถี่ยิบ จากนั้นก็กดตู้มเข้าไปที่ปุ่มอัญเชิญด้วยความเร็ว0.01วินาที......

ติดตามข่าวสารได้ที่นี้ - ห้องสมุดคนรักนิยายแปล  กลุ่มลับถึงตอน400

จบบทที่ SGS บทที่ 72 – อัญเชิญสาวน้อยอีกครั้งล่ะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว