เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

SGS บทที่ 69 – หนึ่งหนุ่มกับสองสาวที่ผันตัวไปเป็นยอดนักสืบสมองเพรชล่ะ!

SGS บทที่ 69 – หนึ่งหนุ่มกับสองสาวที่ผันตัวไปเป็นยอดนักสืบสมองเพรชล่ะ!

SGS บทที่ 69 – หนึ่งหนุ่มกับสองสาวที่ผันตัวไปเป็นยอดนักสืบสมองเพรชล่ะ!


ฮินางิคุถอยตัวไปยืนอยู่ข้างมิโคโตะ จากนั้นก็พยายามสงบจิตใจที่ปั่นป่วนของตัวเอง ก่อนที่จะปั้นสีหน้าจริงจัง

“หยาน นายคิดว่าของชิ้นสุดท้ายมันแปลกๆมั้ย?”

วู่หยานพยักหน้า แล้วเดินวนไปทั่วห้องด้วยสีหน้าที่กำลังครุ่นคิด ไม่นานนักเขาก็เอ่ยปากพูดกับสองสาว “แน่นอนว่าคิด ตราบใดที่ยังพอมีสมองก็รู้สึกแปลกเหมือนกันแน่......”

มิโคโตะถอนหายใจ แล้วยกนิ้วดึงผมตรงหน้าผากตัวเอง “พวกเรานี้ดวงดีหรือซวยกันน่ะ? มาครั้งแรกแท้ๆก็เจอเรื่องแบบนี้แล้ว”

ไอ้คำพูดนี้ ตูเพิ่งตบมุขในใจไปเมื่อกี้เอง เธอเล่นช้าไปแล้วคุณหนูเรลกัน.....

ฮินางิคุจับมือเล็กๆชองลิลินที่ซึ่งตอนนนี้ยอมอยู่เงียบๆอย่างฉลาด ถึงแม้ด้วยหัวเล็กของเธอในตอนนี้จะยังไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เธอก็เข้าว่าพวกเขากำลังคุยเรื่องสำคัญกันอยู่ เลยปิดปากเงียบไม่รบกวน

ฮินางิคุยกมือลูบผมยาวสีทองของลิลิน ปากก็พูดว่า “ฉันรู้สึกว่าเรื่องที่ลุงเค้าพูดมันไม่ได้ง่ายอย่างอย่างั้นนะ....” ลุงที่ว่าก็หม่นคนดำเนินการประมูลที่เป็นนักรบแรงค์7

“ที่แน่ๆมันต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลัง อันนี้ฉันมั่นใจเลย เพราะจุดที่น่าสงสัยมันมีเต็มไปหมด” มิโคโตะกำหมัดด้วยท่าทางที่ไม่สมกับเป็นผู้หญิง แต่กลับทำให้วู่หยานรู้ว่ามันเป็นเรื่องปกติ สมแล้วจริงๆที่เป็นพี่สาวเรลกันที่ห้าวดะไล่ช็อตคนอื่น(พวกนักเลง)ไปทั่วตอนอยู่เมืองแห่งการศึกษา

“จุดที่น่าสงสัยงั้นเหรอ?” ฮินางิคุหันไปมองมิโคโตะด้วยสายตาที่เป็นประกายอยากรู้

มิโคโตะพยักหน้าอย่างจริงจัง ยืนมือขาวเนียนออกมา แล้วชูนิ้วสามนิ้ว

“หือ จุดน่าสงสัยสามจุดงั้นเหรอ?” พูดเสร็จ วู่หยานก็ก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วครุ่นคิด

เมื่อเห็นสายตาทุกคนมองมาที่ตน มิโคโตะเผลอเชิดหน้าแอ่นหน้าอกขึ้น ด้วยท่าทางที่คนเห็นก็ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไร เพราะยังไงซะพี่สาวเรลกันก็มีแต่อกกระดาน......

มิโคโตะพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เอาแค่เรื่องแรก ทำไมทางโรงประมูลถึง ต้อง’ เผยแพร่แผนที่ให้ทุกคนรู้ด้วย?”

ฮินางิคุได้ยินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย พูดว่า “ไม่ใช่ว่าลุงคนนั้นก็พูดไว้แล้วเหรอ? ที่ว่าต้องการเชิญคนเก่งๆมา....”

“มันจำเป็นด้วย?” มิโคโตะพูดขัดฮินางิคุทันที ด้วยคำพูดที่คนอื่นไม่สามารถโต้แย้งได้

วู่หยานก็พยักหน้า “ถูกแล้ว มันไม่มีความจำเป็นเลย ถ้าอีกฝ่านต้องการเชิญคนเก่งๆจากภายนอกมาช่วยล่าสมบัติจริงๆล่ะก็ แล้วทำไมไม่คัดลอกแผนที่ไปให้คนที่ต้องการดู ฉันเชื่อว่าอย่างน้อยๆก็ต้องมีหลายคนเลยล่ะที่สนใจจะไป มันไม่มีความจำเป็นต้องเอามาป่าวประกาศแบบนี้เลย”

ได้ยินคำพูดวู่หยาน ฮินางิคุก็ราวกับเห็นแสงสว่าง เธอยกนิ้วขึ้นจิ้มแก้มตนเองเบาๆ แล้วพูดว่า “ฟังดูแล้วมันไม่จำเป็นจริงๆด้วย เปิดเผยแผนที่แบบนี้คนของโรงประมูลไม่กลัวว่าจะมีคนไปชิงตัดหน้าก่อนเลยงั้นเหรอ?”

“นี่คือข้อสงสัยจุดแรก!” มิโคโตะพูด ก่อนจะชูนิ้วอีกสองนิ้ว

“จุดที่สอง คิดดูนะ ขนาดนักรบแรงค์9คนนั้นยังตาย แล้วเมื่อข่าวเรื่องแผนที่สมบัตินี้แพร่กระจายออกไป ทางโรงคิดว่าตนเองสามารถควบคุมกลุ่มคนเก่งๆอาทิเช่นพวกแรงค์9หรืออาจจะสูงกว่าที่มาจำนวนมหาศาลได้จริงๆงั้นเหรอ?”

ได้ยินปุป ฮินางิคุก็พูดว่า “จริงสิ ขนาดนักรบแรงค์9ยังตายเพราะขุมสมบัตินี้ แน่นอนว่ามันต้องดึงดูดคนเก่งๆมาได้มากแน่นอน อย่างน้อยที่สุดก็ต้องแรงค์7! ไม่สิ! แรงค์8ก็มีความเป็นไปได้เหมือนกัน แม้แต่.....”

“ถ้าพวกแรงค์9ล่ะก็ ไม่มีทางมาแน่” คราวนี้คนที่พูดขัดฮินางิคุไม่ใช่มิโคโตะ แต่เป็นวู่หยาน

“ข่าวที่โรงประมูลปล่อยออกมาซึ่งไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ คนระดับแรงค์9ย่อมไม่ยอมเสียเวลามาเพราะข่าวลือแบบนี้แน่นอน”

มิโคโตะพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่แล้ว อย่างน้อยๆก็ต้องมีคนไปลองก่อน ไม่งั้นไม่มีทางที่แรงค์9จะโผล่ออกมาแน่”

“’งั้น ถ้าเป็นแรงค์8ล่ะก็อาจจะมานะ!” ถูกพูดขัดถึงสองครั้ง ในใจฮินางิคุรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย ทำแบบนี้ไม่ใช่บอกว่าตัวเธอโง่หรือไง?

คำพูดคราวนี้ของฮินางิคุ มีความเป็นไปได้สูงพอตัวเลยล่ะ!

วู่หยานคิดชั่วครู่ แล้วขมวดคิ้วพูดว่า “แรงค์8...มีความเป็นไปได้สูงมาก ทางโรงประมูลก็คงไม่โง่ถึงขนาดไม่รู้เรื่องนี้....”

“ถ้ามีมาจริงๆ เมื่อถึงตอนได้สมบัติ ทางโรงประมูลเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้ว่าตนเองมีโอกาสถูกชิงสมบัติไป แล้วทำไมถึงต้องทำแบบนี้....”

มองดูวู่หยานที่กำลังใช้ความคิด แล้วมองดูมิโคโตะที่ทำหน้าไม่เข้าใจ ฮินางิคุก็พูดว่า “บางทีทางนั้นอาจจะมีไพ่ลบที่สามารถรับมือกับคนแรงค์8ได้ก็ได้ ไม่ใช่ว่าทางโรงประมูลเองก็มีผู้เชี่ยวชาญแรงค์8?”

สิ้นเสียงเธอ สายตาวู่หยานกับมิโคโตะก็เปร่งแสงทันที วู่หยานทุบมือตัวเอง “เฮ้ย!จริงด้วย! ทำไมฉันถึงคิดไม่ออกนะ ในเมื่อลุงยังเป็นนักรบแรงค์7 ‘ในโรงประมูลนี่ก็ต้องมีคนเก่งกว่าอยู่แน่นอน!”

“มันก็แค่ข้อสันนิษฐานชั่วคราว....” มิโคโตะที่ยังคงไม่ถูกคำพูดวู่หยานชักจูง แต่คิ้วน้อยๆของเธอที่เมื่อกี้ยังขมวดเป็นปมก็ผ่อนคลายลงไปแล้ว

วู่หยานกับฮินางิคุพยักหน้า จากนั้นฮินางิคุก็เปิดปากถาม “’งั้นมิโคโตะ ข้อสามล่ะ?”

วู่หยานก็หันหน้าไปมองมิโคโตะ แต่มิโคโตะกลับหลบสายตาเขา นี่ทำให้วู่หยานสงสัย

“มีอะไรมิโคโตะ? พูดไม่ได้งั้นเหรอ?” มองดูมิโคโตะที่ทำท่าจะพูดก็แต่หยุดไป

มิโคโตะหันหน้าหนีไปพักหนุ่ง ก่อนจะหันกลับมามองวู่หยานกับฮินางิคุด้วยสีหน้าจริงจัง “เอาจริงๆ จุดที่สาม.....ฉันยังคิดไม่ออก!!”

วู่หยานกับฮินางิคุที่กำลังตั้งใจฟัง ก็เผลอเข่าอ่อนทรุดลงไป ทำให้ลิลินสะดุ้งตกใจรีบเข้ามาพยุ่งฮินางิคุ ส่วนมิโคโตะก็มาช่วยวู่หยาน

พวกเขาพร้อมใจกันมองบนใส่มิโคโตะ วู่หยานรู้สึกสงสัยจริงๆว่าพี่สาวเรลกันจงใจแกล้วพวกเขา มิโคโตะตบมือแล้วหัวเราะออกมาว่าเหมือนจะสื่อว่าเธอผิดไปแล้ว

ตอนนี้เองก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้พวกวู่หยานรีบจัดสีหน้าท่าทาง ก่อนที่วู่หยานจะพูดไปว่า “เข้ามาได้!”

สิ้นเสียง ประตูก็ถูกผลักเข้ามา เป็นพนักงานที่วู่หยานไปขายคริสตัลกับชิ้นส่วนสัตว์อสูรและเป็นคนให้บัตรVIPเขามา

พนักงานเข้ามาก็โค้งตัวเคารพให้ “ท่านครับ นี่คือเงินค่ายุทธภัณฑ์หลักของท่านอยู่ในบัตรทองคำใบนี้แล้วครับ ท่านสามารถตรวจสอบดูได้!”

วู่หยานรับบัตรมาดู มันเปลี่ยนจริงๆจากตอนแรกที่มีตัวเลข200,000ก็เปลี่ยนเป็น 575,000เหรียญทอง

จากเมื่อกี้ที่เขาประมูลคริสตัลสีขาวไปหนึ่งแสน และจากดาบคุซานางิอีกห้าแสน แต่ก่อนหน้านี้พนักงานก็บอกว่าจะหักค่าดำเนินการไป5%ก็เท่ากับ25,000เหรียญทอง วู่หยานก็ได้475,000เหรียญบวกกับหนึ่งแสนที่เหลือก่อนหน้านี้ ทั้งหมดแล้วรวมเป็น575,000 เหรียญทอง

“ตัวเลขถูกต้อง รบกวนนายแล้ว!”

“หามิได้ครับ!” พนักงานพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหยิบกล่องออกมาให้วู่หยาน “นี่คือของที่ท่านประมูลมา ผมเอามาใหแล้วครับ!”

วู่หยานเบิกตาเล็กน้อย แล้วพยักหน้าด้วยความสุข รับกล่องมา

หลังจากพนักงานเดินกลับไป วู่หยานก็เปิดกล่องด้วยความร้อนใจ เห็นคริสตัลสีขาวนอนนิ่งอยู่ข้างในดูราวกับเป็นแค่หินธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ

“นี่คือคริสที่ว่ามีพลังงานชีวิตมหาศาลงั้นเหรอ?” ฮินางิคุ มิโคโตะแล้วก็โลลิลิลินวิ่งมาข้างๆวู่หยาน มองเข้าไปในกล่อง เพ่งสายตามองราวกับว่าอยากมองทะลุไปให้ถึงข้างใน

วางกล่องไปบนโต๊ะ วู่หยานจับคริสตัลขึ้นมา ในเวลาเดียวกันเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของระบบก็ดังขึ้น

เมื่อได้ยินเสียงของระบบ วู่หยานก็ตัวสั่นทั้งตัวทันที เบิกตากว้างจนลูกตาแทบถลนออกมาจากเบ้า ปากก็อ้ากว้าง ด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อแบบสุดๆ

ติ๊ง! พอว่าวัตถุในมือยูสเซอร์มีพลังงานชีวิตจำนวนมหาศาล แปลงเป็นตัวเลขได้200,000แต้มอัญเชิญ ขอแนะนำยูสเซอร์จงแลกเปลี่ยนมันกับระบบ!”

 

@ใกล้ได้เวลาอัญเชิญสาวคนใหม่แล้วล่ะ!

 ห้องสมุดคนรักนิยายแปล กลุ่มลับถึงตอน 98

จบบทที่ SGS บทที่ 69 – หนึ่งหนุ่มกับสองสาวที่ผันตัวไปเป็นยอดนักสืบสมองเพรชล่ะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว