- หน้าแรก
- มหาบรรพกาล เปิดฉากมาข้าก็ได้กลุ่มแชตสวรรค์
- บทที่ 16 ภูเขาฉินเหยา งูน้ำ และพิณเฟิงไหล
บทที่ 16 ภูเขาฉินเหยา งูน้ำ และพิณเฟิงไหล
บทที่ 16 ภูเขาฉินเหยา งูน้ำ และพิณเฟิงไหล
บทที่ 16 ภูเขาฉินเหยา งูน้ำ และพิณเฟิงไหล
โลกกู่เจี้ยน ณ แดนหงหยา ภูเขาฉินเหยา เสียงพิณที่ไพเราะและสง่างามดังกังวานไปทั่วขุนเขา ความงดงามของเสียงพิณนั้นทำให้เหล่าวิญญาณพืชพรรณบนภูเขาเคลิบเคลิ้ม และความสง่างามของมันได้ก่อให้เกิดระลอกคลื่นในกฎแห่งสวรรค์ ปราณวิญญาณแห่งสวรรค์และปฐพีที่ผสมผสานกับปราณจากเมฆหมอกและสายน้ำ แปรเปลี่ยนเป็นหมอกวิญญาณที่ล่องลอยไปตามสายลม ทำให้ภูเขาฉินเหยาที่งดงามอยู่แล้วดูราวกับภูเขาแห่งเซียนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นอมตะ
บนยอดเขาใต้ต้นเหยา ชายหนุ่มผู้มีรูปโฉมงดงามดุจหยกในชุดคลุมสีขาวนั่งขัดสมาธิ มือของเขาบรรเลงพิณ ดวงตาหลับพริ้ม ใบหน้าฉายแววเปี่ยมสุขราวกับกำลังพึงพอใจกับท่วงทำนองที่ตนกำลังบรรเลงอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าเขาจมดิ่งอยู่กับเสียงดนตรีของตนเองอย่างสมบูรณ์
ข้างกายชายชุดขาวมีงูสีดำตัวเขื่องขดตัวอยู่ งูสีดำตัวนี้ดูเหมือนจะถูกสะกดด้วยเสียงดนตรี ทำให้งูที่น่าเกรงขามตัวนี้ดูอ่อนโยนและสุขุมขึ้นไม่น้อย ผ่านไปนานครู่ใหญ่ ชายชุดขาวผู้บรรเลงพิณจึงตื่นจากภวังค์ เขาเปิดเปลือกตาขึ้นแล้วมองไปยังงูสีดำข้างกาย
"เชียนอวี่ เพลงที่ข้าบรรเลงเมื่อครู่นี้เป็นอย่างไรบ้าง"
งูสีดำดูเหมือนจะมีความสุขมาก มันพยักหน้าตอบรับซ้ำๆ ก่อนที่แสงศักดิ์สิทธิ์สีดำจะวูบขึ้น แปรเปลี่ยนงูสีดำให้กลายเป็นชายหนุ่มในชุดดำ ชายหนุ่มชุดดำนั่งลงข้างชายชุดขาวพลางเท้าคาง แล้วมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาสีทองอันเป็นเอกลักษณ์พร้อมกับยิ้มออกมา "ฉางฉิน เพลงที่ท่านเล่นนั้นไพเราะเสมอเลย"
ชายชุดขาวผู้บรรเลงพิณคนนี้ก็คือองค์ชายฉางฉิน และงูสีดำตัวใหญ่ตัวนี้ หรือจะให้กล่าวอย่างแม่นยำก็คืองูน้ำ งูน้ำจะบำเพ็ญเพียรเปลี่ยนร่างเป็นเจียวใน 500 ปี เจียวจะเปลี่ยนร่างเป็นมังกรใน 1,000 ปี จากนั้นจะกลายเป็นมังกรมีเขาในอีก 500 ปี และกลายเป็นอิ้งหลงใน 1,000 ปี งูน้ำตัวนี้มีชื่อว่าเชียนอวี่ เป็นเพียงงูน้ำธรรมดาที่อยู่ริมน้ำของภูเขาฉินเหยา ทว่าเชียนอวี่กลับมีความทะเยอทะยานสูงส่งและเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่า วันหนึ่งเขาจะบำเพ็ญจนกลายเป็นอิ้งหลงที่สามารถทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและหยั่งรากลึกถึงปฐพีได้
"ฉางฉิน ข้ายังไม่เคยได้ยินเพลงนี้มาก่อนเลย มันชื่อเพลงอะไรหรือ"
เชียนอวี่มององค์ชายฉางฉินด้วยความสนใจอย่างยิ่ง องค์ชายฉางฉินแย้มยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าที่ดูประณีตบรรจง "ข้าแต่งขึ้นมาตามอำเภอใจ จึงยังไม่ได้ตั้งชื่อน่ะ"
เขาลุกขึ้นยืนเดินไปที่ริมหน้าผา มองลงไปยังทิวทัศน์อันงดงามของภูเขาฉินเหยา จากนั้นหันกลับมายิ้มให้เชียนอวี่ "ถ้าอย่างนั้นเราเรียกเพลงนี้ว่า ภูเขาฉินเหยา ดีหรือไม่ เจ้าว่าอย่างไร"
"ภูเขาฉินเหยา?"
เชียนอวี่ลุกขึ้นยืนตามแล้วเดินไปข้างกายองค์ชายฉางฉิน ทว่าสายตาของเขากลับทอดมองไปยังผืนน้ำของภูเขาฉินเหยา ในดวงตาที่มุ่งมั่นนั้นแฝงไปด้วยความโหยหา "ฉางฉิน ท่านบอกว่าบนภูเขาฉินเหยามีงูน้ำนับพันตัว แต่ไม่มีตัวไหนที่มีดวงตาสีทองเหมือนข้าเลย นี่หมายความว่าวันหนึ่งข้าจะบำเพ็ญจนกลายเป็นอิ้งหลงได้ใช่หรือไม่"
"อิ้งหลงรึ? เชียนอวี่ เจ้ายังไม่ได้เป็นแม้แต่เจียวเลยนะ ก็คิดจะบำเพ็ญเป็นอิ้งหลงเสียแล้วหรือ" ฉางฉินกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะอย่างหยอกล้อ
เชียนอวี่กลอกตาแล้วหัวเราะอย่างเปิดเผย "ราชาแห่งมังกรจงกู่ก็เคยเป็นงูน้ำมาก่อน หากเขาบำเพ็ญจนกลายเป็นอิ้งหลงได้ ข้าก็ย่อมทำได้เช่นกัน"
เมื่อได้ยินคำพูดที่ใสซื่อของเชียนอวี่ ฉางฉินก็ยิ้มและส่ายหน้า "ราชาแห่งมังกรจงกู่ผู้นั้นเป็นบุตรของมังกรเทียนอี้ จึงแตกต่างจากงูน้ำทั่วไปโดยธรรมชาติ เชียนอวี่ ในมุมมองของข้า ไม่ว่าเจ้าจะกลายเป็นอิ้งหลงหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย ต่อให้เจ้าจะเป็นได้เพียงมังกรมีเขา เจ้าก็ยังสามารถทะยานผ่านเก้าชั้นฟ้าและท่องเที่ยวไปในสามภพและโลกหล้าได้อย่างอิสระ"
แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่อค์ชายฉางฉินย่อมรู้ดีจากคำบอกเล่าของเจ้าของกลุ่มว่า เชียนอวี่จะทำความปรารถนาให้สำเร็จและบำเพ็ญเป็นอิ้งหลงได้จริง และตัวเขาเองนั้นเพราะเชียนอวี่ จึงทำให้ต้องละเมิดกฎสวรรค์ ถูกลงโทษให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเซียนตลอดกาล และต้องเผชิญกับโชคชะตาที่โดดเดี่ยวในทุกชาติภพ ไร้ซึ่งญาติมิตรและคนรัก
เท่านั้นยังไม่พอ เขายังต้องทนทุกข์จากการถูกพรากจิตวิญญาณ จวี๋ลี่จะใช้วิชาต้องห้ามค่ายกลตัดเลือดเพื่อนำจิตวิญญาณและวิญญาณทั้งสี่ของเขาไปหลอมสร้างกระบี่เฟินเทียน นับเป็นโชคชะตาที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง แน่นอนว่าในเมื่อเขารู้อนาคตแล้ว เขาย่อมไม่ซ้ำรอยเดิม ดังนั้นอนาคตจึงได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
เมื่อได้ยินคำปลอบโยนของฉางฉิน เชียนอวี่ก็ไม่ได้โต้แย้งแต่กลับหัวเราะเสียงดัง "ฉางฉิน วันใดที่ข้าบำเพ็ญเป็นมังกร ข้าจะพาเจ้าไปท่องเที่ยวภูเขาและแม่น้ำทั่วโลก ทะยานไปไกลนับพันลี้ ดีหรือไม่"
"ดี"
ฉางฉินยิ้มพยักหน้า จากนั้นจึงหันหลังกลับไปใต้ต้นเหยา นั่งขัดสมาธิ มือลูบไล้สายพิณอย่างแผ่วเบา ท่วงท่าของเขานุ่มนวลอย่างที่สุด
"ฉางฉิน ข้ายังไม่มีโอกาสถามเลย เหตุใดพิณเฟิงไหลของท่านถึงเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปเล่า"
เชียนอวี่ขยับเข้าไปใกล้ฉางฉินด้วยความสงสัยและฉงนใจ องค์ชายฉางฉินถือกำเนิดขึ้นจากพิณเฟิงไหล หนึ่งในสามพิณที่สร้างโดยเทพเพลิงจู้หรง และได้รับการทำให้เป็นสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์โดยหนี่วาด้วยการใช้วิชาชี้แนะจิตวิญญาณ พิณเฟิงไหลเป็นทั้งร่างจริงขององค์ชายฉางฉินและเรียกได้ว่าเป็นสมบัติวิเศษติดตัวแต่กำเนิดของเขา เชียนอวี่ย่อมคุ้นเคยกับรูปลักษณ์ของพิณเฟิงไหลเป็นอย่างดี ทว่าในวันนี้เชียนอวี่สังเกตเห็นว่ารูปลักษณ์ของพิณเฟิงไหลเปลี่ยนไปจากที่เขาเคยเห็นมาก มันดูแตกต่างออกไป แต่เขากลับระบุไม่ได้ว่าแตกต่างอย่างไร
"เพราะบัดนี้พิณตัวนี้จะไม่ถูกผูกมัดด้วยสิ่งใดในโลกหล้าอีกต่อไป ดังนั้นมันจึงแตกต่างไปเป็นธรรมดา"
ฉางฉินลูบสายพิณเบาๆ พลางกล่าวอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังตอบคำถามเชียนอวี่และราวกับกำลังพูดกับตัวเอง
......
โลกมหาภพปฐมกาล ในขณะนี้ไป๋อวี่ไม่ได้สนใจข้อความในกลุ่มแชท แม้ไป๋อวี่จะรับรู้ถึงความตกตะลึงและเกรงขามในใจของสมาชิกกลุ่มหลายคน แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ
บัดนี้ไป๋อวี่ได้รับพิกัดโลกที่คนเหล่านี้อาศัยอยู่แล้ว และโลกของพวกเขาก็เปิดกว้างต่อไป๋อวี่อย่างสมบูรณ์
ไป๋อวี่สะบัดมือ ต้นโพธิ์ ต้นท้อเซียน ต้นไม้จินเสิน ต้นฝูซาง และต้นเหลืองจงเหมย ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา ปราณห้าธาตุอันอุดมสมบูรณ์พุ่งพล่านแต่ถูกเก็บงำแสงเอาไว้ รากวิญญาณกำเนิดผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้าเริ่มปรับตัวเข้ากับกฎและระเบียบของโลกนี้ ในขณะที่รากวิญญาณกำเนิดทั้งห้าค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับกฎและระเบียบของโลก ปราณห้าธาตุที่บรรจุอยู่ภายในก็เพิ่มพูนและแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ไป๋อวี่เองก็กำลังเตรียมตัวเข้าสู่การปิดด่าน ปรับสภาวะของตนเอง และเตรียมการสำหรับการทะลวงระดับ
ก่อนจะเข้าสู่การปิดด่าน เขาเหลือบมองกลุ่มแชทและพบว่ามันคึกคักอย่างยิ่ง โดยสมาชิกที่เคลื่อนไหวมากที่สุดคือเจ้าของกลุ่มผู้รักการส่งอีโมจิ
ให้ตายเถอะ เด็กสาวคนนี้มีอีโมจิเยอะจริงๆ แถมยังเป็นอีโมจิที่แปลกใหม่ทั้งนั้น...
【เจ้าของกลุ่ม】: หึหึ กระจกคงเทียนของข้าสุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ! (ภาพอวดดี)
【นักพรตเต๋าแห่งเหมาซาน】: เสียดายที่ใช้งานไม่ได้
【เจ้าของกลุ่ม】: ชิ! ลุงเก้า ท่านน่ะแค่ริษยาและอิจฉาข้าต่างหาก! (ภาพมองทะลุทุกอย่าง)
【นักพรตเต๋าแห่งเหมาซาน】: แม้นักพรตผู้นี้จะอิจฉาก็จริง แต่ว่า... มันก็ยังใช้งานไม่ได้อยู่ดี...
【เจ้าของกลุ่ม】: ......อา!!! (ภาพคลั่ง)
【เจ้าของกลุ่ม】: ฮือฮือ ทำไมข้าถึงใช้มันไม่ได้กัน!!! (ภาพร้องไห้)
......
โลกมหาภพแห่งการต่อสู้ ซือเย่วเหยานอนฟุบลงกับโต๊ะ กอดใบหน้าที่เหมือนตุ๊กตาแสนน่ารักของนางไว้พลางมองดูกระจกคงเทียนที่แผ่รัศมีแสงศักดิ์สิทธิ์แห่งกฎออกมาตรงหน้าด้วยความห่อเหี่ยว นางได้ลองใช้วิธีการมากมายอย่างเช่นการหยดเลือดทำพันธสัญญา แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ นางไม่สามารถควบคุมสมบัติวิเศษสูงสุดชิ้นนี้ได้เลย
กระจกคงเทียนเพียงแค่ลอยอยู่ตรงหน้านาง โดยมีเพียงแสงศักดิ์สิทธิ์แห่งกฎอันเป็นนิรันดร์ของมันที่ยังคงเปล่งประกาย สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกจนปัญญาและหงุดหงิดยิ่งกว่าก็คือ แม้แต่นางยังไม่สามารถเก็บกระจกคงเทียนเข้าที่ได้ หากนางพยายามยัดกระจกคงเทียนลงกระเป๋า แสงศักดิ์สิทธิ์แห่งกฎอันลึกลับนั้นก็ดูโดดเด่นเกินไป... ดังนั้นซือเย่วเหยาจึงไม่กล้าออกไปข้างนอกพร้อมกับกระจกคงเทียน เพราะกลัวว่าจะถูกแย่งชิงทันทีที่ก้าวเท้าออกไป...