- หน้าแรก
- วันพีซ ชั้น รองกัปตันกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง ฆ่าไม่ตายหรอกนะ
- บทที่ 4 บากี้ ตัวตลก
บทที่ 4 บากี้ ตัวตลก
บทที่ 4 บากี้ ตัวตลก
บทที่ 4 บากี้ ตัวตลก
“เฮ้อ โซโร นายแน่ใจนะว่าทางที่นายเลือกเดินมันถูกชัวร์?” อาเธอร์มองดูท่าทีที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของโซโรด้วยความรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อย
ให้โซโรเป็นคนนำทางเนี่ยนะ?
ล้อกันเล่นหรือเปล่าเนี่ย!
“แหงสิ ชั้นเห็นเจ้านั่นตกลงมาตรงนี้กับตาเลยนะเฟ้ย” โซโรตอบกลับอย่างหนักแน่น
อาเธอร์ส่ายหน้าด้วยความระอาใจ ตามเนื้อเรื่องต้นฉบับ โซโรน่าจะหาลูฟี่เจอในช่วงเวลานี้นี่นา หรือว่าสกิลหลงทิศของหมอนี่จะยังไม่ทำงานกันนะ?
“อาเธอร์ ทำไมนายถึงทำหน้าตาไม่เชื่อใจชั้นแบบนั้นล่ะ?” โซโรรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาตงิด ๆ ที่อีกฝ่ายดูจะไม่เชื่อมั่นในทิศทางของเขาเอาเสียเลย
“อ้า เปล่าหรอก ไม่มีอะไร ไปกันต่อเถอะ”
ตัดภาพมาที่อีกฝั่งหนึ่ง ปากกระบอกปืนใหญ่ถูกเล็งเป้าไปที่ลูฟี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสมาชิกลูกเรือกลุ่มโจรสลัดบากี้ทุกคนต่างก็กำลังโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น
“เฮ้ย นามิ รีบ ๆ จุดชนวนระเบิดส่งมันไปลงนรกได้แล้ว!” โจรสลัดคนหนึ่งตะโกนเร่งเร้านามิ
แต่ในตอนนี้ นามิกำลังรู้สึกลังเลใจอย่างหนัก ถึงแม้ว่าเธอจะเกลียดชังโจรสลัดเข้าไส้ แต่ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอคนนี้กลับดูแตกต่างออกไป แถมเขายังเป็นคนช่วยชีวิตเธอเอาไว้ทางอ้อมอีกด้วย
ถ้าเธอเป็นคนจุดชนวนระเบิดสังหารเขาเสียเอง เธอจะกล้าสู้หน้ามโนธรรมในใจของตัวเองได้ยังไงกันล่ะ?
“ยัยเด็กใหม่เอ๊ย เรื่องแค่นี้ยังทำไม่ลงอีกเรอะ หลบไป เดี๋ยวชั้นจัดการเอง” ในจังหวะนั้นเอง โจรสลัดอีกคนก็เดินเข้ามาแย่งไม้ขีดไฟไปจากมือของนามิ แล้วเดินตรงดิ่งเข้าไปหาปืนใหญ่
แต่ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่เปลวไฟจากไม้ขีดกำลังจะสัมผัสเข้ากับสายชนวนระเบิด นามิก็ทนดูต่อไปไม่ไหว เธอตวัดกระบองในมือที่เพิ่งจะประกอบเสร็จ ฟาดเข้าใส่ก้านคอของโจรสลัดคนนั้นจนร่วงลงไปกองกับพื้นในดาบเดียว
“แย่แล้วสิ!” นามิรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เพราะตอนนี้สายตาทุกคู่ของพวกลูกเรือกลุ่มโจรสลัดบากี้กำลังจับจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว และการกระทำอุกอาจของเธอเมื่อครู่นี้ จะต้องทำให้พวกมันเกิดความสงสัยในตัวเธออย่างแน่นอน
“ขอโทษด้วยค่ะ!” นามิรีบค้อมศีรษะลงกล่าวขอโทษพวกโจรสลัด
แต่คนอย่างบากี้มีหรือจะโง่เง่าให้หลอกได้ง่าย ๆ ? เขาตวาดลั่นใส่นามิ “คิดว่าแค่คำขอโทษมันจะชดใช้กันได้งั้นเรอะ? นามิ!”
ในขณะเดียวกัน ลูฟี่ที่ถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้ ก็เหลือบไปเห็นว่าสายชนวนระเบิดถูกจุดติดไฟเรียบร้อยแล้ว เขาจึงร้องตะโกนขึ้นมาเสียงหลง “เหวอออ ชนวนระเบิดมันติดไฟแล้ว!”
เมื่อได้ยินเสียงร้องของลูฟี่ ความสนใจของทุกคนก็ถูกดึงดูดไปที่ปืนใหญ่ทันที พวกโจรสลัดต่างก็พากันแสยะยิ้มด้วยความตื่นเต้นสะใจ
และในจังหวะนั้นเอง นามิก็พุ่งตัวพรวดออกไป คว้าหมับเข้าที่สายชนวนระเบิด แล้วใช้มือบี้ดับไฟจนมอดดับลงไปได้สำเร็จ
เมื่อเห็นว่าเปลวไฟดับลงแล้ว นามิก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก
แต่เมื่อบากี้เห็นภาพเหตุการณ์นั้น ความโกรธเกรี้ยวที่สะสมมาจากการกระทำของนามิก็ปะทุขึ้นจนถึงขีดสุด เขาแผดเสียงคำรามลั่นใส่นามิ “จะล้อเล่นกันมันก็ต้องมีขอบเขตบ้างนะ ยัยหนู! พวกแก ฆ่านังนี่ซะ!”
ทางด้านของอาเธอร์กับโซโร ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุพอดี
เมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า อาเธอร์ก็ชิงจังหวะชักดาบคุซานางิออกมาจากฝักเป็นคนแรก
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โซโรได้เห็นดาบเล่มนี้ของอาเธอร์ เมื่อได้สัมผัสถึงรังสีความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวดาบ เขาก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความสนใจ “อาวุธของนายเล่มนี้ มันคือดาบเซเบอร์งั้นเหรอ?”
อาเธอร์ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะตอบว่า “จะคิดว่ามันเป็นดาบเซเบอร์แบบสองคมก็ได้นะ แต่ที่บ้านเกิดของชั้น พวกเราเรียกมันว่ากระบี่น่ะ”
“ดาบสองคมงั้นเรอะ”
โซโรกำลังจะเอ่ยปากถามอะไรต่อ แต่นามิก็กำลังตกอยู่ในอันตรายเสียแล้ว เขาจึงพุ่งตัวทะยานออกไปข้างหน้าในพริบตา
แต่อาเธอร์กลับหยุดชะงักฝีเท้าเอาไว้เสียดื้อ ๆ
“นั่นมันโซโรกับลูฟี่นี่นา ต่อให้ชั้นจะเข้าไปช่วยหรือไม่เข้าไปช่วย ผลลัพธ์มันก็คงจะออกมาเหมือนเดิมแหละมั้ง?”
อาเธอร์เกิดความลังเลใจขึ้นมาอีกครั้ง เขารู้สึกได้เลยว่าขาทั้งสองข้างของเขากำลังเริ่มสั่นพั่บ ๆ ด้วยความกลัว ภายในใจของเขากำลังต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนัก ราวกับว่าดาบในมือของเขามันเป็นแค่ของประดับบารมีที่เอาไว้โชว์โก้ ๆ เท่านั้น
“อาเธอร์ เอ๊ยอาเธอร์ ทำไมนายถึงได้เป็นไอ้ขี้ขลาดตาขาวแบบนี้วะ!”
“แต่พวกมันมีกันตั้งเยอะแยะตาแป๊ะไก๋เลยนะเว้ย แถมชั้นยังจัดการได้แค่พวกลูกกระจ๊อกกาก ๆ เท่านั้นเอง ถ้าขืนสุ่มสี่สุ่มห้าพุ่งเข้าไป มีหวังได้ตายหยั่งเขียดแหงแก๋!”
และในขณะที่อาเธอร์กำลังจมดิ่งอยู่กับความหวาดกลัวอยู่นั้น โซโรก็สามารถฝ่าวงล้อมเข้าไปช่วยเหลือนามิเอาไว้ได้สำเร็จ
อาเธอร์รู้ดีว่าเขาจะมามัวยืนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำแบบนี้ต่อไปไม่ได้ เขาจึงแข็งใจฝืนก้าวขาสั่น ๆ ของตัวเอง วิ่งตรงเข้าไปหาลูฟี่
“ลูฟี่ นายไม่เป็นไรใช่ไหม?”
เมื่อเห็นอาเธอร์วิ่งเข้ามาหา ลูฟี่ก็ส่ายหน้าไปมา
“ชั้นไม่เป็นไร แค่รู้สึกหิวนิดหน่อยน่ะ” ลูฟี่ตอบกลับด้วยหน้าตาบ้องแบ๊ว
เมื่อบากี้เหลือบไปเห็นนักล่าโจรสลัดโซโร แววตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจ
“นักล่าโจรสลัดโซโร แกคงจะมาที่นี่เพื่อจับตัวชั้นไปขึ้นเงินรางวัลสินะ?”
ตอนนี้เขากำลังต้องการโอกาสที่จะสร้างชื่อเสียงบารมีให้โด่งดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งทะเลอีสต์บลูอยู่พอดี และการเด็ดหัวนักล่าโจรสลัดโซโรได้ ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว
อาเธอร์มองดูชายที่กำลังยืนประจันหน้าสนทนาอยู่กับโซโร จมูกสีแดงก่ำกับชุดแต่งกายที่ดูตลกขบขันแบบนั้น ไม่ต้องสืบให้เสียเวลา เจ้านี่ก็คือ บากี้ ตัวตลก อย่างไม่ต้องสงสัย
“ชั้นล่ะสงสัยจริง ๆ ว่าไอ้จมูกแดงของบากี้เนี่ย มันเป็นของจริงหรือของปลอมกันแน่วะ?” อาเธอร์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน
แต่ทว่า ในตอนนั้นบรรยากาศรอบข้างมันช่างเงียบสงัดเสียเหลือเกิน ดังนั้น ต่อให้จะเป็นเพียงแค่เสียงกระซิบแผ่วเบา แต่ทุกคนในบริเวณนั้นกลับได้ยินกันถ้วนหน้า
และไอ้จมูกแดงนั่นก็คือข้อห้ามสุดยอดที่ห้ามเอ่ยถึงต่อหน้าบากี้ ตัวตลก โดยเด็ดขาด เมื่อได้ยินคำว่า จมูกแดง หลุดออกมาเข้าหู สายตาของบากี้ก็ละจากโซโร แล้วหันขวับมาตวัดมองอาเธอร์ด้วยความโกรธเกรี้ยวทันที เขาแผดเสียงคำรามลั่น “ว่าไงนะ! ไอ้เด็กเมื่อวานซืน แกกล้าพูดประโยคเมื่อกี้ให้ชั้นฟังอีกรอบซิ!”
อาเธอร์สะดุ้งโหยงเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากตัวบากี้ในตอนนี้ และด้วยความตกใจ คำว่า “จมูกแดง” ก็หลุดปากเขาออกมาอีกครั้ง
“ไอ้เด็กเวรเอ๊ย!”
สมาชิกลูกเรือกลุ่มโจรสลัดบากี้ทุกคนต่างก็พากันถอยกรูดออกห่างจากบากี้อย่างรู้หน้าที่ พวกเขารู้ดีว่ากัปตันบากี้กำลังจะสติแตกในอีกไม่ช้าก็เร็ว
กัปตันของพวกเขาเกลียดที่สุดก็คือตอนที่มีคนมาพูดจาเหยียดหยามรูปลักษณ์ของเขาแบบนี้นี่แหละ
“แกตาย!”
มีดสั้นเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของบากี้ และในวินาทีต่อมา มือข้างนั้นของเขาก็หลุดลอยแยกออกจากร่าง พุ่งทะยานเข้าใส่อาเธอร์ด้วยความเร็วสูง พร้อมกับมีดสั้นในมือที่หมายจะปลิดชีพเขาให้จงได้
เมื่อเห็นดังนั้น อาเธอร์ก็รีบใช้ดาบคุซานางิฟันเชือกที่มัดตัวลูฟี่ให้ขาดสะบั้นลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบวิ่งไปหลบอยู่หลังกรงขัง แล้วแหกปากร้องตะโกนลั่น “โซโร ช่วยชั้นด้วยยย!”
“หืม?”
โซโรหันไปมองอาเธอร์ด้วยความประหลาดใจ
เขายังจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าไอ้หมอนี่มันน่าจะมีฝีมืออยู่พอตัวไม่ใช่เรอะ?
แต่ในเมื่อหมอนั่นร้องขอความช่วยเหลือออกมาขนาดนั้น โซโรก็เลยกระโดดเข้าไปขวางหน้าบากี้เอาไว้ แล้วชักดาบออกมาปัดป้องมือที่ถือมีดสั้นของบากี้ให้พ้นทางไป
โซโรมองดูมือของบากี้ที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะหันไปมองร่างกายของบากี้ที่ยืนอยู่ห่างออกไป
ไอ้หมอนี่ก็เป็นผู้มีพลังพิเศษจากผลปีศาจเหมือนกันงั้นเรอะ?
ในตอนนี้ โซโรเริ่มจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลปีศาจอยู่บ้างแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะด้อยไปกว่าพวกผู้มีพลังพิเศษเหล่านี้เลยสักนิด
โซโรเอ่ยปากข่มขู่บากี้ “ถ้าแกคิดจะแตะต้องเพื่อนพ้องของชั้นล่ะก็ ชั้นก็ไม่รังเกียจที่จะเด็ดหัวแกไปเสียบประจานหรอกนะ”
เมื่อได้ยินคำพูดโอหังของโซโร บากี้ก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่นออกมา
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า นักล่าโจรสลัดโซโร แกนี่มันปากดีจองหองไม่เบาเลยนะ ช่างเถอะ ชั้นจะเด็ดหัวแกก่อนก็แล้วกัน จะได้เอาชื่อเสียงของแกไปเป็นบันไดก้าวขึ้นไปผงาดในทะเลอีสต์บลูก็ยังไม่สาย”
อาเธอร์ที่แอบดูเหตุการณ์อยู่เงียบ ๆ ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก เมื่อเห็นว่าความสนใจของบากี้เบนเข็มกลับไปหาโซโรแล้ว
จากนั้นเขาก็เริ่มใช้ความคิด
“ชั้นจะปล่อยให้โซโรได้รับบาดเจ็บไม่ได้เด็ดขาด แต่ถ้าชั้นโผล่หัวออกไปช่วยล่ะก็ มีหวังได้โดนสับเป็นหมูบะช่อแหง ๆ”
จู่ ๆ อาเธอร์ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขารีบอ้าปากคายงูตัวน้อยตัวหนึ่งออกมา
【ติ๊ง! ตรวจพบความผันผวนทางอารมณ์ของโฮสต์ แต้มอารมณ์ +1】
“แหวะ น่าสะอิดสะเอียนชะมัด!”
อาเธอร์พยายามกลืนน้ำลายลงคอเพื่อระงับอาการคลื่นไส้ และเจ้างูตัวน้อยที่มีจิตผูกพันเชื่อมโยงอยู่กับอาเธอร์ ก็ทำท่าทางขยะแขยงออกมาเหมือนกันเป๊ะ
อาเธอร์กลอกตาไปมา ก่อนจะออกคำสั่งให้เจ้างูตัวน้อยเลื้อยออกไปทำหน้าที่ของมัน
หลังจากที่เจ้างูตัวน้อยเลื้อยหายลับไปแล้ว อาเธอร์ก็หันไปเห็นหญิงสาวผมสีส้มที่ยืนอยู่ไม่ไกล ดวงตาของเขาก็พลันเบิกกว้างเป็นประกายวิบวับราวกับเห็นทองคำกองโต
“นามิ!”
“หืม?”
นามิหันขวับกลับมามองด้านหลังด้วยความแปลกใจ ไอ้หมอนี่ที่อุตส่าห์ยอมเสี่ยงตายมาเป็นพรรคพวกของไอ้หมวกฟาง มันรู้ชื่อชั้นได้ยังไงกันเนี่ย?
แต่จะว่าไป ที่ซ่อนตัวที่ไอ้หมอนี่เลือก มันก็ดูปลอดภัยมิดชิดดีเหมือนกันนะ
นามิจึงรีบวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปหลบอยู่ข้าง ๆ อาเธอร์
【ติ๊ง! ตรวจพบความผันผวนทางอารมณ์ของโฮสต์ แต้มอารมณ์ +6】
【ติ๊ง! ตรวจพบความผันผวนทางอารมณ์ของโฮสต์ แต้มอารมณ์ +6】
【ติ๊ง! ตรวจพบความผันผวนทางอารมณ์ของโฮสต์ แต้มอารมณ์ +6】
“นางฟ้ามาโปรดชั้นถึงที่แล้วโว้ยยย!”
หัวใจของอาเธอร์เต้นระรัวโลดเต้นด้วยความดีใจจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“ไม่สิ ชั้นต้องตั้งสติให้ดี!”
นามิมองดูชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ซึ่งกำลังทำหน้าตาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเดี๋ยวดีใจเดี๋ยวเคร่งเครียด ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจขึ้นมา
“นี่เจ๊ เจ๊ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
เจ๊งั้นเรอะ?
【ติ๊ง! ตรวจพบความผันผวนทางอารมณ์ของโฮสต์ แต้มอารมณ์ +1】
ชั้นเป็นผู้ชายอกสามศอกเว้ยเฮ้ย แล้วนางฟ้าก็ดันมาเรียกชั้นว่าเจ๊เนี่ยนะ
“ชั้นเป็นผู้ชายนะเฟ้ย!”
นามิชะงักไปครู่หนึ่ง เธอจ้องมองชายหน้าสวยตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ หมอนี่เนี่ยนะเป็นผู้ชาย?
ขนาดเธอที่เป็นผู้หญิงแท้ ๆ ยังอดอิจฉาใบหน้าที่สวยหวานปานหยดย้อยขนาดนั้นไม่ได้เลย
แต่พอเหลือบไปเห็นหน้าอกที่แบนราบเรียบเป็นไม้กระดานของเขา เธอก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดหน่อย
เดี๋ยวนะ?
หมอนี่เป็นผู้ชายจริง ๆ งั้นเรอะ?
นามิคลี่ยิ้มแห้ง ๆ ออกมา ก่อนจะกล่าวคำขอโทษ “ขอโทษทีนะ ก็หน้านายดันสวยซะขนาดนั้นนี่นา”
อารมณ์ของอาเธอร์เริ่มสงบลงบ้างแล้ว
“ไม่เป็นไรหรอก ชั้นชินซะแล้วล่ะ”
“อาเธอร์ นามิ พวกนายสองคนมีวิธีพาชั้นออกไปจากไอ้กรงบ้านี่ไหมเนี่ย?” ถึงแม้เชือกที่มัดตัวลูฟี่เอาไว้จะถูกฟันขาดไปแล้ว แต่เขาก็ยังคงติดแหง็กอยู่ในกรงขัง ออกไปไหนไม่ได้อยู่ดี
อาเธอร์กับนามิหันมามองหน้ากัน ก่อนจะพร้อมใจกันส่ายหน้าปฏิเสธ
“ชั้นจนปัญญาจริง ๆ นายคงต้องหาทางเอาตัวรอดเอาเองแล้วล่ะ”
อาเธอร์ยอมรับตามตรงเลยว่า เขาไม่มีปัญญาจะไปช่วยพังลูกกรงเหล็กพวกนั้นหรอก ตอนนี้เรี่ยวแรงจะยืนเขายังแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ เข้าใจไหมเนี่ย?
ลูฟี่ทำหน้ามุ่ยด้วยความเซ็งสุดขีด และทั้งสามคนก็ทำได้เพียงแค่หันไปฝากความหวังเอาไว้ที่โซโรเพียงคนเดียว
โซโรตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือด้วยวิชาสามดาบ และกำลังยืนประจันหน้าอยู่กับบากี้
โซโรไม่อยากจะเสียเวลายืดเยื้อ เขาจึงตัดสินใจงัดไม้ตายก้นหีบออกมาใช้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
“วิชาสามดาบ... ผ่าวิชาการ!”
ฉัวะ!
เพียงแค่การปะทะกันในดาบแรก ร่างของบากี้ก็ถูกฟันขาดกระเด็นร่วงลงไปกองกับพื้น โซโรเก็บดาบเข้าฝักอย่างมาดมั่น ก่อนจะเดินหันหลังกลับไปหาลูฟี่
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” และในวินาทีนั้นเอง เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของสมาชิกลูกเรือกลุ่มโจรสลัดบากี้ก็ดังลั่นสนั่นไปทั่วบริเวณ
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? กัปตันของพวกมันเพิ่งจะโดนฟันตายคาที่ไปหยก ๆ แล้วทำไมพวกมันถึงยังมีหน้ามาหัวเราะร่ากันอยู่อีกได้ล่ะเนี่ย?” นามิอุทานออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
“โซโร รีบหนีออกมาเร็วเข้า ไอ้เจ้านั่นมันฟันไม่เข้าหรอกนะเว้ย!” อาเธอร์แหกปากร้องเตือนเสียงหลง
“ว่าไงนะ?”
ถึงแม้โซโรจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมพวกลูกเรือของบากี้ถึงได้เอาแต่หัวเราะเยาะเย้ย แต่เมื่อได้ยินคำเตือนของอาเธอร์ เขาก็ไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขารีบสับเท้าวิ่งกลับไปหาอาเธอร์อย่างสุดชีวิต
“สายไปแล้วโว้ย!”
บากี้หัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง มือข้างหนึ่งของเขาที่ถือมีดสั้นอยู่ ลอยพุ่งแหวกอากาศเข้าหาหลังของโซโรด้วยความเร็วสูง
“อ๊ากก!”
เมื่อได้ยินเสียงร้อง โซโรก็รีบหันขวับกลับไปมอง และภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็คือ มือข้างหนึ่งที่กำลังกำมีดสั้นเตรียมจะจ้วงแทงร่างของเขา แต่ทว่ามือข้างนั้นกลับถูกเจ้างูตัวน้อยกัดเข้าที่ข้อมือเอาไว้เสียก่อน
“นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันวะเนี่ย!” โซโรเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
อาเธอร์พยายามข่มความหวาดกลัวเอาไว้ ก่อนจะเดินออกจากที่ซ่อนมาอธิบาย “บากี้มันน่าจะกินผลปีศาจเข้าไปน่ะสิ การโจมตีด้วยการฟันดาบมันใช้ไม่ได้ผลกับหมอนั่นหรอก”
เรี่ยวแรงของเจ้างูตัวน้อยไม่ได้มากมายอะไรนัก บากี้จึงสามารถดึงมือกลับไปได้อย่างง่ายดาย
“ยัยเด็กเมื่อวานซืน รู้ดีจังเลยนะ แกพูดถูกแล้ว ชั้นคือผู้ที่กินผลบาระ บาระ เข้าไป การโจมตีด้วยดาบหน้าไหนก็ทำอันตรายชั้นไม่ได้ทั้งนั้นแหละ”
【ติ๊ง! ตรวจพบความผันผวนทางอารมณ์ของโฮสต์ แต้มอารมณ์ +1】
บากี้กวาดสายตามองไปที่พวกเขาทั้งสี่คนด้วยรอยยิ้มแสยะกว้าง
“อะไรนะ? ผลปีศาจมันไม่ใช่แค่ตำนานหลอกเด็กหรอกเหรอเนี่ย? ทำไมมันถึงมีอยู่จริงได้ล่ะ?” นามิพึมพำออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ความจริงมันก็ไม่ได้แปลกประหลาดอะไรหรอกนะ กัปตันของพวกเราเองก็เป็นผู้มีพลังพิเศษจากผลปีศาจเหมือนกันนั่นแหละ” อาเธอร์ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
นามิหันไปมองลูฟี่ ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอจึงหันไปแหวใส่อาเธอร์ “กัปตันของนายคนเดียวต่างหากล่ะ ไม่ใช่กัปตันของพวกเรา ชั้นไม่มีวันยอมลดตัวลงไปเป็นโจรสลัดเด็ดขาด ชั้นเกลียดโจรสลัดเข้าไส้เลยด้วยซ้ำ!”
แต่ลูฟี่กลับไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลย เขาเอียงคอมองไปทางบากี้ด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยปากถามหน้าตาเฉย “ไอ้หมอนี่มันเป็นตัวประหลาดงั้นเรอะ?”
หึหึ ทำอย่างกับนายไม่ใช่ตัวประหลาดยังงั้นแหละ
“ฮ่าฮ่าฮ่า ในเมื่อแก นังเด็กเมื่อวานซืน ดันมารู้ความลับของชั้นเข้าซะแล้ว งั้นชั้นก็จะสงเคราะห์ส่งแกไปลงนรกเป็นคนแรกเลยก็แล้วกัน!”
บากี้จ้องเขม็งไปที่อาเธอร์ด้วยแววตาดุร้ายอำมหิต
【ติ๊ง! ตรวจพบความผันผวนทางอารมณ์ของโฮสต์ แต้มอารมณ์ +3】
อาเธอร์รีบวิ่งมุดหัวเข้าไปหลบหลังกรงขังตามสัญชาตญาณทันที ก่อนจะแหกปากร้องตะโกนเถียงลั่น “นังเด็กเมื่อวานซืนบ้าบออะไรกันวะ?! ชั้นเป็นผู้ชายโว้ยยย!!”
คอยดูเถอะ ถ้าในอนาคตชั้นมีโอกาสได้เจอกับอิวานคอฟเมื่อไหร่ล่ะก็ ชั้นจะต้องบังคับให้หมอนั่นฉีดฮอร์โมนเพศชายเพิ่มให้ชั้นให้จงได้เลย
“ฮ่าฮ่าฮ่า ชั้นไม่สนหรอกว่าแกจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ยังไงซะแกก็ต้องตายอยู่ที่นี่แหละ!”
อาเธอร์มองดูมีดสั้นที่กำลังพุ่งแหวกอากาศตรงดิ่งเข้ามาหา ปฏิกิริยาตอบสนองแรกของเขาก็คือการยกมือขึ้นมากุมหัวตัวเองเอาไว้แน่น
“โซโร ลูฟี่ ช่วยด้วยยย!”
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═