- หน้าแรก
- ชีวิตประจำวันของคนงานก่อสร้างรุ่นลุง
- บทที่ 60 คืนแรกในเขตก่อสร้าง
บทที่ 60 คืนแรกในเขตก่อสร้าง
บทที่ 60 คืนแรกในเขตก่อสร้าง
กว่าจะกินข้าวเสร็จก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่าแล้ว จุดประสงค์หลักของมื้อนี้คือการแนะนำให้หยางหยวนคุนรู้จักกับพวกบุคลากรฝ่ายบริหารและหัวหน้าผู้รับเหมารายย่อยในไซต์งาน เพื่อความสะดวกในการทำงานในฐานะหัวหน้าคนงานของเขาในวันข้างหน้า มื้อนี้ทุกคนดวลเหล้ากันไปไม่น้อย สำหรับสังคมในเขตก่อสร้างแล้ว การกินข้าว ดื่มเหล้า แล้วไปต่อกันที่สถานบันเทิง (คลับ/อาบอบนวด) ถือเป็นขั้นตอนมาตรฐานในการต้อนรับขับสู้ไปแล้ว
“จะไปเที่ยวต่อกันหน่อยไหม เดี๋ยวฉันบอกทางจินไห่ให้ช่วยจัดการเตรียมคนไว้ให้” หลังจากกินข้าวเสร็จ ทุกคนก็นั่งดื่มชาอยู่ที่โต๊ะน้ำชา จ้าวเฉวียนเห็นว่าได้เวลาอันสมควรแล้วจึงเอ่ยปากชวน
“ไม่ไปแล้วจริง ๆ ครับพี่จ้าว ผมนั่งรถมาตั้งนานแล้วแถมยังมาดวลเหล้ากับพี่อีก พรุ่งนี้ยังมีงานต้องทำ ขอ กลับไปนอนพักผ่อนดีกว่าครับ” หยางหยวนคุนรีบปฏิเสธทันที
“ได้ ๆ งั้นฉันไม่ตื้อนายละ นายคงเหนื่อยมากจริง ๆ พักผ่อนต่ออีกสักสองสามวันเถอะ ไม่ต้องรีบร้อนเริ่มงานขนาดนั้นหรอก” จ้าวเฉวียนตอบกลั้วหัวเราะ เขาเดาไว้อยู่แล้วว่าวันนี้หยางหยวนคุนคงไม่อยากไป ที่เอ่ยปากชวนก็แค่เห็นทุกคนนั่งว่าง ๆ อยู่เลยพูดขึ้นมาลอย ๆ เท่านั้น
“เรื่องพักคงไม่ต้องหรอกครับ พรุ่งนี้ผมก็เข้าไปดูงานที่ไซต์ได้เลย” หยางหยวนคุนตอบ เพราะเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อพักผ่อน งานของเขาคือการคุมงานในไซต์ ไม่ใช่งานที่ต้องใช้แรงงานหนักอะไร พรุ่งนี้จึงสามารถเริ่มงานได้อย่างเป็นทางการได้เลย
“โอเค” จ้าวเฉวียนรับคำ ก่อนจะหันไปสั่งทุกคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ “พวกนายต้องให้ความร่วมมือกับน้องชายคนนี้ของฉันด้วยนะ ต่อไปในไซต์ก่อสร้างเขาจะเป็นตัวแทนของฉัน ถ้าใครกล้าขัดคำสั่งหรือไม่ให้ความร่วมมือกับเขาละก็ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
ทุกคนต่างพากันรีบรับคำ จากนั้นจ้าวเฉวียนก็ลุกขึ้นและชวนทุกคนแยกย้ายกันเดินทางออกจากร้านอาหาร ตัวเขาเองไม่ได้นอนพักในไซต์งานอยู่แล้ว แต่คนที่มาด้วยส่วนใหญ่พักอยู่ที่บ้านพักตู้คอนเทนเนอร์ จึงเดินกลับเข้ามาในไซต์งานพร้อม ๆ กัน
“พี่หยาง วันหลังคงต้องรบกวนชี้แนะด้วยนะครับ ผมถึงที่พักแล้ว” คนที่พูดขึ้นมาคือหัวหน้าผู้รับเหมารายย่อยคนหนึ่งในไซต์นี้ เขาเป็นคนรับงานโครงสร้างไม้และเหล็กเส้นของตึกสี่หลังต่อมาจากจ้าวเฉวียน โครงสร้างหลักของอาคารก็คือทีมงานประเภทพวกเขานี่แหละที่เป็นคนทำ
“พี่อายุมากกว่าผม ต่อไปเรียกว่าเสี่ยวหยางก็พอครับพี่โจว” หยางหยวนคุนรีบพูดอย่างนอบน้อม ชายคนนี้ชื่อโจวซิง เป็นชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบกว่าปี พูดจาอัธยาศัยดีมาก
“ทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะครับ คุณเก่งกว่าผม วันหลังยังไงก็รบกวนช่วยดูแลด้วยนะครับ” โจวซิงล้วงซองบุหรี่ออกจากกระเป๋า ยื่นให้หยางหยวนคุนม้วนหนึ่ง พร้อมกับจุดไฟให้อย่างใส่ใจก่อนจะพูดต่อ “งั้นผมขอตัวเข้าห้องก่อนนะ พรุ่งนี้ยังมีงานต้องทำอีกเพียบเลย”
“ครับพี่ ผมเองก็ว่าจะกลับห้องเหมือนกัน เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” หลังจากบอกลาอีกฝ่าย หยางหยวนคุนก็เดินมุ่งหน้าไปยังที่พักของตัวเอง บ้านพักสังกะสีตรงนี้มีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว มีทั้งหมดสามหลัง ทุกหลังสร้างเป็นตึกสองชั้น ถ้าคำนวณจากห้องหนึ่งที่สามารถพักได้แปดคน ที่นี่ถือว่ารองรับคนได้เยอะมาก อีกอย่างทีมช่างแต่ละประเภทในไซต์ก็ไม่ได้ย้ายเข้ามาอยู่พร้อมกัน อย่างเช่นงานฉาบปูนภายในที่เขาเหมามา ตอนนี้ทีมช่างยังไม่เข้าหน้างาน จึงสามารถสลับหมุนเวียนกันพักอาศัยได้
ห้องพักที่จ้าวเฉวียนจัดเตรียมไว้ให้เขาอยู่บนชั้นสอง บันไดจะตั้งอยู่สองฝั่งของตัวอาคาร ตอนเดินขึ้นบันไดเสียงฝีเท้าเหยียบย่ำจะดังค่อนข้างมาก พอขึ้นมาถึงชั้นสอง พื้นที่เหยียบก็เป็นแผ่นเหล็กเช่นกัน โชคดีที่ห้องของเขาอยู่ติดฝั่งริมสุด พอผลักประตูเปิดเข้าไป หยางหยวนคุนก็เห็นหยางหยวนหงยังไม่นอน และกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมที่นอนของตัวเอง
“เป็นไงบ้าง กินข้าวเย็นหรือยัง?” หยางหยวนคุนถามด้วยความเป็นห่วง “กินอะไรไปล่ะ อยู่ที่นี่ชินไหม?”
“กินแล้วครับพี่คุน แต่ว่าที่นี่เขากินหมั่นโถวกันเหรอครับ ไม่มีข้าวสวยเหรอ?” หยางหยวนหงชะงักมือที่กำลังใส่ปลอกผ้านวมพลางเอ่ยถามอย่างหมดหนทาง
“มีสิ แต่คนที่นี่เขาเน้นกินหมั่นโถวเป็นหลักน่ะ แต่ข้าวสวยน่ะหาซื้อได้แน่ นายวางใจเถอะ” หยางหยวนคุนเข้าใจความรู้สึกของน้องชายดี เพราะตัวเขาเองก็กินหมั่นโถวไม่ค่อยลงเหมือนกัน พื้นที่แถบนี้ถือเป็นเขตเจียงซูตอนเหนือ ผู้คนจึงนิยมกินอาหารประเภทแป้ง (เส้น บะหมี่ หมั่นโถว) กันมากกว่า
“ค่อยยังชั่วหน่อย” หยางหยวนหงถอนหายใจยาว ก่อนจะรีบอธิบาย “คือผมรู้สึกว่ากินหมั่นโถวมันไม่อิ่มน่ะครับ จะไปสู้อิ่มท้องเหมือนกินข้าวสวยสักถ้วยได้ยังไง”
หยางหยวนคุนรู้ดีว่านี่คือความต่างทางวัฒนธรรมระหว่างคนจีนทางเหนือและทางใต้ ซึ่งในโลกอนาคตเรื่องนี้จะกลายเป็นประเด็นยอดฮิตบนแอปติ๊กต็อกเลยทีเดียว พวกที่กินหมั่นโถวก็มองว่ากินข้าวสวยไม่อิ่มท้อง ส่วนพวกที่กินข้าวสวยก็มองว่าหมั่นโถวเป็นแค่ขนมกินเล่น กินยังไงก็ไม่อยู่ท้อง
“งั้นนายนอนห้องนี้แหละ เตียงนั้นนายนอนไป ส่วนฉันนอนเตียงนี้ ไม่จำเป็นต้องย้ายห้องหรอก” หยางหยวนคุนกวาดสายตามองห้องพักสังกะสีนี้ พื้นที่มันค่อนข้างแคบจริง ๆ ถ้าจะให้เขาไล่หยางหยวนหงไปนอนห้องรวมที่มีคนอยู่กันเยอะ ๆ เขาก็รู้สึกเกรงใจและทำไม่ลงเหมือนกัน อีกอย่างพวกเขานอนด้วยกันสองคนก็ไม่ได้เบียดบังอะไรกันอยู่แล้ว
“แบบนั้นไม่ได้หรอกครับพี่คุน ก่อนหน้านี้ตกลงกันแล้วว่าผมจะไปนอนห้องโน้น ผมไม่อยากรบกวนพี่” หยางหยวนหงลุกขึ้นยืนพลางโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน “คืนนี้ผมขอนอนแค่คืนเดียวพอ พรุ่งนี้พี่ค่อยช่วยหาห้องอื่นให้ผมเถอะครับ”
“ตอนแรกฉันก็กลัวว่านายมาทำงานที่นี่แล้วจะโดนคนอื่นเขาโดดเดี่ยวเอา แต่มาคิด ๆ ดูแล้วช่างมันเถอะ อีกประมาณเดือนกว่า ๆ นายก็ต้องมาทำงานในส่วนโครงการของฉันแล้ว แทบจะไม่ได้ไปข้องแวะกับคนอื่นอยู่แล้ว ถึงตอนนั้นค่อยไปทำความรู้จักสนิทสนมกับทีมงานของฉันเอาไว้ก็พอ” หยางหยวนคุนเอ่ยโน้มน้าว
“ลองคิดดูสิ ห้องข้างล่างกับห้องข้าง ๆ น่ะ นอนกันห้องละตั้งแปดคนเชียวนะ แแถมบางห้องยังมีพวกสามีภรรยานอนด้วยกันอีก ตอนกลางคืนดีไม่ดีนายอาจจะได้ยินเสียงอะไรต่อมิอะไรด้วยนะ ฮ่า ๆ” หยางหยวนคุนสูบบุหรี่ในปากจนหมด มวนใหม่ยื่นให้หยางหยวนหงพลางพูดแซวยิ้ม ๆ
“เอ่อ... คือ...” พอได้ยินหยางหยวนคุนพูดแบบนั้น หยางหยวนหงก็รู้สึกว่ามันมีเหตุผลมาก แม้ว่าแถวบ้านนอกของพวกเขาจะค่อนข้างจน แต่เรื่องที่อยู่อาศัยกลับไม่ได้ขาดแคลน ตัวเขาเองก็นอนห้องส่วนตัวคนเดียวมาตั้งแต่เด็ก ถ้าต้องไปนอนห้องรวมแปดคนกะทันหันคงทำตัวไม่ถูกแน่ ๆ แต่การจะนอนห้องเดียวกับหยางหยวนคุนแบบนี้ จะเป็นการรบกวนพี่ชายเกินไปหรือเปล่า
“นายนอนที่นี่ให้สบายใจเถอะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาย้ายของพรุ่งนี้อีก อย่างมากที่สุดพรุ่งนี้ฉันค่อยหาผ้าม่านมาขึงกั้นกลางเอา” หยางหยวนคุนเหลือบไปเห็นกระติกน้ำร้อนวางอยู่ใต้โต๊ะข้าง ๆ จึงเอ่ยถามปนยิ้ม “นี่นายไปรองน้ำร้อนมาเหรอ?”
“เปล่าครับพี่คุน เหมือนเสี่ยวหวังจะเอามาจากกาน้ำร้อนตรงฝั่งออฟฟิศน่ะครับ เขาบอกว่าน้ำที่โรงต้มน้ำของไซต์งานต้มไว้ มันเอาไว้ใช้แค่ล้างหน้าซักผ้าอาบน้ำได้อย่างเดียว ส่วนน้ำที่พวกเขากินกันต้องต้มเองต่างหากครับ” หยางหยวนหงรีบอธิบาย
“โอเค ฉันเข้าใจละ พรุ่งนี้เราออกไปซื้อของข้างนอกกัน ต้องซื้อพวกของใช้จำเป็นมาเตรียมไว้ให้ครบ” หยางหยวนคุนรู้ซึ้งถึงธรรมเนียมข้อนี้ดี จริง ๆ แล้วระบบแบบนี้มันไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะทุกคนเชื่อมั่นแต่น้ำที่ตัวเองต้มเองเท่านั้น ส่วนน้ำร้อนที่ได้มาจากโรงต้มน้ำของไซต์งาน มีไว้ใช้สำหรับชำระล้างสิ่งของทั่วไป
หลังจากพูดคุยกันเสร็จ หยางหยวนคุนก็เปิดกระเป๋าเดินทางของตัวเอง นำชุดเครื่องนอนออกมาจัดวางบนเตียง เตียงของเขาเป็นเตียงสองชั้นเช่นกัน เพียงแต่ชั้นบนไม่มีใครนอน จึงสามารถใช้เป็นที่วางสัมภาระได้อย่างสะดวกสบาย ภายในห้องมีเตียงวางอยู่แค่สองหลัง ตรงประตูทางเข้ามีโต๊ะหนึ่งตัวและเก้าอี้สองตัวจัดวางไว้ ดูออกเลยว่าเป็นความใส่ใจที่จ้าวเฉวียนจัดเตรียมไว้ให้เป็นพิเศษ
“คนที่ไซต์ก่อสร้างนี้ตื่นกันเช้ามาก ช่วงนี้เวลานี้เจ็ดโมงเช้าก็ต้องเริ่มงานกันแล้ว ช่วงเช้าทำงานห้าชั่วโมง ช่วงบ่ายอีกห้าชั่วโมง ตอนเที่ยงพักกินข้าวหนึ่งชั่วโมง เลิกงานตอนหกโมงเย็น ถ้าเข้าช่วงฤดูร้อนหกโมงเช้าก็ต้องเริ่มงานแล้ว ตอนเที่ยงจะได้พักเพิ่มอีกหนึ่งชั่วโมง นายเองก็รีบนอนเถอะ” หยางหยวนคุนจัดของเสร็จสรรพ ก็เทน้ำจากกระติกน้ำร้อนมาเช็ดหน้าเช็ดตา ถือเป็นการล้างหน้าล้างตาเสร็จเรียบร้อย
ไม่นานนักไฟในห้องก็ถูกปิดลง หยางหยวนคุนไม่ใช่พวกแปลกที่นอน หลังจากผ่านอะไรมาตั้งหลายปี การได้นอนในเขตก่อสร้างแบบนี้กลับทำให้เขาหลับสนิทได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าจะแว่วเสียงกรนของคนงานห้องข้าง ๆ ลอยมาให้ได้ยินเป็นระยะก็ตาม ตรงข้ามกับหยางหยวนหงที่นอนอยู่ข้าง ๆ ที่ยังคงพลิกตัวไปมาไม่หยุด ดูท่าจะข่มตาหลับได้ยากในคืนแรกนี้