- หน้าแรก
- ฉันก็แค่อยากให้บริษัทล้มละลาย
- บทที่ 24 มื้อละ 25 หยวน?
บทที่ 24 มื้อละ 25 หยวน?
บทที่ 24 มื้อละ 25 หยวน?
การกำหนดช่วงราคาค่าใช้จ่ายสำคัญมาก
ย่านการค้าในเซี่ยงไฮ้แบบนี้ แค่ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสธรรมดา ๆ ยังต้องจ่ายถึง 88 หยวนต่อชาม
ถ้าอยากกินดีหน่อย ก็เริ่มต้นที่ 300-400 หยวนต่อหัว
นี่แหละค่าครองชีพอันโหดร้ายของเซี่ยงไฮ้!
พอได้ฟังแผนของหลู่อี้หมิงที่เล่าให้ฟัง อาหารที่เสิร์ฟในร้านนี้ต้องเป็นอาหารระดับพรีเมียมแน่นอน ราคาก็ต้องแรงตามไปด้วย
แต่ไม่ทันจะได้คิดต่อ หลู่อี้หมิงก็ปล่อยระเบิดลูกใหม่
"ค่าอาหารเหรอ? เอาแค่คนละ 25 หยวนต่อมื้อก็พอ" หลู่อี้หมิงพูดลอย ๆ
"หา!" มู่เซี่ยอึ้งกิมกี่
เธอไม่เคยคิดมาก่อน ว่าหลู่อี้หมิงจะตอบแบบนี้!
25 หยวน?
แถวนี้แค่กาแฟอเมริกาโน่แก้วหนึ่งยังซื้อไม่ได้เลย!
จะเอาอะไรมากินเป็นมื้อกลางวัน!
หรือจะให้กินข้าวเปล่ากับหมั่นโถว?
มู่เซี่ยถึงกับคิดว่า หรือว่าหลู่อี้หมิงไม่เคยกินข้าวนอกบ้านในเซี่ยงไฮ้?
เลยไม่รู้ราคาอาหารที่นี่?
"บ้าไปแล้ว! มื้อละ 25 หยวน อยู่เซี่ยงไฮ้ได้แค่ซาลาเปาสองลูก!"
"25 หยวน? ในย่านนี้? คิดอะไรอยู่? พวกเจ้าของร้านยังทำราคาแบบนี้ไม่ได้เลย!"
"หรือหลู่อี้หมิงไม่เคยออกมากินข้าวนอกบ้านกันแน่? เขารู้ไหมว่าเซี่ยงไฮ้ค่าครองชีพโหดแค่ไหน?"
...
ในไลฟ์สด คอมเมนต์กระหน่ำรัว
"ไม่ใช่ว่าจะให้จ่ายแค่ 25 หยวนหรอก" หลู่อี้หมิงเห็นสีหน้าตกใจของมู่เซี่ยก็หัวเราะแล้วอธิบาย
"ความหมายของผมคือ พนักงานจ่ายแค่ 25 หยวน ที่เหลือบริษัทออกให้"
มู่เซี่ยค่อยโล่งใจ แต่ก็ยังถามต่อ
"แล้วบริษัทควรออกให้คนละเท่าไหร่คะ?"
"เพื่อให้พนักงานได้กินอิ่ม กินดี ผมว่าเพิ่มให้คนละพันหยวนต่อมื้อเลยละกัน" หลู่อี้หมิงพูดสบาย ๆ เหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่
"หา!" มู่เซี่ยถึงกับช็อกอีกระลอก
เธอนึกถึงข้าวกล่องระดับพรีเมียมเมื่อวานที่ขายพันหยวน
ตอนแรกคิดว่านั่นเป็นแค่โบนัสพิเศษ
แต่ใครจะรู้ ว่านี่กลายเป็นมาตรฐานประจำวัน!
ถ้าพนักงานกินทั้งมื้อเที่ยงและเย็นในโรงอาหาร เท่ากับบริษัทต้องจ่าย 2,000 หยวนต่อคนต่อวัน!
บวกกับค่าน้ำค่าไฟ ค่าอุปกรณ์บำรุงรักษาและสิ่งอำนวยความสะดวก
เดือนหนึ่งขาดทุนเป็นล้านแน่!
"มีอะไรหรือเปล่า?" หลู่อี้หมิงถามอย่างสงสัย
"เอ่อ...ไม่มีค่ะ...แค่...การลงทุนแบบนี้ มันจะมากไปหน่อยไหมคะ?" มู่เซี่ยถามแบบเกรงใจ
"แค่ให้คนละ 100 หยวนต่อมื้อ พนักงานก็ซาบซึ้งสุด ๆ แล้วค่ะ"
"มู่เซี่ย เธอคิดว่าผมทำเพื่อหวังให้พนักงานมาขอบคุณเหรอ?" หลู่อี้หมิงส่ายหัว ก่อนจะทำสีหน้าผิดหวังแล้วพูดต่อ
"ผมทำเพราะอยากให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ถึงไม่มีใครขอบคุณ ผมก็จะทำต่อไป
สำหรับผม พนักงานคือทัพหน้า ส่วนผมก็แค่พ่อครัวหลังแนวรบเท่านั้นเอง"
"โห! คำพูดนี้! หลู่อี้หมิง เทพแล้ว!"
"สุดยอด! โคตรมีวิสัยทัศน์!"
"มีเจ้านายแบบนี้ ใครบ้างไม่อยากทุ่มเททำงานให้!"
"ฮือออออ! ฉันเปิดคลิปนี้ให้เจ้านายดู เจ้านายบอกให้ฉันลาออกพรุ่งนี้เลย!【ร้องไห้】"
...
ในไลฟ์สด คนดูกอดเข่าร้องไห้กันระนาว
ขณะเดียวกัน ภายในบริษัทของหลู่อี้หมิง
พนักงานจำนวนมากก็กำลังดูไลฟ์อยู่
ได้ยินคำพูดของหลู่อี้หมิง น้ำตาคลอเบ้ากันทั้งออฟฟิศ
"ท่านประธาน...ท่านประธานนี่แหละคนดีตัวจริง!"
"แค่คำพูดนี้ ผมยอมทำโอทีจนตายก็ยอม!"
"ไม่ใช่แค่โอทีนะ! ต่อให้วันหนึ่งท่านประธานเอามีดแทงผม ผมยังต้องชมว่าแทงได้สุดยอด! แทงได้สะใจ!"
....
【ติ้ง! ได้รับค่าความตกตะลึง +999999!】
"โอเค เรื่องนี้ฝากให้เธอดูแลจัดการเต็มที่
แต่แน่นอน ฉันก็ไม่คิดจะให้เธอทำทุกอย่างคนเดียว
เธอเลือกเพื่อนร่วมงานมาสักกลุ่มหนึ่ง ตั้งเป็นฝ่ายจัดการโรงอาหาร
ดูแลเรื่องจัดซื้อวัตถุดิบ คัดเลือกเชฟ และดูแลความเรียบร้อยในระยะยาว"
"ข้อกำหนดของฉันมีง่าย ๆ แค่ 3 ข้อ:
ข้อแรก เมนูต้องหลากหลาย ครบทั้งอาหารจีน 8 ภาค รวมถึงอาหารฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อิตาเลียน ทุกอย่างต้องมีครบ!
ข้อสอง วัตถุดิบทุกอย่างต้องเราจัดการเองทั้งหมด! ความปลอดภัยของอาหารพนักงานต้องอยู่ในมือเราเท่านั้น!
ข้อสาม ต้องเร็ว! ทำให้พนักงานได้กินข้าวดี ๆ ให้เร็วที่สุด!"
"รับทราบค่ะท่านประธาน! รับรองทำให้เต็มที่!"
...
ขณะเดียวกัน ทางฝั่งเฉินไท่
แม้จะเหนื่อยล้า แต่เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินไท่ก็รีบตื่นแต่เช้า
สวมสูทราคาถูกที่ทีมรายการเตรียมไว้ นั่งแท็กซี่ต่อรถไฟใต้ดิน เบียดเสียดในขบวนกว่าชั่วโมงจนถึงบริษัทกองทุนที่ตัวเองทำงาน
"สวัสดีครับ ผมชื่อเฉินไท่ เพิ่งเข้ามาเป็นที่ปรึกษาฝ่ายขาย" เฉินไท่ยื่นนามบัตรให้หัวหน้าทีมขาย
หัวหน้าทีมขายเป็นหนุ่มรุ่นใหม่ กำลังเม้ากับสาว ๆ ฝ่ายขายอย่างสนุกสนาน ไม่ใส่ใจเฉินไท่แม้แต่น้อย
พอได้ยินเฉินไท่แนะนำตัว เขาทำหน้าเบื่อหน่าย มองนามบัตรในมือเฉินไท่ ก่อนจะหัวเราะเยาะ
"อะไรนะ? แค่มาเป็นเซลส์ ยังอุตส่าห์พกนามบัตรมาด้วย?
ขนาดฉันเป็นหัวหน้าทีม ยังไม่มีนามบัตรเป็นของตัวเองเลย แล้วนายมาแซงหน้าฉันได้ไง?"
สาว ๆ ฝ่ายขายได้ยินก็กลั้นหัวเราะไม่อยู่ มองเฉินไท่ด้วยสายตาเหมือนดูตัวตลก
"ผะ...ผมแค่คิดว่า มีนามบัตรไว้ เวลาเจอลูกค้าจะได้ดูมีภูมิฐานหน่อย จะได้ปิดดีลง่ายขึ้น..." เฉินไท่ตอบเสียงอ่อย
"ยุคไหนแล้ว! คิดว่ามีแค่บัตรใบนึงแล้วคนจะเชื่อถือเหรอ?
โคตรฮาเลยว่ะ!" หัวหน้าทีมส่ายหัว ไม่อยากเสียเวลากับเฉินไท่แล้ว
"จะยืนทำไม? ไปหาที่นั่งเองสิ
สายตาแบบนี้ จะเป็นเซลส์ได้ยังไง!"
รอยยิ้มบนหน้าของเฉินไท่ค้างทันที
พูดตรง ๆ ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เขาเคยแต่เป็นประธานบริษัทที่คนอื่นต้องเกรงใจ
นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ที่เขาต้องมาคอยรับหน้าเจ้านายแบบนี้!
แต่เฉินไท่ก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
งานนี้กว่าจะหามาได้ ไม่ง่าย
ถ้าวันแรกก็ลาออก คงดูเป็นคนไม่มีความอดทนสิ้นดี
"ไม่เป็นไร เฉินไท่ นายทำได้ แค่ทำยอดให้ได้ เดี๋ยวพวกมันก็ต้องยอมรับเอง!" เฉินไท่ได้แต่ปลอบใจตัวเองในใจ
เขารีบไปหาที่นั่ง พร้อมกับทำตัวเจี๋ยมเจี้ยมสุด ๆ
เล่นเอาหัวหน้าทีมขายยิ่งดูถูก
"อายุปูนนี้แล้ว ทำตัวไม่ต่างจากเด็กจบใหม่
ไม่เข้าใจเลยว่า HR เอานายเข้ามาได้ยังไง"
พูดจบ หัวหน้าทีมก็หันมามองเฉินไท่อีกที พร้อมกับถามด้วยความสงสัย:
"นี่ตกลงบ้านนายมีเส้นสายอะไรหรือเปล่า? HR ถึงกล้ารับนายเข้ามา?"