เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 เรื่องที่เหลือเชื่อ

บทที่ 38 เรื่องที่เหลือเชื่อ

บทที่ 38 เรื่องที่เหลือเชื่อ


เมื่อคิดแล้วก็ลงมือทำ เย่เฟยนำมะเขือเทศไปล้างทำความสะอาดก่อนจะลงมีดหั่นอย่างรวดเร็ว หั่นเสร็จจึงจัดวางลงในชามเซรามิก แล้วจึงเริ่มตอกไข่ไก่

ทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย จากนั้นเย่เฟยจึงเริ่มหยิบเครื่องปรุงเสริมออกมาจากกล่องเก็บของ ทั้งเกลือป่น แป้งมันละลายน้ำ น้ำตาลทราย และเครื่องเทศต่างๆ

สุดท้าย เย่เฟยหยิบน้ำมันดอกกุหลาบสำหรับผัดไข่ออกมา

เมื่อเห็นเย่เฟยใช้น้ำมันดอกกุหลาบอีกครั้ง ทุกคนต่างก็พูดไม่ออก คนรวยนี่มันคนรวยจริงๆ ทำอาหารทีไรต้องใช้น้ำมันดอกกุหลาบทุกที ของพวกนี้มันได้มาฟรีๆ หรือยังไงกัน?

เย่เฟยไม่รับรู้ถึงความคิดของคนดู เขาเตรียมทุกอย่างจนพร้อมสรรว นำกระทะออกมาจากกล่องเก็บของวางลงบนเตาแก๊ส เปิดไฟวอร์มกระทะจนร้อนได้ที่ แล้วจึงเทน้ำมันดอกกุหลาบลงไป

เมื่อน้ำมันละลายและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ลอยเตะจมูก เย่เฟยก็ยกชามไข่ขึ้นมา ตีอีกสองสามครั้งก่อนจะค่อยๆ เทลงในกระทะ

ในวินาทีนั้นเอง เย่เฟยสังเกตเห็นว่าขณะที่เนื้อไข่สัมผัสกับกระทะ ภายในกระทะกลับคล้ายมีแสงสีทองอ่อนๆ ปรากฏขึ้น จากนั้นแสงนั้นก็ล่องลอยออกมาจากขอบกระทะ กระจายตัวออกไปทั่วทุกสารทิศ

เย่เฟยรีบเงยหน้ามองไปรอบๆ แต่ก็ไม่พบสิ่งใด ราวกับว่าภาพเมื่อครู่เป็นเพียงตาฝาดไปเอง

ทว่าเย่เฟยรู้ดีว่านั่นไม่ใช่ภาพลวงตา แต่เป็นสิ่งที่เขาเห็นด้วยตาตัวเองจริงๆ

"หรือว่าทักษะ หอมไกลหมื่นลี้ จะเริ่มทำงานแล้ว?"

เย่เฟยพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเริ่มผัดไข่ต่อไป

ขณะเดียวกัน ภายในคฤหาสน์หรู ชายหนุ่มในชุดภูมิฐานที่กำลังพูดจาเจื้อยแจ้วผ่านไมโครโฟนเพื่อสร้างบรรยากาศในห้องไลฟ์พลันชะงักกึก เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปรอบห้อง

"กลิ่นหอมนี่มัน... ทำไมถึงหอมขนาดนี้? กลิ่นของไข่ไก่ ทำไมผมไม่เคยได้กลิ่นไข่ที่หอมกรุ่นขนาดนี้มาก่อนเลย?"

"กลิ่นไข่นี่มาจากไหน? หรือว่าป้าหวังกำลังทำกับข้าว? แต่ผมบอกป้าเขาแล้วนี่ว่าวันนี้มื้อเที่ยงไม่ต้องทำ เดี๋ยวผมมีนัดกินข้าวข้างนอก"

"แต่นี่มันกลิ่นไข่ชัดๆ แถมยังเป็นกลิ่นไข่ที่หอมที่สุดในโลกเท่าที่เคยได้ยินมา นี่มัน..."

ทันใดนั้น ดวงตาของชายหนุ่มก็เบิกกว้าง เขาพุ่งตัวกลับไปยังหน้าคอมพิวเตอร์ แทบจะมุดหัวเข้าไปในจอมอนิเตอร์ ดวงตาที่กลมโตจ้องเขม็งไปยังเย่เฟยที่กำลังผัดไข่อยู่ในห้องไลฟ์อย่างไม่วางตา

เป็นไปไม่ได้ จะเกิดเรื่องประหลาดแบบนี้ขึ้นได้ยังไง? ถึงผมจะไม่รู้ว่าท่านเทพเย่อยู่ที่ไหน แต่ต่อให้กลิ่นไข่จะหอมแค่ไหน มันก็ไม่มีทางลอยมาไกลขนาดนี้ได้! ตระเวนกินทั่วหล้า คิดในใจ

ในเวลาเดียวกัน ภายในวิลล่าสไตล์ยุโรปที่ตกแต่งอย่างประณีต ชายวัยกลางคนสวมแว่นกรอบทองก็ตกอยู่ในอาการอึ้งกิมกี่ จมูกของเขาขยับฟุดฟิดไม่หยุด ราวกับพวกขี้ยาที่ได้กลิ่นผงขาวก็ไม่ปาน

"เป็นไปได้ยังไง? ทำไมถึงเป็นแบบนี้? หรือว่ากลิ่นไข่ผัดของท่านเทพเย่จะลอยออกมาจากคอมพิวเตอร์ได้จริงๆ? กลิ่นไข่นี่ไม่ใช่กลิ่นไข่ธรรมดาแน่ๆ มันยั่วยวนเกินไปแล้ว"

พูดจบ ชายวัยกลางคนก็ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่

ที่เกาะภูเก็ต น้ำทะเลสีครามเข้มดูเงียบสงบ วันนี้ช่างเป็นวันที่เหมาะแก่การพักผ่อน เรือสำราญลำหรูลำหนึ่งกำลังลอยลำอย่างช้าๆ เหนือผืนน้ำมหาสมุทรอินเดีย

บนดาดฟ้าเรือที่สะอาดสะอ้าน ชายหนุ่มคนหนึ่งนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงอาบแดดอย่างสบายอารมณ์ แขนซ้ายโอบกอดหญิงสาวสะสวยระดับพรีเมียมไว้ ส่วนมือขวาคอยไถหน้าจอแล็ปท็อปบนตักไม่หยุด

ทันใดนั้น ชายหนุ่มก็ผละออกจากหญิงสาวข้างกาย วางโน้ตบุ๊กไว้ด้านข้างแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เดินเท้าเปล่าไปบนดาดฟ้าเรือ สายตาพยายามสอดส่ายมองหาบางอย่างไปรอบๆ

หญิงสาวคนสวยเห็นท่าทางแปลกประหลาดของเขา จึงเอ่ยถามเสียงอ้อน "เซ่อข่าย เป็นอะไรไปคะ?"

ฉินเซ่อข่ายตอบกลับ "เสี่ยวม่าน คุณได้กลิ่นหอมของไข่ผัดบ้างไหม?"

เสี่ยวม่านส่ายหน้าอย่างงุนงง ก่อนจะยิ้มหวานพลางหยอกว่า "อะไรกันคะ? คุณหิวแล้วเหรอ? ก็เพิ่งทานมื้อเที่ยงไปเองไม่ใช่เหรอ?"

ฉินเซ่อข่ายส่ายหัว "ไม่ใช่ ผมไม่ได้หิว แต่ผมได้กลิ่นหอมของไข่ที่หอมอย่างที่ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนจริงๆ ให้ตายสิ บนโลกนี้จะมีกลิ่นไข่ที่หอมรุนแรงขนาดนี้ได้ยังไง ผม..."

เขาอยากจะบอกว่า ผมชักจะหิวขึ้นมาอีกรอบแล้วจริงๆ แต่ยังไม่ทันพูดจบ ดวงตาก็เบิกกว้างจนแทบถลน เขาแทบจะวิ่งพุ่งไปยังคอมพิวเตอร์ คว้าโน้ตบุ๊กขึ้นมาอุ้มไว้ จ้องมองเย่เฟยที่กำลังผัดไข่อยู่ในห้องไลฟ์อย่างใจจดใจจ่อ

"นี่มัน... นี่มันผีหลอกชัดๆ"

ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่ ชายวัยกลางคนปากกว้างนั่งอยู่บนเก้าอี้โซฟาหรูหลังโต๊ะทำงานไม้แดง สายตาจดจ้องไปที่เย่เฟยในจอคอมพิวเตอร์พลางฉีกยิ้มกว้าง

ทันใดนั้นเขาสูดจมูกฟุดฟิด แล้วยืดตัวตรงมองไปรอบห้อง แต่สุดท้ายก็ไม่พบอะไร

เขายกโทรศัพท์ขึ้นมา กดปุ่มที่บันทึกชื่อว่า เลขานุการ 1 แล้วถามออกไปว่า "ซาซ่า ใครมาผัดไข่ในบริษัทน่ะ?"

เสียงหญิงสาวแสนหวานดังมาจากปลายสาย "ท่านประธานคะ ไม่มีนะคะ ตอนนี้เป็นช่วงพักเที่ยง ทุกคนกำลังพักผ่อนกันอยู่ค่ะ"

ชายวัยกลางคนขานรับในลำคอแล้ววางสาย ทว่ามือยังไม่ทันละจากหูโทรศัพท์ ดวงตาก็พลันเบิกโพลน เขาค่อยๆ หันศีรษะกลับไป จนสายตาไปหยุดอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า

ในจอคอมพิวเตอร์ เย่เฟยกำลังผัดไข่อยู่

"เช็ดเข้... เรื่องจริงเหรอเนี่ย? นี่มันจะเกินจริงไปหน่อยไหม?" ชายวัยกลางคนพึมพำกับตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา

ในขณะเดียวกัน เหตุการณ์เช่นนี้กำลังเกิดขึ้นทั่วประเทศ ในวินาทีนี้ มีคนมากกว่าสี่หมื่นคนที่นั่งบื้ออยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ต่างจ้องมองคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ

"ผม... ผมเหมือนจะพิสูจน์ได้ถึงกลิ่นไข่ผัดของท่านเทพเย่เลย" ทันใดนั้น ในห้องไลฟ์ที่เงียบสนิท เสียงที่ราวกับคนละเมอของ ตระเวนกินทั่วหล้า ก็ดังขึ้น

ตามมาด้วยข้อความจาก ข้าคือยอดนักกิน: "นายก็ได้กลิ่นเหมือนกันเหรอ? ฉันนึกว่าฉันคิดไปเองคนเดียวเสียอีก"

ปาเจินอวี้สือ: "กลิ่นหอมนี่ถึงขนาดกลบกลิ่นไอทะเลได้เลยเหรอเนี่ย ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?"

เทาเทีย: "บอกผมทีว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง ไม่อย่างนั้นผมคงเป็นบ้าแน่ๆ"

คนอื่นๆ ต่างก็เริ่มส่งข้อความตามมา เพียงแค่ช่วงเวลาอึดใจเดียว ในห้องไลฟ์ก็มีข้อความพุ่งพรวดขึ้นมาสี่ถึงห้าหมื่นข้อความ จนกล่องแชทแทบจะหยุดทำงานเพราะโหลดไม่ทัน

ขณะที่ทุกคนกำลังจะคลั่งตาย เย่เฟยที่กำลังผัดไข่อยู่ก็ยิ้มแฉ่งออกมา "ไข่ผัดได้ที่แล้วครับ ตักออกมาพักไว้ก่อน... พวกคุณได้กลิ่นหอมกันบ้างไหม?"

คนดู:

"บ้าไปแล้ว! ที่แท้มันคือกลิ่นไข่ผัดของท่านเทพเย่จริงๆ เหรอเนี่ย?"

"สวรรค์! ฉันจะบ้าตาย เป็นแบบนี้ได้ยังไง? ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้? ท่านเทพเย่คุณอยู่ที่ไหน? ทำไมฉันถึงได้กลิ่นไข่ผัดของคุณ?!"

"ฉันด้วย ท่านเทพเย่ คุณคือตาเย่ที่อยู่บ้านข้างๆ ผมหรือเปล่า?"

"อยู่ห่างกันไม่รู้กี่ลี้ แต่กลิ่นหอมยังเตะจมูกได้ขนาดนี้ คุณคือผู้ที่สวรรค์ส่งมาโปรดพวกเราเหล่าสายกิน... ไม่ใช่สิ คุณคือเทพเจ้าแห่งอาหารใช่ไหม?"

"ทีแรกผมคิดว่าท่านเทพเย่แค่เอาวัตถุดิบระดับท็อปมาเป็นจุดขายเพื่อดึงดูดคนดู สร้างกระแสเรียกยอดเปย์เฉยๆ ไม่คิดเลยว่าฝีมือการทำอาหารจะสูงส่งถึงขั้นนี้!"

"ไข่จานนี้มันเย้ายวนใจจริงๆ ทั้งสีทองอร่ามและดูนุ่มนวล เอ๊ะ... เหมือนฉันจะเห็นแสงดาวแวววับพุ่งออกมาจากจานด้วยนะ"

"พรวด! ความเห็นบนพอเถอะ นึกว่าดู ยอดกุ๊กแดนมังกร อยู่หรือไง? นายได้ยินเสียง ติ๊ง ด้วยไหมล่ะ? ฮ่าๆ"

ห้องไลฟ์ทั้งห้องระเบิดอารมณ์อย่างบ้าคลั่ง ไม่มีใครคาดคิดว่าวันนี้เย่เฟยจะโชว์ไม้เด็ดแบบนี้ออกมา ส่งกลิ่นหอมหมื่นลี้ นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ

"สีสันระดับท็อป กลิ่นหอมระดับท็อป นี่คือไข่ผัดระดับโลก ท่านเทพเย่ครับ จัดเรือสำราญไปสองลำ ถือเป็นสินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ!"

มหาเศรษฐี ข้าคือยอดนักกิน ยังคงความเท่และมีเอกลักษณ์เสมอ ความประทับใจทุกอย่างแสดงออกผ่านการเปย์ เขาสะบัดมือเปย์เรือสำราญสุดหรูไปอีกสองลำทันที

ส่วนมหาเศรษฐีตัวจริง ปาเจินอวี้สือ ยิ่งคลั่งกว่าเดิม เขามองเงินเป็นเพียงเศษกระดาษ รัวนิ้วกวาดไอเทมเปย์เรือสำราญสุดหรูออกมาถึงห้าลำรวด ทำเอาทุกคนแทบจะหงายหลัง... บ้าเอ๊ย จะเก๋าเกินไปแล้ว! จะเก๋าเกินไปแล้วโว้ย!

ตระเวนกินทั่วหล้า ก็คำรามออกมาด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน "สำหรับไลฟ์ระดับนี้ในวันนี้ ต่อให้ผมต้องเปย์เรือสำราญสักสองสามลำแล้วมันจะเป็นไรไป!"

พูดจบ เขาก็เปย์เรือสำราญสุดหรูตามไปอีกสองลำ

ส่วนคุณ เทาเทีย ยังคงนิ่งขรึมเหมือนเดิม เขาเปย์เครื่องบินหรูห้าลำไปเงียบๆ ด้วยความตื่นเต้น

คนอื่นๆ ก็พากันคลั่งไปตามๆ กัน ทั้งเครื่องบินหรู รถสปอร์ต รถลีมูซีน รถบ้าน พุ่งออกมานับไม่ถ้วนในพริบตา ส่วนไอเทมเล็กๆ อย่างเสียงปรบมือหรืออมยิ้มนั้นแปะจนเต็มหน้าจอไปหมด

"เช็ดเข้! พอแล้ว... พอได้แล้วพวกนาย! ฉันมองไม่เห็นภาพไลฟ์แล้วว้อย!" ตระเวนกินทั่วหล้า ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

ทุกคน: "พวกเราก็มองไม่เห็นเหมือนกันโว้ยยยย!!!!"

จบบทที่ บทที่ 38 เรื่องที่เหลือเชื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว