เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 ล่าเต๋อมั่วฝ่า

บทที่ 13 ล่าเต๋อมั่วฝ่า

บทที่ 13 ล่าเต๋อมั่วฝ่า


บทที่ 13 ล่าเต๋อมั่วฝ่า

หนึ่งทุ่มตรง ณ ร้านอาหารที่ซูเนี่ยนเนี่ยนเป็นคนเลือก

ไม่ใช่ร้านหรูหราอะไร เป็นร้านอาหารหูหนานใกล้บ้านเขาที่ชื่อว่า "ล่าเต๋อมั่วฝ่า" (เผ็ดบรรลัย)

ตอนที่เขาไปถึง ซูเนี่ยนเนี่ยนนั่งอยู่ตรงโต๊ะริมหน้าต่างแล้ว

หานลู่อีเลื่อนเก้าอี้นั่งลง เงยหน้ามองเธอแวบหนึ่ง

คราวก่อนที่ Bug Café เป็นช่วงบ่าย แสงแดดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามา ซูเนี่ยนเนี่ยนนั่งย้อนแสง ดูสะอาดสะอ้านสดใสเหมือนน้ำอุ่นๆ แก้วหนึ่ง แต่ตอนนี้เป็นตอนกลางคืน แสงไฟสีวอร์มไวต์จากโคมไฟระย้าสาดส่องลงมา โครงคิ้วและดวงตาของเธอดูมีมิติมากกว่าตอนกลางวัน ผมยาวสยายประบ่า เสื้อสเวตเตอร์ถักสีแอปริคอตอ่อนขับให้สร้อยคอเส้นบางตรงไหปลาร้าดูโดดเด่นสะดุดตา เธอให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากตอนกลางวัน

"วันนี้สวยจังนะ" หานลู่อีนั่งลง น้ำเสียงเรียบง่ายเหมือนกำลังชมว่าวันนี้อากาศดี

"...มีวันไหนไม่สวยบ้างล่ะ?"

"ไม่มีหรอก คราวก่อนก็สวยแบบคราวก่อน วันนี้ก็สวยแบบวันนี้"

เขาพูดได้ลื่นไหลมาก ลื่นไหลจนซูเนี่ยนเนี่ยนแยกไม่ออกว่านี่คือคำชมจากใจจริงหรือแค่คนปากหวาน จะรับมุกก็ดูเหมือนอ้อน จะปฏิเสธก็ดูงี่เง่า

"ปากหวานนัก" สุดท้ายเธอก็พูดออกไปแค่สามคำ หันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ปลายหูขึ้นสีแดงระเรื่อนิดๆ แต่ด้วยแสงไฟสลัวๆ จึงมองเห็นไม่ชัดนัก

ตรงหน้าเธอมี MacBook เปิดทิ้งไว้ บนหน้าจอเต็มไปด้วยตารางยิบย่อย

พนักงานเสิร์ฟเดินเข้ามา ซูเนี่ยนเนี่ยนเพิ่งจะหยิบเมนู หานลู่อีก็ชิงพูดขึ้นก่อน

"เอาหัวปลาต้มพริกหยวก เนื้อวัวผัดพริก พริกหยวกย่างซีอิ๊ว แล้วก็มันฝรั่งเส้นผัดเปรี้ยวเผ็ด ข้าวสวยสองถ้วย น้ำบ๊วยอีกหนึ่งเหยือก"

ซูเนี่ยนเนี่ยนมองเขา เมนูในมือชะงักค้างอยู่ครึ่งทาง จะวางก็ไม่วาง จะเปิดก็ไม่เปิด

"...นายสั่งเร็วจัง?"

"บ้านฉันอยู่แถวนี้ มาร้านนี้บ่อยน่ะ" หานลู่อีรับเมนูจากมือเธอส่งคืนให้พนักงานเสิร์ฟอย่างเป็นธรรมชาติ

ระหว่างรออาหาร ซูเนี่ยนเนี่ยนหมุนจอคอมพิวเตอร์มาให้เขาดู

"นายบอกว่ามีไอเดียจะคุย แต่ไม่ยอมสปอยล์ให้ฉันฟัง ฉันก็เลยต้องเดาเอาเอง เกี่ยวกับระบบตรวจสอบโค้ดใช่ไหม ฉันไปศึกษาตลาดมาเรียบร้อยแล้ว" เธอเชิดคางขึ้นนิดๆ "ทักษะพื้นฐานของ PM น่ะ"

บนหน้าจอคือตารางวิเคราะห์คู่แข่ง: ผลิตภัณฑ์สิบเจ็ดตัว แต่ละตัวระบุฟีเจอร์หลัก โครงสร้างทางเทคโนโลยี กลยุทธ์ราคา รีวิวผู้ใช้งาน รอบการระดมทุน คอลัมน์ขวาสุดคือคะแนนที่เธอประเมินเองเต็มห้าคะแนน ตัวที่ได้คะแนนสูงสุดยังได้แค่สามคะแนนเท่านั้น

"เธอทำตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?" หานลู่อีถาม

"หลังจากคุยกับนายคราวที่แล้วก็เริ่มทำเลย ตอนแรกแค่กะจะหาข้อมูลผ่านๆ แต่ยิ่งหาก็ยิ่งเจอเยอะ" ซูเนี่ยนเนี่ยนพูดอย่างสบายๆ ราวกับเป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว

หานลู่อีเหลือบมองเธอ ใต้ตาของเธอมีรอยคอนซีลเลอร์บางๆ ปิดบังร่องรอยการอดนอนไว้

"ตัวที่เธอให้คะแนนสูงสุด ขาดอะไรไป?" เขาชี้ไปที่ตารางแล้วถาม

"เหมือนที่ฉันบอกนายคราวที่แล้วนั่นแหละ มันทำได้แค่การวิเคราะห์เชิงสถิต หาบั๊กเจอ แต่บอกไม่ได้ว่าบั๊กตัวนี้จะส่งผลกระทบอะไรในสถานการณ์การใช้งานจริง สิ่งที่โปรแกรมเมอร์ต้องการไม่ใช่การบอกว่า โค้ดบรรทัดนี้มีปัญหา แต่เป็น โค้ดบรรทัดนี้ถ้ารันขึ้นโปรดักชันไปแล้วมันจะระเบิดตูมตามขนาดไหน"

"งั้น Pain point หลักก็คือ"

"คือ ช่องว่างระหว่างโค้ดกับความเป็นจริง" ซูเนี่ยนเนี่ยนใช้นิ้วเคาะโต๊ะ "คำพูดของนายคราวที่แล้ว ฉันกลับไปคิดอยู่หลายวัน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่านายพูดแทงใจดำสุดๆ"

หัวปลาต้มพริกหยวกยกมาเสิร์ฟแล้ว ควันร้อนฉุย หานลู่อีหยิบตะเกียบกลาง คีบเนื้อส่วนที่นุ่มที่สุดตรงแก้มปลาไปใส่ชามซูเนี่ยนเนี่ยน

"กินก่อนเถอะ เดี๋ยวเย็นแล้วจะคาว"

ซูเนี่ยนเนี่ยนก้มมองเนื้อปลาในชาม ซึ่งล้วนเป็นส่วนที่ดีที่สุดทั้งนั้น

เธอไม่ได้พูดขอบคุณ หยิบตะเกียบขึ้นมากินคำหนึ่ง

"ฉันอยากสร้างทูลขึ้นมาตัวหนึ่ง" เขาพูด "ชื่อก็คิดไว้แล้ว BugKiller"

"BugKiller?" ซูเนี่ยนเนี่ยนทวนคำ เคี้ยวเนื้อปลาพลางขมวดคิ้ว "ชื่อมันกี๊กเกินไป โปรแกรมเมอร์ฟังแล้วอาจจะสะใจ แต่ถ้าจะเอาไปทำตลาดในอนาคตมันขายยาก เอาเป็นโค้ดเนมภายในไปก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวค่อยคิดชื่อทางการทีหลัง"

"มันจะไม่ใช่แค่หาบั๊ก สิ่งที่มันจะทำคือ" หานลู่อีเรียบเรียงคำพูดในหัว "สร้างฐานข้อมูลรูปแบบบั๊ก จัดโครงสร้างคุณลักษณะ เงื่อนไขการเกิด ขอบเขตผลกระทบ และวิธีแก้ไขที่ดีที่สุดของบั๊กแต่ละประเภทให้เป็นระบบ จากนั้นเอาข้อมูลพวกนี้ไปเทรนโมเดล AI ให้ AI เรียนรู้ว่า แค่เห็นโค้ดก็รู้เลยว่าถ้ารันขึ้นโปรดักชันไปแล้วอาจจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้าง"

ซูเนี่ยนเนี่ยนวางตะเกียบลง โน้มตัวมาข้างหน้า

"เดี๋ยวก่อน ฐานข้อมูลรูปแบบบั๊กที่นายพูดถึง ข้อมูลจะมาจากไหน? นี่คือปัญหาสำคัญที่สุดเลยนะ ที่คู่แข่งในตลาดทำไม่สำเร็จ ก็เพราะข้อมูลที่ใช้เทรนมีแค่ตัวโค้ดเพียวๆ ขาดชั้นข้อมูลที่เรียกว่า 'ประสิทธิภาพของโค้ดในสถานการณ์จริง' ไป"

"มาจากฉันนี่แหละ"

ซูเนี่ยนเนี่ยนกะพริบตาปริบๆ

หานลู่อีอธิบาย "หลายปีมานี้ฉันเขียนโค้ดมาเป็นแสนๆ บรรทัด ดีบั๊กให้ระบบมาไม่ต่ำกว่าหลายสิบระบบ ช่วงนี้รับงานฟรีแลนซ์ก็แก้ปัญหาให้โปรเจกต์เป็นร้อยโปรเจกต์ ทุกๆ คุณลักษณะ เงื่อนไขการเกิด และวิธีแก้ไขบั๊ก ฉันบันทึกไว้หมด"

นี่คือเรื่องจริง เพียงแต่เขาละเว้นเรื่องเนตรโค้ดเอาไว้

"ประสบการณ์ส่วนตัวของนายมีค่าแน่นอน แต่กลุ่มตัวอย่างของคนเพียงคนเดียวมันไม่พอนะ" ซูเนี่ยนเนี่ยนขมวดคิ้ว "การเทรน AI ต้องใช้ข้อมูลมหาศาล"

"ใช่ เพราะงั้นก้าวแรกคือการทำ MVP (Minimum Viable Product) ออกมาก่อน ใช้ฐานข้อมูลรูปแบบที่ฉันมีสร้างตัวต้นแบบขึ้นมา เพื่อพิสูจน์ว่าแนวคิดนี้มันเวิร์ก ถ้ามันไปได้สวย ก้าวที่สองค่อยหาทางขยายแหล่งข้อมูล เช่น ดึงบั๊กรีพอร์ตจากคอมมูนิตี้โอเพนซอร์ส ฐานข้อมูลช่องโหว่สาธารณะ หรือข้อมูลถาม-ตอบในเว็บบอร์ดเทคโนโลยี"

"ทำ MVP นำร่องก่อน แล้วค่อยทำ Data Flywheel ทีหลัง" ซูเนี่ยนเนี่ยนสรุปประโยคหนึ่ง

"ใช่"

"แล้วตัว MVP ของนายกะจะใช้เวลาทำนานแค่ไหน?"

"หนึ่งสัปดาห์"

ซูเนี่ยนเนี่ยนกำลังจิบน้ำบ๊วยอยู่ ถึงกับสำลัก

"หนึ่งสัปดาห์? นายเอาจริงดิ?"

"ฉันเริ่มเขียนไปแล้วนะ บ่ายวันนี้เพิ่งวางโครงสร้างฐานข้อมูลรูปแบบบั๊กเสร็จ จัดหมวดหมู่ไว้เรียบร้อยแล้ว ในมุมของอัลกอริทึมฉันมีประสบการณ์ตรงอยู่แล้ว การเทรนโมเดลก็ถนัด หนึ่งสัปดาห์ปั่นตัวต้นแบบออกมาไม่ใช่ปัญหาหรอก"

ซูเนี่ยนเนี่ยนมองเขาอยู่สามวินาที ก่อนจะวางแก้วน้ำบ๊วยลง

"นายรู้ไหมว่าตอนที่ฉันผลักดันโปรเจกต์ตรวจสอบโค้ดด้วย AI ที่บริษัท แค่ช่วงเก็บ Requirement ก็ล่อไปสองเดือนแล้ว"

"นั่นเพราะพวกเธอมีขั้นตอน มีการขออนุมัติ ต้องประสานงานข้ามแผนก แถมยังต้องรอหัวหน้าฟันธงอีก"

ซูเนี่ยนเนี่ยนคิดตาม แล้วก็หัวเราะออกมา "โอเค พ่อคนบ้างาน นายบอกสัปดาห์เดียวก็สัปดาห์เดียว แล้วจะให้ฉันช่วยอะไรล่ะ?"

"การทำ User Research กับเขียน PRD" หานลู่อีพูด "เธอเข้าใจผู้ใช้งานมากกว่าฉัน เธอเป็นคนกำหนดหน้าตาของ BugKiller จัดลำดับความสำคัญของฟีเจอร์หลัก แล้วก็ระบุว่ากลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มแรกคือใคร"

"เรื่องนี้งานถนัดฉันเลย" ซูเนี่ยนเนี่ยนเริ่มรัวคีย์บอร์ดพิมพ์ลงในคอมพิวเตอร์แล้ว

ทั้งสองคนกินไปคุยไป ยิ่งคุยยิ่งลื่นไหล ซูเนี่ยนเนี่ยนมือหนึ่งคีบกับข้าวอีกมือหนึ่งพิมพ์งาน ส่วนหานลู่อีพอพูดถึงเรื่องเชิงเทคนิคก็ติดนิสัยชอบเอาตะเกียบมาชี้ๆ วาดๆ บนโต๊ะ จนโดนเธอตีหลังมือไปทีหนึ่ง "อย่าเอาตะเกียบเคาะโต๊ะสิ ไม่สุภาพนะ"

ตอนที่หัวปลาต้มพริกหยวกใกล้จะหมดชาม บนคอมพิวเตอร์ของซูเนี่ยนเนี่ยนก็มีเอกสาร PRD (Product Requirements Document) ของตัว MVP ฉบับสมบูรณ์แล้ว

หานลู่อีอ่านทบทวนหนึ่งรอบ

"เธอเขียน PRD ได้เคลียร์มาก" เขาชม

"แหงล่ะสิ ขืนเขียน Requirement คลุมเครือมีหวังโดนพวกเดฟด่าเปิงพอดี" ซูเนี่ยนเนี่ยนแค่นเสียงขึ้นจมูก "แถม..."

เธอชะงักไปนิดหนึ่ง น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย

"ไม่ได้เจอเดฟที่คุยกันถูกคอแบบนี้มานานแล้ว ปกติฉันต้องเสียเวลาเป็นสัปดาห์ไปกับการเถียงเรื่อง Requirement กับทีมเดฟที่บริษัท แต่นี่สี่สิบนาทีก็เคลียร์จบแล้ว"

"นั่นก็เพราะเธอเขียนเก่งไง"

ซูเนี่ยนเนี่ยนไม่พูดอะไร ก้มหน้าพับหน้าจอคอมพิวเตอร์ลง

แสงไฟสาดส่องมาจากด้านข้าง ขนตาทอดเงาเล็กๆ ทาบลงบนใบหน้าของเธอ

"อีกหนึ่งสัปดาห์นายเอาตัวต้นแบบมาให้ฉันดูนะ ฉันจะช่วยทำ User Test ให้" เธอบอก

"เธอจะใช้สถานะไหนไปทำ? เธอยังทำงานประจำอยู่นะ"

ซูเนี่ยนเนี่ยนยกแก้วน้ำบ๊วยขึ้นจิบ สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง

"ถือซะว่าช่วยในฐานะเพื่อน" เธอทิ้งช่วงไปสองวินาทีถึงจะพูดต่อ "ยังไงโปรเจกต์ของฉันก็โดนคนอื่นงาบไปแล้ว ว่างๆ ไม่มีอะไรทำอยู่พอดี"

หานลู่อีเรียกเช็กบิล ซูเนี่ยนเนี่ยนแย่งจ่ายแต่ไม่สำเร็จ เธอถลึงตาใส่เขา "คราวหน้าฉันเลี้ยงนะ"

"ได้ รอให้ BugKiller เปิดตัวเมื่อไหร่ เธอค่อยเลี้ยงแล้วกัน"

"ดีล" ซูเนี่ยนเนี่ยนเก็บคอมพิวเตอร์ แล้วหันมามองเขาอีกครั้ง "อ้อ กลับไปก็อย่ากินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกล่ะ หาอะไรใส่ตู้เย็นไว้บ้าง"

"ฉันไปกินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตั้งแต่เมื่อไหร่?"

"ตอนเรียนมหาลัยสี่ปี นายล่อบะหมี่ ใส่ไส้กรอกเป็นมื้อเที่ยงไปซะสามปี อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ"

"...นั่นเพราะขี้เกียจต่างหาก ไม่ใช่เพราะจน"

"แล้วสรุปว่าไง? ตอนนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนนิสัยใช่ไหม"

หานลู่อีอยากจะเถียง แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานมื้อเที่ยงเขาก็กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจริงๆ เลยเงียบไป

ซูเนี่ยนเนี่ยนยิ้มขำ

พอออกจากร้านอาหาร ลมกลางคืนก็พัดมาเย็นเยือก

"เธอกลับยังไง?" หานลู่อีถาม

"เรียกแท็กซี่" ซูเนี่ยนเนี่ยนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเรียกแอป "แล้วนายล่ะ?"

"เดินกลับ สิบห้านาที"

"งั้นนายกลับไปก่อนเลย ไม่ต้องรอฉันหรอก"

"ไม่รีบ" หานลู่อีพิงเสาไฟริมถนน "รอรถเธอมาก่อนแล้วค่อยไป"

ซูเนี่ยนเนี่ยนมองหน้าจอโทรศัพท์ ไม่ได้เงยหน้าขึ้น ลมพัดผมยาวของเธอมาปรกข้างแก้ม เธอเอื้อมมือไปทัดไว้หลังหู

"หานลู่อี"

"หืม?"

เหมือนเธออยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่โทรศัพท์ก็ดังขึ้น รถมาถึงแล้ว

"ไม่มีอะไร" ซูเนี่ยนเนี่ยนเปิดประตูรถ หันกลับมายิ้มให้เขา "กลับไปก็นอนเร็วๆ ด้วย อย่ามัวแต่โต้รุ่งเขียนโค้ดล่ะ"

"รับทราบครับแม่"

"...ไสหัวไปเลย"

ประตูรถปิดลง รถแล่นออกไป

หานลู่อียืนมองไฟท้ายรถจนลับสายตาไปตรงทางแยก ก่อนจะเดินกลับ

เขาเปิดเนตรโค้ดแห่งความเป็นจริง

ทุกสิ่งทุกอย่างริมถนนปรากฏเลเยอร์ข้อมูลซ้อนทับขึ้นมาทันที น็อตฐานถังขยะสาธารณะหลวมไปสองตัว ป้ายร้านสะดวกซื้อมีสีเพี้ยนไปสามพิกเซล ผู้ชายวัยกลางคนที่กำลังวิ่งจ๊อกกิ้งอยู่บนทางเท้าฝั่งตรงข้ามมีรอยสึกที่หมอนรองกระดูกเข่าซ้าย

โลกทั้งใบราวกับถูกลอกคราบ เผยให้เห็นโค้ดที่อัดแน่นยิบยับอยู่เบื้องล่าง

หานลู่อีปิดเนตรโค้ดแห่งความเป็นจริง แล้วก้าวเดินต่อไป

จบบทที่ บทที่ 13 ล่าเต๋อมั่วฝ่า

คัดลอกลิงก์แล้ว