- หน้าแรก
- ฟุตบอล ต้องเล่นแบบฉัน
- บทที่ 26 โชว์ฟอร์มดุจราชัน
บทที่ 26 โชว์ฟอร์มดุจราชัน
บทที่ 26 โชว์ฟอร์มดุจราชัน
บทที่ 26 โชว์ฟอร์มดุจราชัน
ศึก เซเรียดี นัดที่ 34 ณ สนามกีฬาเทศบาลซานเรโม
วันนี้ กองทัพนักข่าวและสื่อมวลชนที่หลั่งไหลเข้ามาทำข่าวในสนามแห่งนี้ ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของสโมสรเลยทีเดียว
แม้แต่งานแถลงข่าวเปิดตัว โซตู เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน ก็ยังไม่ได้รวมดาวสื่อมวลชนระดับท็อปมาแน่นเอี้ยดขนาดนี้
ทั้ง เรียลไทม์ฟุตบอลรีพอร์ต, โรมาสปอร์ตส์, อิตาลีฟุตบอลรีวิว, อิตาลีเนชันแนลสปอร์ตส์เดลี, มิลานสปอร์ตส์, คิกเกอร์... สื่อกีฬายักษ์ใหญ่ระดับประเทศของอิตาลี ต่างตบเท้าส่งเหยี่ยวข่าวมาเกาะติดสถานการณ์กันอย่างพร้อมเพรียง
และแน่นอนว่า พวกเขาก็สอดส่ายสายตาหาตัวละครหลักของงานในโซนที่นั่งวีไอพีบนอัฒจันทร์จนเจออย่างรวดเร็ว
มานิเอโร และ คาร์ไลล์ นั่นเอง!
ทั้งสองคนสวมชุดสูทหล่อเนี้ยบ กำลังนั่งพูดคุยหัวเราะร่วนกันอย่างออกรส
สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือ ข้างกาย คาร์ไลล์ มี ลุยส์ แมวมองระดับซีเนียร์จากแผนกแมวมองของ ม่วงมหากาฬ ฟิออเรนตินา นั่งขนาบข้างมาด้วย
นี่มันยิ่งตอกย้ำให้บทความปั่นกระแสของ ฮานส์ ก่อนหน้านี้ ดูมีน้ำหนักน่าเชื่อถือขึ้นเป็นกองเลยล่ะ
“มานิเอโร นายแน่ใจนะว่าไอ้หนูคนนั้นมันจะรับมือกับแรงกดดันมหาศาลขนาดนี้ไหว?” คาร์ไลล์ ทอดสายตามองลงไปยังนักเตะ ซานเรโม ที่กำลังวอร์มอัพอยู่บนผืนหญ้า สายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับนักเตะผิวเหลืองเจ้าของส่วนสูง 1.81 เมตรคนหนึ่งอย่างจัง
ก็เพราะว่าหมอนั่นกับนักเตะร่างเล็กส่วนสูง 1.72 เมตรอีกคน กำลังยืนอยู่ห่างกันสุดกู่คนละฟากสนาม แล้วก็เอาแต่วางบอลยาวสาดไปสาดมาใส่กันอยู่สองคนน่ะสิ
ลูหยาง กับ โมริช นั่นเอง
และสิ่งที่น่าทึ่งก็คือ ลูกวางยาวของพวกเขาทั้งคู่มันช่างแม่นยำและเสถียรสุด ๆ
เวลาที่ โมริช จ่ายบอลให้ ลูหยาง เขามักจะงัดลีลาทักษะลูกหนังแพรวพราวออกมาโชว์นิด ๆ หน่อย ๆ ก่อนจ่ายเสมอ เป็นการอวดทักษะการเลี้ยงบอลและการควบคุมบอลอันยอดเยี่ยมของเขาให้เป็นที่ประจักษ์
นี่คือการตอกกลับบรรดาข่าวลือและคำขู่สารพัดก่อนเกมของเขา
มีพวกปากดีขู่ว่าจะสั่งสอนให้เขารู้ซึ้งถึงความโหดร้ายของฟุตบอลอาชีพในแมตช์นี้ บางคนก็ขู่กรรโชกเขาตรง ๆ และ โมริช ก็กำลังใช้ทักษะอันเหนือชั้นของเขาตอกกลับพวกนั้นว่า 'ฉันมีปัญญาหลบพวกแกได้สบาย ๆ แน่จริงก็เข้ามาสิวะ!'
ในทำนองเดียวกัน ลูกจ่ายของ ลูหยาง อาจจะไม่ได้มีลีลาสับขาหลอกหรือโชว์สเตปเท้าแพรวพราวก่อนจ่ายเหมือน โมริช แต่ลูกวางยาวของเขากลับแม่นยำราวจับวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่าเขาเป็นแค่มิดฟิลด์ตัวรับจอมกวาดล้าง แถมยังแจ้งเกิดมาจากตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กสายถึกอีกต่างหาก
“ดูเหมือนฉันจะกังวลมากไปเองแฮะ” คาร์ไลล์ หัวเราะเบา ๆ “หมอนี่ตั้งใจจะใช้วิธีนี้ประกาศให้คู่แข่งรู้ว่า เขาก็มีทักษะในการสอดแทรกและปั้นเกมรุกเหมือนกัน เพื่อช่วยแบกรับภาระในเกมรับให้ มานิเอโรน้อย งั้นสิ?”
มานิเอโร คลี่ยิ้มบาง ๆ
ด้วยคำชมออกสื่อของเขาก่อนหน้านี้ ทำให้ตอนนี้ใคร ๆ ก็รู้กันทั่วแล้วว่า สไตล์การเล่นของ โมริช นั้นมีส่วนคล้ายคลึงกับ มานิเอโร ในวัยหนุ่มไม่น้อยเลยทีเดียว
“ทักษะและสไตล์การเล่นของเขาไม่ได้เหมือนกับ มานิเอโร เป๊ะ ๆ ซะทีเดียวหรอกครับ” ลุยส์ แมวมองตาเพชรแห่ง ม่วงมหากาฬ เอ่ยวิเคราะห์ “เซนส์ในการคุมจังหวะเกมของ โมริช ยังเป็นรอง มานิเอโร สมัยวัยรุ่นอยู่หลายขุม แต่เขาเอาความขยันวิ่งพล่านไปทั่วสนามมากลบจุดอ่อนตรงนี้ไว้”
“ทว่า ในเกมระดับสูงที่นักเตะทั้งสองฝั่งมีการเคลื่อนที่และสลับตำแหน่งกันอย่างรวดเร็วและครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้น โอกาสที่เขาจะได้โชว์ของก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย นี่แหละคือเหตุผลหลักที่หลาย ๆ ทีมยังลังเลที่จะลงทุนกับเขา ไม่ใช่แค่เพราะรูปร่างที่บอบบางและส่วนสูงแค่ 1.72 เมตรของเขาหรอกครับ”
มานิเอโร พยักหน้าเห็นด้วย นี่คือจุดที่หลายคนมักจะมองข้ามไปจริง ๆ
ในลีกระดับล่าง จังหวะเกมจะช้ากว่าและการเพรสซิงก็ไม่ได้ดุดันบีบคั้นเท่า การที่คุณสามารถสวมบทบาทเป็นเพลย์เมกเกอร์บัญชาการเกมได้ที่นี่ ก็ไม่ได้การันตีว่าคุณจะยังทำแบบนั้นได้ในลีกระดับท็อป เพราะโอกาสในเกมระดับท็อปนั้นมักจะเกิดขึ้นและจบลงในเสี้ยววินาที และไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถไขว่คว้ามันไว้ได้ทัน
“แต่ทักษะการจ่ายบอลเร็วของ โมริช นี่จัดว่าเด็ดขาดบาดใจเลยนะ! โดยเฉพาะลูกจ่ายฮาล์ฟเทิร์นวอลเลย์ของเขาน่ะ ฉันว่านี่แหละคือทีเด็ดที่ทำให้เขาแตกต่างจากเพลย์เมกเกอร์คนอื่น ๆ” มานิเอโร กล่าวเสริม “สมัยก่อนฉันไม่มีทักษะพวกนี้หรอกนะ และฟุตบอลในยุคของฉันก็ไม่ได้เรียกร้องให้ต้องมีทักษะแบบนี้ด้วย แต่ด้วยจังหวะเกมรุกและเกมรับของฟุตบอลยุคใหม่ที่เร็วขึ้นเรื่อย ๆ ทักษะนี้นี่แหละที่อาจจะกลายมาเป็นอาวุธร้ายแรงที่สุดของเขาในอนาคต”
ลุยส์ ขมวดคิ้ว “ผมเคยเห็นเขาจ่ายบอลสไตล์นั้นมาบ้างเหมือนกันครับ แต่ความแม่นยำยังไม่ค่อยเสถียรเท่าไหร่ เขาคงยังจับจังหวะการจ่ายบอลแบบนั้นไม่ได้เต็มร้อย และ… มันก็ยากที่เพื่อนร่วมทีมจะปรับจังหวะตามลูกจ่ายของเขาได้ทันด้วยครับ มันเร็วเกินไปสำหรับคู่แข่ง และก็เร็วเกินไปสำหรับเพื่อนร่วมทีมของเขาเองด้วย”
มานิเอโร: “เดี๋ยวก็ต้องมีคนปรับจังหวะตามเขาทันเองแหละ ที่ตอนนี้ยังไม่มีใครทำได้ ก็เพราะระดับฝีเท้าโดยรวมของ เซเรียดี มันต่ำเกินไปต่างหากล่ะ”
ลุยส์ พยักหน้ารับ แม้จะไม่ได้เห็นด้วยเต็มร้อย แต่มันก็จุดประกายมุมมองใหม่ ๆ ให้เขาได้ขบคิดต่อ
ท้ายที่สุดแล้ว มานิเอโร ก็คืออดีตเพลย์เมกเกอร์ระดับมันสมองของทั้ง ทีมชาติอิตาลี และ ยูเวนตุส วิสัยทัศน์และการคาดการณ์อนาคตในโลกฟุตบอลของเขาย่อมเฉียบขาดและแม่นยำกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว
“นี่นายจะไม่คอมเมนต์อะไรเกี่ยวกับองค์ชายรัชทายาทของฉันหน่อยเหรอ?” คาร์ไลล์ ดึงบทสนทนากลับมาที่ ลูหยาง ดื้อ ๆ “ลุยส์ นายเป็นคนออกโรงการันตีให้ ม่วงมหากาฬ ทุ่มซื้อตัวฉันกลับมาร่วมทีมในตอนนั้น นายรู้ไส้รู้พุงฉันดีกว่าใคร การที่เบื้องบนส่งนายมาที่นี่พร้อมกับฉัน ก็คงหวังให้นายมาช่วยจับตาดู องค์ชายรัชทายาท คนนี้เป็นพิเศษล่ะสิ”
บทความของ ฮานส์ ปั่นกระแสซะจนฮิตติดลมบนไปแล้ว และ ฟิออเรนตินา เองก็คอยมอนิเตอร์ทุกความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับ คาร์ไลล์ อย่างใกล้ชิด พวกเขาถึงขั้นส่ง ลุยส์ มาประกบติดถึงที่นี่เลยทีเดียว
ทว่า ลุยส์ กลับส่ายหน้า “คาร์ไลล์ เขาไม่ใช่คุณหรอกครับ ผมวิเคราะห์ทักษะและสไตล์การเล่นของเขามาอย่างละเอียดแล้ว นอกจากการที่เขาเคยเล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กเหมือนกับคุณในอดีตแล้ว พวกคุณสองคนไม่มีอะไรเหมือนกันเลยสักนิด”
“แม้แต่ลูกยิงตีนหนักอันเป็นเครื่องหมายการค้าของคุณ มันก็คนละสไตล์กับลูกยิงฮุกลงของเขาอย่างสิ้นเชิง เขาไม่มีทักษะการเลี้ยงบอล การกระชากลากเลื้อย หรือการสลัดหนีตัวประกบแบบที่กองหน้าหรือมิดฟิลด์ควรจะมีเลย ท่า วี-ดราก ของเขาก็เป็นแค่เบสิกการคลึงบอลธรรมดา ๆ พอคู่แข่งจับทางได้ มันก็แทบจะเอาไปใช้หลอกใครไม่ได้แล้วล่ะครับ”
“ทักษะการจับบอลและการจ่ายบอลของเขาอาจจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานก็จริง แต่นักเตะสไตล์นี้ไม่มีทางแจ้งเกิดในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้าได้หรอกครับ!”
“พูดกันตามตรง จากสไตล์การเล่นของเขา แทนที่จะบอกว่าเป็น องค์ชายรัชทายาทแห่งม่วงมหากาฬ ผมว่าเขาดูเหมือน ไอ้คนเถื่อน เวอร์ชันของก๊อปเกรดเอซะมากกว่านะ!”
คาร์ไลล์ ถึงกับสตันท์ไปเลย
องค์ชายรัชทายาทสุดเพอร์เฟกต์ของเขา ไหงกลายร่างเป็นไอ้คนเถื่อนจูเนียร์ไปได้ล่ะเนี่ย?
แต่พอมองไปที่ โซตู ซึ่งกำลังสั่งการอยู่ข้างสนาม ทุกอย่างมันก็ดูจะมีเหตุผลรองรับขึ้นมาทันที
ดูเหมือนว่าการมาเยือนของเขาในครั้งนี้ จะเป็นแค่การมาพบปะสังสรรค์กับเพื่อนเก่าอย่าง มานิเอโร ซะมากกว่า
ส่วนเรื่อง องค์ชายรัชทายาท อะไรนั่น มันก็แค่การปั่นกระแสของสื่อล้วน ๆ
…
ปรี๊ด!
สิ้นเสียงนกหวีดของผู้ตัดสิน ศึก เซเรียดี ระหว่างทีมอันดับห้าอย่าง ซานเรโม เปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมอันดับเจ็ด โปเตนซา ก็เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ!
เริ่มเกมมาได้แค่ 3 นาที โมริช ก็โดนมิดฟิลด์คู่แข่งเสียบสกัดจนร่วงลงไปกองกับพื้นซะแล้ว
จังหวะนั้น โมริช จ่ายบอลออกจากเท้าไปเรียบร้อยแล้วเห็น ๆ แต่คู่แข่งดันอ้างว่า “เบรกไม่อยู่” แล้วก็พุ่งเข้ามาชน โมริช เต็มแรง
มิดฟิลด์หมายเลข 8 ของทีมเยือนขึ้นชื่อเรื่องการตัดเกมอันหนักหน่วงและดุดันอยู่แล้ว
“เฮ้เพื่อน ฉันปล่อยบอลไปตั้งนานแล้วนะเว้ย!” โมริช โวยวายด้วยความหงุดหงิด
จังหวะนี้จงใจเจตนา หรือเป็นแค่อุบัติเหตุ คนที่อยู่ในเหตุการณ์ย่อมรู้ดีที่สุด
“งั้นคราวหน้าก็หัดจ่ายให้มันเร็วกว่านี้หน่อยสิวะ” หมายเลข 8 ของคู่แข่งสวนกลับหน้าตาเฉย ไม่มีแม้แต่คำขอโทษหลุดออกจากปาก
“แกพล่ามอะไรของแกวะ? แน่จริงพูดอีกทีดิ๊!” ลูหยาง ปรี่เข้าไปเอาเรื่องทันที เขาได้เปรียบทั้งเรื่องส่วนสูงและความหนาของร่างกาย เขาเอาอกกระแทกใส่คู่แข่งเต็มแรงจนอีกฝ่ายเซถลาไปเลย
“เฮ้ ๆ ๆ ใจเย็น ๆ กันหน่อยพวกนาย!” ผู้ตัดสินรีบวิ่งเข้ามาห้ามทัพ พร้อมกับเป่าปากตักเตือน ลูหยาง และหมายเลข 8 ของคู่แข่ง
นักเตะทั้งสองฝั่งจึงยอมแยกย้ายกันไป
ผู้บรรยาย ก็เริ่มจับทางบรรยากาศของเกมนี้ได้แล้วว่ามันจะต้องเดือดทะลุปรอทแน่ ๆ
“โอ้ เราจะเห็นได้ว่า โมริช โดนอัดร่วงลงไปอีกแล้วครับ คราวนี้เป็นฝีมือของกัปตันทีม โปเตนซา อย่าง เบอร์เกเซ่ เลยครับ ก่อนเกมหมอนี่เพิ่งจะโชว์คลิปเตะท่อนซุงขาดกระจุยแล้วแท็กหา โมริช มาหมาด ๆ ผมว่านี่มันจงใจข่มขู่กันชัด ๆ เลยนะครับ!”
“ลูหยาง พุ่งเข้าไปเอาเรื่องอีกแล้วครับ นี่เป็นครั้งที่สามแล้วนะเนี่ยที่เขาเข้าไปมีปากเสียงกับนักเตะคู่แข่งในวันนี้ ดูท่าทางเขาจะสนิทกับ โมริช มากจริง ๆ ครับ ถึงได้เดือดดาลแทนซะขนาดนี้”
“ถ้าไม่ได้ ลูหยาง คอยออกโรงปกป้องแบบตาต่อตาฟันต่อฟันล่ะก็ ป่านนี้ โมริช คงโดนสอยร่วงไปนอนนับดาวอีกหลายรอบแล้วล่ะครับ แทคติกของ โปเตนซา ในวันนี้ชัดเจนมาก พวกเขากะจะแช่แข็ง โมริช ให้ตายสนิท และไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องแทคติกในสนามอย่างเดียวซะด้วยสิ”
“เบอร์เกเซ่ รูปร่างหนาและบึกบึนกว่า ลูหยาง เยอะเลยครับ แต่ในจังหวะยื้อยุดฉุดกระชากกันเมื่อกี้ ลูหยาง ไม่มียอมสยบเลยแม้แต่น้อย เขางัดข้อสู้ได้อย่างสูสีเลยทีเดียว!”
“วันนี้ ลูหยาง ทำตัวสมกับเป็นกัปตันทีมยิ่งกว่ารองกัปตันทีมของ ซานเรโม ซะอีกนะครับ! ถึงวันนี้ รอนโด จะไม่ได้ลงสนาม แต่ ลูหยาง ก็ก้าวขึ้นมารับบทบาทผู้นำสายบู๊ คอยปกป้องผลประโยชน์ของ ซานเรโม ได้อย่างไร้ที่ติเลยครับ!”
ช่วง 5 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก
โมริช กำลังลากเลื้อยพาบอลทะลวงขึ้นหน้า
หมายเลข 8 ของ โปเตนซา พุ่งปรี่เข้าหา โมริช เตรียมจะงัดแทคติกตัดฟาวล์มาใช้อีกครั้ง
แต่ ลูหยาง อ่านเกมขาด เขาวิ่งเข้าไปบังไลน์ ขวางทางคู่แข่งไว้ได้ทันท่วงที
โมริช จึงรอดพ้นจากการโดนสอย และได้โอกาสทองฝังเพชร ขอแค่กระชากบอลไปอีกสักสองก้าว เขาก็จะได้จังหวะสับไกยิงโล่ง ๆ แล้ว
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เบอร์เกเซ่ ก็พุ่งสไลด์เสียบสกัดเข้ามาจากด้านหน้าเต็มแรง
โมริช ล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นอย่างน่าหวาดเสียว
ปรี๊ด!
ผู้ตัดสินเป่านกหวีดทันที
จังหวะนี้ฟาวล์ชัดเจน
แต่มันก็เป็นการเสียฟาวล์ที่คุ้มค่าสำหรับคู่แข่ง เพราะลูกฟรีคิกจากระยะนี้แทบจะหวังผลอะไรไม่ได้เลย
แฟนบอลบนอัฒจันทร์ยังไม่ทันจะได้ส่งเสียงโห่ไล่ด้วยซ้ำ เงาร่างหนึ่งก็พุ่งปรี่เข้าไปหา เบอร์เกเซ่ ซะแล้ว
“นี่พวกแกมาเตะบอลหรือมาเตะคนกันแน่ฮะ?!” ลูหยาง ผลักอก เบอร์เกเซ่ เต็มแรงด้วยมือทั้งสองข้าง ส่งผลให้กัปตันทีมร่างยักษ์ของ โปเตนซา ถึงกับหงายหลังล้มตึงลงไปกองกับพื้น
เบอร์เกเซ่ สปริงตัวลุกขึ้นมาทันที แล้วพุ่งเข้าใส่ ลูหยาง อย่างเอาเรื่อง
ทั้งคู่วิ่งเข้าปะทะกัน ใช้มือผลักอกกันไปมาอย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมใครแม้แต่ก้าวเดียว
นักเตะคนอื่น ๆ ของทั้งสองทีมรีบวิ่งเข้ามารุมล้อม บรรยากาศบนสนามตึงเครียดสุดขีด หวิดจะวางมวยกันอยู่รอมร่อ
ผู้ตัดสินชักใบเหลืองแจก ลูหยาง อย่างเด็ดขาด
แต่พอเห็นสายตาอาฆาตมาดร้ายของ ลูหยาง ที่จ้องเขม็งมา เขาก็จำใจต้องควักใบเหลืองแจกให้ เบอร์เกเซ่ ด้วยเหมือนกัน
แต่เหตุผลในการแจกใบเหลืองมันต่างกันนะ
ลูหยาง โดนใบเหลืองข้อหาผลักคู่แข่ง
ส่วน เบอร์เกเซ่ โดนใบเหลืองข้อหาทำฟาวล์รุนแรงใส่ โมริช
ความจริงแล้ว มาตรฐานการตัดสินของกรรมการในแมตช์นี้ค่อนข้างจะปล่อยเกมไหลไปหน่อย ซึ่งมันอาจจะเป็นสไตล์การเป่าของเขาอยู่แล้ว แต่มันก็ยิ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ความตึงเครียดบนสนามปะทุเดือดขึ้นไปอีก
ก่อนหน้านี้ อย่างน้อย ๆ นักเตะ โปเตนซา ควรจะโดนแจกใบเหลืองไปตั้งสองคนแล้ว แต่เขากลับปล่อยผ่านไปดื้อ ๆ
แม้แต่ในจังหวะนี้ ถ้า ลูหยาง ไม่โดนใบเหลืองไปก่อน ผู้ตัดสินก็คงไม่ควักใบเหลืองแจก เบอร์เกเซ่ หรอก นี่มันใบเหลืองประนีประนอมชัด ๆ เขารู้ดีว่าถ้ายังไม่ยอมแจกใบเหลืองเตือนสติฝั่ง โปเตนซา ซะทีล่ะก็ นักเตะ ซานเรโม คงจะไม่ยอมทนอีกต่อไป และอาจจะเกิดเหตุบานปลายได้
พอเห็นสายตากดดันจาก ลูหยาง เห็น โซตู ไอ้คนเถื่อน ยืนโวยวายชี้หน้าด่าอยู่ข้างสนาม และเห็นอารมณ์เดือดดาลของแฟนบอลบนอัฒจันทร์
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวเอง ผู้ตัดสินก็เลยตัดสินใจแจกใบเหลืองเตือนไปฝั่งละใบเพื่อระงับเหตุ
“ผมเคยดูสถิติของ โปเตนซา มาก่อน พวกเขาเป็นทีมที่โดนใบเหลืองใบแดงน้อยมากเลยนะครับ ทั้ง ๆ ที่สไตล์การเล่นของพวกเขามันดุดันและเข้าสกัดหนักหน่วงขนาดนั้น” ลุยส์ เอ่ยขึ้น
“ในลีกระดับล่าง เรื่องพรรค์นี้มันหลีกเลี่ยงไม่ได้หรอก โปเตนซา น่ะขึ้นชื่อว่าเป็น 'ทีมลูกรักกรรมการ' อยู่แล้ว พวกเขามักจะมีปาฏิหาริย์รอดพ้นจากสถานการณ์คับขันในลีกมาได้เสมอ ซึ่งมันก็เอื้อประโยชน์ให้พวกบ่อนพนันฟันกำไรเละเทะไปตามระเบียบ” มานิเอโร พูดแฉออกมาตรง ๆ ไม่อ้อมค้อมเลย
ในแมตช์นี้ ผู้ตัดสินก็ทำตัวเอนเอียงเข้าข้าง โปเตนซา อย่างเห็นได้ชัดจริง ๆ นั่นแหละ
โมริช นอนกลิ้งโอดครวญอยู่บนพื้นไปสองตลบ พอพยุงตัวลุกขึ้นมาได้ เขาก็ยังต้องเอามือกุมข้อเท้าตัวเองไว้แน่น
เขาไม่ได้เจ็บหนักถึงขั้นกระดูกหักหรอก แต่มันก็ปวดเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาต้องมาเผชิญกับการป้องกันสไตล์ "จ้องจะทำลายล้างร่างกาย" จากคู่แข่งแบบนี้
นี่มันไร้สปิริตนักกีฬาสิ้นดี
แต่มันก็เป็นด้านมืดของฟุตบอลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ
จบครึ่งแรก สกอร์ยังตรึงอยู่ที่ 0-0
การป้องกันอันดุดันป่าเถื่อน ทำให้ทั้งสองทีมไม่สามารถปั้นเกมรุกสวย ๆ หรือต่อบอลทำเกมกันได้อย่างถนัดถนี่เลย
ช่วงพักครึ่ง โซตู กำชับ โมริช ให้ระมัดระวังตัวและเซฟตัวเองให้มากขึ้น และสั่งให้ ลูหยาง หาจังหวะสอดขึ้นไปเติมเกมรุกเมื่อสบโอกาส
การที่คู่แข่งพุ่งเป้าไปที่การประกบตาย โมริช ทำให้ ลูหยาง มีพื้นที่ว่างให้วิ่งพล่านไปทั่วสนามได้อย่างอิสระมากขึ้น
ครึ่งหลังเปิดฉากขึ้น
ในนาทีที่ 60 จุดเปลี่ยนของเกมก็มาถึง
โปเตนซา เปิดเกมบุกกดดันอย่างหนักบริเวณหน้ากรอบเขตโทษของ ซานเรโม จนได้ลูกเตะมุมมาลุ้นทำประตู
อย่างไรก็ตาม ลูหยาง ก็สามารถเบียดแย่งโหม่งเคลียร์ลูกเตะมุมนั้นไว้ได้สำเร็จ ก่อนจะตวัดบอลส่งต่อให้ โมริช
โมริช รับบอลปุ๊บ ลูหยาง ก็เริ่มสับตีนแตกสปรินต์ขึ้นหน้าทันที ส่วน วีเดียน ที่อยู่แดนหน้าก็ออกตัววิ่งทะลวงแนวรับคู่แข่งไปแล้วเช่นกัน
โอกาสทองในการสวนกลับเร็วของ ซานเรโม มาถึงแล้ว!
ในขณะเดียวกัน หมายเลข 8 ของ โปเตนซา ก็พุ่งเข้ากระแทก โมริช หวังจะตัดฟาวล์เพื่อหยุดยั้งไม่ให้ โมริช จ่ายบอลทำเกมสวนกลับได้
ทว่า โมริช กลับโชว์ลีลาพลิ้วไหว แปบอลหลบไปให้มิดฟิลด์ฝั่งขวาได้อย่างเหนือชั้น จากนั้น แทนที่จะวิ่งสอดขึ้นหน้า เขากลับดึงจังหวะถอยหลังกลับมาหนึ่งก้าว ทำเอานักเตะ โปเตนซา หลายคนที่พุ่งเข้ามาหวังจะรุมกินโต๊ะเขาถึงกับกะจังหวะพลาด หัวทิ่มหัวตำไปตาม ๆ กัน
มิดฟิลด์ฝั่งขวาแปบอลคืนให้ โมริช และ โมริช ก็ตวัดวางบอลยาวจังหวะเดียว ส่งลูกฟุตบอลพุ่งแหวกอากาศทะลุช่องไปอย่างแม่นยำ
แต่ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง โมริช ก็ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
เพราะ เบอร์เกเซ่ ที่ดันขึ้นมาลุ้นทำประตูจากลูกเตะมุม พุ่งสไลด์เสียบสกัด โมริช จากด้านหลังเต็มแรงในจังหวะที่ โมริช กำลังถอยหลังพอดี
เขาตั้งใจจะสกัดบอลให้พ้นอันตราย
และที่สำคัญกว่านั้น เขาตั้งใจจะเสียบ โมริช ให้ร่วงไปกองกับพื้นเลยต่างหาก
“โอ้ ลูกจ่ายสุดสวย… โมริช โดนสอยร่วงไปแล้วครับ ซึ่งมันส่งผลกระทบต่อทิศทางการจ่ายบอลของเขาเต็ม ๆ!”
“ตอนแรก โมริช กะจะวางบอลยาวไปทางกราบซ้ายให้ วีเดียน สปีดไปรับบอลเพื่อดวลเดี่ยวกับผู้รักษาประตู แต่พอเขาโดน เบอร์เกเซ่ สอยร่วงซะก่อน ทิศทางบอลก็เลยเบี้ยวเข้ามาตรงกลางแทนครับ แต่ผู้ตัดสินยังไม่เป่าหยุดเกมครับ ปล่อยให้ ซานเรโม ได้เปรียบเล่นต่อไป!”
“วีเดียน รู้ตัวว่าวิ่งไปรับบอลไม่ทันแล้ว เขาก็เลยเปลี่ยนแผนจากการสปรินต์ขึ้นหน้า เป็นการฉีกออกไปทางริมเส้นแทน เพื่อดึงตัวประกบตามไปด้วย เพราะตรงกลางสนามยังมีนักเตะ ซานเรโม อีกคนที่น่าจะวิ่งไปเก็บบอลลูกนี้ได้”
“สปีดการสปรินต์ของ ลูหยาง นี่มันนรกแตกจริง ๆ ครับ ทำไมเขาถึงวิ่งได้เร็วขนาดนี้เนี่ย? เขากระชากแซงกองหลังคู่แข่งไปแล้วครับ ตอนนี้ด่านสุดท้ายที่ขวางหน้าเขามีแค่เซ็นเตอร์แบ็กของ โปเตนซา คนเดียวเท่านั้น”
“เซ็นเตอร์แบ็กของ โปเตนซา ถอยร่นไปดักรออยู่แล้วครับ ลูหยาง กับเขาวิ่งตีคู่เบียดปะทะกันไปตลอดทาง ถ้าเป็นกองหน้าทั่วไป ป่านนี้คงโดนเซ็นเตอร์แบ็กเบียดจนเสียหลักไปแล้ว แต่ ลูหยาง ไม่มียุบเลยครับ เขาไม่ได้มีดีแค่ความเร็ว แต่ร่างกายเขายังแข็งแกร่งดั่งหินผาอีกต่างหาก!”
“เก็บบอลได้แล้วครับ ลูหยาง เอาบอลลงพื้นได้สำเร็จ แต่เซ็นเตอร์แบ็กคู่แข่งก็ยังตามตื๊อไม่เลิก เขาจะเอายังไงต่อดีครับเนี่ย? จ่ายให้ วีเดียน เหรอ? แต่ วีเดียน ก็ฉีกออกไปริมเส้นซะไกลลิบเลย ส่วนเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ ก็ยังเติมเกมขึ้นมาไม่ทัน โดยเฉพาะ โมริช ที่ยังนอนตัวงอเป็นกุ้งอยู่บนพื้น การเสียบสกัดของ เบอร์เกเซ่ เมื่อกี้มันป่าเถื่อนมากครับ จบจังหวะบุกนี้เมื่อไหร่ ผู้ตัดสินน่าจะควักใบเหลืองที่สองไล่เขาตะเพิดออกจากสนามแน่ ๆ!”
ตรงบริเวณหัวกะโหลกหน้ากรอบเขตโทษ ลูหยาง เก็บบอลไว้ได้ แต่ก็ยังต้องยื้อยุดฉุดกระชากกับเซ็นเตอร์แบ็กคู่แข่งอย่างเอาเป็นเอาตาย
“เขาทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะจังหวะนี้” ลุยส์ วิเคราะห์สถานการณ์จากบนอัฒจันทร์ “ถ้าเป็นคุณนะ คาร์ไลล์ คุณคงตะบันเต็มข้อไปแล้วล่ะ และคุณก็มีทีเด็ดในการสับไกยิงทั้ง ๆ ที่โดนเบียดประกบติดแบบนั้นด้วย นั่นมันท่าไม้ตายของคุณเลยนี่นา”
“ถ้าหมอนั่นอยากจะเป็นทายาทสืบทอดบัลลังก์ของคุณ อยากจะเป็น องค์ชายรัชทายาทแห่งม่วงมหากาฬ ล่ะก็ วินาทีนี้เขาต้องง้างเท้าตะบันลูกยิงจรวดทางเรียบ ส่งลูกฟุตบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายให้ได้สิวะ!”
ลุยส์ คือแมวมองระดับพระกาฬ เขารู้ไส้รู้พุงทักษะและสไตล์การเล่นของนักเตะเป็นอย่างดี
คาร์ไลล์ น่ะเก่งกาจระดับนั้นจริง ๆ
แต่ก็มีแค่ คาร์ไลล์ เท่านั้นแหละที่เก่งกาจระดับนั้น ที่สามารถสับไกยิงประตูอันทรงพลังได้อย่างสบาย ๆ ทั้ง ๆ ที่กำลังโดนเซ็นเตอร์แบ็กคู่แข่งเบียดกระแทกอยู่น่ะ
ถ้าเป็นกองหน้าดาด ๆ ทั่วไป แค่จะง้างเท้ายิงยังทำไม่ได้เลย คงโดนคู่แข่งเบียดจนเสียหลักล้มกลิ้งไปก่อนแล้ว
“เขายิงแน่ เพราะตอนนี้เขากำลังเดือดสุด ๆ” มานิเอโร พูดแทรกขึ้นมา
วินาทีต่อมา
ปั่ก!
ลูหยาง ซึ่งกำลังเบียดบังเซ็นเตอร์แบ็กคู่แข่งอยู่ อาศัยจังหวะชุลมุนตรงหัวกะโหลกหน้ากรอบเขตโทษ ง้างเท้าตะบันเต็มข้อทันที
เซ็นเตอร์แบ็กคู่แข่งพยายามจะพุ่งเข้ามาบล็อก แต่เขากลับพบว่าตัวเองไม่สามารถผลัก ลูหยาง ให้ขยับเขยื้อนได้เลยแม้แต่น้อย
ความแข็งแกร่งในการเบียดปะทะของไอ้หมอนี่มันเหนือมนุษย์มนาไปแล้ว!
วินาทีต่อมา ลูกฟุตบอลก็พุ่งแหวกอากาศเป็นเส้นทแยงมุมเชิดขึ้น เสียบตาข่ายไปอย่างงดงาม
ตอนที่ลอยอยู่กลางอากาศ ลูกบอลอยู่สูงจากพื้นแค่ 1.2 ถึง 1.3 เมตรเท่านั้น แต่พอพุ่งเข้ากรอบประตู มันกลับพุ่งไปเสียบใต้คานอย่างจัง
ระหว่างที่ลอยแหวกอากาศ ลูกบอลเชิดหัวสูงขึ้นเกือบ 1 เมตรเลยทีเดียว
นี่คือลูกยิงใบไม้ร่วงสุดอลังการ!
และผู้รักษาประตูของ โปเตนซา ก็กะจังหวะพลาดไปอย่างสิ้นเชิง เขาถึงกับทิ้งตัวคุกเข่าลงไปรอรับบอลซะด้วยซ้ำ
เห็นได้ชัดว่าเขาคิดว่า ลูหยาง มีทีเด็ดแค่ลูกยิงฮุกลงเท่านั้น
เมื่อเทียบกับทักษะความแม่นยำของลูกยิงฮุกลงแล้ว ลูกยิงใบไม้ร่วงนี่มันบ่งบอกถึงพลังทำลายล้างที่ดิบเถื่อนกว่าเยอะ!
“โกอออออล!”
ทั้งสนามระเบิดเสียงเฮดังกึกก้องกัมปนาทในพริบตา!
และ ลุยส์ ก็นั่งตัวแข็งทื่อเป็นรูปปั้นไปแล้ว
เพราะท่วงท่าและวิถีการยิงประตูของ ลูหยาง เมื่อกี้นี้มัน… ถอดแบบ ราชาแห่งม่วงมหากาฬ มาเป๊ะ ๆ เลยนี่หว่า!
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═