เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 เขาเตะฟุตบอลให้กลายเป็นลูกบาส

บทที่ 24 เขาเตะฟุตบอลให้กลายเป็นลูกบาส

บทที่ 24 เขาเตะฟุตบอลให้กลายเป็นลูกบาส


บทที่ 24 เขาเตะฟุตบอลให้กลายเป็นลูกบาส

การแข่งขันเหลือเวลาอีกเพียงยี่สิบนาที

นักเตะของปาแลร์โมโหมบุกอย่างบ้าคลั่ง

วันนี้พวกเขาคุมเกมได้ทั้งหมด แต่กลับต้องมาเป็นฝ่ายตามหลัง

พวกเขาไม่มีทางยอมรับผลการแข่งขันแบบนี้ได้หรอก

ยิ่งไปกว่านั้น... วันนี้ควรจะเป็นวันที่พวกเขาก้าวขึ้นไปรั้งจ่าฝูงของลีกต่างหาก!

ขอแค่ชนะแมตช์นี้ พวกเขาก็จะได้เป็นจ่าฝูงแล้ว

แล้วทำไมพวกเขาถึงต้องแพ้ด้วยล่ะ?

ปัง!

ลูกยิงเต็มข้อของคู่แข่งถูกร่างของลูหยางบล็อกไว้ บอลแฉลบลอยโด่งขึ้นไปในอากาศ

ปรี๊ด!

จังหวะบุกอันตรายของนักเตะปาแลร์โมถูกโมริชตัดฟาวล์สกัดไว้ได้ โมริชรับใบเหลืองไปตามระเบียบ

ปรี๊ด!

ช่องโหว่ชั้นดีอีกช่องของนักเตะปาแลร์โมถูกลูหยางพุ่งเสียบสกัดทิ้งไป ลูหยางรับใบเหลืองไปอีกคน

ปรี๊ด!

วีเดียนก็ถอยลงมาช่วยเกมรับในแดนกลาง และรับใบเหลืองไปเช่นกัน

แผงหลังของซานเรโมกำลังจะต้านไม่ไหวแล้ว

แต่ความพยายามของพวกเขาก็เป็นผล

จนกระทั่งถึงนาทีที่ 82 ของการแข่งขัน ซานเรโมก็ยังคงไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว

ส่วนปาแลร์โมที่เริ่มร้อนรน ก็สูญเสียความเยือกเย็นไปจนหมดสิ้น

ปัง!

ลูหยางเข้าสกัดแย่งบอลมาได้อย่างดุดันและขาวสะอาด คู่แข่งคาดไม่ถึงเลยว่าลูหยางที่มีใบเหลืองติดตัวอยู่ จะยังกล้าเข้าสกัดแบบนี้อีก

แต่ประสบการณ์ในการเล่นเกมรับของลูหยางบอกเขาว่า เขาจะไม่ทำฟาวล์แน่นอน

'กำแพงเหล็กไหล' คือสกิลที่ช่วยยกระดับความสามารถในการเล่นเกมรับของเขาแบบก้าวกระโดด ทำให้เขาสามารถเข้าสกัด ตัดบอล สไลด์เสียบสกัด โหม่งสกัด และเตะสกัดได้อย่างแม่นยำ

วันนี้เขากลายเป็นกำแพงเหล็กไหลจริง ๆ

แม้แต่ผู้บรรยายก็ยังอึ้งกับเกมรับของลูหยาง: "พระเจ้าช่วย ผมต้องตาฝาดไปแน่ ๆ วันนี้ลูหยางไม่เพียงแต่จะยิงจุดโทษปาเนนก้าสุดสวยไปแล้ว แต่สถิติเกมรับของเขากลับเหลือเชื่อยิ่งกว่าซะอีก"

"เขาคุมเกมไว้ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด! เขาเปลี่ยนเกมฟุตบอลให้กลายเป็นเกมบาสเกตบอลไปแล้ว!"

"จนถึงตอนนี้ ลูหยางเข้าสกัดไปแล้ว 11 ครั้ง ตัดบอล 10 ครั้ง และโหม่งสกัดสำเร็จอีก 15 ครั้งตลอดทั้งเกม เขาคือ 'กำแพงเหล็กไหล' ชัด ๆ!"

"สถิติแบบนี้ต่อให้เป็นในเกมบาสเกตบอลก็ยังหาดูได้ยากเลยครับ! จบแมตช์นี้ สถิติการเข้าสกัดของลูหยางจะพุ่งขึ้นไปติดท็อปทรีของเซเรียดี และสถิติการตัดบอลของเขาก็จะขึ้นไปรั้งอันดับสองของเซเรียดีเลยทีเดียว!"

"เขาไม่ใช่เซ็นเตอร์แบ็ก แต่ในแมตช์นี้ เขาเล่นได้ดีกว่าเซ็นเตอร์แบ็กซะอีก!"

สองนาทีต่อมา

ปัง!

เซ็นเตอร์แบ็กก้านยาวของซานเรโมกะจังหวะพลาด ปล่อยให้กองหน้าของปาแลร์โมกระชากหลุดเข้าไปหาจังหวะสับไกยิงสวย ๆ ได้

เขาตะบันเต็มข้อ

ในจังหวะชี้เป็นชี้ตาย นาจี เซ็นเตอร์แบ็กตัวสำรองของซานเรโมพุ่งตัวไปทางขวา ใช้หัวโหม่งสกัดบอลไว้ได้หวุดหวิด

ลูกบอลลอยโด่งขึ้นไปในอากาศ

ส่วนนาจีก็นอนเจ็บอยู่บนพื้น

สามวินาทีต่อมา ลูหยางก็เอาชนะการดวลลูกกลางอากาศครั้งที่ 16 ในแมตช์นี้ โหม่งชงไปให้วีเดียนที่วิ่งลงมาซ้อน

จากนั้นเขาก็สับตีนแตกสปรินต์ขึ้นหน้าทันที!

นักเตะคู่แข่งดันขึ้นมาอยู่ในแดนของซานเรโมกันหมดแล้ว ตอนนี้ซานเรโมได้บอล พวกเขาสามารถสวนกลับเร็วได้แล้ว!

วีเดียนแปบอลคืนหลังให้โมริช

โมริชงัดท่าไม้ตายที่บางทีก็เวิร์ก บางทีก็ไม่เวิร์ก ออกมาใช้อีกครั้ง

เขาหันหลังให้แดนของปาแลร์โม หันหน้าเข้าหาลูกบอลที่วิ่งเข้ามาหาตัว แล้วง้างเท้ายิงจังหวะเดียวแบบไม่จับ พร้อมกับหมุนตัวตวัดเตะ!

ลูกยิงจรวดทางเรียบสุดสปีด!

ลูกบอลพุ่งทะยานขึ้นฟ้าทันที ลอยละลิ่วพุ่งตรงไปยังแดนของปาแลร์โม

กองหลังของปาแลร์โมรีบสับตีนแตกวิ่งหน้าตั้งกลับไปรับมือ

ทว่า มีเงาร่างสีแดงสลับขาวพุ่งทะยานแซงหน้าพวกเขาไปราวกับสายฟ้าแลบ

"ลูหยางนั่นเอง! พระเจ้าช่วย!"

"ทำไมเขาถึงสปีดเร็วนรกแตกขนาดนี้!"

"กองหลังของปาแลร์โมวิ่งตามลูหยางไม่ทันเลยครับ ลูหยางหลุดเดี่ยวไปแล้ว! จังหวะซัดประตูแบบไม่ต้องจับดวลเดี่ยวกับผู้รักษาประตู!"

"นาทีที่ 85 แล้ว ลูหยางยังสปรินต์ได้เร็วขนาดนี้ สปีดความเร็วของเขาถูกทุกคนประเมินต่ำไปจริง ๆ!"

"ความเร็วระดับนี้อาจจะยังสู้พวกวีเดียนกับอาร์โนลด์ไม่ได้ แต่มันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกตัวจี๊ดในเซเรียดีทั่ว ๆ ไปเลยนะครับ!"

"โดยเฉพาะหลังจากที่ลูหยางเร่งสปีด เขาก็วิ่งแซงนักเตะไปถึงสามคน! นี่มันก๊อปปี้ฉากที่วีเดียนเรียกจุดโทษไปก่อนหน้านี้มาชัด ๆ!"

"ปาแลร์โมในวันนี้ พวกเขากำลังจะตายเพราะความเร็วซะแล้ว!"

"ผู้รักษาประตูของปาแลร์โมออกมาไกลมากครับ ตำแหน่งของเขาดันขึ้นมาสูงเกินไป จังหวะนี้การออกมาตัดบอลน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการถอยกลับไปตั้งรับนะครับ"

"ทั้งสองฝั่งอยู่ใกล้บอลพอ ๆ กัน แต่ลูหยางอยู่ใกล้กว่านิดหน่อย! แต่ลูหยางไม่มีเวลาแต่งบอลหรอกครับ ถึงเขาจะเอาบอลลงได้ เขาก็ต้องโดนผู้รักษาประตูคู่แข่งพุ่งตะครุบอยู่ดี!"

"ถ้าเป็นศูนย์หน้าระดับท็อป อาจจะมีวิธีจัดการกับจังหวะนี้ได้หลายรูปแบบ เผลอ ๆ อาจจะเรียกฟาวล์จากผู้รักษาประตูคู่แข่งได้ด้วยซ้ำ แต่ลูหยางไม่มีทักษะการเลี้ยงบอลระดับนั้นแน่ ๆ"

"อย่าว่าแต่เลี้ยงบอลเลย แค่จะเอาบอลลูกนี้ลงพื้นให้เนียน ๆ ยังยากเลยครับ"

ผู้บรรยายวิเคราะห์ได้เฉียบขาด การตัดสินใจออกมาตัดบอลอย่างทันท่วงทีของผู้รักษาประตูคู่แข่ง น่าจะช่วยป้องกันการเสียประตูที่จะเป็นการปิดกล่องเกมนี้ไปได้

ในทางทฤษฎี ปาแลร์โมยังมีเวลาเหลือพอที่จะเปิดเกมสวนกลับ

อย่างไรก็ตาม…

ลูหยางยื่นเท้าขวาออกไป ลูกบอลตกลงบนหลังเท้าของเขาพอดิบพอดี โดยไม่มีการกระดอนขึ้นมาเลยแม้แต่น้อยตั้งแต่ต้นจนจบ

จนกระทั่ง…

ลูหยางใช้หลังเท้างัดบอลให้ลอยขึ้นมาอีกครั้ง

ซัดจังหวะเดียวแบบไม่จับ!

และมันก็คือ…

ลูกยิงชิพสไตล์ปาเนนก้า!

ผู้รักษาประตูคู่แข่งที่เตรียมจะย่อตัวลงเพื่อป้องกันไม่ให้ลูหยางสับไกยิง กลับต้องหน้าเหวอเมื่อเห็นลูกบอลลอยข้ามหัวไป

เขาพยายามเอื้อมมือสุดแขน ห่างจากลูกบอลไม่ถึงสิบเซนติเมตร แต่ก็ไร้ผล

ลูกบอลลอยข้ามหัวเขาไปราวกับสายรุ้ง

ก่อนจะม้วนตัวเสียบตาข่ายอย่างงดงาม

ซานเรโมนำห่าง 2-0!

เหลือเวลาอีกเพียงห้านาทีเท่านั้น!

"โกอออออล! โกอออออล! โกอออออล!"

"ประตู! ลูหยางซัดประตูได้อีกแล้ว!"

"ลูกยิงชิพปาเนนก้าสุดเหนือชั้นเปี่ยมจินตนาการ!"

"ปาเนนก้าอีกแล้ว ปาเนนก้าอีกแล้ว!"

"เขาเป็นนักเตะที่ใจเด็ดจริง ๆ!"

"เท้าขวาของเขาราวกับหลุมดำ ดูดซับแรงกระแทกของลูกบอลไว้ได้อย่างไร้ที่ติ ไม่มีแม้แต่รอยกระเพื่อม ลูกยิงชิพจังหวะเดียวที่ตามมา ด้วยมุมที่โค้งเว้าและพิสดารสุด ๆ แทบจะจำลองฉากการยิงจุดโทษของเขาก่อนหน้านี้มาเป๊ะ ๆ เลยครับ"

"ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง! นี่คือประกายแห่งอัจฉริยะที่สงวนไว้สำหรับยอดอัจฉริยะเท่านั้น!"

ผู้รักษาประตูของปาแลร์โมยืนตัวแข็งทื่อ สีหน้าซีดเผือด

ในแมตช์นี้ เขาเผชิญหน้ากับลูกยิงตรงกรอบแค่สามครั้งเท่านั้น

และลูกยิงของวีเดียนก็หลุดกรอบออกไปดื้อ ๆ เขาเลยไม่ต้องออกแรงเซฟด้วยซ้ำ

นั่นหมายความว่า เขาต้องออกแรงเซฟแค่สองครั้ง แต่ลูหยางกลับใช้ลูกยิงชิพปาเนนก้าแบบเดียวกันซัดผ่านมือเขาไปได้ถึงสองประตู

เขา…

หมดเวลาแล้ว

หลังจากซานเรโมฉลองประตูกันเสร็จ เกมก็เหลือเวลาการแข่งขันอีกแค่สามนาที บวกกับช่วงทดเวลาบาดเจ็บอีกสามนาที

หกนาทีมันน้อยเกินไปที่ปาแลร์โมจะเจาะตาข่ายซานเรโมได้ถึงสองครั้ง ก็ขนาดก่อนหน้านี้แปดสิบนาที พวกเขายังเจาะไม่เข้าสักลูกเลยนี่นา

ลูหยาง ผู้ซึ่งเป็นคนเปลี่ยนสกอร์และปลิดชีพเกมนี้ เดินหน้าอัปเดตสถิติของตัวเองต่อไปในช่วงหกนาทีที่เหลือ

พร้อมกับเสียงนกหวีดสามปรี๊ดของผู้ตัดสิน

สถิติของลูหยางก็ถูกสรุปออกมา

โหม่งสกัดสำเร็จยี่สิบครั้งตลอดทั้งเกม

เข้าสกัดสิบสามครั้ง

ตัดบอลสิบสี่ครั้ง

เคลียร์บอลห้าครั้ง

ทำสองประตู

เขาทำทริปเปิล-ดับเบิลสุดโหดได้สำเร็จ!

สถิติแบบนี้ต่อให้เป็นบาสเกตบอลก็ยังถือว่าสุดยอดเลย นับประสาอะไรกับฟุตบอลล่ะ!

หลังจบแมตช์ ลูหยางที่เหมาคนเดียวสองประตู คว้ารางวัล แมนออฟเดอะแมตช์ ไปครองอย่างไร้ข้อกังขา

เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

นักข่าว: "ทำไมคุณถึงรับหน้าที่สังหารจุดโทษลูกนั้นล่ะครับ? เรารู้ดีว่าคุณไม่ใช่มือสังหารจุดโทษของทีม เทคนิคการยิงของคุณก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร และ… แมตช์นี้ก็สำคัญมากซะด้วย"

ลูหยาง: "ต้องมีใครสักคนยืดอกรับความกดดันนั้นไว้ โดยเฉพาะในเวลาที่เพื่อนร่วมทีมฟอร์มตกน่ะครับ"

นักข่าว: "ทำไมคุณถึงเลือกยิงจุดโทษแบบปาเนนก้าล่ะครับ? คุณกลัวว่าลูกยิงของคุณจะถูกเซฟได้งั้นเหรอ?"

ลูหยาง: "สัญชาตญาณมันบอกน่ะครับ ก็เลยยิงไปแบบนั้น ผลลัพธ์ของการยิงทุกรูปแบบมันก็คาดเดาไม่ได้ทั้งนั้นแหละครับ"

นักข่าว: "แสดงว่าคุณวัดดวงงั้นสิ? คุณใช้จุดโทษสำคัญขนาดนั้นมาโชว์ออฟ โดยไม่สนเลยว่าถ้าพลาดขึ้นมา ผลเสียที่จะเกิดกับทีมมันจะร้ายแรงแค่ไหน?"

ลูหยาง: "ผมไม่ชอบคำถามของคุณเลยครับ ผมก็เพิ่งบอกไปไงว่าผลลัพธ์ของการยิงทุกรูปแบบมันคาดเดาไม่ได้ทั้งนั้น ไม่มีใครหรอกครับที่ไม่แคร์ผลประโยชน์ของทีม และอีกอย่าง… ผมก็ยิงเข้าด้วย"

นักข่าว: "โอเคครับ งั้นเรามาคุยเรื่องลูกยิงชิพปาเนนก้าอีกลูกของคุณกันดีกว่า ความจริงแล้วในจังหวะนั้นคุณมีทางเลือกอื่นตั้งเยอะ การตัดสินใจยิงแบบบ้าระห่ำแบบนั้น ถ้ามันไม่ข้ามหัวผู้รักษาประตูเข้าไปล่ะก็..."

ลูหยาง: "แต่มันก็ข้ามไปแล้วนี่ครับ คุณเป็นนักข่าวสายปาแลร์โมใช่ไหมเนี่ย? ผมเข้าใจความรู้สึกที่คุณต้องพลาดโอกาสขึ้นจ่าฝูงนะครับ แต่ได้โปรดอย่าทึกทักเอาเองว่าพวกเราสมควรเป็นฝ่ายแพ้ ตอนนี้ ซานเรโม ของพวกเราตามหลังอันดับสามแค่สองแต้มเท่านั้นเองนะเว้ย!"

"ถ้าเรามีโอกาสเลื่อนชั้นอัตโนมัติ แล้วเราจะไปเหนื่อยเตะเพลย์ออฟทำไมล่ะ? นี่แหละคือความมุ่งมั่นของพวกเรา เข้าใจไหม?!"

คำพูดทิ้งท้ายของลูหยาง เป็นการประกาศจุดยืนอันมุ่งมั่นของซานเรโมให้ทุกคนได้รับรู้

บรรดานักข่าวต่างก็ซุบซิบกันหลังจากลูหยางเดินจากไป: "พวกเขาอยากจะสอดแทรกขึ้นไปติดท็อปทรีงั้นเหรอ?"

"พระเจ้าช่วย ซานเรโมมีลุ้นจริง ๆ ด้วย! พวกเขามี 63 แต้ม ในขณะที่บิสเชเลอันดับสอง และฟรังคาวิลลาอันดับสาม มี 65 แต้มเท่ากัน แค่แมตช์เดียวก็พลิกสถานการณ์ได้แล้ว!"

"ไอ้เด็กจองหองเอ๊ย! ปาแลร์โมยังมีแต้มนำพวกเขาอยู่ที่ 64 แต้มนะเว้ย!"

"ขนาดคาตาเนียยังมีตั้ง 60 แต้มเลย ถ้าคาตาเนียทำแต้มไล่จี้ขึ้นมาล่ะก็ วัดกันที่เฮดทูเฮดกับลูกได้เสีย คาตาเนียก็ยังมีสิทธิ์แซงซานเรโมได้อยู่นะเว้ย!"

ทุกคนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา

พวกเขายังไม่ตระหนักเลยว่า ความจริงแล้วซานเรโมตามหลังจ่าฝูงแค่สี่แต้มเท่านั้นเอง

ในห้านัดที่เหลือ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแหละ ช่องว่างแค่สี่แต้ม ทำไมจะแซงไม่ได้ล่ะ?

เซเรียดีไม่ได้คึกคักแบบนี้มานานมากแล้ว

ฤดูกาลนี้ ทีมตกชั้นต่างก็ถูกตัดสินชะตากรรมกันไปตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว เหลือโควตาหนีตายเฮือกสุดท้ายอีกแค่ที่เดียวเท่านั้น

ทว่า การขับเคี่ยวแย่งตั๋วเลื่อนชั้นกลับดุเดือดเลือดพล่าน ยังไม่มีอะไรการันตีได้เลยสักอย่าง

ขนาดตูร์ริสที่รั้งจ่าฝูงอยู่ตอนนี้ ก็ยังรับประกันไม่ได้เลยว่าจะจบฤดูกาลด้วยการติดท็อปไฟฟ์หรือเปล่า

ในทำนองเดียวกัน ไม่ใช่แค่คะแนนของท็อปซิกซ์เท่านั้นที่สูสีเบียดบี้กันมาติด ๆ แต่ สโมสรฟุตบอลโปเตนซา ทีมอันดับเจ็ด ในทางทฤษฎีแล้ว พวกเขาก็ยังมีลุ้นสอดแทรกขึ้นมาติดท็อปไฟฟ์ได้เหมือนกัน

แต่เงื่อนไขก็คือ ตั้งแต่นัดหน้าเป็นต้นไป พวกเขาห้ามแพ้ใครเลยแม้แต่แมตช์เดียว และสะดุดเสมอได้แค่แมตช์เดียวเท่านั้น

นี่เป็นภารกิจที่โคตรจะหินเลยล่ะ

แต่เบอร์เกเซ่ กัปตันทีมของโปเตนซา เชื่อมั่นว่าพวกเขาสามารถทำได้

และเพื่อเป็นการพิสูจน์ เขาได้โพสต์คลิปวิดีโอของตัวเองลงโซเชียลมีเดีย

มันไม่ใช่คลิปโชว์ทักษะฟุตบอลอะไรหรอก แต่เป็นคลิปที่เขากำลังเตะท่อนซุงต่างหาก

ในคลิปนั้น เบอร์เกเซ่ใช้หน้าแข้งเตะอัดลำต้นไม้ขนาดเท่าท่อนแขนซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุดก็เตะท่อนไม้หักกระจุยไปถึงสองท่อนติด ๆ กัน ซึ่งมันทำให้เขาดูน่าเกรงขามดุดันสุด ๆ

ในขณะเดียวกัน เขาก็จงใจแท็กชื่อโมริช สตาร์ดังของซานเรโมในโพสต์นั้นด้วย

ก็เพราะว่าคู่แข่งในนัดต่อไปของโปเตนซา ก็คือซานเรโมนี่แหละ ซานเรโมที่กำลังฟอร์มร้อนแรงฉุดไม่อยู่ เดินหน้ากวาดชัยในลีกมา 7 นัดรวดแล้ว!

นี่มันการข่มขู่กันชัด ๆ

ถึงจะไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่เบอร์เกเซ่กะจะพุ่งเป้าไปที่การประกบโมริชในแมตช์หน้าแน่ ๆ และเขาอาจจะงัดแทคติกสกปรกสารพัดรูปแบบมาใช้ ใช้วิธีการที่อาจจะส่งผลต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของโมริชเพื่อเปลี่ยนผลการแข่งขันให้จงได้

นี่มันขัดกับสปิริตนักกีฬาของการแข่งขันกีฬาทุกชนิดอย่างสิ้นเชิง

แต่มันก็เป็นเรื่องที่เห็นได้ดาษดื่นในลีกระดับล่างนั่นแหละ

เหตุผลแรกก็คือ กฎระเบียบในลีกระดับล่างมันไม่ได้เข้มงวดรัดกุมพอ

เหตุผลที่สองก็คือ ลีกระดับล่างจ่ายค่าเหนื่อยน้อยนิด ต่อให้ทำเรื่องบัดซบเลวร้ายแค่ไหน อย่างมากก็แค่เลิกเตะบอลไปหาอย่างอื่นทำก็แค่นั้น

เหตุผลที่สามก็คือ บ่อนพนันสามารถแทรกแซงและล็อกผลการแข่งขันพวกนี้ได้ง่ายกว่า

ในแมตช์ระดับท็อป มันมีปัจจัยตัวแปรที่ชี้ขาดผลแพ้ชนะเยอะเกินไป แค่นักเตะตัวสำรองของทีมใหญ่ถูกส่งลงมา ก็อาจจะพลิกโมเมนตัมของเกมได้ในพริบตา สำหรับพวกที่เรียกตัวเองว่ามาเฟียบ่อนพนัน การจะเข้าไปคอนโทรลแมตช์ระดับนั้นมันยากเกินความสามารถไปหน่อย อาจจะไม่ถึงกับเป็นไปไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วมันก็ยากเอาเรื่องอยู่นะ

ส่วนลีกระดับล่างน่ะเหรอ ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจอยู่แล้ว จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ไม่มีใครสนหรอก

ดังนั้น ผีพนันรุ่นเก๋าจึงไม่ค่อยกล้ามาแหยมกับลีกระดับล่างนัก เพราะขืนแทงมั่ว ๆ มีหวังหมดตูดแหง ๆ มันเป็นแค่ทุ่งสังหารไว้รอเชือดหมูชัด ๆ

เมื่อเห็นสถานการณ์แบบนี้ ลูหยางจึงตัดสินใจต่อสายตรงหาฮานส์ทันที

"ว่าไง ลู มีอะไรให้ฉันรับใช้เหรอ?" ฮานส์คอยเกาะติดสถานการณ์ความเคลื่อนไหวในเซเรียดีอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว

"มีไอ้บ้าคนนึงมันขู่เพื่อนร่วมทีมฉันในแมตช์หน้าว่ะ มันกะจะเตะขาโมริชให้หักเลย" ลูหยางกำลังเดือดปุด ๆ

"แล้ว..." ฮานส์รอฟังคำสั่ง

"ฉันอยากให้แมตช์หน้าเป็นที่จับตามองเยอะ ๆ เอาให้ดังกระฉ่อนทะลุเพดานเซเรียดีไปเลยยิ่งดี!" ลูหยางประกาศกร้าว

ฮานส์นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับว่า: "ฉันต้องการจุดขายว่ะ จุดขายที่ดึงดูดแฟนบอลจากลีกระดับอื่นให้หันมาสนใจได้ เอาเป็นแบบนี้ดีกว่า... คืนนี้เรามาเปิดวิดีโอคอนเฟอเรนซ์คุยกัน มานิเอโร อัลซาส โซตู เอาให้ครบแก๊งไปเลย"

ลูหยางคิดทบทวนดู: "ตกลง"

หลังจากวางสาย ลูหยางก็โทรหาโซตูต่อ

"มีอะไรเหรอลูหยาง?" โซตูแอบแปลกใจนิดหน่อย ลูหยางไม่ใช่พวกชอบอยู่นิ่ง ๆ ก็จริง แต่เขาก็ไม่เคยสร้างเรื่องปวดหัวนอกสนามให้โซตูเลย วัน ๆ เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการซ้อม

นี่ขนาดโมริชยังเคยมาฟ้องสตาฟฟ์โค้ชเลยนะว่า ลูหยางเพิ่งจะปฏิเสธคำชวนไปเดตของโซเฟียมาหมาด ๆ เพราะเขาจัดลำดับความสำคัญได้ว่าช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลนี้ อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

พระเจ้าช่วยกล้วยทอด บ้าไปแล้ว

นั่นโซเฟียเชียวนะโว้ย!

"พวกเราอาจจะกำลังเจองานเข้าแล้วครับบอส" น้ำเสียงของลูหยางฟังดูเครียด ๆ

"แกหมายถึงเบอร์เกเซ่จากโปเตนซาใช่ไหมล่ะ?" โซตูในฐานะโค้ชมืออาชีพ เขาก็หูตาไวและตามข่าวสารพวกนี้อยู่ตลอดอยู่แล้ว

"หมอนั่นแหละครับ แต่มันไม่ได้มีแค่นั้นหรอกนะ" ลูหยางพูดกระชับได้ใจความ

โซตูถึงกับสะดุ้ง

ประโยคหลังนี่มันเหนือความคาดหมายของเขาไปหน่อย แต่เขาก็ตั้งสติและวิเคราะห์ตามได้อย่างรวดเร็ว

ถ้าโปเตนซากล้าเล่นสกปรกหมายหัวนักเตะตัวหลักของซานเรโมได้ ทำไมทีมอื่นจะทำบ้างไม่ได้ล่ะ?

ผลงานอันร้อนแรงของซานเรโมในตอนนี้ มันมาจากความทุ่มเทและหยาดเหงื่อแรงกายของนักเตะทุกคนในทีมที่ขาดใครไปไม่ได้เลย

แต่มันก็ต้องมีคีย์แมนสักคนที่เข้ามาพลิกโฉมหน้าของทีมอยู่ดี

รอนโดน่ะเหรอ ไม่ต้องไปนับรวมเขาหรอก ขานั้นต่อให้ไม่มีใครไปตั้งใจเตะ เขาก็เจ็บออด ๆ แอด ๆ ของเขาอยู่แล้ว แมตช์ก่อนหน้านี้เขารู้สึกไม่ค่อยดี โซตูก็เลยถอดเขาออกไปพัก ผลตรวจร่างกายก็ไม่ได้มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่หมอก็ยังแนะนำให้รอนโดพักซะหนึ่งนัดอยู่ดี

วีเดียนน่ะเหรอ พูดตรง ๆ เลยนะ ในฐานะตัวจบสกอร์เบอร์หนึ่งของซานเรโม ถ้าเขาโดนเตะจนเจ็บหนัก ซานเรโมก็คงเสียหายยับเยินเหมือนกัน

แต่วีเดียนก็เริ่มไปเตะตาทีมในเซเรียบีหลายทีมแล้ว ถ้าใครหน้าไหนกล้าไปเล่นตุกติกกับเขาตอนนี้ล่ะก็ มีหวังได้โดนแฟนบอลทั้งประเทศรุมประณามยันโคตรเหง้าศักราชแน่ ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ซานเรโมก็คงไม่ยอมความง่าย ๆ และต้องเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างถึงที่สุดภายใต้แรงกดดันจากสื่อมวลชน และจะมีลีกระดับล่างสักกี่ลีกกันเชียวที่กล้าเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับการถูกตรวจสอบแบบนี้?

โดยเฉพาะทีมอย่างโปเตนซา ที่อุดมไปด้วยพวกนักเลงหัวไม้และอันธพาลลูกหนังเต็มทีม

ขอแค่ทางการลงดาบสั่งสอบสวน อย่างน้อย ๆ ก็ต้องมีนักเตะตัวหลักของพวกเขา 4 คนโดนแบนห้ามลงสนามไปพักใหญ่ ๆ เลยล่ะ

ทีนี้ก็เหลือแค่ลูหยางกับโมริชแล้ว

มองในมุมของการขับเคลื่อนทีม ถึงแม้สถิติของลูหยางจะดูหรูหราอลังการกว่าโมริช แต่โมริชต่างหากที่เป็นมันสมองตัวจริงของทีม!

ลูหยางเปรียบเสมือนหน่วยรบพิเศษ ที่พร้อมจะบุกตะลุยเดี่ยวเข้าไปในถ้ำเสือ สวมบทบาทซูเปอร์ฮีโร่ลอบสังหารเด็ดหัวแม่ทัพศัตรู

ส่วนโมริชคือแม่ทัพใหญ่ ที่สามารถรวบรวมไพร่พลธรรมดา ๆ และปลุกปั้นให้พวกเขาลุกขึ้นมาสู้รบปรบมือกับศัตรูได้

การขาดหายไปของคนหลัง จะทำให้ระบบทีมของซานเรโมเป็นอัมพาตไปในพริบตา

มองในอีกมุมหนึ่ง

มุมของความง่ายในการลงมือจัดการ

สูง 1.81 เมตร ขึ้นชื่อเรื่องเกมรับสุดหิน แกร่งปานหินผาในการเบียดปะทะ สไตล์การเล่นดุดันและบ้าดีเดือดสุด ๆ

กับอีกคน สูง 1.72 เมตร ท่าทางดูติ๋ม ๆ รังแกง่าย เล่นสไตล์มิดฟิลด์ตัวรุกปั้นเกม เน้นใช้สมองมากกว่ากำลัง

คุณคิดว่าใครจะจัดการง่ายกว่ากันล่ะ?

คำขู่ฟ่อ ๆ ของเบอร์เกเซ่มันโคตรจะไร้จรรยาบรรณเลยล่ะ

แต่ถ้าซานเรโมไม่ตอบโต้อย่างแข็งกร้าว ในแมตช์ต่อ ๆ ไปก็คงมีเบอร์เกเซ่โคลนนิ่งโผล่มาอีกเพียบแน่ ๆ!

นี่แหละคือจุดจบที่น่ากลัวที่สุด

ไอ้คนเถื่อนอย่างเขา มีหรือจะไม่รู้ซึ้งถึงผลลัพธ์ของการถูกพวกอันธพาลลูกหนังหมายหัว?

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล

═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 24 เขาเตะฟุตบอลให้กลายเป็นลูกบาส

คัดลอกลิงก์แล้ว