- หน้าแรก
- ราชันย์ยุทธจักรขาพิการ
- บทที่ 27 แก๊งสามพยัคฆ์มาเยือน!
บทที่ 27 แก๊งสามพยัคฆ์มาเยือน!
บทที่ 27 แก๊งสามพยัคฆ์มาเยือน!
บทที่ 27 แก๊งสามพยัคฆ์มาเยือน!
ทางตะวันออกของเมือง ที่โรงครัวของตระกูลหวัง
สาวใช้หลายคนกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมอาหารเย็นของตระกูลหวัง
ตระกูลหวังถือว่าเป็นตระกูลใหญ่
ดังนั้นจึงต้องมีเตรียมอาหารสำหรับคนกว่าร้อยคน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
แม่ครัว "หลี่โผวผอ" เคยได้รับใช้คุณชายของตระกูลเมื่อหลายปีก่อน
แม้ว่าหน้าตาจะไม่สวยนัก แต่เนื่องจากเธอทำอาหารได้อร่อยจึงถูกให้มาทำหน้าที่อยู่ในโรงครัว
เธอจึงได้กลายเป็นคนดูแลโรงครัว
โรงครัวแห่งนี้ดูเหมือนจะยุ่งวุ่นวายทั้งวันและสกปรกอีกด้วย
แต่ที่นี่เป็นตำแหน่งที่ทำเงินได้ดี
ในตอนนี้ หลี่โผวผอกำลังถือไม้เรียวเพื่อเร่งให้คนงานทำงาน
"เร็วๆเข้า ทำงานให้มันคล่องแคล่วหน่อย วันนี้นายท่านได้เชิญแขกคนสำคัญมา ถ้าใครขี้เกียจข้าจะไม่ใจดีด้วยเป็นอันขาด!"
หลี่โผวผอถือไม้เรียวและเดินไปมาพร้อมกับด่าทอไปทั่ว
ถ้าสาวใช้หรือคนงานคนไหนทำงานช้า เธอก็จะไม่ลังเลที่จะใช้ไม้เรียวฟาดลงไป ซึ่งมันทำให้สาวใช้และคนงานเจ็บปวดอย่างมาก
สายตาของหลี่โผวผอเหลือบไปเห็น
เธอเห็นร่าง "กำยำ" อยู่ห่างไปไม่ไกล
หลี่โผวผอขมวดคิ้วและเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว
"เพี๊ยะ"
หลี่โผวผอฟาดไม้เรียวลงไปที่มือของซื่อเหลียน
"ซื่อเหลียน ตัวเจ้าใหญ่ขนาดนี้แต่กลับทำงานช้าจริง!"
"มาทำงานที่ตระกูลหวังของข้า น่ะไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกนะ!"
"ดูช่วงนี้เจ้าเองก็อ้วนขึ้นด้วย สงสัยคงแอบกินของในโรงครัวอีกแล้วสิท่า!"
ซื่อเหลียนลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อเธอยืนขึ้น ร่างของเธอจึงสูงกว่าหลี่โผวผอเกือบครึ่งตัว
เธอมองลงมาและจ้องหลี่โผวผอเขม็ง
หลี่โผวผอรู้สึกหวาดกลัวในใจ
จริงๆแล้วเธอค่อนข้างกลัวซื่อเหลียน แต่เธอกลับเกลียดซื่อเหลียนมากกว่า
เพราะครั้งที่แล้ว ซื่อเหลียนเผลอพูดเรื่องการจัดซื้อของในโรงครัวออกไป
ผลตรวจสอบของหัวหน้าคนใช้ทำให้แม่เฒ่าหลี่ต้องควักเงินส่วนตัวออกมารับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น
ซึ่งมันไม่ใช่จำนวนเงินที่เล็กน้อยเลยทีเดียว
ถึงแม้จะเป็นความผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจของซื่อเหลียน แต่แม่เฒ่าหลี่ก็ผูกใจเจ็บกับซื่อเหลียนตั้งแต่นั้นมาและคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งเธออยู่เสมอ
"เจ้ากล้าหือกับข้าอีกงั้นรึ?!" แม่เฒ่าหลี่ตวาดเสียงดังลั่น
ซื่อเหลียนโกรธจนแทบกระอักเลือดแต่ก็ยังคงตั้งสติได้
ดังนั้นเธอจึงย่อตัวลงอีกครั้งและจุ่มมือลงในน้ำเย็นจัดเพื่อรีบล้างจานอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้เป็นช่วงฤดูหนาว
อากาศหนาวเหน็บจนมีน้ำแข็งเกาะอยู่ข้างนอก
มือของซื่อเหลียนเป็นโรคผิวหนังจากความเย็นจนบวมแดงราวกับขาหมู
นอกจากนี้ยังมีแผลแตกที่น่ากลัวซึ่งนี่เป็นการกลั่นแกล้งของแม่เฒ่าหลี่ที่มอบหมายงานที่หนักและสกปรกที่สุดให้ซื่อเหลียนทำ
"หึ"
"เป็นแค่ทาสก็หัดรู้จักที่ต่ำที่สูงของตัวเองซะบ้าง"
"ถ้าวันนี้ล้างจานไม่เสร็จเจ้าก็ไม่ต้องกินข้าว!"
ซื่อเหลียนไม่พูดอะไรและทำได้แค่ล้างจานต่อไปอย่างเงียบๆ
เมื่อเห็นซื่อเหลียนนิ่งเงียบไป แม่เฒ่าหลี่จึงพอใจและเดินตรวจตราห้องครัวต่อไปอย่างสบายอารมณ์
มือของซื่อเหลียนนั้นเย็นจนชาไปหมดแล้ว นอกจากนี้ยังมีเลือดไหลออกมาจากแผลที่แตกด้วย
หลังจากนั้น ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด...
ซื่อเหลียนเหนื่อยจนแทบจะเป็นลมล้มพับลงไป
ในที่สุดเธอก็ล้างจานจนเสร็จ
แต่เมื่อเธอกำลังจะไปกินข้าว เธอก็ได้ยินว่าอาหารของเธอถูกแม่เฒ่าหลี่เททิ้งไปแล้วดังนั้นวันนี้จึงไม่มีข้าวสำหรับเธอ
ซื่อเหลียนโกรธมากจนแทบจะทุบกำแพง
"อีแก่หลี่! สักวันข้าจะต้องฆ่าแกให้ได้!"
ซื่อเหลียนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ
"โครกกก"
แต่ตอนนี้ซื่อเหลียนหิวมาก เธอจะต้องหาอะไรกินให้ได้ มิฉะนั้นเธอคงจะผ่านคืนนี้ไปอย่างทรมานแสนสาหัส
ทันใดนั้น ซื่อเหลียนก็เห็นเงาตะคุ่มๆอยู่ใต้ต้นไม้ด้านนอกห้องครัว
"ใครน่ะ?"
ซื่อเหลียนคว้าไม้มาถือไว้ในมือทันทีพร้อมกับระวังตัว
"ซื่อเหลียน ข้าเอง ข้าเอง"
ชายคนหนึ่งผอมแห้งแรงน้อยคนหนึ่งสวมเสื้อผ้าเก่าๆเดินออกมาจากใต้ต้นไม้ ชายคนนั้นถือปิ่นโตพร้อมกับใบหน้าที่มีรอยยิ้มเขินอายเล็กน้อย
"โจวหยวน นี่เจ้ามาทำอะไรที่นี่น่ะ?"
ซื่อเหลียนขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้มีทัศนคติที่ดีต่อโจวหยวน
"ข้าทำงานอยู่ในห้องครัวและรู้ว่าแม่เฒ่าหลี่นั่นกลั่นแกล้งเจ้าไม่ให้เจ้ากินข้าว"
"ข้าเลยเอามานี่ให้เจ้า"
"รับไปสิ"
โจวหยวนยื่นปิ่นโตให้
ซื่อเหลียนเปิดปิ่นโตด้วยความสงสัย
ข้างในนั้นมีข้าวอยู่จริงๆ
แต่เธอก็รู้สถานะของโจวหยวนดีเช่นกัน
โจวหยวนนั้นไม่ใช่คนรับใช้ของตระกูลหวัง แต่เป็นแค่คนงานรับจ้างรายวัน ซึ่งจริงๆแล้วมีสถานะต่ำกว่าคนรับใช้อีก
เพราะคนรับใช้อย่างน้อยก็ยังไม่ต้องอดอยาก แต่การเป็นคนงานรับจ้างนั้นไม่เหมือนกัน
ถ้าไม่มีงานก็ต้องอดกินข้าว
แล้วโจวหยวนจะมีเงินไปซื้อข้าวมากินได้ยังไง?
และดูเหมือนว่าข้าวในปิ่นโตก็ยังไม่มีการแกะกินมาก่อน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นข้าวจากโรงครัว
"นี่เป็นข้าวที่โรงครัวให้เจ้าไม่ใช่รึ นี่เจ้ายังไม่ได้กินอีกรึไง?" ซื่อเหลียนถาม
โจวหยวนเกาหัว เขามองซื่อเหลียนด้วยสายตาอ่อนโยนก่อนจะยิ้มแล้วพูดว่า "ข้ากลับไปก็ยังมีกิน เจ้าเอาไปกินก่อนเถอะ อีกอย่างเจ้าน่ะกินจุ ถ้าเจ้าไม่กินข้าวเจ้าอยู่ไม่ได้หรอก"
โจวหยวนตัวเล็กและผอม ถ้าซื่อเหลียนยืนขึ้นก็สูงกว่าโจวหยวนเป็นสองเท่าแล้ว
เมื่อเห็นซื่อเหลียนเดินเข้ามา โจวหยวนจึงไม่กล้าเข้าใกล้และรีบถอยหลังไป
"เจ้าทึ่ม"
ซื่อเหลียนส่ายหัว
เรื่องแค่นี้ทำไมเธอจะไม่รู้?
ตั้งแต่ที่โจวหยวนได้เจอเธอ เขาก็คอยมาตีสนิทอยู่เสมอ
นอกจากนี้สายตาที่โจวหยวนมองเธอก็ไม่เหมือนเดิม แต่เนื่องจากโจวหยวนเป็นแค่คนร่างผอมคนหนึ่ง ซื่อเหลียนจึงไม่ค่อยสนใจใยดีเขาสักเท่าไหร่
แต่ตอนนี้ ความห่วงใยของโจวหยวนก็เริ่มทำให้ซื่อเหลียนรู้สึกดีใจอยู่บ้าง
"เจ้าทึ่ม มานี่สิ"
ซื่อเหลียนกวักมือเรียก
โจวหยวนลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็เดินเข้าไปหาเธอ
ซื่อเหลียนคว้าตัวโจวหยวนไว้
โจวหยวนตกใจมากและพยายามดิ้นรน แต่ก็เขาไม่สามารถหลุดไปจากมือของซื่อเหลียนได้
"อย่าขยับ ข้ามีเรื่องจะให้เจ้าช่วย"
"ยายแก่บ้านั่นคอยจับตาดูข้าตลอด ข้าเลยออกไปไหนไม่ได้"
"ข้ามีของบางอย่างที่อยากให้เจ้าเอาไปให้ที่บ้านข้า เจ้าช่วยเอามันไปให้กับน้องสาวหรือน้องชายของข้าก็ได้ที"
ซื่อเหลียนค้นหาของในห้องครัวอยู่พักหนึ่งก่อนจะหยิบผ้าขาดๆออกมา
ข้างในมีขนมบางอย่างซึ่งเป็นขนมที่คนอื่นกินเหลือหรือตกอยู่บนพื้น
แม้จะดูสกปรกแต่ซื่อเหลียนก็เก็บสะสมไว้ เพราะช่วงอากาศหนาวขนมจะไม่เน่าเสียง่าย
ปกติเธอจะเอาขนมพวกนี้กลับไปที่บ้านเอง แต่ช่วงนี้เธอออกไปข้างนอกไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงต้องฝากให้โจวหยวนเอาไปให้น้องทั้งสองคนแทน
นอกจากนี้โจวหยวนก็เป็นคนงานรับจ้างรายวัน ดังนั้นเขาจึงสามารถออกจากตระกูลหวังไปได้
"ซื่อเหลียน ไว้ใจข้าได้เลย ข้าจะเอามันไปส่งให้ถึงบ้านของตระกูลซื่อแน่นอน"
โจวหยวนพูดพลางตบหน้าอก
เขาไม่ได้ถามว่าทำไมซื่อเหลียนถึงหิวแต่ไม่กินขนมพวกนี้
เขาเองก็มีครอบครัว ดังนั้นเขาจึงเข้าใจความคิดของซื่อเหลียนดี
ถ้าหากตัวเองยังไม่อดตาย ก็ต้องเก็บอาหารไว้ให้ครอบครัวกิน
"ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปเถอะ"
โจวหยวนรับขนมไป
เขาดูลังเลเล็กน้อย เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็วางปิ่นปักผมอันเก่าๆลงบนพื้น
"ซื่อเหลียน นี่เป็นปิ่นปักผมที่แม่ของข้าทิ้งไว้ให้ ข้า...ข้ามอบให้เจ้า"
เมื่อโจวหยวนพูดจบเขาก็วิ่งหนีไป
ขณะที่ซื่อเหลียนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง โจวหยวนก็หายตัวไปแล้ว
"เจ้านี่มันทึ่มจริงๆ..."
ซื่อเหลียนสบถออกมาเบาๆและมองปิ่นปักผมที่วางอยู่บนพื้น
ไม่รู้ว่าทำไม แต่หัวใจของซื่อเหลียนกลับรู้สึกเหมือนถูกสะกิดเบาๆ
หลังจากนั้นเธอก็หยิบปิ่นปักผมขึ้นมาแล้วกำไว้แน่นในมือโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเป็นเวลานาน
...
โจวหยวนถือขนมและวิ่งไปที่บ้านตระกูลซื่ออย่างรวดเร็ว
ไม่นานหลังจากนั้น โจวหยวนก็เห็นบ้านของตระกูลซื่อ
เขานั้นแอบชอบซื่อเหลียนมานานแล้ว แน่นอนว่าบ้านของซื่อเหลียนเขาเองก็ "สืบ" มาจนรู้เช่นนั้น
เพียงแต่เขาไม่กล้าไปที่บ้านของเธอเพราะเขารู้ว่าซื่อเหลียนมีน้องสาวคนหนึ่งที่อยู่บ้านตลอด
เมื่อโจวหยวนกำลังจะไปเคาะประตู ทันใดนั้น เขาก็เห็นชายฉกรรจ์หลายคนกำลังเดินไปทางบ้านตระกูลซื่ออด้วยท่าทางดุร้าย จนทำให้เขาตกใจมาก
การแต่งกายของคนกลุ่มนี้ โจวหยวนจำได้ทันทีว่านี่คือคนของแก๊งสามพยัคฆ์!
แต่ทำไมคนของแก๊งสามพยัคฆ์ถึงต้องมาที่นี่ด้วย?
นอกจากนี้ ดูเหมือนพวกเขาจะกำลังมุ่งหน้าไปที่บ้านตระกูลซื่ออีก
โจวหยวนรู้สึกกลัวมากจนต้องรีบหลบเข้าไปในมุมมืดมุมหนึ่งบนถนน…