- หน้าแรก
- สลับวิวาห์ภรรยาทหารยุค มิติลับของนางเอกถูกกวาดจนเกลี้ยง
- บทที่ 23 ฉันไม่เคยเสียเปรียบขนาดนี้มาก่อน!
บทที่ 23 ฉันไม่เคยเสียเปรียบขนาดนี้มาก่อน!
บทที่ 23 ฉันไม่เคยเสียเปรียบขนาดนี้มาก่อน!
บทที่ 23 ฉันไม่เคยเสียเปรียบขนาดนี้มาก่อน!
"พี่คะ พี่ก็รู้ว่าคุณป้าเป็นคนตรงไปตรงมา บางครั้งคำพูดอาจจะรุนแรงไปบ้าง แต่ลึกๆ แล้วท่านเป็นคนจิตใจดีนะคะ พี่ลองถอยออกมาก้าวหนึ่งก่อนดีไหม ขอโทษคุณป้าสักหน่อย ให้สถานการณ์มันคลี่คลายลง แล้วพวกเราค่อยหาเวลามานั่งจับเข่าคุยกันดีๆ เพื่อปรับความเข้าใจกัน"
เมื่อเห็นว่ามีคนออกโรงพูดแทน จ้าวซิ่วหลานจึงถอยไปยืนอยู่ด้านข้าง แล้วจ้องมองฉางเหม่ยลี่อย่างพินิจพิเคราะห์
หล่อนจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้คือคู่หมั้นของลูกชายคนโต แต่ก็เคยได้ยินมาว่าหล่อนมักจะไปอ่อยปัญญาชนจ้าวที่บ้านพักปัญญาชนอยู่เป็นประจำ แล้วตอนนี้ดันมาพูดเข้าข้างหล่อน เด็กนี่กำลังคิดจะทำอะไรกันแน่?
สายตาของจ้าวซิ่วหลานกวาดมองฉางเหม่ยลี่ขึ้นลง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเด็กคนนี้มีทะเบียนบ้านอยู่ในเมือง แม้จะไม่ค่อยพอใจนัก แต่ก็พอจะกล้ำกลืนฝืนรับได้
หากในอนาคตแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้ หล่อนก็แค่ต้องสั่งสอนให้หลาบจำ ลูกสะใภ้เนี่ยนะ ถ้าดื้อดึงนักล่ะก็ โดนทุบตีสักสองสามทีเดี๋ยวก็เชื่องเองนั่นแหละ
ฉางซุ่ยซุ่ยปรายตามองฉางเหม่ยลี่ รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นที่มุมปาก เมื่อได้ยินอีกฝ่ายโยนความผิดทุกอย่างมาให้ตน แววตาของเธอก็เต็มไปด้วยความดูแคลนและเยาะเย้ยยามจ้องมองฉางเหม่ยลี่
ฉางเหม่ยลี่รู้สึกอึดอัดกับสายตาของฉางซุ่ยซุ่ย จึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "พี่คะ ถึงยังไงคุณป้าก็เป็นผู้ใหญ่ พวกเราต้องรู้จักกฎระเบียบและเคารพ..."
ยังไม่ทันที่ฉางเหม่ยลี่จะพูดจบ ฉางซุ่ยซุ่ยก็พุ่งพรวดเข้ามาด้วยความรวดเร็วราวกับเสือดาวตะครุบเหยื่อ แล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของฉางเหม่ยลี่อย่างแรง
เสียงตบหน้าดังฉาดใหญ่ราวกับเสียงฟ้าร้องในฤดูร้อน ทำเอาทุกคนในบริเวณนั้นถึงกับตกตะลึงอ้าปากค้าง
"วันนี้ฉันในฐานะผู้อาวุโสกว่า จะขอสั่งสอนเด็กเมื่อวานซืนอย่างเธอให้รู้ซึ้งเองว่ากฎระเบียบที่แท้จริงมันเป็นยังไง!"
ฉางเหม่ยลี่เซถอยหลังไปตามแรงตบ ใบหน้าของหล่อนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดในพริบตา
ทว่าเพราะมีจ้าวซิ่วหลานยืนอยู่ตรงนั้น หล่อนจึงไม่อาจอาละวาดหรือสร้างความประทับใจแย่ๆ ให้จ้าวซิ่วหลานเห็นได้
หล่อนยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเอง มองฉางซุ่ยซุ่ยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "พี่... พี่กล้าตบฉันเหรอ?"
ฉางซุ่ยซุ่ยกลอกตา "ตบเธอแล้วมันจะทำไม? นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย เธอจะมาทำหน้าตาตื่นตกใจอะไรหนักหนา?"
ฉางเหม่ยลี่ไม่คิดว่าฉางซุ่ยซุ่ยจะยอมรับออกมาดื้อๆ อย่างรวดเร็วขนาดนี้ สีหน้าของหล่อนจึงแทบจะเก็บอาการไม่อยู่
หล่อนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง พยายามระงับความอยากจะด่าทอเอาไว้อย่างสุดความสามารถ แล้วพูดด้วยท่าทีน้อยเนื้อต่ำใจว่า "พี่คะ ถ้าพี่อยากจะรังแกฉัน พี่จะทำตอนไหนก็ได้ แต่พี่เจี้ยนกั๋วเขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยนะ..."
"หยุดเลย! ทีตอนนี้เพิ่งจะมานึกถึงการขอร้องแทนคู่หมั้นของตัวเองงั้นเหรอ? แล้วตอนนั้นทำไมเธอถึงไม่ออกโรงล่ะ? หรือว่ามัวแต่พลอดรักกับพี่หางของเธอจนปลีกตัวมาไม่ได้?" น้ำเสียงเย้าแหย่ของฉางซุ่ยซุ่ยที่เอ่ยออกมาแต่ละคำ เปรียบเสมือนใบมีดน้ำแข็งอันแหลมคมที่กรีดแทงทะลุเกราะป้องกันทางจิตใจของฉางเหม่ยลี่
หล่อนกรีดร้องปฏิเสธลั่นราวกับแมวถูกเหยียบหาง น้ำเสียงแหลมปรี๊ดบาดหู "พี่พูดบ้าอะไรของพี่! ฉันกับจ้าวหางเราบริสุทธิ์ใจต่อกันนะ! อย่ามาปล่อยข่าวลือมั่วซั่วนะ!"
ฉางซุ่ยซุ่ยเหยียดยิ้มหยัน "บริสุทธิ์ใจงั้นเหรอ? บริสุทธิ์ใจซะจนพวกเธอสองคนถูกขังอยู่ด้วยกันในคอกวัวเนี่ยนะ? ช่างเป็นความบริสุทธิ์ใจที่พิเศษไม่เหมือนใครจริงๆ!"
สีหน้าของฉางเหม่ยลี่ยิ่งดูไม่ได้มากขึ้นไปอีก หล่อนชี้หน้าฉางซุ่ยซุ่ยด้วยความโกรธเกรี้ยว อยากจะเถียงกลับแต่ก็จุกจนพูดไม่ออก
หล่อนลอบมองจ้าวซิ่วหลานด้วยความร้อนรนใจ เมื่อเห็นว่าสายตาที่จ้าวซิ่วหลานมองหล่อนเปลี่ยนไปแล้ว หล่อนก็รีบตะโกนเสียงหลง "เลิกเปลี่ยนเรื่องได้แล้ว! เรากำลังพูดถึงเรื่องที่พี่ต้องขอโทษคุณป้านะ! ขอโทษเดี๋ยวนี้เลย!"
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้น รอยยิ้มของฉางซุ่ยซุ่ยก็ยิ่งกว้างขึ้น "แหม นี่โกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงเพราะโดนจี้จุดเหรอจ๊ะ? หรือว่าระหว่างเธอกับจ้าวหางจะเคยมีเรื่องบัดสีบัดเถลิงเกิดขึ้นจริงๆ..."
"ฉางซุ่ยซุ่ย!" ฉางเหม่ยลี่กัดฟันกรอด "สรุปว่าพี่ต้องการอะไรกันแน่?! จะต้องทำยังไงพี่ถึงจะเลิกพูดเรื่องจ้าวหางสักที!"
น้ำเสียงของหล่อนแผ่วเบามาก เบาเสียจนมีแค่พวกเธอสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน
ฉางซุ่ยซุ่ยยักไหล่อย่างไร้เดียงสา พร้อมกับลดระดับเสียงลงให้เท่ากับอีกฝ่าย "ฉันจะไม่พูดถึงเขาก็ได้นะ แต่เธอไม่คิดจะคืนเงินที่ติดหนี้ฉันไว้ก่อนหน้านี้หน่อยเหรอ?"
ฉางเหม่ยลี่ชะงักงัน หล่อนไม่คิดเลยว่าจู่ๆ ฉางซุ่ยซุ่ยจะเรียกร้องเรื่องนี้ขึ้นมา คิ้วของหล่อนขมวดเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ "ตอนนี้ฉันมีเงินติดตัวไม่เยอะหรอก ไว้คราวหน้า..."
"อ้อ? งั้นเหรอจ๊ะ?" ฉางซุ่ยซุ่ยพูดแทรก ประกายความหงุดหงิดพาดผ่านดวงตา ก่อนจะจงใจพูดเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง "ปัญญาชนจ้าวคนนั้นน่ะนะ..."
ฉางเหม่ยลี่รีบคว้าแขนของฉางซุ่ยซุ่ยเอาไว้ทันที หล่อนกัดฟันพูดว่า "ฉันจะให้ ฉันยอมให้แล้วไงล่ะ!"
หล่อนคิดในใจว่าในมิติของตนยังมีเงินอยู่อีกมากมายก่ายกอง ต่อให้ยกให้ฉางซุ่ยซุ่ยไป หล่อนก็ยังมีทุนมากพอที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาได้!
ฉางเหม่ยลี่กัดฟัน ล้วงเอาเงินสดทั้งหมดที่มีในกระเป๋าออกมา แล้วยื่นให้ฉางซุ่ยซุ่ยด้วยมือที่สั่นเทา
"นังเด็กเมื่อวานซืนสองคนนี้ ซุบซิบอะไรกัน กำลังคิดหาแผนการชั่วร้ายอะไรมาหลอกฉันอีกล่ะสิ?" เสียงของจ้าวซิ่วหลานดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า สะท้อนไปทั่วลานเล็กๆ ของบ้านพักปัญญาชน
หล่อนเงื้อแขนอวบหนาขึ้น เตรียมจะตบหน้าของพวกเธอทั้งสองคน
ฉางซุ่ยซุ่ยเตรียมตัวรอรับมือไว้อยู่แล้ว ร่างกายอันปราดเปรียวของเธอเบี่ยงหลบการจู่โจมของจ้าวซิ่วหลานได้อย่างรวดเร็ว
การหลบหลีกในครั้งนี้ทำให้ฝ่ามือของจ้าวซิ่วหลานฟาดลงบนใบหน้าของฉางเหม่ยลี่ที่ไม่ได้ระวังตัวเข้าอย่างจัง
ฉางเหม่ยลี่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด หล่อนเซถอยหลังไปหลายก้าว แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย
เมื่อรู้ตัวว่าใครเป็นคนตบ หล่อนก็รีบก้มหน้าลง ซ่อนความเคียดแค้นไว้ในดวงตาทันที
ภาพลักษณ์ของหล่อนในสายตาจ้าวซิ่วหลานก็ย่ำแย่อยู่แล้ว ตอนนี้สิ่งที่หล่อนต้องทำคือการลากฉางซุ่ยซุ่ยลงเหวไปด้วยกัน แล้วค่อยดึงความโปรดปรานจากจ้าวซิ่วหลานกลับคืนมา
แต่ก่อนที่หล่อนจะได้ลงมือ ก็ได้ยินเสียงฉางซุ่ยซุ่ยแผดร้องขึ้นมาว่า "แกกล้าดียังไงมาตบน้องสาวฉัน! วันนี้ฉันจะขอสู้ตายกับแก!"
ฉางซุ่ยซุ่ยแสร้งทำเป็นโกรธจัด เธอแผดเสียงร้องพร้อมกับพุ่งเข้าไปกระชากตัวจ้าวซิ่วหลาน แล้วกระหน่ำตบหน้าหล่อนไปหลายฉาด
แม้แรงตบจะไม่ได้รุนแรงถึงขั้นเอาชีวิต แต่ก็มากพอที่จะทำให้จ้าวซิ่วหลานเซถลาจนเกือบล้มลงไปกองกับพื้น
จ้าวซิ่วหลานโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่โดนตบ ความเจ็บปวดทำให้หล่อนขาดสติ "นังเด็กบ้า แกกล้าตบฉันคืนเรอะ!"
จ้าวซิ่วหลานคำราม ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปอีกครั้ง "วันนี้ฉันจะสั่งสอนแกให้หลาบจำ ไม่งั้นแกคงไม่รู้ฤทธิ์ฉันซะแล้ว!"
ฉางเหม่ยลี่เองก็อึ้งกับพฤติกรรมบ้าบิ่นของฉางซุ่ยซุ่ยเช่นกัน แม้หล่อนจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเกิดบ้าอะไรขึ้นมา แต่ตอนนี้นี่แหละคือโอกาสทองในการประจบเอาใจ!
หล่อนรีบก้าวไปข้างหน้า สวมกอดแขนของฉางซุ่ยซุ่ยเอาไว้แน่น แล้วตะโกนขึ้น "พี่คะ อย่าตีเลย ทำแบบนี้ไม่ได้นะ..."
ตราบใดที่หล่อนจับตัวฉางซุ่ยซุ่ยเอาไว้ได้ จ้าวซิ่วหลานก็จะได้ทุบตีระบายอารมณ์ ซึ่งนั่นก็เท่ากับเป็นการแสดงความกตัญญูทางอ้อมต่อว่าที่แม่สามีในอนาคตของหล่อนนั่นเอง!
มีหรือที่ฉางซุ่ยซุ่ยจะมองแผนการตื้นๆ ของหล่อนไม่ออก? รอยยิ้มเงียบๆ ผุดขึ้นที่ริมฝีปากของเธอ ก่อนที่เธอจะตะโกนขึ้นมาเสียงดังลั่น
"เหม่ยลี่ หลบไป! ถึงแม้เซี่ยเจี้ยนกั๋วจะไปหาเรื่องฉันเพราะคำพูดของเธอ แต่แม่ของเขาก็จะมาทำตัวไร้เหตุผลเที่ยวจับคนนู้นคนนี้ตีตามอำเภอใจไม่ได้นะ พวกเขายังเห็นหัวกฎหมายบ้านเมืองอยู่ไหมเนี่ย?!"
ขณะที่ฉางซุ่ยซุ่ยกำลังพูด เธอก็ฉวยจังหวะบิดตัวหลบ ทำให้ฝ่ามือของจ้าวซิ่วหลานฟาดลงบนตัวฉางเหม่ยลี่เข้าอย่างจัง
ในจังหวะชุลมุนนั้น เธอไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนได้อยู่อย่างสงบสุข โดยแอบเตะจ้าวซิ่วหลานไปหลายทีในขณะที่ฉางเหม่ยลี่กำลังโดนทุบตี
จ้าวซิ่วหลานโกรธจัดจนเลือดขึ้นหน้า ตั้งแต่ได้เป็นภรรยาผู้ใหญ่บ้านมา หล่อนไม่เคยเสียเปรียบขนาดนี้มาก่อน!
เมื่อเห็นว่าหล่อนไม่สามารถจับตัวฉางซุ่ยซุ่ยที่ลื่นไหลราวกับปลาไหลได้ หล่อนจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปคว้าผมของฉางเหม่ยลี่แทน—