เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 วิชาขว้างมีด!

บทที่ 10 วิชาขว้างมีด!

บทที่ 10 วิชาขว้างมีด!


บทที่ 10 วิชาขว้างมีด!

ซื่อหวินอ้าปากค้างราวกับมีคำพูดมากมายในใจแต่สุดท้ายก็ส่ายหัว "ซื่อฮุ่ย ต่อไปอย่าออกไปข้างนอกตามลำพังนะ ถ้าเกิดไอ้สวะ ซู่เอ๋อโก่วแอบจับตามองดูพี่อยู่ละ?"

ซื่อหวินรู้ว่าซื่อฮุ่ยพยายามอย่างหนัก

เพียงเพื่อหาเงินค่าฝึกวิทยายุทธครึ่งเดือนหลังให้เขา

ซื่อฮุ่ยเพียงแค่ยิ้มและพยักหน้า ไม่รู้ว่าฟังเข้าใจหรือเปล่า

"หวินเอ๋อร์ เจ้ายังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม?"

"วันนี้ซื่อเหลียนกลับมาพร้อมกับเอาขาไก่มาให้เจ้าด้วยล่ะ เดี๋ยวพี่อุ่นให้นะ"

ซื่อฮุ่ยรีบไปก่อไฟทำอาหาร

ซื่อหวินมองดูเงาของซื่อฮุ่ยที่กำลังยุ่งอยู่ ก็เงียบลง

"ซู่เอ๋อโก่วยังคงเป็นภัยต่อข้าอยู่และยังเป็นภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาทุกที"

"ตอนนี้อาจจะยังสามารถปิดบังซู่เอ๋อโก่วได้ แต่อีกไม่นานคงจะปิดบังไม่ได้แล้ว"

"และการฝึกฝนด้วยความเร็วแบบนี้ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะไปถึงคอขวด"

"อาจจะสิบวัน ยี่สิบวัน หรือแม้กระทั่งหนึ่งเดือน"

"แต่ถึงจะฝึกฝนสำเร็จ ข้าจะมีพลังที่แข็งแกร่งขึ้นจริงหรือ?"

ซื่อหวินส่ายหัว

นั่นมันก็ไม่แน่

เพราะการฝึกฝนนี้เป็นแค่การสร้างพื้นฐาน

ถึงจะฝึกฝนสำเร็จ พลังก็คงจะไม่เพิ่มขึ้นมากนัก

ยิ่งไปกว่านั้น ซื่อหวินยังขาพิการ

คนที่มีขาพิการ ในด้านพลังต่อสู้แล้วย่อมอ่อนแอกว่าคนอื่นมาก

ดังนั้น ถ้าหากต้องการรับมือกับซู่เอ๋อโก่ว เขายังคงต้องหาวิธีอื่น

"ร่างกายของข้าในตอนนี้ หากใช้การต่อสู้ระยะประชิดเพื่อจัดการซู่เอ๋อโก่วนั่นคงแทบจะเป็นไปไม่ได้"

"หรือว่า…จะวางยาให้ตายๆไปซะเลย?"

ซื่อหวินนึกถึงการวางยาพิษ

แต่เขาก็ส่ายหัวและปฏิเสธความคิดนี้

ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะซื้อยาพิษมาได้อย่างไร?

ถึงซื้อมาได้แล้วจะทำอะไรต่อได้?

เขาจะวางยาพิษซู่เอ๋อโก่วได้อย่างไร?

นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในวันเดียว

"หากต่อสู้ระยะประชิดไม่ได้ งั้นก็ยิงธนูเพื่อสังหารจากระยะไกล"

"จริงสิ นอกจากการต่อสู้ระยะประชิดแล้วก็ยังมีอาวุธอื่นๆอยู่อีกนี่"

ดวงตาของซื่อหวินเป็นประกาย

ใช่แล้ว อาวุธลับ!

อาวุธลับในตำนาน!

ธนูถือว่าเป็นสิ่งของควบคุมซึ่งไม่ใช่ว่าจะซื้อกันได้ง่ายๆ

แต่ถึงไม่มีธนูก็ยังมีดาบบิน!

ในความทรงจำของเขา เคยมีจอมยุทธคนหนึ่งที่เชี่ยวชาญการใช้อาวุธลับ

ดาบบินของหลี่น้อยนั้นหากถูกเขวี้ยงออกไปแล้ว มันไม่เคยพลาดเป้าเลยสักครั้ง!

แต่ดาบบินของหลี่น้อยนั้นมีพลังภายใน ซึ่งแน่นอนว่าซื่อหวินยังไม่มีพลังภายใน

แต่เขามีวงแหวนสีแดง!

วิชาดาบบินนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง

เพียงแค่ฝึกขว้างดาบต่อไปเรื่อยๆเท่านั้น

เมื่อเวลาผ่านไป เขาจะต้องฝึกฝนวิชาดาบบินให้สำเร็จ

อย่างน้อย ความแม่นยำในการขว้างดาบก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เมื่อถึงตอนนั้น การฆ่าซู่เอ๋อโก่วก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

เพราะซู่เอ๋อโก่วก็เป็นเพียงแค่คนธรรมดาเท่านั้น

"ใช่แล้ว ฝึกขว้างดาบ!"

เมื่ออยู่ที่บ้าน เขาจะไม่มียาวิเศษของโรงฝึกดัชนีทอง ดังนั้นซื่อหวินจึงไม่สามารถฝึกฝนได้ด้วยตัวเอง

ไม่เช่นนั้น มือของเขาก็จะใช้การไม่ได้

เมื่อซื่อหวินคิดแล้วจึงลงมือทำทันที

เขาใช้ฟางสานเป็นเป้าในบ้าน

ส่วนดาบบิน อันนี้ถือว่าหายากไปสักหน่อย

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ใช้ใบเคียวที่หักแทนไปก่อน

ใบเคียวที่หักนั้นมีชิ้นหนึ่งที่มีลักษณะค่อนข้างเหมือนดาบบิน

แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงการเตรียมการเท่านั้น

หากต้องการฝึก "วิชาดาบบิน" จริงๆ

แค่ซื่อหวินฝึกฝนเพื่อสะสมประสบการณ์ไปวันๆ เขาจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน?

ดังนั้นแล้ว เขายังคงต้องพึ่งพลังของวงแหวนสีแดง!

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องพึ่งพลังของวงแหวนสีเขียวเพื่อเร่งความเร็วในการฝึก!

แน่นอนว่า เขาจะต้องมีความเชี่ยวชาญในวิชาดาบบินสักเล็กน้อยก่อน

จริงๆแล้ว ซื่อหวินก็พอจะเข้าใจกุญแจสำคัญในการสร้างความเชี่ยวชาญแล้ว

อาทิเช่น การฝึกฝนอย่างถูกต้องเพียงหนึ่งครั้ง

เพียงแค่ฝึกฝนได้อย่างถูกต้องเพียงหนึ่งครั้ง ก็จะสามารถสร้างความเชี่ยวชาญได้

แต่วิชาดาบบินนั้นแตกต่างออกไปเล็กน้อย

การฝึกฝนแบบวิทยายุทธที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักของโรงฝึกดัชนีทอง

นั่นได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามันได้ผล

แล้ววิชาดาบบินล่ะ?

นี่เป็นเพียงจินตนาการของซื่อหวินเท่านั้น

แต่จินตนาการนี้ก็มีพื้นฐานจริงอยู่บ้าง

มันคล้ายๆกับการปาเป้า

ซื่อหวินแค่อยากปาดาบให้โดนเป้าหมายเท่านั้น

เขาแค่ต้องปาให้โดนจุดศูนย์กลางของเป้าหนึ่งครั้ง ก็น่าจะถือว่าสำเร็จ

และแน่นอนว่า สิ่งที่ซื่อหวินคาดเดานั้นถูกต้องหรือไม่ เขาก็ยังต้องทดลองดูจริงๆสักครั้งก่อน

ดังนั้น ซื่อหวินจึงเริ่มถอยห่างออกไป

เขาถอยห่างออกไปเป็นระยะประมาณสิบห้าก้าว

ซื่อหวินถอยไปจนเกือบสุดห้องแล้ว

บ้านของซื่อหวินมีขนาดเล็กมาก

ซื่อหวินมองดูเป้าที่วางเอาไว้

แม้จะเป็นระยะแค่สิบห้าก้าว แต่จริงๆแล้วมันก็ค่อนข้างไกลพอสมควร

การจะปาให้โดนเป้าหมายหนึ่งครั้งได้ตรงเป้านั้นยังเป็นเรื่องที่ยากมาก

ยิ่งไปกว่านั้น แรงที่ซื่อหวินใช้ขว้างดาบก็อาจไม่พอที่จะปาไปโดนเป้า

ดังนั้น ซื่อหวินจึงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกหน่อย

เขาขยับขึ้นไปประมาณเจ็ดก้าว

"อืม ตำแหน่งนี้ดูท่าน่าจะเหมาะสมที่สุด"

"แรงของข้าน่าจะพอที่จะปาให้เข้าเป้าได้"

"ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มฝึกเลยดีกว่า"

ซื่อหวินสูดหายใจเข้าลึกๆ

แล้วขว้างใบเคียวออกไป

"ฟิ้ววว"

แน่นอนว่าครั้งแรกนั้นพลาดเป้า

เขาปาใบเคียวออกไปไม่โดนเป้าเลยด้วยซ้ำ

แต่ซื่อหวินก็ไม่ท้อแท้

เพราะเขาแค่ต้องปาให้โดนสักครั้งก็เพียงพอ

หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง สี่ครั้ง ห้าครั้ง...

วิชาดาบบินนั้นยากมากจริงๆ

นอกจากนี้ ระยะเจ็ดก้าวก็ยังถือว่าค่อนข้างไกล

ซื่อหวินได้ฝึกปาใบเคียวไปกว่าสามสิบกว่าครั้ง

เขาปาไปเรื่อยๆจนแขนเริ่มชาไปท่อน

และในที่สุดเขาก็ปาโดนเป้าหนึ่งครั้ง!

"ในที่สุดก็โดนแล้ว"

"ไม่รู้ว่ามีร่องรอยของวิชาดาบบินเกิดขึ้นบ้างหรือยัง?"

ซื่อหวินสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วตั้งสมาธิทันที วงแหวนสีแดงสองวงได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาเขาอย่างรวดเร็ว

ภายใต้แสงสีแดง ได้ปรากฏเงาของคนที่กำลังฝึกขว้างดาบ

นี่คือร่องรอยของวิชาดาบบิน

"สำเร็จแล้ว!"

ซื่อหวินดีใจมาก

เมื่อมีร่องรอยของวิชาดาบบิน ที่เหลือก็ง่ายสำหรับเขาแล้ว

เขาเพียงแค่รออีกสามวันให้วงแหวนสีเขียวฟื้นพลัง แล้วใช้พลังของวงแหวนสีแดงเพื่อเร่งความเร็วในการฝึกได้ทันที

แต่ซื่อหวินก็ไม่ได้ฝากความหวังทั้งหมดเอาไว้ที่วงวแหวนสีแดง

เขายังคงฝึกขว้างใบเคียวต่อไป

เขาฝึกไปจนกระทั่งดึกมาก ซื่อหวินจึงผลอยหลับไป

ในช่วงเช้าตรู่ ซื่อฮุ่ยก็เตรียมอาหารเช้าเอาไว้ให้เขาเรียบร้อยแล้ว

จริงๆแล้วมันก็แค่แป้งเปียกหนึ่งชามที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มเลย

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มีทางเลือก เพราะสภาพครอบครัวก็เป็นซะแบบนี้

โชคยังดีที่โรงฝึกมีอาหารกลางวันให้หนึ่งมื้อ

ในทุกวัน ซื่อหวินจะไปโรงฝึกด้วยความหิว แล้วตอนกินข้าวกลางวันก็จะ "จัดเต็ม"

จริงๆแล้ว ศิษย์ในโรงฝึกดัชนีทองก็ทำแบบนี้กันทุกคน

ดังนั้นแล้วในทุกวัน ทางโรงฝึกจึงต้องใช้อาหารกลางวันจำนวนมาก

เพราะพวกเขาทุกคนก็ล้วนเป็น "นักกิน"

"ซื่อฮุ่ย ข้าไปโรงฝึกก่อนนะ"

"จำไว้นะ อย่าออกไปข้างนอกเด็ดขาด"

"ถึงจะออกไปข้างนอก ก็ต้องรอให้ข้ากลับมาแล้วออกไปด้วยกันเท่านั้น" ซื่อหวินกำชับซื่อฮุ่ยอีกครั้ง

"ได้สิหวินเอ๋อร์" ซื่อฮุ่ยรู้ว่าซื่อหวินเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอมาก เธอจึงพยักหน้ารับคำ

ซื่อหวินใช้ไม้เท้าค้ำยันและเดินกะเผลกไปทางโรงฝึกดัชนีทอง

ในช่วงเช้าตรู่นี้ จ้าวหงเองก็มาถึงโรงฝึกดัชนีทองแล้ว

เมื่อเห็นซื่อหวิน จ้าวหงจึงทักทายก่อน

"เจ้าหวิน ทายซิว่าเมื่อกี้ใครมา?" จ้าวหงทำท่าทางลึกลับ

"ใครมารึ?" ซื่อหวินก็สงสัย

เขากำลังเตรียมตัวฝึกฝน

ที่โรงฝึก ซื่อหวินไม่อยากเสียเวลาไปแม้แต่วินาทีเดียว

"ฮึๆๆ ท่านเจ้าโรงฝึกมาไงล่ะ!"

"และไม่ใช่แค่เจ้าโรงฝึกเท่านั้นนะที่มา แต่เขายังพาผู้หญิงอีกคนหนึ่งมาด้วย"

"ผู้หญิงคนนั้นสวยมากจริงๆ ขนาดข้ายังไม่เคยเห็นผู้หญิงที่สวยขนาดนี้มาก่อนเลย"

"แต่คนที่เจ้าโรงฝึกพามานั้นคงไม่ธรรมดาเป็นแน่"

ถึงจ้าวหงจะพูดมากแต่ก็ไม่ได้พูดพล่อยๆ

ผู้หญิงที่เจ้าโรงฝึกพามานั้นจะเป็นคนธรรมดาได้อย่างไร?

จบบทที่ บทที่ 10 วิชาขว้างมีด!

คัดลอกลิงก์แล้ว