เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 โรงฝึกแห่งพิเศษ!

บทที่ 6 โรงฝึกแห่งพิเศษ!

บทที่ 6 โรงฝึกแห่งพิเศษ!


บทที่ 6 โรงฝึกแห่งพิเศษ!

"เจ้าอยากฝึกวิทยายุทธงั้นรึ?"

ผู้นำโรงฝึกรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

ตั้งแต่ที่เขาสร้างโรงฝึกนี้ขึ้นมา แน่นอนว่าเขาคิดที่จะเปิดรับศิษย์ทุกคนโดยไม่สนใจภูมิหลัง

ตราบใดที่อยากเข้าโรงฝึกก็ไม่มีปัญหา

แต่เมื่อเขามองไปที่ขาของซื่อหวิน คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

ผู้นำโรงฝึกถอนหายใจออกมายาวๆก่อนส่ายหัวแล้วพูดว่า "กลับไปเถอะ อย่าเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์เลย เจ้าน่ะกลับไปใช้ชีวิตอยู่บ้านของเจ้าเถอะ"

"วิทยายุทธในโรงฝึกกังจินของข้านั้นไม่เหมาะกับเจ้าจริงๆ"

ท่าทีของผู้นำโรงฝึกนั้นอ่อนโยน

แต่คำพูดของเขาก็ยังคงเป็นการปฎิเสธ

เขาพูดอย่างชัดเจนว่าโรงฝึกกังจินจะไม่รับซื่อหวินเข้ามาเป็นศิษย์

ไม่เช่นนั้น มันคงจะกลายเป็นเรื่องตลกในวงการนักศิลปะการต่อสู้ในเมืองหลิว

คนพิการจะฝึกวิทยายุทธได้ด้วยงั้นหรือ?

นั่นเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!

ซื่อหวินจ้องไปที่ผู้นำโรงฝึกอยู่ครู่หนึ่ง

เขารู้ว่าเมื่อผู้นำโรงฝึกได้พูดเช่นนั้นออกมาแล้ว เขาก็ไม่มีทางได้เข้าโรงฝึกกังจินได้

"น้องฮุ่ย พวกเราไปกันเถอะ"

ซื่อหวินไม่ได้พูดอะไรอีกและปล่อยให้ซื่อฮุ่ยประคองร่างของเขาแล้วหันหลังเดินออกจากโรงฝึกกังจินไป

ผู้นำโรงฝึกมองไปที่ซื่อหวินแล้วส่ายหัวเบาๆก่อนพูดว่า "ความดื้อดึงของเจ้านั้นข้าเห็นอย่างชัดเจน"

"แต่ต่อให้เจ้าจะมีความมุ่งมั่นแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์"

"ด้วยร่างกายไม่สมบูรณ์เช่นนั้นเจ้าจะฝึกวิทยายุทธให้สำเร็จได้อย่างไร!"

หลังจากนั้นคนของโรงฝึกกังจินก็แยกย้ายกันไป

ราวกับว่ามันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยและไม่มีใครสนใจ

ซื่อหวินมองไปที่โรงฝึกกังจินที่อยู่ด้านหลัง เขาไม่ได้พูดอะไรแต่รีบมุ่งหน้าไปยังโรงฝึกแห่งถัดไปทันที

เพราะยังไงในเมืองหลิวก็มีโรงฝึกอยู่มากมาย

เพียงแต่ว่าเขาเคยคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่าโรงฝึกกังจินนั้นเหมาะสมที่สุดกับเขา

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องเข้าร่วมกับโรงฝึกกังจินเท่านั้น

แต่เมื่อซื่อหวินไปที่โรงฝึกที่สอง ที่สาม ที่สี่ และที่ห้า

เขาก็เริ่มเงียบไป

โรงฝึกเหล่านี้ปฏิเสธเขาหมดทุกที่

แม้เขาจะมอบเงินที่สูงกว่าปกติแต่พวกเขาก็ยังปฏิเสธ

ทั้งที่เขาแค่อยากได้โอกาสในการฝึกวิทธยายุทธเท่านั้น

"พี่หวิน ถ้าหากว่าไม่ได้จริงๆพวกเรากลับบ้านไปปรึกษากันใหม่ดีกว่า..."

ซื่อฮุ่ยรู้สึกสงสารพี่ชายของเธอ

เขาถูกปฏิเสธจากโรงฝึกถึงห้าแห่งติดต่อกัน

ซึ่งนั่นไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันได้ทำลายความมั่นใจของซื่อหวินมากเพียงใด

เธอถึงกับกลัวว่าซื่อหวินจะท้อแท้ด้วยซ้ำ

ซื่อหวินสูดหายใจเข้าลึกๆ

เขาก้มหน้าลงอย่างแรงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "เหตุผลที่โรงฝึกเหล่านั้นไม่รับข้าแม้จะเสนอเงินเพิ่มก็ยังไม่ยอมให้ข้าเข้าร่วมก็เพราะพวกเขากลัวเสียหน้า"

"บางทีการรับคนไร้ค่าอย่างข้าเข้าไปอาจทำให้โรงฝึกเหล่านั้นกลายเป็นเรื่องตลกในเมืองหลิว"

"แต่ข้าเชื่อว่ามีโรงฝึกแห่งหนึ่งที่จะต้องรับข้าแน่นอน!"

"เดิมทีข้าเองก็ไม่เคยคิดจะไปที่โรงฝึกแห่งนี้มาก่อน"

"แต่ตอนนี้มีเพียงที่นั่นเท่านั้นที่ข้าจะไปได้..."

ดังนั้นซื่อหวินจึงพาซื่อฮุ่ยเดินออกจากโรงฝึกนั้นไปอย่างรวดเร็ว

เขามุ่งหน้าไปยังถนนที่เงียบสงบแห่งหนึ่งในเมืองหลิว

ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงหน้าโรงฝึกแห่งหนึ่ง

"โรงฝึกดัชนีทอง!"

ซื่อหวินมองไปที่ป้ายชื่อของโรงฝึกนี้

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นโรงฝึกแต่ชื่อของมันกลับดูเหมือนกับเป็นสำนักอย่างมาก

แต่ใครๆต่างก็รู้ว่าที่นี่คือโรงฝึก

เหตุผลที่ซื่อหวินเลือกโรงฝึกนี้เป็นตัวเลือกสุดท้ายจนถึงขั้นไม่มาที่นี่ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ

เหตุผลนั้นมีเพียงอย่างเดียว

ราคาเข้าร่วมโรงฝึกนี้มีราคาที่สูงมาก!

แทบจะเรียกได้ว่ารีดไถเงินได้เลยด้วยซ้ำ

ตราบใดที่ให้เงินตามที่กำหนดใครๆก็สามารถเข้าไปฝึกวิทยายุทธที่โรงฝึกนี้ได้

แต่ถ้าหากว่าไม่มีเงินจ่ายขึ้นมาล่ะก็…

คนๆนั้นจะถูกไล่ออกจากโรงฝึกในทันที

ที่สำคัญกว่านั้น ทางโรงฝึกดัชนีทองมีแนวทางคือไม่ปกป้องศิษย์ที่อยู่ภายใต้โรงฝึกเลย

หลังจากที่จ่ายเงินแล้วพวกเขาก็มีหน้าที่แค่ฝึกวิทยายุทธที่โรงฝึกดัชนีทองเท่านั้น

ถ้าหากเจอเรื่องอะไรภายนอกทางโรงฝึกดัชนีทองจะไม่มีทางออกหน้าช่วยเป็นอันขาด

ดังนั้น ถ้าหากไม่จำเป็นจริงๆซื่อหวินเองก็ไม่อยากมาที่โรงฝึกดัชนีทอง

เพราะสาเหตุที่เขาอยากฝึกวิทยายุทธนั้น นอกจากอยากให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมแล้ว

เหตุผลที่สำคัญกว่านั้นก็คืออยากหาที่พึ่งพิงชั่วคราว

เขาต้องการทำให้ซู่เอ๋อโก่วไม่กล้าลงมือกับเขาแม้ว่าจะรู้ว่าเขายังไม่ตาย

แต่โรงฝึกดัชนีทองนั้นคงไม่ทำให้ซู่เอ๋อโก่วเกรงกลัวแต่อย่างใด

แต่เมื่อลองคิดดูจนรอบคอบแล้ว

หากต้องการฝึกวิทยายุทธ โรงฝึกดัชนีทองก็เป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวของซื่อหวินในตอนนี้แล้ว

ไม่ว่ายังไงก็ตามเขาก็แค่ต้องมาลองดูเท่านั้น

หลังจากนั้นทั้งสองคนจึงเดินเข้าไปในโรงฝึกดัชนีทอง

พวกเขากลับพบว่ามีคนอยู่ข้างในโรงฝึกดัชนีทองมากมาย

แต่ว่าจะอธิบายยังไงดี?

แต่ละคนที่เข้ามาฝึกนั้นมีแววตาที่เจ้าเล่ห์

หรือไม่ก็มีแววตาที่ดูดุร้าย

หรือบางคนก็ดูมีอารมณ์ที่มืดมน

ซึ่งมองยังไงก็ไม่เหมือนคนดีหรือคนปกติทั่วไปแม้แต่น้อย

อันที่จริง คนที่มาเรียนวิทยายุทธที่โรงฝึกดัชนีทองต่างก็มีความ "ผิดปกติ" อยู่บ้างไม่มากก็น้อย

เพราะคนปกตินั้นสามารถไปที่โรงฝึกกังจินหรือโรงฝึกอื่นๆได้

ด้วยราคาโรงฝึกแห่งอื่นๆที่ถูกกว่าทำไมพวกเขาจะต้องมาที่โรงฝึกดัชนีทองด้วย?

คนที่มากที่โรงฝึกดัชนีทองทุกคนต่างก็มี “ความลับ” เป็นของตัวเอง

ซื่อหวินเดินไปที่จุดลงทะเบียนของโรงฝึกดัชนีทอง

ที่นี่มีชายร่างใหญ่ตาเดียวที่ดูดุร้ายคุมอยู่

ชายตาเดียวคนนั้นมองไปที่ซื่อหวินและซื่อฮุ่ยหลังจากนั้นสายตาของเขาก็ไปจดจ่ออยู่ที่ซื่อหวิน

"เจ้าอยากเข้าโรงฝึกดัชนีทองเพื่อฝึกวิทยายุทธงั้นรึ?"

"ซื่อหวินพยักหน้าและตอบว่า "ใช่ ข้าอยากฝึกวิทยายุทธ ท่านจะรับข้าเข้าโรงฝึกหรือไม่?"

"ขาของเจ้าเป็นง่อยเพียงชั่วคราวหรือว่ามันพิการไปแล้ว?"

ชายร่างยักษ์ตาเดียวถามขึ้นมา

"ข้าคิดว่ามันน่าจะพิการไปแล้ว"

ซื่อหวินไม่คิดที่จะปิดบัง

"หึ อย่างงั้นเจ้าก็ขาเป๋งั้นสินะ"

"ไม่เลวนี่ที่ยังคิดมาถึงโรงฝึกดัชนีทอง ดูท่าเจ้าคงตั้งใจจะฝึกวิทยายุทธจริงจังแล้วล่ะสิ?"

"นอกจากนี้โรงฝึกแห่งอื่นก็คงไม่รับแกหรอก! ฮ่าๆๆๆ! แต่ไม่เป็นไรเพราะสำนักนิ้วทองของพวกเราเปิดรับทุกคนเสมอ!"

"แต่แน่นอนว่าเจ้าจะต้องมีเงินจ่ายก่อน!"

"ข้าคิดๆดูแล้วสภาพของเจ้าแบบนี้ ค่าสมัครก็คงต้อง..."

ชายร่างยักษ์ตาเดียวดีดลูกคิดดังแกร๊กๆและ "คำนวณ" อย่างรวดเร็ว

ซื่อหวินขมวดคิ้วเล็กน้อยและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "หรือว่าการสมัครเข้าเรียนวิทยายุทธที่โรงฝึกดัชนีทองนี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละคนงั้นรึ?"

ชายร่างใหญ่ตาเดียวเงยหน้าขึ้นและมองไปที่ซื่อหวินด้วยสายตาเย้ยหยัน "แน่นอนว่าไม่เหมือนกันอยู่แล้ว"

"เจ้าเห็นชายที่สวมเสื้อแขนสั้นคนนั้นไหม?"

"เขาเป็นนักดาบใหญ่ในแก๊งเลือดทมิฬที่ต้องต่อสู้โดยเสี่ยงชีวิตทุกวัน"

"แต่ตอนนี้เขายังไม่มีคุณสมบัติมากเพียงพอที่จะให้แก๊งสอนวิทยายุทธ ดังนั้นเขาจึงมาที่โรงฝึกดัชนีทองของเราเพื่อฝึกฝน"

"ในเดือนหนึ่งเขาต้องจ่ายเงินมากถึงสิบสามตำลึง!"

"ส่วนชายคนนั้นที่แต่งกายด้วยผ้าไหมราวกับว่าจะอวดความร่ำรวยคนนั้นนะ ข้าจะบอกอะไรให้"

"เขาเป็นลูกนอกสมรสของผู้มีอำนาจคนหนึ่งน่ะ ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าเปิดเผยตัวตนของเขาหรอก ฮ่าๆๆๆ"

"แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังอยากฝึกวิทยายุทธเพื่อกำหนดชะตาชีวิตของตนเองดังนั้นก็เลยต้องจ่ายเงินเดือนละยี่สิบตำลึงไงล่ะ"

"เพราะฉะนั้นค่าแรกเข้าโรงฝึกดัชนีทองของข้าก็เลยต้องขึ้นอยู่แล้วแต่คน เจ้าเข้าใจรึยัง?"

ซื่อหวินเข้าใจทันที

โรงฝึกดัชนีทองแห่งนี้มีเพียงคำเดียวที่เหมาะสมนั่นก็คือ 'โหด'!

ถ้าหากจะเพิ่มเป็นสองคำก็ต้องเป็นคำว่า 'โหดเหี้ยม'!

ซื่อหวินรู้ดีว่าถ้าหากมีทางเลือก คนพวกนี้ก็คงไม่มาที่โรงฝึกดัชนีทองเป็นแน่

แต่น่าเสียดายที่พวกเขาส่วนใหญ่ไม่มีทางเลือก

สาเหตุที่คนพวกนี้ได้มาฝึกวิทยายุทธที่โรงฝึกดัชนีทองได้นั้นล้วนเป็นเพราะความจำเป็นทั้งสิ้น

เพราะสถานะของพวกเขา โรงฝึกหลายแห่งจึงไม่กล้ารับเข้าเพราะกลัวว่าจะนำพาปัญหามาให้กับทางโรงฝึก

แต่ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง

โรงฝึกดัชนีทองก็น่าสนใจไม่น้อย

เพราะคนพวกนี้มีสถานะที่ลึกลับ ซึ่งทำให้โรงฝึกแห่งอื่นต่างพากันกลัวแต่โรงฝึกดัชนีทองนั้นกลับไม่ปฏิเสธใครเลยสักคน

ราวกับว่าพวกเขาไม่กลัวปัญหาใดๆที่จะตามมาเลยแม้แต่น้อย

ซึ่งนี่ก็เป็นเครื่องพิสูจน์กลายๆว่าโรงฝึกดัชนีทองต้องมีด้านที่แข็งแกร่งไม่น้อย

ไม่เช่นนั้นโรงฝึกแห่งนี้จะสามารถตั้งตระหง่านอยู่ในเมืองหลิวได้นานขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?

"แล้วค่าแรกเข้าของข้าคือเท่าไหร่งั้นหรือ?"

ซื่อหวินสูดลมหายใจเข้าลึกๆและถามออกไป

จบบทที่ บทที่ 6 โรงฝึกแห่งพิเศษ!

คัดลอกลิงก์แล้ว