เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 พี่สาว!

บทที่ 2 พี่สาว!

บทที่ 2 พี่สาว!


บทที่ 2 พี่สาว!

"นี่มันอะไรกัน..."

ซื่อหวินเบิกตากว้าง

มีวงแหวนแห่งแสง สีแดงและสีเขียวปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา

ซื่อหวินยื่นมือออกไปเพื่อจะแตะที่วงแหวนแห่งแสง แต่ปรากฏว่ามือของเขากลับทะลุผ่านวงแหวนนั้นไปโดยที่ไม่มีความรู้สึกอะไรเลย

"ซื่อฮุ่ย เธอเห็นอะไรอยู่ตรงหน้าพี่ไหม?"

ซื่อหวินถามซื่อฮุ่ย

"พี่หวิน มันไม่มีอะไรอยู่ตรงหน้าพี่หรอกนะ นี่พี่เป็นอะไรไปน่ะ?"

ซื่อฮุ่ยรีบเอามือมาแตะหน้าผากของซื่อหวินแต่ปรากฎว่าพี่ชายของเธอก็ไม่ได้มีไข้อะไร

ซื่อหวินไม่พูดอะไร

แม้ว่าน้องสาวของเขาจะมองไม่เห็นวงแหวนแห่งแสง สองวงนี้แต่ซื่อหวินกลับเห็นมันอย่างชัดเจนอยู่ตรงหน้า

ดูเหมือนว่าจะมีแต่เขาเท่านั้นที่มองเห็นวงแหวนแห่งแสง

เมื่อซื่อหวินหลับตาลง ในหัวของเขาก็ปรากฏความทรงจำบางอย่างขึ้นมา

เป็นความทรงจำบางอย่างที่เกี่ยวกับวงแหวนแห่งแสง สองวงนี้

ซื่อหวินค่อยๆเรียบเรียงความทรงจำอย่างช้าๆ

"ฟุ่บ"

ซื่อหวินลืมตาขึ้นอีกครั้ง

ตอนนี้เขาเข้าใจถึงความสามารถของวงแหวนแห่งแสง สองวงนี้แล้ว

สีเขียวคือวงแหวนเร่งความเร็ว

สีแดงคือวงแหวนทะลวงขีดจำกัด

"หากข้าฝึกฝนทักษะใดทักษะหนึ่งจนเชี่ยวชาญมันจะเกิดรอยประทับขึ้น อย่างเช่นท่าวิดพื้นก็จะเกิดรอยประทับท่าวิดพื้น"

ซื่อหวินคิดในใจ

ซื่อหวินเห็นรอยประทับท่าวิดพื้นด้วยอยู่ใต้วงแสงทั้งสอง

ดังนั้นเขาจึงตั้งสมาธิแล้วทำให้รอยประทับท่าวิดพื้นเข้าไปในวงแหวนแห่งแสง สีแดง

"วู้มม"

วงแหวนแห่งแสง สีแดงสั่นเล็กน้อยแล้วดีดรอยประทับท่าวิดพื้นกลับออกมา

วงแหวนแห่งแสง สีแดงนั้นมีไว้สำหรับทะลวงขีดจำกัด

"ท่าวิดพื้นนั้นไม่มีขีดจำกัดอะไรดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องทะลวงขีดจำกัด มันจึงรอยประทับท่าวิดพื้นออกมางั้นสินะ?"

"อย่างนั้นวงแหวนแห่งแสง สีเขียวน่าจะมีไว้เพื่อเร่งความเร็ว..ถ้าอย่างนั้นลองดูสักหน่อยดีกว่า"

ซื่อหวินจึงย้ายรอยประทับท่าวิดพื้นเข้าไปในวงแหวนแห่งแสง สีเขียว

"วู้มม"

เมื่อรอยประทับท่าวิดพื้นเข้าไปในวงแหวนแห่งแสง สีเขียวทันใดนั้นความทรงจำบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัวของซื่อหวิน

มันเหมือนกับว่าเขาฝึกวิดพื้นทุกวันอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งวัน สองวัน สามวัน สี่วัน ห้าวัน... จนถึงสิบวัน

หลังจากนั้นรอยประทับท่าวิดพื้นก็ถูกดีดออกมาซึ่งทำให้ซื่อหวินรู้สึกมึนงง ร่างกายอ่อนแรง ปวดหัวราวกับจะระเบิด เหมือนกับว่าพลังวิญญาณถูกสูบออกไปจนหมด

หลังจากนั้นวงแหวนแห่งแสงสีเขียวก็กลายเป็นสีเทา

ซื่อหวินหลับตาและหอบหายใจอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะกลับมาเป็นปกติได้อีกครั้ง

เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ซื่อหวินจึงเข้าใจถึงความมหัศจรรย์ของวงแหวนสีเขียวทันที

มันเหมือนกับเป็นการเร่งการฝึกฝนและเมื่อเขาใช้วงแหวนแห่งแสง สีเขียว เขาก็จะเหมือนกับฝึกวิดพื้นมาเป็นเวลาสิบวัน

แต่มันเป็นการฝึกฝนในจิตใจเท่านั้น ร่างกายของเขาจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

ซึ่งข้อดีก็คือตอนนี้ซื่อหวินเชี่ยวชาญการวิดพื้นแล้ว นั่นหมายความว่าวงแหวนเร่งความเร็วจะส่งผลต่อจิตใจ ส่วนวงแหวนทะลวงขีดจำกัดนั้นจะส่งผลต่อร่างกาย

แต่ตอนนี้ซื่อหวินยังไม่สามารถทดสอบการทะลวงขีดจำกัดของวงแหวนแห่งแสง สีแดงได้

เพราะรอยประทับท่าวิดพื้นของซื่อหวินไม่มีขีดจำกัดอะไรอยู่แล้ว

ส่วนวงแหวนแห่งแสง สีเขียวถึงแม้ตอนนี้จะกลายเป็นสีเทา แต่เมื่อเวลาผ่านไปวงแหวนแห่งแสง สีเขียวก็จะค่อยๆฟื้นฟูกลับมาอีกครั้ง

แต่จะฟื้นฟูกลับมาเมื่อไหร่นั้นก็ยังไม่แน่ชัด

นอกจากนี้ยังดูเหมือนว่าวงแหวนแห่งแสงจะเกี่ยวข้องกับพลังจิตวิญญาณ

ซึ่งทุกครั้งที่ใช้วงแหวนแห่งแสง พลังจิตวิญญาณของซื่อหวินจะถูกสูบออกไปจนหมดซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่แย่มาก

ซื่อหวินจึงลองวิดพื้นดูสองสามครั้งและทุกครั้งที่วิดพื้นเขาก็ทำได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นมันจึงช่วยบริหารร่างกายของเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"ถึงยังไงข้าก็ต้องลองใช้วงแหวนทะลวงขีดจำกัดดูสักครั้ง"

"ถ้าวงแหวนทะลวงขีดจำกัดนี้มีไว้สำหรับทะลวงขีดจำกัดจริงๆบางทีข้าอาจจะลองฝึกวิทยายุทธ์ดูสักตั้ง!"

แววตาของซื่อหวินเริ่มเป็นประกาย

สิ่งแรกที่เขานึกถึงคือวิทยายุทธ์

เพราะวิทยายุทธ์จะต้องมีขีดจำกัดแน่นอน

นอกจากนี้จากในความทรงจำของซื่อหวิน โลกใบนี้ก็มีผู้ฝึกวิทยายุทธ์อยู่และผู้ฝึกวิทยายุทธ์ยังมีสถานะสูงส่งอีกด้วย!

ถ้าเขาอยากจะลองผลการ "ทะลวงขีดจำกัด" ของวงแหวนแห่งแสงสีแดงเขาก็ควรจะไปฝึกวิทยายุทธ์

และยิ่งในยุคสมัยที่วุ่นวายเช่นนี้ การฝึกวิทยายุทธ์จึงจะทำให้เขามีพลังป้องกันตัวเองและปกป้องคนในตระกูลได้

ในคืนนั้น ซื่อหวินได้ลองวิดพื้นไปหลายครั้ง ซึ่งตอนนี้ร่างกายเขาอ่อนแอมากดังนั้นเขาจึงต้องออกกำลังกายให้หนักขึ้น

เขาออกกำลังกายไปเรื่อยๆทั้งคืนจนแขนอ่อนแรง

หลังจากที่รู้สึกว่าไม่ไหว ซื่อหวินจึงหยุดพักและนอนหลับสนิทไป…

จนกระทั่งในตอนเช้า ซื่อหวินได้ยินเสียงเลื่อนประตูเบาๆ

"แคร่ก"

ซื่อหวินลืมตาขึ้นทันที

แสงแดดที่ส่องเข้ามาในห้องนั้นทำให้เขาแสบตาไปชั่วขณะ

แต่เมื่อซื่อหวินเริ่มมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น เขาก็เห็นซื่อฮุ่ยกำลังจะเปิดประตูอยู่

หลังจากนั้นก็มีหญิงสาวร่าง "กำยำ" คนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างรวดเร็วจากนอกประตู

ใบหน้าของเธอคล้ายกับซื่อฮุ่ยมากทีเดียว

"พี่สาว กลับมาได้จังหวะพอดีเลย เมื่อวานพี่หวินฟื้นขึ้นมาแล้วล่ะ"

ซื่อฮุ่ยพูดกับเธอคนนั้นเบาๆ ซึ่งเธอคนนั้นก็คือพี่สาวคนโตของซื่อหวินชื่อว่าซื่อเหลียน

ถึงแม้ว่าชื่อของเธอจะดูเป็นหญิงสาวผู้บอบบางแต่ซื่อเหลียนนั้นไม่ได้ดูบอบบางเลย

ร่างกายของเธอดู "กำยำ" มาก นอกจากนี้สายตาของเธอยังดูเฉียบคมเป็นพิเศษ

ไม่มีใครคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงด้วยซ้ำ แต่ทุกคนล้วนคิดว่าเธอเป็นผู้ชายที่ดูแข็งแกร่งทั้งสิ้น

"ซื่อหวิน ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้วรึ?!"

สีหน้าของซื่อเหลียนเผยให้เห็นรอยยิ้มและเธอก็รีบเข้ามาที่ข้างๆของซื่อหวินทันที

"พี่เหลียน"

ซื่อหวินยิ้มออกมา พี่สาวคนนี้แม้ว่าจะเหมือนเธอดูจะหยาบกระด้างจากภายนอก

แต่จริงๆแล้วเธอเป็นคนที่มีจิตใจดีงามเป็นอย่างมากและไม่ใช่คนหยาบคายเลย

นอกจากนี้ซื่อหวินก็ยังรู้ว่าพี่สาวของเขาเสียสละเพื่อตระกูลมากแค่ไหน

ในช่วงที่เขาหมดสติไปหลายวันนี้ เพื่อทำทุกอย่างเพื่อรักษาเขา พี่สาวของเขาถึงกับยอม “ขายตัว” ให้กับตระกูลหวังซึ่งเป็นตระกูลผู้มั่งคั่งทางตะวันออกของเมือง

ซึ่งการขายตัวในที่นี้คือการขายตัวเองให้กลายเป็นทาส

และเมื่อใครก็ตามที่ได้เป็นทาสในตระกูลนั้นๆก็จะสูญเสียอิสรภาพไปตลอดกาล

ชั่วชีวิตหรือแม้กระทั่งลูกหลานก็ต้องเป็นวัวเป็นม้าและทำงานรับใช้ตระกูลเจ้านาย

ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าบ้านยังสามารถทุบตีหรือฆ่าทาสได้ตามอำเภอใจโดยไม่ถูกลงโทษใดๆ

ดังนั้นเมื่อตกเป็นทาสแล้วก็จะถือเป็นทรัพย์สินของเจ้าของบ้านซึ่งสามารถจัดการได้ตามใจชอบ ดังนั้นจึงไม่ว่าใครก็ตามที่จะยอมทำเช่นนี้

ถ้าหากมีทางเลือกอื่น พวกเขาก็จะยอมไปขอทานและไม่ยอมขายตัวเองเป็นทาสโดยเด็ดขาด

แต่ทว่าเพื่อรักษาอาการป่วยของซื่อหวิน ซื่อเหลียนกลับไม่ลังเลที่จะขายตนเองให้กับตระกูลหวังโดยการเป็นสาวใช้เพื่อแลกกับเงินสิบตำลึง

ซึ่งนั่นทำให้ซื่อหวินจึงมีชีวิตรอดมาได้

แน่นอนว่าซื่อหวินรู้ดีแก่ใจว่าถึงแม้ซื่อเหลียนจะยอมขายตัวเองเพื่อรักษาเขา แต่ซื่อหวินคนเดิมได้ตายไปแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ลดทอนความรู้สึกซาบซึ้งที่เขามีต่อพี่สาวของเขาเลยแม้แต่น้อย

"ดีแล้ว…ดีแล้วล่ะที่ฟื้นขึ้นมาได้น่ะ"

ซื่อเหลียนมองไปที่ขาของซื่อหวินแว่บหนึ่ง เธอไม่ได้พูดอะไรถึงขาของซื่อหวินเพราะเธอคงจะรู้ดีอยู่แล้วว่าขาขวาของซื่อหวินนั้นพิการ

"พี่เหลียน หน้าของพี่เป็นอะไรไปน่ะ?"

ซื่อหวินเห็นแก้มขวาของพี่สาวบวมแดงเล็กน้อย แถมยังมีรอยนิ้วมือที่ชัดเจน

นั่นหมายความว่าพี่สาวของเขาต้องไปโดนใครตบมาเป็นแน่!

จบบทที่ บทที่ 2 พี่สาว!

คัดลอกลิงก์แล้ว