- หน้าแรก
- กฎสยองขวัญ ใครๆ ก็หาว่าผมมีหลายบุคลิก
- บทที่ 26 คุณเป็นใคร? แล้วฉันล่ะเป็นใคร?
บทที่ 26 คุณเป็นใคร? แล้วฉันล่ะเป็นใคร?
บทที่ 26 คุณเป็นใคร? แล้วฉันล่ะเป็นใคร?
จวงเสี่ยวเจินยังพูดไม่ทันจบ คมมีดเย็นเยียบก็ตวัดผ่านลำคอของเธอไปเสียแล้ว
【ร้านบะหมี่แสงตะวัน มอบโอสถรักษาบาดแผลให้ 'จวงเสี่ยวเจิน'】
ในช่วงวินาทีแห่งความเป็นความตาย บาดแผลของจวงเสี่ยวเจินก็สมานตัวอย่างรวดเร็ว ช่วยรักษาชีวิตของเธอเอาไว้ได้
วินาทีต่อมา ก๊าซมลพิษก็พุ่งเข้าใส่จวงเสี่ยวเจิน
【ร้านบะหมี่แสงตะวัน มอบร่มให้ 'จวงเสี่ยวเจิน'】
ก๊าซมลพิษถูกร่มคันนั้นสกัดกั้นเอาไว้
จวงเสี่ยวเจินหวาดกลัวสุดขีด เมื่อครู่นี้ความตายอยู่ใกล้เธอเพียงเอื้อมจนไม่มีเวลาแม้แต่จะขัดขืน
เหล่าผู้ชมต่างเงียบกริบ
พวกเขาเฝ้าดูเกมนี้อย่างเงียบๆ
นี่ดูเหมือนการประชันหน้ากันระหว่างผู้เป็นแม่สองคนเสียมากกว่า
บางทีความรักที่แท้จริงอาจหมายถึงความรู้สึกติดค้างอยู่ในใจเสมอ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงแม้จวงเสี่ยวเจินจะหัวกบฏและน่าโมโหเพียงใด ผู้เป็นแม่ก็ไม่มีวันยอมละทิ้งเธอ
ผู้ชมส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ และบางคนก็รู้สึกขุ่นเคือง แต่ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็เลือกที่จะเคารพสิ่งนั้น
จวงเสี่ยวเจินหลบซ่อนตัวอยู่หลังร่ม สติของเธอค่อยๆ กลับคืนมา และมองไปที่แม่ซึ่งกลายร่างเป็นตัวประหลาดอยู่ภายในบ้าน
เธอยกมือขึ้น นิ้วสั่นระริกชี้ไปที่ผู้เป็นแม่ "ฉันขอสาปแช่งให้แกตายอย่างทรมานเดี๋ยวนี้"
【พรสวรรค์ระดับ S: ฉันขอสาปแช่งแก การโจมตีที่ขึ้นต้นด้วยประโยคนี้จะมีอัตราสำเร็จเต็มร้อย คูลดาวน์: 1 ชั่วโมง】
ร่างของแม่กระตุกเกร็งอย่างรุนแรง เธอใช้มีดอีโต้ในมือสับฟันตัวเองจนร่างกายขาดเป็นท่อนๆ ในท้ายที่สุด ศีรษะของเธอก็ร่วงหล่นลงบนซากศพที่แหลกเหลว ดวงตาเบิกโพลงจ้องเขม็งมาที่จวงเสี่ยวเจิน
แสงไฟจากห้องครัวสาดส่องเข้ามา ทำให้จวงเสี่ยวเจินมองเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน
เธอกำร่มในมือแน่น พยายามหาที่พึ่งพิงทางใจ แต่วินาทีต่อมา ร่างสูงใหญ่ก็เดินออกมาจากห้องครัวและมุ่งตรงมาหาเธอ—เขาคือพ่อของเธอ!
เส้นประสาทของจวงเสี่ยวเจินตึงเครียดขึ้นมาทันที เธอตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน หันหลังกลับไปเปิดหน้าต่าง แล้วกระโดดออกไป
ดูเหมือนเธอจะมั่นใจในอะไรบางอย่าง จึงกระโดดลงไปอย่างไม่ลังเล
【ร้านบะหมี่แสงตะวัน มอบร่มชูชีพให้ 'จวงเสี่ยวเจิน'】
เพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะถึงพื้น ร่างของจวงเสี่ยวเจินก็หยุดชะงัก หน้าอกของเธอกระเพื่อมไหวขณะสูดหายใจเข้าลึก และขาทั้งสองข้างที่อ่อนแรงก็แตะลงบนพื้น
ท่ามกลางก๊าซมลพิษที่รายล้อม ร่มของเธอกำลังจะหมดประโยชน์ และเธอต้องหาบ้านสักหลังเพื่อหลบภัย
เธอหันหลังและวิ่งหนีตายไปยังอาคารหลังอื่น
...
"ปัง ปัง ปัง!"
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
เซี่ยซินเหม่ยที่กำลังสัปหงกอยู่ได้ยินเสียงนี้เข้าก็หูผึ่งทันที
แม่ของเธอที่นั่งอยู่ข้างเตียงลุกขึ้นและเดินออกไปข้างนอก
พ่อเป็นคนเปิดประตู
เด็กสาวคนหนึ่งพรวดพราดเข้ามา
เด็กสาวคนนั้นคืออวี๋เยียน
เธอเห็นกฎระเบียบติดอยู่บนประตู จึงรู้ว่าต้องมีผู้เข้าแข่งขันอยู่ที่นี่ นั่นคือเหตุผลที่เธอเคาะประตู
บ้านทุกหลังที่นี่มีโครงสร้างเหมือนกันหมด เธอจึงวิ่งทะลุเข้าไปยังห้องนอนโดยตรง
น่าแปลกที่พ่อแม่ของเซี่ยซินเหม่ยไม่ได้ห้ามปราม พวกเขาเพียงแค่มองดูเธอวิ่งเข้าไปข้างใน
อวี๋เยียนวิ่งเข้ามาและเห็นเซี่ยซินเหม่ยอยู่บนเตียง เธอดีใจมาก รีบพุ่งเข้าไปและกระซิบขอความช่วยเหลือ
"พ่อแม่ฉันอยากจะถลกหนังฉันทั้งเป็นแล้วทำเป็นตุ๊กตา ช่วยฉันด้วยเถอะ!"
เซี่ยซินเหม่ยดูเหมือนจะหลับสนิทไปแล้ว เธอไม่ตอบสนองใดๆ ทั้งสิ้น
อวี๋เยียนร้อนใจเล็กน้อยและเอาแต่เขย่าตัวเธอ ทันใดนั้น เงาสองสายก็ทาบทับลงมาที่ประตู อวี๋เยียนหันไปมองและเห็นพ่อแม่ของเซี่ยซินเหม่ยยืนอยู่หน้าห้อง หัวใจของเธอหล่นวูบ
แต่ทั้งสองไม่ได้โจมตีเธอ กลับมองมาที่เธอด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร
ผู้เป็นแม่เอ่ยถาม "หนูอยากจะค้างคืนที่นี่ไหมจ๊ะ"
น้ำเสียงของเธอช่างอ่อนโยนและฟังดูใจดีมาก
อวี๋เยียนไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพ่อแม่ของตัวเองถึงได้ดูมืดมนน่ากลัวนัก ในขณะที่พ่อแม่ของเซี่ยซินเหม่ยกลับอ่อนโยนถึงเพียงนี้
หลังจากลังเลด้วยความประหม่าอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเธอก็เอ่ยปาก "จะได้... เหรอคะ"
คุณแม่ยิ้มละมุนและพยักหน้า "แน่นอนจ้ะ หนูพักห้องเดียวกับลูกสาวน้าได้เลย ดึกมากแล้ว ไปพักผ่อนเถอะจ้ะ"
พูดจบ เธอก็ปิดประตูให้อย่างเอาใจใส่
อวี๋เยียนแทบไม่อยากเชื่อว่าทุกอย่างจะง่ายดายขนาดนี้
เธอนั่งหอบหายใจอย่างหนักอยู่ตรงขอบเตียง เธอยื่นมือไปวางบนเตียงและกำลังจะปีนขึ้นไป แต่สายตากลับประสานเข้ากับดวงตาอันเย็นชาของเซี่ยซินเหม่ย
ท่ามกลางแสงสลัวยามค่ำคืน แววตาของเธอดูเหมือนจะซ่อนมีดเอาไว้ ให้ความรู้สึกว่าเธอพร้อมจะฆ่าคนได้หากสถานการณ์อำนวย
อย่างไหร่ก็ตาม อวี๋เยียนคิดในใจว่า เธอก็ตื่นอยู่นี่นา แถมครอบครัวของเธอก็ใจดีขนาดนี้ แค่ช่วยพูดดีๆ ให้สักสองสามคำก็ไม่ได้ กลับไม่ยอมยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ช่างเป็นคนที่เลือดเย็นจริงๆ
ในขณะนี้ อวี๋เยียนลืมไปเสียสนิทว่ากฎข้อที่ห้าคืออะไร ท้ายที่สุดแล้ว กฎที่ยาวเหยียดขนาดนั้นก็ถูกลบเลือนไปจากสมองจนหมดสิ้นหลังจากที่ต้องเผชิญกับความตกใจสุดขีด
เธอรอดชีวิตมาได้ก็เพราะไอเทมคุ้มกันชั่วคราวที่เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวมอบให้ และตอนนี้จิตใจของเธอก็ว้าวุ่นไปหมด
วินาทีต่อมา เธอก็เห็นเซี่ยซินเหม่ยหลับตาลงอีกครั้ง ราวกับว่าหลับสนิทไปแล้ว
จากนั้นประตูห้องก็เปิดออกอีกครั้ง ผู้เป็นแม่เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนเช่นเคย
"น้าลืมไปเลย หนูยังไม่ได้อาบน้ำใช่ไหมจ๊ะ ให้น้าพาไปอาบน้ำก่อนนอนนะ"
"..."
อวี๋เยียนเป็นเด็กกำพร้า ปกติเธอมักจะเก็บตัวและไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ทำให้เธอรู้สึกประหม่าทุกครั้งที่ต้องคุยกับคนอื่น และเมื่อเห็นว่าคุณแม่คนนี้อ่อนโยนเพียงใด เธอก็หน้าแดงและก้มหน้าลง
"ขอบคุณค่ะ"
เธอเหลือบมองเซี่ยซินเหม่ยที่ดูเหมือนจะหลับไปแล้ว และคิดในใจว่าเซี่ยซินเหม่ยนอนหลับสนิทและไม่ดูหวาดกลัวเลยสักนิด ที่นี่จะต้องปลอดภัยกว่าบ้านของเธอเองมากแน่ๆ
ดังนั้นเธอจึงลุกขึ้นจากพื้นและเดินตามคุณแม่ผู้อ่อนโยนไปที่ห้องน้ำ
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก ลูกรัก รีบตื่นไปล้างหน้าล้างตาแล้วมากินข้าวเช้าได้แล้วจ้ะ วันนี้เราจะไปบ้านคุณยายกันนะ"
เสียงของคุณแม่ดังมาจากหน้าประตูห้อง
ปี่อี้งัวเงียลืมตาขึ้น สายตากวาดมองไปรอบๆ ห้องที่ไม่คุ้นเคย ก่อนจะลุกขึ้นนั่งด้วยความงุนงง
ฉันคือใคร? ฉันอยู่ที่ไหน? แล้วฉันต้องทำอะไรเนี่ย?
ทันใดนั้น มีบางอย่างหล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเขา เขาหยิบมันขึ้นมาดู
มันคือสมุดบันทึกที่มีปากกาหมึกซึมเหน็บเอาไว้
เขาเปิดสมุดบันทึกและเห็นข้อความเขียนไว้ว่า:
【บทบาทที่ฉันต้องแสดงในภารกิจนี้คือ: เด็กดี】
สติของเขาค่อยๆ กลับคืนมา
"แกร๊ก—" เสียงปลดล็อกประตูดังขึ้นเบาๆ แล้วประตูก็เปิดออก
ปี่อี้เข้าถึงบทบาททันที เขาเอียงคอมองไปที่ประตู
คุณแม่ผลักประตูเข้ามาและมองมาที่ปี่อี้ "ลูกรัก ทำไมยังไม่ตื่นอีกล่ะจ๊ะ"
คำพูดนี้ทำเอาผู้ชมถึงกับตึงเครียด
【กฎข้อที่สองระบุไว้ว่าต้องเชื่อฟังการจัดแจงของพ่อแม่เสมอและห้ามโต้เถียงกับพวกเขา ตอนนี้เขาสูญเสียความได้เปรียบไปแล้ว!】
【และเมื่อกี้ตอนที่แม่เคาะประตูเรียกปี่อี้ให้ตื่น แต่ปี่อี้ไม่ยอมตอบ แบบนั้นไม่ถือว่าแหกกฎหรอกเหรอ?】
【ตอนที่ปี่อี้ตื่นขึ้นมาเมื่อกี้ แววตาของเขาดูว่างเปล่าและเลื่อนลอยมาก แถมยังพลิกดูสมุดบันทึกอีก ฉันรู้สึกว่าเขาความจำเสื่อมอีกแล้ว และคงลืมกฎไปหมดแล้วแน่ๆ วันนี้คงจะรับมือยากแน่ นอกเสียจากว่าเขาจะออกไปทบทวนกฎข้างนอกได้อีกรอบ】
ในขณะที่บรรยากาศกำลังเริ่มแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ
ปี่อี้เอียงคอแล้วกะพริบตาปริบๆ "ผมความจำไม่ค่อยดีน่ะครับ จำอะไรไม่ค่อยได้เลย พี่สาวคนสวยครับ พี่คือใครเหรอ แล้วผมเป็นใครครับ"
คุณแม่ประหลาดใจ ไม่คิดว่าความจำที่เขาบอกว่าไม่ค่อยดีเมื่อวานจะแย่ถึงขนาดนี้ พอได้ยินเขาเรียกตนว่า 'พี่สาวคนสวย' เธอก็ยิ้มแฉ่งทันที
"แม่ก็คือแม่ของลูกไงจ๊ะ และลูกก็คือแก้วตาดวงใจของแม่ ลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาแล้วเตรียมตัวมากินข้าวได้แล้วจ้ะ"
น้ำเสียงของคุณแม่อ่อนโยนกว่าเมื่อวานเสียอีก
ปี่อี้ยิ้มหวาน "โอเคคร้าบ~"
พูดจบ เขาก็สะบัดผ้าห่มออกแล้วลุกจากเตียง
คุณแม่มองดูแก้วตาดวงใจของตนด้วยรอยยิ้มเปี่ยมรัก
ผู้ชม: ……
มีบางอย่างทะแม่งๆ แฮะ ขอจับตาดูต่อไปก่อนเพื่อความแน่ใจ