- หน้าแรก
- ระบบอัปเวลไว 100 เท่า ผมจะเป็นเทพในโลกนักสู้
- บทที่ 13 - ช็อกซ้ำช็อกซ้อน
บทที่ 13 - ช็อกซ้ำช็อกซ้อน
บทที่ 13 - ช็อกซ้ำช็อกซ้อน
บทที่ 13 - ช็อกซ้ำช็อกซ้อน
"พะ...พวกแกจบเห่แน่" ผู้จัดการหวังตาเหลือก ก่อนจะสลบเหมือดไปเลย
ทุกคนมองซ่งจื่อเยียนด้วยความตกตะลึง เหตุการณ์มันเกิดขึ้นไวมากจนตั้งตัวไม่ทัน
ตอนนั้นเอง ประตูก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง ชายฉกรรจ์สวมสูทรูปร่างกำยำหลายคนพุ่งพรวดเข้ามา หัวหน้าแก๊งขมวดคิ้ว "ทำไมในห้องจักรพรรดิยังมีคนอยู่อีก ผู้จัดการหวัง แกทำงานประสาอะไร อยากให้ฉันพังภัตตาคารนี้ทิ้งหรือไง"
คนที่เขาถามหาตอนนี้กำลังนอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่บนพื้น
"พี่ฟาง ผู้จัดการหวังสลบอยู่ตรงนั้นครับ" ลูกน้องคนหนึ่งชี้เป้า
พี่ฟางก้มมอง เห็นเศษแก้วแตกกระจายเต็มพื้นก็หัวเราะลั่น "วันนี้เจอพวกหัวแข็งเว้ย น่าสนุกดีนี่ ใครเป็นคนทำ"
สายตาดุดันราวกับเสือร้ายกวาดมองเด็กมัธยมปลายทุกคน แผ่รังสีความน่าเกรงขามราวกับเป็นเจ้าของที่นี่
พวกกู้หยุนหงก้มหน้างุด ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
มีแค่มู่เหยียนเท่านั้นที่ยืนกอดอกดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ
ซ่งจื่อเยียนเชิดหน้าขึ้น ไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยสักนิด "ฉันทำเอง แล้วจะทำไม พ่อฉันคือซ่งกังเว้ย"
พี่ฟางแค่นหัวเราะ "ฉันจะบอกอะไรให้นะ วันนี้นายน้อยของฉันเป็นเจ้าภาพเลี้ยงต้อนรับนายน้อยแห่งเจียงเป่ยกรุ๊ป หน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ขัดคำสั่งทั้งนั้น"
นายน้อยแห่งเจียงเป่ยกรุ๊ป
แค่ชื่อนี้หลุดออกมา ทุกคนก็หน้าถอดสีทันที
"เจียงเป่ยกรุ๊ปเหรอ... อย่าบอกนะว่าเป็นท่านนั้น..." ซ่งจื่อเยียนความกร่างหายวับไปในพริบตา พูดติดอ่างขึ้นมาทันที
"เจียงเป่ยกรุ๊ปก็มีนายน้อยอยู่คนเดียวนั่นแหละ" กู้หยุนหงเสริม
ตุบ
ซ่งจื่อเยียนเหมือนโดนดูดพลังชีวิต ร่วงลงไปกองกับพื้นทันที
เป่ยเจวี๋ยหาน
คุณชายระดับท็อปที่พวกลูกคุณหนูในปินเจียงทุกคนต้องแหงนหน้ามอง
ถ้าเทียบกับเป่ยเจวี๋ยหานแล้ว ซ่งจื่อเยียนมันก็แค่เศษฝุ่นชัดๆ
ตอนนั้นเอง ประตูก็เปิดออก ชายหนุ่มสองคนเดินเข้ามา
คนหนึ่งรูปร่างหน้าตาสง่างาม ดูยังเด็ก น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเด็กมัธยมปลาย
ส่วนอีกคนอายุประมาณยี่สิบกว่า ท่วงท่าสง่างามสูงศักดิ์ แววตาดูอบอุ่นแต่แฝงไว้ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะเหยียบย่ำทุกสรรพสิ่ง วินาทีที่เขาปรากฏตัว รัศมีของคนทั้งห้องก็ถูกบดบังจนมิด
พี่ฟางรีบก้มหัวทำความเคารพ "นายน้อยเป่ย นายน้อยหลิน"
เขาเรียกชื่อแขกก่อนเจ้านายตัวเองซะอีก แสดงว่าคนคนนี้ต้องยิ่งใหญ่มากแน่ๆ
และเป่ยเจวี๋ยหานแห่งเจียงเป่ยก็คู่ควรกับความยิ่งใหญ่นั้นจริงๆ
หลินฉี่หมิง นายน้อยของพี่ฟางขมวดคิ้ว "ฉันสั่งให้ไล่พวกนี้ไปห้องอื่นไม่ใช่เหรอ ทำไมยังนั่งหน้าสลอนกันอยู่ที่นี่อีก"
พี่ฟางรีบรายงาน "มีปัญหาติดขัดนิดหน่อยครับ ไอ้หมอนี่มันไม่ยอมไป บอกว่าพ่อมันชื่อซ่งกัง"
วินาทีที่ซ่งจื่อเยียนเห็นเป่ยเจวี๋ยหานเดินเข้ามา เขาก็ช็อกจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว
ถึงปกติเขาจะชอบกร่างไปทั่ว แต่ในเมืองปินเจียงเขาก็เป็นแค่ลูกคุณหนูระดับล่างๆ เท่านั้นแหละ พอมาเจอของจริงก็ถึงกับหงอเป็นลูกหมาเลย
หลินฉี่หมิงหัวเราะหึๆ "จะชื่อซ่งกังหรือหลี่กังก็ช่างเถอะ ในเมื่อมันไม่อยากไป งั้นก็ให้อยู่ที่นี่แหละ"
คำว่า 'ให้อยู่ที่นี่แหละ' ฟังดูแหม่งๆ ประกอบกับสายตาเหี้ยมเกรียมของพวกลูกน้องชุดสูท เดาได้เลยว่าคงไม่ใช่เรื่องดีแน่
เพื่อนๆ คนอื่นก็สั่นเป็นเจ้าเข้า ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
โดยเฉพาะลู่จือเหยา เธอขยับเข้าไปหลบหลังมู่เหยียนโดยสัญชาตญาณ เหมือนกับที่เคยให้เขาปกป้องตอนเด็กๆ
มู่เหยียนเห็นสองสาวหน้าซีดเผือดด้วยความกลัว ก็แอบถอนหายใจ ก่อนจะก้าวออกมาพูดว่า "ในเมื่อคนที่ไม่ยอมไปคือซ่งจื่อเยียน ถ้างั้นพวกเราที่เหลือก็ไม่เกี่ยวแล้วใช่ไหม ขอตัวล่ะ"
พูดจบเขาก็ดันหลังเพื่อนๆ ให้เดินออกไปทางประตู ส่วนซ่งจื่อเยียนน่ะเหรอ ปากดีนักก็รับกรรมไปละกัน สมน้ำหน้า
แต่จังหวะที่เดินสวนกับหลินฉี่หมิง แขนข้างหนึ่งก็ยื่นมาขวางทางมู่เหยียนไว้
"เดี๋ยว" หลินฉี่หมิงสั่ง
มู่เหยียนมองด้วยความสงสัย
"พวกนายไปได้ แต่ผู้หญิงสองคนนี้ต้องอยู่รินเหล้าให้พวกเรา" หลินฉี่หมิงบอก
ตั้งแต่เดินเข้าห้องมา เขาก็เล็งสองสาวนี้ไว้แล้ว คนนึงก็หุ่นแซ่บ อีกคนก็สวยหวาน น่ารักน่าทะนุถนอม มีทั้งวิวสวย เหล้าดี สาวงาม จะมีอะไรฟินไปกว่านี้อีกล่ะ
ลู่จือเหยากำชายเสื้อมู่เหยียนแน่น กลัวจนสติแตกไปแล้ว
สวี่ชิงไต้พยายามทำใจดีสู้เสือ แต่ฟันก็กระทบกันกึกๆ
พวกเธอแอบกลัวว่าเพื่อนๆ จะทิ้งพวกเธอไว้ที่นี่ เพราะดูยังไงหลินฉี่หมิงก็ไม่ใช่คนดีแน่ๆ แถมยังมีมาเฟียขาใหญ่อย่างเป่ยเจวี๋ยหานหนุนหลังอยู่อีก
"แค่รินเหล้าให้พวกเรานิดหน่อยเอง ทำไมต้องกลัวขนาดนั้นด้วย" หลินฉี่หมิงส่งยิ้มให้ "ฉันเพิ่งเรียนอยู่ม.6 เอง ถ้านับตามศักดิ์ พวกเธอก็ต้องเรียกฉันว่ารุ่นพี่นะ"
แต่รอยยิ้มอบอุ่นนั้นกลับไม่ได้ทำให้ใครคลายความกังวลลงเลยสักนิด ใครจะรู้ว่าใต้รอยยิ้มนั้นซ่อนมีดอาบยาพิษอะไรไว้บ้าง
สวี่ชิงไต้กำลังจะยอมเสียสละตัวเองเสนอตัวอยู่ต่อ เพื่อให้คนอื่นรอดไปได้ แต่จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา
"นายชื่อมู่เหยียนใช่ไหม"
เสียงนั้นนุ่มนวลและเรียบเฉย ชวนให้รู้สึกดีอย่างประหลาด คนที่พูดก็คือเป่ยเจวี๋ยหานที่เงียบมาตลอดนั่นเอง
มู่เหยียนพยักหน้ารับ
ทุกคนงงเป็นไก่ตาแตก เป่ยเจวี๋ยหานรู้จักมู่เหยียนได้ยังไง
คนนึงอยู่บนจุดสูงสุดของเมืองปินเจียง ส่วนอีกคนเป็นแค่นักเรียนธรรมดาๆ หาเช้ากินค่ำ สองคนนี้อยู่กันคนละโลกเลยนะ จะไปรู้จักกันได้ยังไง
ตอนนั้นเอง เป่ยเจวี๋ยหานก็ยิ้มบางๆ "ที่แท้ก็นายเองเหรอ คนที่ท้าประลองเป็นตายกับเยี่ยนอู๋ฉิง ผู้พิทักษ์ของฉัน"
ประลองเป็นตาย
คำพูดนี้ทำเอาทุกคนช็อกจนตาค้าง
ใครที่เคยเข้าโลกนักสู้ต่างก็รู้ดีว่า การประลองเป็นตายคือการเอาชีวิตเข้าแลก
ยิ่งคู่กรณีเป็นถึงผู้พิทักษ์ของเป่ยเจวี๋ยหานด้วยแล้ว ฝีมือจะธรรมดาซะที่ไหน มู่เหยียนไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน ถึงกล้าไปท้าประลองกับเขา
คราวกี้กู้หยุนหงถึงกับอ้าปากค้าง สองสาวก็ยืนอึ้ง ส่วนซ่งจื่อเยียนนี่ช็อกสุดๆ
เขายังจำได้ดีว่าเมื่อกี้เพิ่งจะด่ามู่เหยียนฉอดๆ อยู่ที่โต๊ะอาหาร หาว่าฝีมือมู่เหยียนจะถูกเขาทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่น แต่ตอนนี้ มู่เหยียนกลับกล้าท้าดวลกับผู้พิทักษ์ของเป่ยเจวี๋ยหาน ส่วนตัวเขาล่ะ แค่ยืนอยู่ต่อหน้าเป่ยเจวี๋ยหานยังไม่กล้าหายใจแรงเลย
"มันต้องท้าประลองเพราะรักษาหน้าแน่ๆ" ซ่งจื่อเยียนแอบคิดเข้าข้างตัวเองด้วยความหมั่นไส้
ทันใดนั้น หลินฉี่หมิงก็จ้องหน้ามู่เหยียนเขม็ง โพล่งขึ้นมาว่า "ฉันจำได้แล้ว แกนี่เองที่ซ้อมน้องชายฉันจนน่วม"
มู่เหยียนเลิกคิ้ว "น้องชายนายคือหลินฉางเกิงเหรอ"
หลินฉี่หมิงกับหลินฉางเกิงเป็นพี่น้องกัน ชื่อซวงจื่อซิงกรุ๊ป ก็มาจากพวกเขาสองคนนี่แหละ (ซวงจื่อซิง แปลว่า ดาวฝาแฝด)
ตอนก่อนเข้าโลกนักสู้ หลินฉางเกิงยังทำตัวกร่างอยู่เลย แต่ขากลับดันโดนหามใส่เปลออกมาซะงั้น
"มู่เหยียน ท่านปู่มู่... ปล่อยผมไปเถอะ" หลินฉางเกิงช็อกจนสติแตก เอาแต่ละเมอเรียกชื่อนี้ซ้ำๆ
หลินฉี่หมิงรักน้องชายมาก เลยจำชื่อมู่เหยียนฝังใจ
ใครจะไปนึกว่าจะมาเจอตัวเป็นๆ ในสถานการณ์แบบนี้
ช็อกซ้ำช็อกซ้อนจริงๆ
ตกลงมู่เหยียนมันไปทำอะไรมาบ้างเนี่ย นอกจากจะท้าประลองกับผู้พิทักษ์ของเป่ยเจวี๋ยหานแล้ว ยังไปกระทืบน้องชายของหลินฉี่หมิงอีก
เพื่อนๆ เริ่มจะสงสัยแล้วว่า นี่ใช่มู่เหยียนคนเดิมที่พวกเขารู้จักจริงๆ หรือเปล่า
ทำไมวีรกรรมแต่ละอย่างมันถึงได้ชวนอึ้งเบอร์นี้
หลินฉี่หมิงยิ้มเหี้ยม "น่าสงสารน้องชายฉัน ตอนนี้ยังนอนซมไม่ได้สติอยู่บนเตียงเลย"
เขากำหมัดแน่น รังสีฆ่าฟันแผ่ซ่านออกจากดวงตา
[จบแล้ว]