- หน้าแรก
- วิถีอิสระของเจ้าแห่งฝัน
- Chapter 809.2: สำนักเถียนหนี่
Chapter 809.2: สำนักเถียนหนี่
Chapter 809.2: สำนักเถียนหนี่
"นี่ นี่! เจ้าคือหนานกงอู่หวางจริงหรือ? ข้าได้ยินมาว่าเจ้าอยู่ในลำดับที่เจ็ดของอาวุธปีศาจ!"
บนทางเดินขึ้นเขา ฝูหงเมี่ยนไม่สามารถระงับความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองไว้ได้แล้ว นางเข้าไปป้วนเปี้ยนรอบตัวฟางหยวนเหมือนนกกระจาบ ดวงตากลมโตกะพริบปริบ ๆ ขณะพูด
"คุณหนูเจียง นี่คือศัตรูของเจ้าหรือ?" สือเล่ยตัวสั่นขณะมองฟางหยวน "เขาดูน่ากลัวจริง ๆ..."
"ถึงข้าจะบรรลุระดับรับปรากฏการณ์สวรรค์แล้ว ข้าก็ยังห่างไกลจากเขานัก!" เจียงเสี่ยวเตี๋ยเผยสีหน้าเย็นชา ตั้งแต่การเผชิญหน้าสั้น ๆ เมื่อครู่นางก็รู้ถึงระยะห่างระหว่างตัวนางและฟางหยวนแล้ว "แต่ไม่เป็นไร ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าก็ยังสามารถพยายามต่อได้... ตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรข้า เป็นโอกาสอันดีของข้าเลย!"
ทั้งสี่คนเป็นจอมยุทธ์ มีความคล่องแคล่วว่องไว สามารถปีนกำแพงข้ามภูเขาได้อย่างง่ายดาย แต่อย่างไรสือเล่ยก็รู้สึกไม่สบายใจนัก ฟางหยวนตามหลังพวกเขาทั้งสามคนมาอย่างสบาย ๆ ราวกับเป็นสหายสนิทกัน
"ท่าน... ต้องการทำอะไรกันแน่?" เมื่อทั้งกลุ่มขึ้นมาถึงยอดเขาสู่สวรรค์ สือเล่ยก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปและตะโกนออกมา
"ก็ไม่มีอันใด เพียงต้องการตรวจสอบการคาดเดาหนึ่งเท่านั้น!"
ณ ยอดเขาสูงสุด มีแท่นยกพื้นแท่นหนึ่ง มีจอมยุทธ์หลายคนนั่งขัดสมาธิอยู่ รัศมีพลังรอบตัวดูลึกล้ำเปี่ยมความมุ่งมั่น ผู้ที่อยู่สามอันดับท้ายในการจัดอันดับอาวุธเทพต่างมากันครบ แต่ทางสำนักปีศาจมีเพียงแค่เนตรกุ้ยหนิวเท่านั้น ส่วนกระถางยาหมื่นพิษกับดาบเบญจเมฆาธาตุต่างยังไม่ปรากฏตัว
ฟางหยวนกับคนอื่น ๆ ดึงดูดความสนใจได้ในทันทีที่มาถึงยอดเขา
"ดาบกลืนโลหิต... หนานกงอู่หวาง!"
"ที่แม่นางน้อยผู้นั้นสะพายอยู่บนหลังคือดาบตระกูลหลี่ใช่หรือไม่? นางต้องอยู่ในระดับรับปรากฏการณ์สวรรค์แล้วหากสามารถใช้อาวุธปีศาจได้!"
"ข้าคิดว่าสำนักปีศาจกู่ฉีซิงมีพรสวรรค์ระดับสูงแล้ว แต่เขาไม่ใช่คู่มือของคนกลุ่มนี้เลย!"
หลายคนเริ่มกระซิบกระซาบกัน ส่วนสือเล่ยกับฝูหงเมี่ยนนั้นถูกมองข้ามไปโดยสิ้นเชิง
"เหตุใดการต่อสู้ถึงยังไม่เริ่มล่ะ?" ฝูหงเมี่ยนชะเง้อมองแต่พบว่าการต่อสู้ยังไม่เริ่มเลย นางรู้สึกผิดหวังอยู่บ้างแต่ก็ตื่นเต้นขึ้นมา "อย่างนั้นข้าก็ไม่พลาดมันแน่ ๆ สินะ!"
"กระถางยาหมื่นพิษ! เผยตัวออกมาซะ!" หลังจากนั้นครู่หนึ่งก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังมาจากในหมอก
ฉัวะ! ฉัวะ!
จู่ ๆ ก็ปรากฏรัศมีดาบที่แยกออกเป็นห้าสี
รัศมีดาบเป็นประกายระยิบระยับและเปลี่ยนไปเป็นสายรุ้ง หญิงสาวในชุดรัดรูปก้าวขึ้นไปบนสะพาน คิ้วคมราวกับดาบ ดวงตาสดใสเปล่งประกายกล้าหาญและเปี่ยมพลัง ถือดาบเรียวยาวสามฉื่อสามนิ้ว ดาบเล่มนี้ทำจากทองแดงสีแดงฉานทั้งเล่ม เปล่งประกายแสงห้าสีที่ดูลึกลับ ใบดาบประกอบด้วยลวดลายเมฆา
อาวุธศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่หก ดาบเบญจเมฆาธาตุ!
"อันใดกัน? ปรมาจารย์พิษเฒ่า เจ้ากลัวหรืออย่างไร?" หญิงสาวคนนี้หยิ่งยะโสมากจริง ๆ เมื่อมาถึงบนยกพื้นก็เอ่ยท้าดวลทันที
"ฮ่า ๆ! นังเด็กเหลือขอ เจ้าไม่รู้หรอกว่าสิ่งใดที่ดีสำหรับตนเอง!" ร่างของกระถางยาหมื่นพิษปรากฏออกมาจากเงามืดพร้อมเสียงหัวเราะน่าขนลุก
เขามีรูปลักษณ์ภายนอกที่สง่างาม มีเสน่ห์ลึกลับราวกับเทพ เขาแต่งกายด้วยเสื้อคลุมสีเขียว คิ้วและเคราเป็นสีแดงเพลิง ขณะที่ผมเป็นสีดอกเลา รูปลักษณ์เช่นนี้หากเป็นคนธรรมดาทั่วไปก็ถูกนับเป็น "บุคคลพิเศษ" ได้ไม่ยาก นี่ก็คือปรมาจารย์หมื่นพิษของสำนักปีศาจ กระถางยาหมื่นพิษ
"ต้องขอบใจซวนอวิ๋นแล้ว!" เมื่อกระถางยาหมื่นพิษเปิดปาก เสียงแหบแห้งราวกับฆ้องแตกก็ทำลายรูปลักษณ์สง่างามของเขาไปในทันที ที่เป็นเพราะเขาเคยใช้พิษเมื่อตอนยังหนุ่มทำให้เส้นเสียงเสียหาย แม้ว่าจะดีขึ้นมานานแล้วแต่รอยโรคอันรุนแรงก็ยังคงอยู่ "เจ้าสังหารศิษย์รักของข้าไปสามคน หากข้าปล่อยให้เจ้ารอดชีวิตออกจากยอดเขาสู่สวรรค์ไปได้ในวันนี้ ข้าจะไม่ใช้นามหมื่นพิษอีก!"
"ผู้เฒ่าหมื่นพิษ ศิษย์และศิษย์หลานของเจ้าไม่ได้เก่งกาจเทียบเศษเสี้ยวเดียวของท่านเลยแต่กลับเย่อหยิ่งกว่าเจ้าสิบเท่า! พวกเขาก่อเรื่องมากมาย ข่มเหงรังแกชายหญิง รีดไถเงินและทรัพย์สิน ข้าจับพวกเขาได้ตอนก่อเหตุและสังหารพวกเขาทิ้งแล้วมันผิดตรงที่ใดกัน? ข้าเพียงเก็บกวาดความวุ่นวายให้เจ้าเท่านั้น!"
"เจ้า!" เมื่อได้ยินคำบรรยายร้ายกาจนี้ กระทั่งกระถางยาหมื่นพิษที่สุขุมมากแล้วก็อดโกรธเกรี้ยวขึ้นมาและระเบิดอารมณ์ไม่ได้ "เจ้าเด็กน้อย อย่าได้พยายามเอาชนะด้วยคำพูด พวกเราเหล่ายอดฝีมือควรจะพิสูจน์ความแข็งแกร่งด้วยฝีมือ ข้าจะให้เจ้าได้ชิมสักกระบวนท่าหนึ่ง!"
พอพูดจบ เขาก็ยกมือขึ้นกอดอก แสดงท่าของผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า แต่ว่าผู้ที่อยู่ในสำนักปีศาจซึ่งคุ้นเคยกับกระถางยาหมื่นพิษต่างถอยหลังไปหนึ่งก้าว ปรมาจารย์หมื่นพิษนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดจากกลิ่นอายพิษของตัวเอง! สามารถสังหารคนได้โดยที่คนไม่รู้ตัว!
"ดี!"
เซี่ยซวนอวิ๋นร้องออกมาเบา ๆ แล้วลวดลายสีแดงเพลิงบนดาบปราณเบญจเมฆาธาตุในมือก็ส่องประกายเจิดจ้า
วิ้ง!
ควันไฟพวยพุ่งขึ้นรอบ ๆ บริเวณ ดาบปราณเบญจเมฆาธาตุมักจะก่อให้เกิดปรากฏการณ์พิเศษขึ้นทุกทั้งที่ถูกชักออกมา กลุ่มควันนี้ไม่ใช่ควันไฟธรรมดา แต่เป็นควันจากเพลิงสวรรค์ที่มีฤทธิ์ร้ายกาจ สามารถเผาผลาญกลิ่นอายพิษโดยรอบให้ระเหยหายไปในทันที เมื่อไฟดับลง ก็เหลือเพียงพื้นดินสีเหลืองเท่านั้น
ดาบปราณเบญจเมฆาธาตุนั้นมีพลังของธาตุทั้งห้าอยู่ในตัวอย่างแท้จริง เซี่ยซวนอวิ๋นเลือกที่จะเริ่มต้นด้วยธาตุไฟเพื่อรับมือกับกลิ่นอายพิษที่กำจายอยู่ในอากาศ เมื่อถือดาบไว้ในมือ มันสามารถเปลี่ยนรูปแบบตัวเองไปได้นับไม่ถ้วน โดยมีลำดับคือไฟสร้างดิน ดินสร้างโลหะ โลหะก่อเกิดน้ำ และน้ำกำเนิดไม้ ซึ่งเพิ่มพลังของดาบได้นับสิบเท่า
ครืน!
ธาตุทั้งห้าพวยพุ่งออกมาเป็นคลื่นพลังรุนแรงก่อให้เกิดปรากฏการณ์บนท้องฟ้าอย่างน่าอัศจรรย์
"อึ้ก!"
ปรมาจารย์หมื่นพิษจ้องมองอย่างไม่อยากเชื่อ ดวงตาเบิกกว้างอย่างโกรธเกรี้ยว เขาสะบัดแขนเสื้อ เมฆดำสองก้อนพุ่งออกมา ภายในเมฆดำทะมึนเหล่านี้เป็นแมลงสีทองจำนวนนับไม่ถ้วน พุ่งเข้าใส่ดาบปราณเบญจเมฆาธาตุอย่างไม่เกรงกลัว
ซ่า!
ปรมาจารย์หมื่นพิษสะบัดมืออีกครั้ง อากาศรอบ ๆ เกิดการปั่นป่วนขึ้นมาทันที ปราณพลังสีดำปรากฏขึ้น ก่อตัวเป็นรูปร่างของแมลงพิษคือ แมงป่อง ตะขาบ และคางคกขึ้นมากลางอากาศ และพุ่งเข้าใส่ปราณแห่งธาตุทั้งห้า
การเผชิญหน้ากันตอนนี้ทำให้สือเล่ยรู้สึกว่าการเดินทางคราวนี้ช่างคุ้มค่า
"ข้าเตร่อยู่บนภูเขา ปล่อยให้เวลาผ่านไป และเพิ่งได้สัมผัสสิ่งต่าง ๆ ในโลกมนุษย์ก็คราวนี้!"
ขณะที่ทุกคนกำลังจับตาดูการต่อสู้อย่างตื่นเต้นระทึกใจ ก็มีเสียงขับลำนำดังเข้าหูทุกคนโดยไม่มีทันตั้งตัว
"ราวกับเสียงจากสวรรค์?" จอมยุทธ์มากประสบการณ์ต่างมองหน้ากันอย่างงุนงง ก่อนจะพลันเข้าใจขึ้นมา "สำนักเถียนหนี่?"