- หน้าแรก
- หนึ่งวันของข้า เท่ากับร้อยปีเซียน
- บทที่ 82 - ความในใจก่อนติดเหรียญ
บทที่ 82 - ความในใจก่อนติดเหรียญ
บทที่ 82 - ความในใจก่อนติดเหรียญ
บทที่ 82 - ความในใจก่อนติดเหรียญ
พรุ่งนี้เที่ยงตรงจะเริ่มติดเหรียญแล้วนะ
ตอนนี้นิยายเรื่องนี้มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง:
มีนักอ่านหลายคนเวลาไปป้ายยาให้คนอื่นฟัง มักจะบอกว่า "นี่คือนิยายแนวสวมหน้ากาก"
แล้วก็ชอบทำเป็นฉลาดพูดเสริมไปอีกประโยคว่า "จริงๆ ข้าไม่ค่อยชอบอ่านแนวสวมหน้ากากหรอกนะ แต่ก็ยังอยากแนะนำให้ทุกคนลองอ่านดู"
ข้าล่ะไม่รู้จะพูดอะไรดีเลย
จุดที่ทำให้คนอ่านรับไม่ได้มากที่สุดของแนวสวมหน้ากาก ก็คือ นักอ่านบางส่วนจะรู้สึกว่า ผู้หญิงในเรื่องดันไปตกหลุมรักคาร์แรกเตอร์ที่ตัวเอกสร้างขึ้นมา ไม่ได้รักที่ตัวตนจริงๆ ของตัวเอก
นิยายเรื่องนี้ได้อาศัยกระจกคุนหลุนมาช่วยลบจุดบอดข้อนี้ไปแล้ว เพราะพวกนางเอกไม่ได้ชอบคาร์แรกเตอร์ที่พระเอกสร้างขึ้นมาเลย
อย่างเช่น สวีอิงเหลียน ที่เกลียดขี้หน้าออร่าความขี้เก๊กของชิวฉางเทียนเอามากๆ แต่พอออร่านั้นหายไปเมื่อไหร่ นางก็จะหดหนามแหลมคมของตัวเองเก็บไว้ และเผยให้เห็นมุมน่ารักๆ แบบเด็กผู้หญิงที่หาดูได้ยากออกมา
หรืออย่างอันจือซู่ ที่มองว่าคำพูดเบียวๆ ของหลิงอวิ๋นพั่ว เป็นแค่พฤติกรรมของเด็กไม่รู้จักโต ก็เลยคอยดูแลเขาเหมือนเป็นน้องชาย แต่พอคาร์แรกเตอร์ผู้ไม่ยอมจำนนถูกปลดออกไป ศิษย์พี่หญิงอันถึงได้รู้ว่าศิษย์น้องคนนี้ไม่ได้ใสซื่ออย่างที่คิด และความรักบริสุทธิ์แบบพี่สาวน้องชาย ถึงจะเริ่มพัฒนาไปเป็นความรักแบบอื่น
หรืออย่างสือหลิวหลี ที่มีนิสัยชื่นชมคนเก่ง ชอบคนหล่อและมีความสามารถ คาร์แรกเตอร์จอมปลอมของหลัวเหยี่ยนแต่เดิมก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของนางอยู่แล้ว มีเพียงตอนที่ปลดคาร์แรกเตอร์ออกเท่านั้น ถึงจะไปกระตุ้นสัญชาตญาณการเลือกคู่ของคุณหนูใหญ่สือได้
ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นเนื้อเรื่องที่เขียนบอกเอาไว้อย่างชัดเจนในนิยายแล้ว
เพื่อป้องกันไม่ให้นักอ่านอ่านข้าม จนพลาดคำอธิบายเหล่านี้ไป ข้าถึงขนาดต้องไปเน้นย้ำในช่องคอมเมนต์ของบทที่สองเลยว่า "นิยายเรื่องนี้ไม่ใช่แนวสวมหน้ากากแบบที่ 'ผู้หญิงไปหลงรักหน้ากาก'"
แต่ข้างนอกนั่น ก็ยังมีคนพูดกันอยู่ดีว่า "นี่มันนิยายแนวสวมหน้ากาก"
ข้าล่ะสงสัยจริงๆ ว่าคนพวกนี้มันตาบอดหรือเปล่าเนี่ย ไม่ต้องพูดถึงเนื้อเรื่องที่เขียนอธิบายไว้ตั้งห้าจุดขึ้นไปหรอก ลำพังแค่ย่อหน้ายาวๆ ที่ข้าเขียนอธิบายไว้ท้ายบทที่สอง พวกเขาก็มองไม่เห็นกันเลยรึไง?
แล้วข้าก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่า คนพวกนี้ไม่เคยอ่านนิยายของข้าเลยจริงๆ... แม้แต่ตอนเดียว
ตอนแรกสุดที่ข้ายังไม่ได้อุดช่องโหว่พวกนี้ มีคนมาถามข้าว่าเรื่องนี้จัดเป็นแนวแยกร่างไหม ข้าก็ตอบไปว่าไม่ใช่แยกร่าง ตัวเอกเป็นคนสวมบทบาททั้งหมด น่าจะจัดเป็นแนวสวมหน้ากากล่ะมั้ง?
จากนั้นก็มีนักอ่านมาอธิบายจุดบอดของแนวสวมหน้ากากให้ข้าฟัง ข้าก็เลยบอกว่างั้นข้าขออุดช่องโหว่หน่อยก็แล้วกัน (แถมยังเปลี่ยนชื่อเป็น "แนวไอเซ็น" เพื่อป้องกันไม่ให้คนติดภาพจำผิดๆ ด้วย)
แต่ทว่า กลับมีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ยอมอ่านนิยายของข้าเลย พอได้ยินผู้เขียนบอกว่าเป็น "แนวสวมหน้ากาก" ก็รีบเอาไปป่าวประกาศข้างนอกทันทีว่า:
"โยวจู้เปิดเรื่องใหม่แล้วนะ เป็นแนวสวมหน้ากากล่ะ"
"อ้อ แนวสวมหน้ากากข้าไม่ค่อยชอบอ่านเท่าไหร่ แต่ก็ขอสนับสนุนหน่อยละกัน แชร์ต่อเลย"
แล้วหลังจากนั้น ข่าวลือเรื่อง "แนวสวมหน้ากาก" ก็เริ่มแพร่สะพัดออกไป
นี่มันพฤติกรรมของพวกแอนตี้แฟนชัดๆ
————————
พอพูดถึงเรื่องนี้ ข้าก็อดไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงเพื่อนนักเขียนคนหนึ่ง
เขาเขียนนิยายแนวสเปซโอเปร่าแท้ๆ แต่เพียงเพราะตัวเอกเกิดมาก็เป็นถึงราชันย์เซียน ก็เลยมีคนกลุ่มใหญ่พากันไปตราหน้าว่าเป็น "แนวทหารเทพ" "นิยายปัญญาอ่อน"
บีบให้ผู้เขียนต้องคอยตามแก้ข่าวไปทั่วว่า "ไม่ใช่แนวทหารเทพเว้ย" แต่ก็สู้พลังมวลชนไม่ได้ ยังคงมีคนเอาไปปล่อยข่าวลือข้างนอกอยู่ดีว่า "ผู้เขียนยอมทิ้งจุดยืนเพื่อหิวเงิน" "แนวทหารเทพนี่มันอ่านไม่ลงจริงๆ"
พวกเจ้าเชี่ยวชาญเรื่องทฤษฎีการสื่อสารกันมากเลยสินะ พวกแอนตี้แฟนทั้งหลาย?
งั้นข้าจะมอบเวอร์ชันมาตรฐานให้พวกเจ้าเอาไปแชร์ต่อกันเลยก็แล้วกัน:
นิยายเรื่องใหม่ของโยวจู้ 《บำเพ็ญเพียรเริ่มต้นจากการบริหารเวลา》 เป็นแนวหลอกฟันสาว ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่อง 《ดังโก้》 ของ แม็กซิม กอร์กี้
พระเอกเพื่อที่จะกอบกู้โลก จึงกล้าหาญลุกขึ้นมาสวมบทบาทเป็นคาร์แรกเตอร์ต่างๆ แฝงตัวเข้าไปในสำนักบำเพ็ญเพียรชื่อดัง หลอกลวงให้เหล่าเทพธิดาจากแต่ละสำนักมาหลงเชื่อ เพื่อวางแผนรวบรวมเศษหินสวรรค์ให้ครบ และในที่สุดก็สามารถอุดรอยรั่วซ่อมฟ้า หยุดยั้งชะตากรรมที่โลกจะต้องพังทลายลงได้สำเร็จ
ทว่า วีรบุรุษผู้นี้กลับไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างที่ควรจะได้รับ หลังจากกอบกู้โลกสำเร็จ เขากลับถูกเหล่าเทพธิดาจับตัวไปทรมานและลงโทษสารพัดวิธีทั้งวันทั้งคืน โทษฐานที่ไปขโมยของวิเศษล้ำค่าของสำนักมา...
ก็เหมือนกับตอนจบที่แสนจะรันทดของดังโก้นั่นแหละ มนุษยชาติไม่เคยซาบซึ้งในบุญคุณของผู้กอบกู้โลก แต่จิตวิญญาณของเขาจะถูกส่งต่อและเล่าขานกันต่อไป
(จบแล้ว)ห