- หน้าแรก
- ข้านี่แหละตัวร้ายที่มีระบบกาชาสุดเทพ
- บทที่ 11: การสืบสวนของซูหลิงเสวี่ย
บทที่ 11: การสืบสวนของซูหลิงเสวี่ย
บทที่ 11: การสืบสวนของซูหลิงเสวี่ย
เฉินเฟิงค่อยๆ เป่าโจ๊กในช้อนให้เย็นลงก่อนจะจิบเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าไม่ร้อนจนเกินไปแล้ว เขาจึงป้อนให้ซูเสวี่ยเหยา
เธอรับโจ๊กจากมือเฉินเฟิงเข้าปากคำโต แววตาเปี่ยมไปด้วยความสุขล้นปรี่ขณะซบศีรษะลงบนอกของเขา
ไม่นานนัก โจ๊กชามใหญ่ก็หมดเกลี้ยง แม้ท้องน้อยๆ ของเสวี่ยเหยาจะเริ่มนูนออกมาเพราะความอิ่ม แต่เธอก็ยังอยากให้เฉินเฟิงป้อนต่อ
"เอาล่ะๆ หมดแล้ว ถ้าเธอชอบ ครั้งหน้าจะให้ยวี่เยียนทำให้กินอีกนะ"
เมื่อเห็นท้องของซูเสวี่ยเหยา เขาจึงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ให้เธอกินต่ออีก
"หนูชอบทุกอย่างตราบใดที่พี่ชายเป็นคนป้อนค่ะ แต่ถ้าพี่ชายจิบก่อนแล้วค่อยป้อนหนูจะดีที่สุดเลย ฮี่ๆ"
"เอาไว้โอกาสหน้าพี่จะป้อนให้เยอะกว่านี้ละกันนะ เจ้าตัวเล็ก" เฉินเฟิงกล่าวด้วยความเอ็นดูพลางลูบศีรษะของซูเสวี่ยเหยา
ห้องนอนค่อนข้างเละเทะ ซูเสวี่ยเหยายังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ส่วนหลินอวี่เยียนก็กลับไปนอนต่อแล้ว อีกอย่างถึงเขาจะเรียกหลินอวี่เยียนมาทำความสะอาด เจ้าเด็กสาวหน้าบางคนนั้นคงไม่ยอมให้เขาทำแบบนั้นแน่
เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเก็บกวาดด้วยตัวเอง
เขาจัดแจงเก็บชุดนักเรียนสไตล์ญี่ปุ่น เสื้อเชิ้ต ชุดเกราะ และถุงน่องผ้าไหมสีขาวหลากไซส์ที่กองอยู่บนพื้น
เมื่อมองสิ่งของหลากหลายในมือ เขาก็หวนนึกถึงความดุเดือดของซูเสวี่ยเหยาเมื่อคืนนี้
ตอนนี้มีเพียงเขาคนเดียวที่รู้ว่าเธอยังมีมุมที่ซ่อนเร้นอยู่แบบนี้ หากข่าวนี้แพร่ออกไป ไม่รู้ว่าจะมีใครอิจฉาจนอกแตกตายบ้าง
"เสวี่ยเหยา ชุดพวกนี้เธอใส่ไม่ได้แล้วนะ เดี๋ยวพี่จะให้คนเอาชุดใหม่มาเปลี่ยนให้ พักผ่อนที่นี่ไปก่อนเถอะ"
"ตอนเธอตื่น จะจัดการผ้าปูที่นอนเองหรือให้ยวี่เยียนมาทำก็แล้วแต่เธอนะ วันนี้พี่มีธุระ เดี๋ยวจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อน"
"อื้อ ค่ะ พี่ชายไปทำงานเถอะ เดี๋ยวเสวี่ยเหยาจะรอพี่นะคะ (◍>◡<◍)"
...
"นี่ อาฟู่ หลินฮ่าวออกมาหรือยัง?"
"ออกมาแล้วครับคุณชาย เมื่อเช้านี้ท่านผู้เฒ่าหยางเป็นคนประกันตัวออกมา อีกฝ่ายเดิมทีจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แต่พอเห็นตระกูลหยางมาก็ไม่กล้าปริปากพูดอะไรสักคำแล้วรีบทำหนังสือยอมความทันที ตอนนี้กำลังมุ่งหน้าไปที่ซูกรุ๊ปครับ"
"ดี คอยจับตาดูให้ดี เดี๋ยวฉันจะตามไป"
การที่เห็นหลินฮ่าวอยู่กับหยางอวี่ซินในคราวนี้ เขาเดาได้เลยว่าไอ้เด็กนั่นต้องไปสร้างความสัมพันธ์กับผู้เฒ่าหยางมาแน่ๆ
ทว่าสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือ หลินฮ่าวจะยังคงคิดจะพิชิตใจซูหลิงเสวี่ยอีก เธอเริ่มสืบสวนเขาแล้ว หากเธอได้หลักฐานขึ้นมาจริงๆ บางทีอาจจะส่งหลินฮ่าวกลับเข้าตารางไปอีกรอบก็ได้
ไม่กี่นาทีต่อมา รถมาเซราติทะเบียน เทียน-A66666 ก็มาจอดที่หน้าบริษัทซูกรุ๊ป
เมื่อเห็นดังนั้น อาฟู่ก็รีบวิ่งไปเปิดประตูรถทันที
คนที่นั่งอยู่ข้างในก็คือเฉินเฟิง ในเมืองเทียนไห่ทั้งเมือง มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่ใช้ทะเบียนแบบนี้ได้
คนหนุ่มสาวหลายคนที่เดินผ่านไปมาต่างจ้องมองรถมาเซราติของเขาด้วยสายตาเป็นประกาย
ชีวิตของคนรวยก็ช่างน่าเบื่อและไร้รสชาติเช่นนี้แหละ เมื่อนึกถึงรถหรูคันอื่นๆ ในโรงรถที่มีทะเบียนตัวเลขสวยๆ แบบนี้อีกหลายคัน...
เฉินเฟิงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ—เขาคงไม่มีปัญญาขับมันทุกคันหรอก
อาฟู่กระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเฉินเฟิง
"เอาล่ะ เข้าใจแล้ว วันนี้พาน้องๆ ไปพักผ่อนกันเถอะ พวกนายทำงานหนักกันมาหลายวันแล้ว"
"ในบัตรนี้มีเงินอยู่ล้านนึง แต่อย่าไปก่อเรื่องให้ฉันเดือดร้อนก็พอ"
"ขอบคุณครับคุณชาย"
อาฟู่รับบัตรมาด้วยสองมือพลางแสดงความขอบคุณต่อเฉินเฟิง
เขาไม่เคยตระหนี่กับลูกน้อง ถ้าอยากให้ม้าวิ่งได้เร็ว ก็ต้องปล่อยให้มันกินอิ่ม—เขายึดมั่นในหลักการนี้เสมอมา
หลังจากรายงานจบ อาฟู่ก็รีบจากไป
"อ้าว นั่นหลินฮ่าวไม่ใช่เหรอ? ทำไมออกมาเร็วจังล่ะ"
"หึ แกนึกว่าฉันจะเป็นเหมือนแกหรือไง ที่เอาแต่โดดงานลางานอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน? เป้าหมายของฉันคือต้องคว้ารางวัลพนักงานดีเด่นแห่งปีให้ได้ แล้วตอนนั้นหลิงเสวี่ยจะต้องมองฉันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปแน่"
เฉินเฟิงเกือบหลุดขำกับความคิดของหลินฮ่าว
"งั้นก็เชิญพยายามคว้ารางวัลพนักงานดีเด่นต่อไปเถอะ ฉันไม่กวนละ"
ทั้งสองไม่ได้คุยอะไรกันต่อ เฉินเฟิงมาที่บริษัทคราวนี้ก็เพื่อจะดูว่าซูหลิงเสวี่ยได้เบาะแสอะไรจากการสืบสวนบ้างหรือยัง
เขาไม่ได้ทิ้งร่องรอยการสอดแนมใดๆ ไว้เลยตอนที่ดำเนินเนื้อเรื่องก่อนหน้านี้ เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์
เขาหวั่นเกรงว่าโชคชะตาอันมหาศาลของบุตรแห่งสวรรค์จะมาแทรกแซงผลการตรวจสอบ
...
ภายในสำนักงานของซูหลิงเสวี่ย
"ยังไม่มีเบาะแสอะไรเลยหรือ?"
"ท่านประธานค่ะ ร่องรอยในที่เกิดเหตุถูกกำจัดไปหมดจดมาก ยากที่จะหาหลักฐานมัดตัวได้ค่ะ"
ซูหลิงเสวี่ยคลึงหน้าผากด้วยความหงุดหงิด
เธอว่าจ้างนักสืบไปหลายกลุ่ม แต่ไม่มีใครพบเบาะแสที่เป็นประโยชน์เลย
"แต่ว่าท่านประธานค่ะ เราค้นพบข้อมูลอีกชุดหนึ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์กับคุณค่ะ"
"พูดมา"
"ถึงเราจะไม่พบข้อมูลของหลินฮ่าวในที่เกิดเหตุ แต่เรากลับพบข่าวเกี่ยวกับคุณชายเฉินจากช่องทางอื่นค่ะ"
ซูหลิงเสวี่ยส่งสัญญาณให้เลขาพูดต่อ
"จากการสืบสวน คุณชายเฉินมีหลักฐานที่อยู่ชัดเจนในตอนที่คุณถูกลักพาตัวค่ะ เขาอยู่ที่ศาลาชิงหยุนในเวลานั้น แม้กระทั่งตอนที่คุณหายตัวไป เขาก็ยังทำตัวตามปกติ"
"นี่แสดงว่าคุณชายเฉินไม่รู้เรื่องอะไรเลย ยิ่งไปกว่านั้นหากเขาเป็นคนวางแผน เป้าหมายของเขาจะต้องเป็นคุณแน่นอน ซึ่งข้อนี้ช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ของเขาได้มากค่ะ"
เลขาแจกแจงผลการตรวจสอบรวมถึงวิเคราะห์ให้ฟัง
"หึ ผู้ชายก็เหมือนกันหมด ไม่เห็นมีสักคนที่ไว้ใจได้"
หลังจากได้ยินผลลัพธ์ ซูหลิงเสวี่ยก็มั่นใจถึง 90% ว่าเฉินเฟิงบริสุทธิ์ แต่เธอยังคงรู้สึกขุ่นเคืองในใจ เธอยังจำได้ว่าในตอนนั้นเฉินเฟิงกำลังตามจีบเธออยู่แท้ๆ ทำไมถึงไปสถานที่แบบนั้นเพื่อหาความสำราญได้?
แต่ถ้าคิดอีกมุม หากเฉินเฟิงเป็นคนลักพาตัวเธอ เธอคงถูกพาตัวไปที่โรงแรมทันทีที่ถูกจับตัวไปแล้ว
ในความเป็นจริง ไม่นานหลังจากเธอถูกลักพาตัว หลินฮ่าวก็ปรากฏตัวขึ้น เขามีความสามารถช่วยเธอไว้ได้พอดี และหลังจากนั้นเขาก็อ้างเรื่องตกงานเพื่อมาเป็นคนขับรถและบอดี้การ์ดส่วนตัวของเธอ
เรื่องพวกนี้มันบังเอิญเกินไปหรือเปล่า?
คนมีความสามารถอย่างหลินฮ่าวจะหางานทำไม่ได้เชียวหรือ?
เธอไม่เชื่อหรอกว่ามันไม่มีอะไรผิดปกติ ตอนนี้ในใจของเธอ หลินฮ่าวกลายเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งไปแล้ว
หากเฉินเฟิงรู้ถึงข้อสรุปของซูหลิงเสวี่ยในตอนนี้ เขาคงต้องปรบมือให้ดังๆ
ดูเหมือนยัยผู้หญิงซื่อบื้อนี่จะมีสมองอยู่บ้าง ไม่ได้ไร้ประโยชน์ไปเสียทีเดียว
"ไปบอกหลินฮ่าวว่าเขาถูกไล่ออก บอกไปตรงๆ เลยว่าเป็นคำสั่งของฉัน ให้เขาเก็บของแล้วออกไปเดี๋ยวนี้"
"ค่ะ ท่านประธาน"
เพราะไม่มีหลักฐาน ซูหลิงเสวี่ยจึงยังทำอะไรหลินฮ่าวไม่ได้มาก
แต่การเก็บระเบิดเวลาอย่างหลินฮ่าวไว้ข้างตัวทำให้เธอยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ จากการสังเกตในช่วงนี้ หลินฮ่าวมีเจตนาไม่ดีกับเธออย่างแน่นอน
ก่อนหน้านี้เพราะอยากตอบแทนบุญคุณ เธอจึงมองหลินฮ่าวผ่านฟิลเตอร์ที่สวยงาม แต่ตอนนี้มันไม่มีอีกแล้ว
ในจังหวะนั้นเอง เฉินเฟิงก็เดินเข้ามา
"โอ๊ะ ทำไมท่านประธานซูถึงทำหน้าบึ้งตึงแบบนั้นล่ะครับ? เจอเรื่องเดือดร้อนอะไรมาหรือเปล่า?"
เมื่อเห็นเฉินเฟิง เธอก็นึกถึงเรื่องที่ถูกบังคับให้ไปเป็นสาวใช้ขึ้นมาทันที
เธอพูดอย่างเกรี้ยวกราด "ไม่เกี่ยวกับนาย! นี่มันห้องทำงานประธาน ถ้าไม่มีรายงานอะไรสำคัญก็ออกไปซะ ฉันยุ่งอยู่"