- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเล่นเกมสยองขวัญ ทำไมระบบถึงบังคับให้ผมเป็นเจ้าสาว
- บทที่ 60 - เสียงหวีดร้อง
บทที่ 60 - เสียงหวีดร้อง
บทที่ 60 - เสียงหวีดร้อง
บทที่ 60 - เสียงหวีดร้อง
เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำ ก็ทำให้หลีเสียนที่เพิ่งจะผ่อนคลายลงเล็กน้อยกลับมาตั้งการ์ดระวังตัวอีกครั้ง
เขาดึงมือออกจากเฉิงซิ่นและถอยหลังไปสองก้าว
กิลด์ไป๋เย่... เขาจำชื่อนี้ได้
ยอดโดเนตที่สูงที่สุดในดันเจี้ยนที่แล้วก็มาจากกิลด์นี้นี่แหละ แต่บังเอิญมาเจอคนที่รู้จักเขาที่นี่เนี่ยนะ...
"ไม่ต้องเกร็งไปหรอก นายก็น่าจะรู้ใช่ไหมล่ะว่าดันเจี้ยนของโซนมือใหม่จะถูกถ่ายทอดสดให้โซนระดับสูงดูน่ะ?" เฉิงซิ่นเห็นท่าทางของหลีเสียนจึงค่อยๆ อธิบาย
"นายถือเป็นผู้เล่นใหม่ที่ดังที่สุดเลยนะ ก็เล่นทำลายสถิติยอดโดเนตในดันเจี้ยนเดียวซะขนาดนั้น ก็นับว่าโชคดีที่ผู้เล่นสี่คนที่ปาร์ตี้กันเข้ามาในดันเจี้ยนนี้ไม่มีใครรู้จักนายเลย สงสัยคงไม่ค่อยได้ดูไลฟ์สดล่ะมั้ง"
คำอธิบายของเฉิงซิ่นก็ฟังดูมีเหตุผลดี แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้เล่นจากโซนระดับสูง หลีเสียนก็อดไม่ได้ที่จะต้องระวังตัวให้มากขึ้น
"แล้วยังไงต่อ?"
"หัวหน้าของพวกเราชื่นชมนายมากนะ ในเมื่อบังเอิญมาเจอกันที่นี่แล้ว ฉันก็หวังว่านายจะลองพิจารณากิลด์ไป๋เย่ดูหน่อย"
"ถ้านายตกลง นายสามารถร่วมมือกับพวกเราชั่วคราวในดันเจี้ยนนี้ก่อนก็ได้ แล้วค่อยให้คำตอบทีหลัง"
"ฉันสามารถให้ข้อมูลที่นายอยากรู้เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนได้ด้วย"
เฉิงซิ่นยืนรอคำตอบของหลีเสียนอย่างมั่นใจ
อีกฝ่ายขมวดคิ้ว คล้ายกับกำลังชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย ในที่สุดก็เอ่ยปากตอบ
"ตกลง"
เฉิงซิ่นหัวเราะ "หึๆ" แล้วยกแขนขึ้นพาดบ่าหลีเสียนอย่างตีสนิท ท่อนแขนอันแข็งแรงกดทับจนหลีเสียนถึงกับตัวทรุดลงไปนิดหนึ่ง
"ว่าแต่นายเลื่อนขึ้นโซนระดับสูงมาตอนไหนเนี่ย? ฉันหาไม่เจอไม่เท่าไหร่ แต่หลินสือหมิงก็ยังหานายไม่เจอเหมือนกันเหรอ?"
พูดจบเฉิงซิ่นก็ถอนหายใจ "ช่างเถอะ ถือว่าฉันดวงดีก็แล้วกัน"
หลีเสียน "ยก" ท่อนแขนของอีกฝ่ายออกจากตัว แล้วถามขึ้น "พวกนายมีเบาะแสอะไรเกี่ยวกับดันเจี้ยนนี้บ้างไหม?"
"สรุปก็คือต้องหาคนให้เจอแหละ ลองเดินดูรอบๆ ตึกนี้ก่อนก็แล้วกัน"
พูดจบทั้งสามคนก็เริ่มออกเดินทันที เมื่อออกจากห้องผู้ป่วยก็เห็นผู้ป่วยเดินเตร็ดเตร่ไปมาในโถงทางเดินประปราย บ้างก็เดินวนไปมาไม่หยุด บ้างก็หดตัวนั่งเหม่อลอยอยู่ตรงมุมกำแพง และบางคนก็เอามือตบกำแพงพลางส่งเสียงหัวเราะ "คิกคิก" ออกมาเป็นระยะ
หลีเสียนเดินสวนกับผู้ป่วยเหล่านั้นอย่างระมัดระวัง เมื่อเดินมาถึงบันไดเขาก็หันกลับไปมองพวกนั้นอีกครั้ง และในตอนนั้นเอง เสียงหวีดยาวบาดแก้วหูก็ดังขึ้นก้องไปทั่วทั้งตึก
"วี้ด——————"
เสียงหวีดร้องที่มีความถี่สูงมากดังก้องกังวานทะลุทะลวงไปทั่วทุกซอกทุกมุมของตึก มันกินเวลาประมาณห้าวินาทีก่อนจะดับวูบไป ทิ้งไว้เพียงอาการหูอื้อที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาท
หลีเสียนตบหูตัวเองเบาๆ ด้วยความรู้สึกไม่สบายตัว และเมื่ออาการหูอื้อหายไป เขาก็รู้สึกว่าทางเดินนี้มันเงียบสงัดจนน่ากลัว
เสียงฝีเท้า เสียงตบกำแพง และเสียงหัวเราะ "คิกคิก" ของผู้ป่วยหายไปหมดเกลี้ยงหลังจากที่เสียงหวีดร้องสิ้นสุดลง
พวกเขาหยุดกิจกรรมที่กำลังทำอยู่พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกว่ากำลังเผชิญกับความหวาดกลัวอย่างสุดขีด... เจียงชิวเยว่เผลอหลุดปากถามออกไป "พวกนั้นเป็นอะไรไปน่ะ..."
เธอกดเสียงให้เบาที่สุดจนแทบจะเป็นการบ่นพึมพำกับตัวเอง ทว่ามันกลับทำให้ผู้ป่วยทุกคนหันขวับมามองเป็นตาเดียว!
"เชี่ย ไม่ใช่ละ..."
เจียงชิวเยว่ตกใจสุดขีด ลางสังหรณ์อันตรายพุ่งปรี๊ดขึ้นมาในใจ—
ผู้ป่วยคนหนึ่งในโถงทางเดินจู่ๆ ก็พุ่งพรวดเข้ามาหาพวกเขาทั้งสามคน!
เจียงชิวเยว่เห็นดังนั้นก็ใส่เกียร์หมาสับขาหนีทันที! หลีเสียนตั้งใจจะวิ่งตามไป แต่กลับพบว่าเฉิงซิ่นยืนนิ่งอยู่กับที่ ซ้ำยังทำท่าขยับตัวเตรียมพร้อมจะสู้
หรือว่าหมอนี่คิดจะใช้กำลังกับตัวละครในดันเจี้ยนจริงๆ ดิ?!
ผู้ป่วยที่พุ่งเข้ามาดูอ่อนแอขี้โรคจริงๆ มองแวบแรกก็รู้ว่าหลีเสียนสามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย ท่าทางการวิ่งของเขาดูโซเซซวนเซ ทว่ากลับมีความเร็วที่ไวกว่าปกติอย่างไม่สมเหตุสมผล
เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายของเขาไม่ใช่เฉิงซิ่นและหลีเสียน แต่เป็นเจียงชิวเยว่ที่วิ่งหนีไป ในจังหวะที่เขากำลังจะวิ่งผ่านตัวทั้งสองคนไปนั้น เฉิงซิ่นก็ง้างหมัดขึ้น—
หลีเสียนไม่คิดจะยุ่งกับการกระทำของเฉิงซิ่น การที่ผู้เล่นโซนระดับสูงกล้าทำแบบนี้ย่อมต้องมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม แต่เมื่อหางตาของเขาเหลือบไปเห็นคนที่กำลังเดินมาตรงบันได รูม่านตาก็หดเกร็ง รีบกดหมัดของเฉิงซิ่นลงอย่างแรง!
เฉิงซิ่นหันมามองหลีเสียนด้วยความงุนงง จากนั้นเขาก็เห็นผู้ป่วยที่ตัวเองกะจะซัดให้หมอบ—
กลิ้งหลุนๆ ตกบันไดไปนอนตาเหลือกอยู่แทบเท้าของหัวหน้าพยาบาล
หัวหน้าพยาบาลชะงักฝีเท้า หลุบตามองผู้ป่วยที่กลิ้งมาหยุดอยู่ตรงหน้า ส่วนหลีเสียนก็ชักเท้ากลับ หมายจะฉวยโอกาสรีบดึงตัวเฉิงซิ่นให้หนีไป...
"303A 307B นี่มันเกิดอะไรขึ้น?"
สายตาของหัวหน้าพยาบาลยังคงจับจ้องอยู่ที่ผู้ป่วยใต้ฝ่าเท้า แต่กลับสามารถขานหมายเลขของหลีเสียนและเฉิงซิ่นได้อย่างแม่นยำ
หลีเสียนชะโงกหน้าออกไปอย่างเก้ๆ กังๆ และพบว่านอกจากหัวหน้าพยาบาลแล้ว ข้างกายเธอยังมีหมอที่ไม่คุ้นหน้ายืนอยู่อีกคนหนึ่ง
เนื่องจากระยะห่างไกลเกินไป หลีเสียนจึงมองไม่เห็นป้ายชื่อที่ติดอยู่บนอกของอีกฝ่าย หมอคนนี้มีท่าทีตรงข้ามกับหัวหน้าพยาบาลอย่างสิ้นเชิง เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองผู้ป่วยที่กลิ้งตกบันไดลงมาเลยสักนิด แต่กลับจ้องเขม็งมาที่... มือของหลีเสียน?
เมื่อหลีเสียนปล่อยมือออกจากหมัดของเฉิงซิ่น สายตานั้นก็เลื่อนขึ้นมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของเขา
หัวหน้าพยาบาลยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย เธอเค้นถามด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"ฉันถามว่าเกิดอะไรขึ้น?"
"...เขาตกลงไปเองครับ"
หลีเสียนแก้ตัว
ผู้ป่วยที่นอนกองอยู่บนพื้นกระตุกสองทีแล้วก็ได้สติขึ้นมา
เขามองซ้ายมองขวาด้วยความงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะล็อกเป้าไปที่หลีเสียน
ผู้ป่วยโซเซหยัดตัวลุกขึ้นจากพื้น แล้วพุ่งเข้าใส่หลีเสียนด้วยใบหน้าถมึงทึง!
หัวหน้าพยาบาลมองดูภาพตรงหน้าอย่างเงียบๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะเข้าไปห้ามปรามเลยแม้แต่น้อย
เขาคว้าคอเสื้อของหลีเสียนเอาไว้พร้อมกับตั้งท่าเตรียมจะต่อย เฉิงซิ่นเห็นดังนั้นก็เตรียมจะยื่นมือเข้าไปขวาง แต่หลีเสียนกลับเอ่ยห้ามเสียงเบา
"อย่าลงมือ"
เพียงแค่ลังเลไปเสี้ยววินาที หมัดของผู้ป่วยก็พุ่งตรงเข้ามาใกล้ใบหน้าของหลีเสียน!
หลีเสียนไม่หลบหลีกแม้แต่น้อย ปล่อยให้หมัดนั้นพุ่งเป้ามาที่หน้าของตัวเอง—
แล้วมันก็หยุดกึกในระยะประชิดก่อนจะสัมผัสโดนปลายจมูกของเขา
อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด
เขาไม่กล้าลงมือทำร้ายคนต่อหน้าหัวหน้าพยาบาล การกระทำเมื่อครู่ก็แค่พยายามยั่วยุให้เขาตอบโต้เท่านั้น
หลีเสียนไม่รู้แน่ชัดว่ากฎระเบียบของสถานบำบัดแห่งนี้เป็นอย่างไร แต่ดูจากจุดจบของผู้ป่วยที่คุ้มคลั่งในโรงอาหารเมื่อเช้า ก็เห็นได้ชัดว่าที่นี่ไม่สนับสนุนให้ใช้ความรุนแรง
นี่แหละคือเหตุผลที่หลีเสียนห้ามไม่ให้เฉิงซิ่นลงมือหลังจากที่เห็นหัวหน้าพยาบาลเดินเข้ามา
เมื่อผู้ป่วยเห็นหลีเสียนไม่ตอบสนอง เขาก็ยังคงพยายามยั่วยุต่อไปอย่างไม่ยอมแพ้ ปล่อยหมัดเฉี่ยวไปมาตรงหน้าหลีเสียน แต่ก็ไม่ยอมให้โดนตัวเขาสักที
หลีเสียนยืนมองการกระทำนั้นนิ่งๆ กะจังหวะที่อีกฝ่ายปล่อยหมัดลงมาในครั้งถัดไป แล้วร้อง "โอ๊ย!" ออกมาเหมือนเจ็บปวด พร้อมกับกระชากชายเสื้อของผู้ป่วยให้ล้มหงายหลังไปด้วยกัน—
ทั้งสองคนกลิ้งตกบันไดลงไปพร้อมกันอีกรอบ
เฉิงซิ่นที่ยืนดูเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นจนจบถึงกับอ้าปากค้างเป็นรูปตัวโอ แต่เพราะยังห่วงเรื่องคาแรกเตอร์คนเป็นใบ้ของตัวเองก็เลยไม่ได้เปล่งเสียงอะไรออกมา
ในจังหวะที่ท้ายทอยกำลังจะกระแทกพื้น หลีเสียนก็สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลจากด้านหลัง
หมอที่ยืนอยู่ข้างหัวหน้าพยาบาลรับตัวหลีเสียนเอาไว้ในอ้อมแขนได้อย่างมั่นคง ส่วนผู้ป่วยที่ถูกกระชากลงบันไดมาด้วยกันก็ลงไปนอนตาเหลือกอยู่ที่แทบเท้าของหัวหน้าพยาบาลอีกตามเคย
[จบแล้ว]