- หน้าแรก
- มหาแพทย์ไร้ขอบเขต
- บทที่ 1560: ไม่รบกวน (ฟรี)
บทที่ 1560: ไม่รบกวน (ฟรี)
บทที่ 1560: ไม่รบกวน (ฟรี)
บทที่ 1560: ไม่รบกวน
ตอนที่วังเจี้ยนหมิงกำลังกล่าวลาคุณปู่ เขาก็ได้รับข่าวการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของเฉียวหย่วนเจียง ผู้เฒ่าหวังเพิ่งโทรศัพท์ไปแสดงความเสียใจกับผู้เฒ่าเฉียว เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของผู้เฒ่าหวังก็ได้รับผลกระทบอย่างมาก เขาเชื่อว่าการตายของเฉียวหย่วนเจียงเป็นหนึ่งในแผนการแก้แค้นที่มุ่งเป้ามายังสองตระกูล
วังเจี้ยนหมิงปลอบใจว่า "คุณปู่ครับ เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องที่ใครก็หนีไม่พ้น เพียงแต่ครั้งนี้มันเกิดขึ้นใกล้ตัวเรา การตายของอาเฉียวเป็นอุบัติเหตุครับ"
ผู้เฒ่าหวังกล่าว "ไม่กี่วันก่อนไปบ้านตระกูลเฉียวยังเห็นเขาดีๆ อยู่เลย ไหงอยู่ๆ ก็จากไปซะแล้ว เฮ้อ!" เขารู้สึกเสียใจแทนเพื่อนเก่า ลูกชายสองคน คนหนึ่งหายสาบสูญไปจนบัดนี้ คาดว่าคงไม่รอด อีกคนก็มาเสียชีวิตกะทันหันระหว่างถูกสอบสวน
วังเจี้ยนหมิงกล่าว "โรคบางอย่างมันตรวจไม่พบหรอกครับ" ในความเห็นของเขา การที่เฉียวหย่วนเจียงปิดฉากชีวิตลงด้วยวิธีนี้ ยังดีกว่าการถูกตรวจสอบเพราะทำผิดวินัย แม้วังเจี้ยนหมิงจะไม่รู้ว่าเฉียวหย่วนเจียงทำผิดอะไร แต่ในเมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหาเขา ก็พิสูจน์ได้ว่าปัญหาของเขาร้ายแรงมาก
โดยปกติแล้ว เนื่องจากข้าราชการที่เสียชีวิตไปแล้วไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่และรับผิดชอบใดๆ ได้อีกต่อไป ดังนั้นจึงไม่มีการดำเนินคดีตามกฎหมายอีก สำหรับเฉียวหย่วนซานแล้ว นี่ก็นับว่าเป็นโชคดีในโชคร้าย ในแง่หนึ่ง อย่างน้อยก็สามารถรักษาชื่อเสียงของตระกูลเฉียวเอาไว้ได้
ผู้เฒ่าหวังพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เป็นขุนนาง ห้ามใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตนเด็ดขาด เจ้าต้องจำคำพูดนี้ไว้ในใจเสมอ"
วังเจี้ยนหมิงน้อมรับคำสอน "คุณปู่โปรดวางใจ ตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้าระบบราชการ ผมไม่เคยคิดที่จะใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ใดๆ ให้ตัวเองและครอบครัวเลยครับ"
ผู้เฒ่าหวังกล่าว "ยิ่งอำนาจมาก สิ่งล่อใจก็ยิ่งเยอะ คนที่ยิ้มแย้มอยู่รอบตัวเจ้า ส่วนใหญ่มักจะไม่ใช่เพื่อนของเจ้า"
วังเจี้ยนหมิงกล่าว "คุณปู่ครับ จริงๆ แล้วผมไม่ควรจะรีบไปขนาดนี้ แต่ว่า..."
ผู้เฒ่าหวังขัดจังหวะเขา "เจ้าเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของตงโจว ถ้าเจ้าไม่ไป แล้วตงโจวจะทำอย่างไร? เรื่องที่บ้านพวกเราจัดการได้"
วังเจี้ยนหมิงรู้ดีว่าปัญหาที่ตระกูลวังกำลังเผชิญอยู่ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คุณปู่พูด และไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขได้ในเวลาอันสั้น
ผู้เฒ่าหวังก็เข้าใจว่าเขาคงไม่เชื่อคำพูดของตน จึงตบไหล่วังเจี้ยนหมิงเบาๆ แล้วกล่าว "กลับไปเถอะ เจ้าอยู่ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ ไปทำในสิ่งที่ควรทำ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง"
วังเจี้ยนหมิงพยักหน้า ในตอนนั้นเองวังเจิ้งเต้าก็เดินเข้ามา เขาก็มาเพื่อปรึกษาบิดาเรื่องการเสียชีวิตของเฉียวหย่วนเจียงโดยเฉพาะเช่นกัน
วังเจี้ยนหมิงทักทายแล้วลุกขึ้นจากไป
วังเจิ้งเต้ารอจนเขาไปแล้ว จึงกระซิบถาม "พ่อครับ เฉียวหย่วนเจียงเสียแล้ว ผมต้องไปที่บ้านตระกูลเฉียวสักเที่ยวไหมครับ?"
ผู้เฒ่าหวังถลึงตาใส่เขา "เจ้าคิดว่ามันเหมาะสมหรือ?"
วังเจิ้งเต้ารู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย "ถึงผมกับเขาจะเคยมีเรื่องไม่พอใจกัน แต่ความสัมพันธ์ของสองตระกูลเราก็ยังอยู่ตรงนี้ ถ้าไม่ไปแสดงความเสียใจมันก็ดูจะพูดไม่ออก"
ผู้เฒ่าหวังกล่าว "ในบรรดาคนทีอาเฉียวของเจ้าไม่อยากเจอที่สุด อาจจะมีเจ้าอยู่ด้วย"
วังเจิ้งเต้าไม่คัดค้านคำพูดนี้ของบิดา เพราะในอดีตเขาเคยใช้จุดอ่อนของเฉียวหย่วนเจียงข่มขู่เขาหลายครั้ง กระทั่งบีบให้เขาออกหน้ารื้อฟื้นเรื่องสัญญาหมั้นหมายระหว่างวังเจี้ยนเฉิงกับเหมยรั่วเสวี่ยขึ้นมาใหม่ แม้ครั้งนี้ที่เฉียวหย่วนเจียงถูกเรียกไปสอบสวนจะไม่ใช่ฝีมือของเขา แต่ก็ไม่รู้ว่าทางตระกูลเฉียวจะคิดอย่างไร เมื่อย้อนกลับไปในอดีต การหายตัวไปของเฉียวหย่วนซานก็พูดได้ว่าไม่ใช่ไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลย
ผู้เฒ่าหวังถอนหายใจ "อาเฉียวของเจ้าไม่อยากให้คนนอกมารบกวน เรื่องของหย่วนเจียงก็ให้มันจบลงแค่นี้ ต่อไปเจ้าอย่าได้สร้างเรื่องอะไรขึ้นมาอีก"
วังเจิ้งเต้าทำหน้าเศร้า "พ่อครับ ผมไม่ใช่คนชอบซ้ำเติมคนล้ม อีกอย่าง ผมก็มองหย่วนเจียงเป็นเหมือนพี่ใหญ่มาตลอด"
ผู้เฒ่าหวังกล่าว "ความสัมพันธ์ของพวกเราสามคนพวกเจ้าก็รู้ดี เพราะพวกเรา พวกเจ้ารุ่นลูกถึงได้กลายเป็นเพื่อนกัน แต่ต่อมา..." ผู้เฒ่าหวังถอนหายใจอีกครั้ง เขาขี้เกียจจะพูดให้มากความ และไม่มีความจำเป็นต้องพูดต่อ หากลูกชายมองเฉียวหย่วนเจียงเป็นพี่ใหญ่จริง ก็คงไม่เกิดเรื่องบาดหมางมากมายขนาดนั้น
"พ่อครับ รอให้เรื่องนี้จบลง ผมจะมอบงานทั้งหมดให้เจี้ยนเฉิง จากนั้นก็จะถอนตัวจากวงการธุรกิจ ไปท่องเที่ยวชมความงดงามของประเทศเป็นเพื่อนท่านผู้เฒ่า"
ผู้เฒ่าหวังส่ายหน้า "เจ้าไปเองเถอะ ข้าแก่แล้ว แก่จนเดินไม่ไหวแล้ว"
"ถ้างั้นผมจะอยู่เป็นเพื่อนท่านที่บ้านครับ"
ผู้เฒ่าหวังมองลูกชาย "ทำไมจู่ๆ ถึงได้รู้ความขึ้นมาขนาดนี้?"
วังเจิ้งเต้าทอดถอนใจ "พ่อครับ หลายปีมานี้ผมสร้างปัญหาให้ท่านมากเกินไป ตอนนี้มาคิดดูแล้วช่างอกตัญญูจริงๆ ท่านผู้เฒ่าต้องอายุยืนร้อยปี ให้ผมได้มีเวลาชดเชยนะครับ"
เขากุมมือที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของบิดา
ผู้เฒ่าหวังเผยรอยยิ้มอบอุ่น "เจ้าเด็กบ้า ทำมาเป็นซึ้งไปได้ เอาล่ะ ทำใจให้ดีๆ สิ่งสำคัญเร่งด่วนตอนนี้คือจัดการเรื่องของเจี้ยนเฉิงให้เรียบร้อย"
วังเจิ้งเต้าพยักหน้า "เรามองคนไม่ผิด เจ้าหนูฉุนเหลียงคนนี้ทำงานเด็ดขาดรวดเร็ว สองวันนี้กำลังใช้กำลังของหน่วย 579 เปิดการสืบสวนครั้งใหญ่ บริษัทของผมกับของเฉียวหรูหลงโดนตรวจค้นจนทั่ว"
ผู้เฒ่าหวังกล่าวอย่างอ่อนล้า "เรื่องรายละเอียดก็ไม่ต้องมาเล่าให้ข้าฟังแล้ว ข้าจะพยายามสนับสนุนพวกเจ้าอย่างเต็มที่ ตัวเจ้าเองก็ต้องระวังให้มากด้วย" อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นติดๆ กันช่วงนี้ทำให้เขาอดเป็นห่วงไม่ได้ คู่ต่อสู้ที่ซ่อนตัวอยู่คนนี้ไม่รู้ว่ายังมีเล่ห์เหลี่ยมสกปรกอะไรรอพวกเขาอยู่อีก
"พ่อครับ วางใจได้ ผมดวงแข็ง ไม่เป็นอะไรหรอกครับ"
ผู้เฒ่าหวังกล่าว "หย่วนเจียงเสียชีวิตกะทันหัน เสี่ยวเสวี่ยคงจะกลับมาใช่ไหม?"
วังเจิ้งเต้ากล่าวอย่างนอบน้อม "ต้องกลับมาแน่นอนครับ ท่านผู้เฒ่าพูดถูก ช่วงเวลาแบบนี้ ผมไม่ไปรบกวนตระกูลเฉียวจะดีกว่า"
ผู้เฒ่าหวังกล่าว "การไม่รบกวน คือการให้ความเคารพอย่างสูงสุด"
...
เฉียวหรูหลงไม่ได้จากไปอย่างที่หวัง เขาเพิ่งจะหักพวงมาลัยรถ ก็ถูกรถคันหนึ่งขวางหน้าเอาไว้ ชายสองคนลงจากรถมาอยู่ตรงหน้าเขา พร้อมกับแสดงบัตรประจำตัวของหน่วย 579 และขอให้เขาไปกับพวกเขาเพื่อรับการสอบสวนเดี๋ยวนี้
เฉียวหรูหลงโกรธจนเลือดขึ้นหน้า "หน่วย 579 มันจะวิเศษวิโสมาจากไหน? ลุงใหญ่ข้าตายแล้วนะ ตอนนี้ข้าจะกลับบ้านไปจัดการงานศพของเขา!"
อีกฝ่ายไม่ไว้หน้าเขาเลยแม้แต่น้อย "คุณเฉียว เราจะไม่รบกวนเวลาของคุณนานเกินไป หวังว่าคุณจะให้ความร่วมมือ"
"ถ้าข้าไม่ยอมล่ะ?"
"เช่นนั้นเราคงต้องใช้มาตรการบังคับกับคุณ"
"แกกล้า..."
คำพูดของเฉียวหรูหลงยังไม่ทันจบ อีกฝ่ายก็บิดแขนของเขา กดร่างของเขาไว้กับตัวรถ "คุณเฉียว หวังว่าคุณจะให้ความร่วมมือในการทำงานของเรา"
เฉียวหรูหลงตะคอก "ไร้ขื่อแปสิ้นดี พวกแกต้องคิดถึงผลที่ตามมาด้วย!"
เฉียวหรูหลงดิ้นรนไปก็ไร้ประโยชน์ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่พิเศษที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีสองคน เขาไม่มีโอกาสตอบโต้เลยแม้แต่น้อย
ทว่าเฉียวหรูหลงเพียงถูกพาตัวมาที่ห้องทำงานในสำนักงานใหญ่ของบริษัท ซึ่งเป็นห้องทำงานของเขาเอง แต่ในขณะนี้มีคนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ของเขา หันหลังให้ประตู มองทิวทัศน์นอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่
เฉียวหรูหลงกำลังประหลาดใจว่าใครกันที่อวดดีถึงเพียงนี้
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น "ประธานเฉียวเลือกทำเลได้ดีจริงๆ จากตรงนี้มองเห็นพระราชวังต้องห้ามได้ทั้งหมดเลย"
สวี่ฉุนเหลียงค่อยๆ หมุนตัวกลับมา
เฉียวหรูหลงเบิกตากว้าง ไม่คาดคิดเลยว่าคนที่หน่วย 579 ต้องการให้มาคุยกับเขาจะเป็นสวี่ฉุนเหลียง
สวี่ฉุนเหลียงหันไปพูดกับเจ้าหน้าที่พิเศษสองคนนั้น "ให้พวกคุณไปเชิญประธานเฉียวมา ทำไมถึงได้รุนแรงแบบนี้? ระวังประธานเฉียวจะร้องเรียนพวกคุณนะ"
เฉียวหรูหลงแค่นเสียงเย็นชา "สวี่ฉุนเหลียง แกเล่นบ้าอะไร?"
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "นั่งลงก่อนค่อยคุย" เขาเหลือบตาเป็นสัญญาณ เจ้าหน้าที่พิเศษสองคนจึงปล่อยตัวเฉียวหรูหลง แล้วถอยออกไปนอกประตู
เฉียวหรูหลงขยับแขนที่ปวดเมื่อย สองมือเท้าโต๊ะ ก้มตัวมองสวี่ฉุนเหลียงอย่างเอาเรื่อง ท่าทางราวกับจะกินเขาเข้าไปทั้งตัว
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "ขอแนะนำตัวก่อนนะ ตอนนี้ผมเป็นเจ้าหน้าที่พิเศษของหน่วย 579"
เฉียวหรูหลงกล่าวอย่างดูแคลน "แกจะเป็นอะไรไม่สำคัญ แค่จำไว้ว่า แกกำลังละเมิดสิทธิพลเมืองของข้า ถ้าข้าต้องการ ฟ้องแกขึ้นศาลได้ทุกเมื่อ"
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "ประธานเฉียว คุณมีสิทธิ์นั้นแน่นอน แต่คุณควรจะทำความเข้าใจให้ดีก่อนนะ ในเมื่อผมกล้าพาคนมาตรวจสอบคุณ ก็ย่อมมีความมั่นใจเพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าคุณมีปัญหา"
"ข้ามีปัญหาอะไร?"
"คุณลืมเรื่องที่เคยยืมชื่อบริษัทลงทุนฮ่องกงมาซื้อกิจการฉางซิงไปเร็วจังเลยนะ?"
เฉียวหรูหลงหัวเราะเหอะๆ "ข้านึกว่าเรื่องใหญ่อะไรซะอีก เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับข้า"
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "แล้วฉีส่วงล่ะ ไม่เกี่ยวกับคุณด้วยเหรอ?"
สีหน้าของเฉียวหรูหลงพลันแข็งทื่อ เขามองสวี่ฉุนเหลียงอย่างโกรธแค้น เจ้าเด็กนี่ถึงกับเอาเรื่องส่วนตัวมาข่มขู่เขา เขาเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาคำหนึ่ง "แกนี่มันเลวจริงๆ"
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "อย่าพูดแบบนั้นสิ อย่างไรผมก็เคยมีบุญคุณกับคุณนะ อ้อ ผมลืมไป คุณเป็นคนประเภทชอบเนรคุณนี่นา ถึงได้เล่นงานผมลับหลัง"
เฉียวหรูหลงรู้สึกว่าสวี่ฉุนเหลียงกำลังหมายถึงเรื่องใบประกอบวิชาชีพแพทย์ "สวี่ฉุนเหลียง ข้าไม่มีอารมณ์มาเสียเวลากับแก ลุงใหญ่ข้าเสียแล้ว ข้าจะกลับไปจัดงานศพ แกปล่อยข้าไปเดี๋ยวนี้"
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "รู้ไหมว่าพวกเราเจอคุณได้ยังไง?"
เฉียวหรูหลงไม่พูด ในใจก็รู้สึกแปลกๆ หรือว่าคนพวกนี้มารออยู่ใต้ตึกบริษัทนานแล้ว พอเห็นรถของตนก็รีบสกัดไว้ทันที?
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "เมื่อกี้คุณคุยโทรศัพท์กับใคร?"
เฉียวหรูหลงใช้ความเงียบแสดงการต่อต้าน
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "ทำไมเหรินเทียนเหย่ถึงได้เป็นห่วงคุณขนาดนั้น? พวกคุณสองคนมีความสัมพันธ์อะไรกัน?"
เฉียวหรูหลงกล่าว "สวี่ฉุนเหลียง แกจะมากเกินไปแล้วนะ!"
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "คนในสับสน คนนอกกระจ่าง เหรินเทียนเหย่ซื้อหุ้นจากคุณ ช่วยให้คุณหลุดพ้นจากกองขยะที่ชื่อฉางซิง แต่เขากลับไม่ยอมซื้อหุ้นของวังเจี้ยนเฉิง จุดประสงค์ที่ให้วังเจี้ยนเฉิงอยู่ต่อก็น่าจะเหมือนกับของคุณ คือใช้วังเจี้ยนเฉิงมาคานอำนาจวังเจี้ยนหมิง"
เฉียวหรูหลงกล่าว "แกหูหนวกรึไง ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับบริษัทนั่น"
สวี่ฉุนเหลียงพยักหน้า "ผิวเผินแล้ว ฉีส่วง พานเว่ยตง วังเจี้ยนเฉิงเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทลงทุน แต่ของบางอย่างมันตรวจสอบกันได้ เฉียวหรูหลง คุณนี่มันคนไม่รู้จักจำจริงๆ รถชนเกือบตายแล้ว ยังไม่ได้รับบทเรียนอีก"
เฉียวหรูหลงพยักหน้าอย่างเคียดแค้น "ข้าฟังไม่ผิดใช่ไหม แกกำลังสั่งสอนข้า?"
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "มีเรื่องหนึ่งที่คุณอาจจะยังไม่รู้ พวกเราเพิ่งตรวจสอบพบว่า หลวนอวี้ชวนแห่งชื่อต้าวจือเปิ่น ภายนอกดูเป็นผู้ก่อตั้ง แต่ความจริงแล้วเขาเป็นแค่นอมินี เขาทำงานให้กับกลุ่มทุนจากนิฮง"
เฉียวหรูหลงขมวดคิ้ว "แกมาบอกเรื่องพวกนี้กับข้ามีประโยชน์อะไร? ข้าไม่สนใจเลยสักนิด หลวนอวี้ชวนข้าเคยได้ยินชื่อ แต่คนๆ นี้ตายไปแล้ว"
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "ถูกต้อง หลวนอวี้ชวนตายไปแล้ว เขายังมีชื่อว่าเถียนจงอวี้เฉิง หลังจากหลวนอวี้ชวนตาย เถียนจงอวี้เฉิงได้รับมรดกเพียงส่วนน้อย อำนาจบริหารของชื่อต้าวจือเปิ่นตกไปอยู่ในมือของเหรินเทียนเหย่"
(จบตอน)