- หน้าแรก
- ถึงจะเป็นบอส แต่หม่ามี้ก็ขี้เกียจเป็นนะ
- ตอนที่ 847 ตอนพิเศษ: ฉู่เทียนเย่ (26)
ตอนที่ 847 ตอนพิเศษ: ฉู่เทียนเย่ (26)
ตอนที่ 847 ตอนพิเศษ: ฉู่เทียนเย่ (26)
ตอนที่ 847 ตอนพิเศษ: ฉู่เทียนเย่ (26)
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซูเหยียนก็ยังคงงุนงงและสับสนอยู่บ้าง "ก็ต้องไม่ได้สักแดงอยู่แล้วน่ะสิคะ! ถ้าพวกเขาให้ค่าเทอมฉันปีละหกแสนหยวนได้จริงๆ ฉันก็แค่ประหยัดค่ากินค่าอยู่สักหน่อยก็พอถูไถไปได้แล้ว! ทำไมจู่ๆ ถึงถามเรื่องนี้ล่ะคะ"
ฉู่เทียนเย่ผายมือออก ก่อนจะลดระดับเสียงลงอย่างกะทันหัน "ตอนที่เธอให้สัมภาษณ์ ฉันได้ยินคนตระกูลซูคุยกัน พ่อแม่ของเธอบอกว่าพวกเขาให้ค่าเทอมเธอปีละหกแสนหยวน..."
เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของซูเหยียนก็มืดครึ้มลงในพริบตา
เธอขบริมฝีปากแน่นราวกับเพิ่งตระหนักอะไรบางอย่างได้ เธอหลุบตาลงและลดเสียงเบาเช่นกันเพื่อไม่ให้ไมโครโฟนของกล้องจับเสียงได้ เธอเอ่ยลอดไรฟันว่า "ตอนที่ครอบครัวโอนเงินให้ฉัน พวกเขามักจะให้ซูชิงเหยียนเป็นคนจัดการ ดูเหมือนว่าซูชิงเหยียนจะอมเงินก้อนนั้นไปแน่ๆ!"
เธอโกรธจนแทบจะพ่นไฟออกมาจริงๆ
การไปเรียนต่อต่างประเทศในตอนนั้นเป็นการตัดสินใจด้วยความดื้อดึงของเธอเอง ครอบครัวของเธอไม่ได้เห็นด้วยเลยสักนิด
พวกเขาอยากให้เธอเรียนบริหารธุรกิจอย่างจริงจัง เพื่อที่หลังจากเข้าทำงานในบริษัทแล้ว เธอจะได้คอยช่วยเหลือซูชิงเหยียน
ใช่แล้ว... บริษัทของครอบครัวเป็นสิ่งที่พ่อแม่ตั้งใจจะยกให้กับซูชิงเหยียน
พวกเขาบอกว่าซูชิงเหยียนมีหัวการค้าและเก่งเรื่องธุรกิจมากกว่าซูเหยียน
ในตอนนั้น ซูเหยียนรู้สึกว่าพ่อแม่ลำเอียงและไม่แม้แต่จะให้โอกาสเธอเลย
ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่ชอบคณะบริหารธุรกิจเอาเสียเลย จึงมุ่งมั่นที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศและเลือกเรียนสาขาการวิจัยทางวิทยาศาสตร์
ครอบครัวของเธอคัดค้านอย่างหนัก โดยให้เหตุผลว่าเด็กผู้หญิงหางานในสายนี้ได้ยาก และเธอไม่สามารถขลุกอยู่ในห้องแล็บไปได้ตลอดชีวิตหรอก
ซูเหยียนติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษาในต่างประเทศ สมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย และจัดการเรื่องพาสปอร์ตด้วยตัวเอง ทั้งหมดนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับครอบครัวตกอยู่ในสภาวะตึงเครียด
เธอถึงขั้นทะเลาะกับแม่ครั้งใหญ่ก่อนจะเดินทาง
หลังจากนั้น ครอบครัวก็ไม่เคยส่งค่าใช้จ่ายมาให้เธออีกเลย เมื่อเธอโทรศัพท์กลับบ้าน คนที่รับสายก็คือซูชิงเหยียน
ซูชิงเหยียนบอกว่า "คุณแม่ป่วยเพราะพี่ ตอนนี้นอนอยู่โรงพยาบาล ไม่สะดวกรับสาย คุณพ่อคุณแม่ฝากบอกว่าพวกเขาจะไม่ยอมจ่ายค่าเทอมให้พี่แม้แต่แดงเดียว!"
พื้นฐานของซูเหยียนเป็นคนดื้อรั้น หลังจากได้ยินเช่นนั้น เธอจึงไม่เคยเอ่ยปากขอเงินจากครอบครัวอีกเลย
นานๆ ครั้งคุณนายซูจะโทรมาหาด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง บอกว่าถ้าอยู่เมืองนอกไม่ไหวแล้ว ก็ซมซานกลับบ้านมาเสีย
ซูเหยียนได้แต่กัดฟันแน่นและไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ เธอเอาแต่บอกว่าทุกอย่างราบรื่นดี
จากนั้นเธอก็ทำงานพิเศษหลายอย่าง... ในปีแรก เธอยังต้องจ่ายค่าเทอมหกแสนหยวน แต่พอขึ้นปีที่สอง เธอได้รับทุนยกเว้นค่าเทอมเพราะผลการเรียนดีเยี่ยม... ทว่าครอบครัวของเธอกลับไม่เคยใส่ใจที่จะรับรู้เรื่องพวกนี้เลย
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ซูเหยียนก็สูดลมหายใจเข้าลึก
จู่ๆ เธอก็ลุกขึ้นยืน "ฉันจะไปหาพวกเขา"
ฉู่เทียนเย่เลิกคิ้วขึ้น และเดินตามหลังเธอไป
ทันทีที่ทั้งสองเดินออกมา พวกเขาก็เห็นสมาชิกตระกูลซูทั้งสามคนอยู่ในห้องนั่งเล่น
ซูชิงเหยียนกำลังเล่นเปียโน ซึ่งเป็นการฝึกซ้อมวันละสองชั่วโมงตามกิจวัตรประจำวันของเธอ
นายท่านซูและคุณนายซูนั่งอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความปีติยินดีและความชื่นชม
หลังจากซูชิงเหยียนบรรเลงเพลงจบ พวกเขาก็ปรบมือและกล่าวชื่นชมออกมาจากใจจริงทันที
ภาพที่เห็นดูราวกับว่าพวกเขากำลังจัดฉากแสดงละคร แต่ซูเหยียนรู้ดีว่านี่คือชีวิตประจำวันของครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก
ดูเหมือนว่าตัวเธอซึ่งเป็นทั้งลูกสาวและพี่สาว จะถูกกีดกันออกจากครอบครัวแสนสุขนั้นมาโดยตลอด
ซูเหยียนหรี่ตาลง
เธอค่อยๆ เดินลงบันไดไป
คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สตรีมเริ่มหลั่งไหลเข้ามามากขึ้น
— ซูเหยียนลงมาข้างล่างแล้ว ตระกูลซูกำลังเล่นเปียโนกันอยู่ข้างล่างแท้ๆ ถ้าเป็นครอบครัวอื่นคงรู้ตัวว่าควรเว้นระยะห่าง แล้วนี่เธอออกมาทำไมเนี่ย?
— มีฉันคนเดียวหรือเปล่าที่คิดว่าท่าทางที่คุณนายซูกับนายท่านซูมองซูชิงเหยียนเล่นเปียโนมันดูเหมือนกำลังแสดงละครอยู่เลย? จะมีครอบครัวไหนที่รักใคร่กลมเกลียวกันขนาดนี้บ้าง? ดูไม่เป็นธรรมชาติเอาซะเลย
— อยากรู้จริงๆ ว่าซูเหยียนกำลังจะทำอะไร เห็นชัดเลยว่ากำลังมุ่งหน้าไปหาคนตระกูลซู
— ฮ่าๆๆ เธอจะไปประจบเอาใจตระกูลซู กะจะให้พวกเขายอมรับเธอเป็นลูกสาวล่ะสิ? เพื่อหลบกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมน่ะเหรอ?
— อาจจะแค่ไปพูดคุยปรับความเข้าใจกันให้แฮปปี้เอนดิ้งก็ได้นะ! ยังไงซะตอนนี้ซูเหยียนก็พอจะมีชื่อเสียงอยู่บ้าง บริษัทของเธอคงอยากให้ตระกูลซูปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปแหละ!
— เห็นด้วยกับเมนต์บน ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน!
ท่ามกลางคอมเมนต์ที่บินว่อนไปมา ซูเหยียนก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้านายท่านซูและคุณนายซู
คุณนายซูตกใจเล็กน้อย
ก่อนจะแค่นเสียงเย็นชาออกมา
ลูกอกตัญญูคนนี้เตรียมจะมาขอโทษและยอมรับผิดแล้วสิ?
ในที่สุดก็ตระหนักได้แล้วใช่ไหมว่า หากปราศจากการสนับสนุนจากตระกูลซู เธอจะไม่มีวันก้าวเดินในวงการบันเทิงได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว?
ขณะที่เธอกำลังจมอยู่ในห้วงความคิด จู่ๆ ก็ได้ยินซูเหยียนเอ่ยขึ้นว่า "ฉันได้ยินมาว่าตอนที่ฉันเรียนมหาลัย ครอบครัวคอยส่งค่าใช้จ่ายมาให้ฉันตลอดเลยงั้นเหรอคะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น คุณนายซูก็ชะงักไป
จากนั้นใบหน้าของเธอก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา และกดปิดไมโครโฟนรับเสียงของตัวเองทันที "เหอะ บางคนดึงดันจะไปเอาดีทางด้านการวิจัยวิทยาศาสตร์ให้ได้ แต่สุดท้ายก็ต้องเข้าวงการบันเทิงเพราะเห็นแก่เงินไม่ใช่หรือไง ฉันล่ะเสียใจจริงๆ ไม่น่าส่งเสียค่าเทอมพวกนั้นให้เลย!"
ซูเหยียนกำหมัดแน่นในทันที "ฉันไม่เคยได้รับเงินค่าเทอมเลยสักแดงเดียว"
คุณนายซูชะงัก "จะเป็นไปได้ยังไง นี่แกกำลังจะเล่นลูกไม้ตกติกอะไรอีกล่ะ"
ซูเหยียนรู้ดีว่าคุณนายซูไม่มีทางเชื่อ เธอจึงหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดแอปพลิเคชันธนาคาร ค้นหารายการเดินบัญชีย้อนหลังในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แล้วยื่นส่งให้ดู