- หน้าแรก
- ถึงจะเป็นบอส แต่หม่ามี้ก็ขี้เกียจเป็นนะ
- ตอนที่ 838 ตอนพิเศษ: ฉู่เทียนเย่ (17)
ตอนที่ 838 ตอนพิเศษ: ฉู่เทียนเย่ (17)
ตอนที่ 838 ตอนพิเศษ: ฉู่เทียนเย่ (17)
ตอนที่ 838 ตอนพิเศษ: ฉู่เทียนเย่ (17)
ฉู่เทียนเย่สะดุดใจกับคำว่า "ต่างประเทศ" ทันที
ช่วงที่อยู่ต่างประเทศ นั่นน่าจะเป็นตอนที่เขากับซูเยี่ยนได้เจอกัน
เขาไล่อ่านลงมาเรื่อยๆ...
— ซูเยี่ยนไม่ได้เป็นคุณหนูบ้านรวยอะไรหรอกนะ ตอนที่พวกเราเรียนอยู่ต่างประเทศ ค่าเทอมทั้งหมดของเธอล้วนมาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองที่ไปทำงานพาร์ตไทม์ ฉันจำได้ว่าเธอต้องรับจ้างทำงานถึงสามที่พร้อมกัน มีอยู่ปีหนึ่งที่โชคร้ายมากๆ เงินค่าเทอมที่เธอเก็บหอมรอมริบมาจากการทำงานถูกขโมยเกลี้ยง เธอไม่เหลือเงินติดตัวแม้แต่จะซื้อข้าวกินด้วยซ้ำ ปกติเธอเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว ไม่ค่อยชอบคบค้าสมาคมกับใคร ฉันได้ยินมาว่าตอนนั้นเธอไม่มีอะไรจะกิน หิวโซจนต้องไปที่ย่านไชน่าทาวน์เพื่อขอให้เพื่อนช่วยเลี้ยงข้าวสักมื้อ บังเอิญว่าตอนนั้นฉันก็อยู่ที่นั่นพอดี เลยได้เห็นสภาพที่น่าเวทนาของเธอ เธอนั่งกินข้าวไปร้องไห้ไป เพราะงั้นฉันว่าทุกคนควรจะเห็นใจเธอหน่อยนะ ต่อให้ซูเยี่ยนจะไม่ได้เป็นคุณหนูตระกูลซู แต่ทุกสิ่งที่เธอได้มาล้วนมาจากความพยายามของตัวเอง แล้วแบบนี้เธอทำผิดตรงไหนล่ะ
ฉู่เทียนเย่ถึงกับอึ้งไปเมื่อได้อ่านข้อความนี้
เขาจ้องมองข้อความท่อนนั้นด้วยความรู้สึกงุนงง
เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า สาเหตุที่ซูเยี่ยนหลอกให้เขาเลี้ยงข้าวในวันนั้น... จะเป็นเพราะเรื่องนี้งั้นหรือ
ตอนนั้นท่านั่งกินของซูเยี่ยนไม่ได้ดูเรียบร้อยสง่างามเลยจริงๆ แถมเธอยังกินไปร้องไห้ไป ท่าทางเหมือนคนที่อดอยากมาเป็นเวลานาน แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เธอไม่ควรมาหลอกเขาแบบนี้สิ มือเท้าก็มีครบ ทำไมไม่ไปหางานทำล่ะ
ทว่าความคิดนี้เพิ่งจะแล่นเข้ามาในหัว เขาก็เหลือบไปเห็นคอมเมนต์ด้านล่างที่ช่วยคลายความสงสัยนี้พอดี :
— บังเอิญจัง ฉันเคยทำงานที่เดียวกับซูเยี่ยนตอนที่อยู่ต่างประเทศด้วยล่ะ ตอนนั้นฉันยังคิดอยู่เลยว่าเด็กคนนี้หน้าตาน่ารักดี ไม่คิดเลยว่าโตขึ้นจะได้มาเป็นดารา พอมาอ่านคอมเมนต์ข้างบน ฉันก็นึกขึ้นมาได้ว่าตอนนั้นซูเยี่ยนทำเงินหายเกลี้ยงจริงๆ ดูเหมือนเธอจะโทรกลับไปที่บ้าน แต่ที่บ้านไม่ยอมรับสาย เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากไปขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้ากับเถ้าแก่ แต่เถ้าแก่ไม่ยอม ซูเยี่ยนเลยขอให้เถ้าแก่เลี้ยงข้าวสักมื้อระหว่างทำงาน แต่เถ้าแก่จอมงกของพวกเราก็ปฏิเสธ แถมยังด่าหาว่าเธอแกล้งทำเป็นจนอีก ช่วงนั้นฉันมักจะเห็นเธอไปคุ้ยถังขยะหาแฮมเบอร์เกอร์ที่คนอื่นกินเหลือทิ้งไว้บ่อยๆ ...
ฉู่เทียนเย่ถึงกับขบกรามแน่น
คุ้ยหาแฮมเบอร์เกอร์จากถังขยะมากิน... ตอนนั้นซูเยี่ยนคงหมดหนทางแล้วจริงๆ สินะ
นั่นคือเหตุผลที่เธอหลอกให้เขาเลี้ยงข้าว...
โดยเนื้อแท้แล้วฉู่เทียนเย่เป็นคนมีเมตตา เมื่อได้เห็นข้อความเหล่านี้ เขาก็ลอบถอนหายใจออกมา
ช่างเถอะ เขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ถือสาหาความกับซูเยี่ยนอีก
ถือซะว่ามื้อนั้นเขาตั้งใจเลี้ยงเธอจริงๆ ก็แล้วกัน
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่เทียนเย่ก็เลื่อนอ่านคอมเมนต์และกระแสตอบรับด้านล่างต่อไป :
คอมเมนต์เมื่อครู่นี้มียอดกดไลก์เพิ่มขึ้นอย่างล้นหลาม
มีทั้งคนที่เข้ามาให้กำลังใจ แต่ก็ยังมีพวกที่คอยตามต่อต้านอยู่เช่นกัน
— คอมเมนต์ข้างบนพยายามจะเบี่ยงประเด็นหรือเปล่า พวกเราไม่เคยดูถูกเธอเลยนะ คนเราต่างก็เป็นคนธรรมดากันทั้งนั้นแหละ ถ้าเธอตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น พวกเราก็พร้อมจะเข้าใจ แต่เธอไม่ควรพยายามสร้างภาพว่าเป็นคุณหนูผู้ร่ำรวยและสวยสง่านะ!
— เห็นด้วยเลย สิ่งที่พวกเราไม่พอใจไม่ใช่เรื่องภูมิหลังของเธอ แต่เธอไม่ควรโกหกหลอกลวงประชาชนต่างหาก!
ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของชาวเน็ต ก็มีคอมเมนต์หนึ่งโผล่ขึ้นมา :
— แต่ซูเยี่ยนเองก็ไม่เคยออกมายอมรับเลยนะว่าเป็นคุณหนูบ้านรวย! ข่าวพวกนี้พวกปาปารัสซี่ไปขุดคุ้ยกันขึ้นมาเองทั้งนั้น จะให้เธอมานั่งอธิบายทุกเรื่องเลยหรือไง
ทว่าความคิดเห็นที่เป็นกลางนี้กลับถูกชาวเน็ตหลายคนตีความไปผิดๆ :
— เธอไม่ได้ยอมรับก็จริง แต่ข่าวลือนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วราวกับไฟลามทุ่ง แล้วทำไมเธอไม่ออกมาชี้แจงล่ะ การที่เธอเงียบ ไม่ถือว่าเป็นการตั้งใจปล่อยให้คนเข้าใจผิดหรือไง
— เห็นด้วยกับข้างบน ในเมื่อเธอเป็นบุคคลสาธารณะ เรื่องบางเรื่องก็ควรจะออกมาชี้แจงให้ชัดเจนดีกว่า
— ทางตระกูลซูก็คงจะโกรธเรื่องนี้เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะออกมาตอบโต้สื่อทำไม นี่แสดงให้เห็นว่าตระกูลซูไม่ต้องการเข้าไปพัวพันกับคนนอกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยหรอกนะ...
ฉู่เทียนเย่ "..."
เขาโมโหจนเลือดขึ้นหน้าเลยจริงๆ!
ความจริงแล้วซูเยี่ยนเป็นลูกสาวคนโตของตระกูลซู แต่หลังจากถูกพวกปาปารัสซี่ขุดคุ้ย เธอก็ไม่ได้ใช้เรื่องนี้มาสร้างกระแสเรียกร้องความสนใจและไม่เคยออกมายอมรับ เธอเพียงแค่อยากโฟกัสกับการแสดงอย่างเงียบๆ เท่านั้น
แต่มาตอนนี้ เมื่อคนนอกไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของความจริง กลับกลายเป็นว่าซูเยี่ยนเป็นฝ่ายผิดซะอย่างนั้น
ตอนนี้เธอคงไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆ!
ฉู่เทียนเย่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ลอบก่นด่าคุณนายซูในใจอีกรอบ!
นี่มันลูกสาวแท้ๆ ของเธอเลยนะ ไม่ใช่ศัตรูคู่อาฆาตที่ไหน จะต้องมีความแค้นเคืองกันขนาดไหนเชียว ถึงได้เพิกเฉยต่อคำครหาของคนภายนอกที่มีต่อลูกสาวตัวเอง หนำซ้ำยังไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับลูกตัวเองอีกต่างหาก?!
ประกายความดุดันวาบผ่านดวงตาของฉู่เทียนเย่
ความอยุติธรรมที่ซูเยี่ยนได้รับ ในฐานะสามี เขาจะต้องเป็นคนทวงคืนความเป็นธรรมให้กับเธอเอง!
เมื่อคิดได้ดังนี้ ฉู่เทียนเย่ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรหาลู่เฉิงทันที...