- หน้าแรก
- จากไอ้หนุ่มบ้านนอกสู่สุดยอดหมอสายชิลขอใช้ชีวิตแบบชิลๆ ในเมืองกรุง
- บทที่ 23 โตขึ้นแล้วสวยผิดหูผิดตา
บทที่ 23 โตขึ้นแล้วสวยผิดหูผิดตา
บทที่ 23 โตขึ้นแล้วสวยผิดหูผิดตา
ไม่กี่นาทีต่อมา ลู่จื่อเฟิงก็เดินเข้าไปในร้านขายโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่ง
พนักงานขายหญิงหน้าเคาน์เตอร์เห็นสภาพซอมซ่อของลู่จื่อเฟิงก็ถามด้วยน้ำเสียงเนือยๆ "คุณคะ จะมาซื้อโทรศัพท์มือถือเหรอคะ"
คนบ้านนอกที่หิ้วกระสอบปุ๋ยเข้ามาในร้านแบบนี้ พนักงานขายหญิงเห็นมาเยอะแล้ว ดีแต่ถามนู่นถามนี่ สุดท้ายอย่างมากก็ซื้อโทรศัพท์ราคาพันกว่าหยวน ต้องเปลืองน้ำลายอธิบายตั้งครึ่งค่อนวัน แถมยังได้ค่าคอมมิชชั่นนิดเดียว เธอจึงไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก
ส่วนผู้หญิงที่ชอบดูถูกคนแบบนี้ ลู่จื่อเฟิงก็เห็นมาเยอะเหมือนกัน พูดไปก็ตลกดี หวังเมี่ยวถงคู่หมั้นของเขาที่รับเงินค่าสินสอดไปแล้วแต่ก็ยังยึกยักไม่ยอมแต่งเข้าบ้านเสียทีก็จัดว่าเป็นตัวแม่ในเรื่องนี้เลยล่ะ
ลู่จื่อเฟิงไม่สนใจพนักงานขายหญิง เขากวาดสายตามองโทรศัพท์มือถือในตู้กระจกสองสามที
พูดตามตรง เรื่องโทรศัพท์มือถือเขาก็ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกพวกรุ่นหรือยี่ห้ออะไรพวกนั้น วุ่นวายชะมัด ทำเอาปวดหัวไปหมด
แต่โบราณกล่าวไว้ว่า ของถูกมักไม่ดี ของดีมักไม่ถูก
ดังนั้นสิ่งที่ลู่จื่อเฟิงมองหาจึงไม่ใช่โทรศัพท์ แต่เป็นราคา
เครื่องไหนราคาแพงสุดก็ซื้อเครื่องนั้นแหละ ยังไงซะป๋าก็ไม่ขัดสนเรื่องเงินอยู่แล้ว
เมื่อเห็นว่าตัวเองถามไปแล้วแต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจ พนักงานขายหญิงก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก จึงปรายตามองลู่จื่อเฟิงด้วยสายตาเหยียดหยามมากยิ่งขึ้น
สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกตลกก็คือ สายตาของไอ้บ้านนอกคนนี้กลับจ้องมองไปที่เครื่องละสี่ห้าพัน ห้าหกพันหยวน ภายในใจยิ่งนึกเย้ยหยัน 'ไอ้บ้านนอก จะมาทำเป็นวางมาดอะไรยะ ให้ตายแกก็ไม่มีปัญญาซื้อหรอก'
"จื่อเฟิง ทำไมนายมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ"
ในขณะที่ลู่จื่อเฟิงกำลังถูกใจโทรศัพท์มือถือเครื่องที่ราคาแพงที่สุดอยู่นั้น เสียงหวานใสก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
พอหันกลับไป หญิงสาวหน้าตาสะสวยวัยไล่เลี่ยกันในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้า กางเกงยีนส์ขาดเข่า สวมรองเท้าส้นสูง ไว้ผมสั้นดูทะมัดทะแมงและแต่งตัวนำแฟชั่นสุดๆ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
"ต้ายา" ลู่จื่อเฟิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะอุทานด้วยความประหลาดใจ
เขาจำได้แล้ว หญิงสาวคนนี้คือเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมต้นของเขา เหมือนจะเคยนั่งโต๊ะติดกันด้วย เป็นคนหมู่บ้านสกุลหลี่ที่อยู่ข้างๆ
ในความทรงจำของเขา ชื่อเต็มของ 'ต้ายา' เหมือนจะชื่อว่าหลี่หย่า แต่ตอนที่เรียนหนังสืออยู่ ยายเด็กนี่เป็นแค่เด็กกะโปโลบ้านนอกขนานแท้ นิสัยเหมือนเด็กผู้ชาย ไม่มีอะไรที่เฉียดใกล้กับคำว่า 'หย่า' เลยสักนิด ดังนั้นเพื่อนๆ ในห้องจึงตั้งฉายาให้เธอว่า 'ต้ายา' ซึ่งคำว่า 'ยา' ดูจะเข้ากับบุคลิกของเธอในตอนนั้นมากกว่า
แต่ทว่าตอนนี้เขาพบว่า 'ต้ายา' คนนี้สวยขึ้นกว่าเมื่อก่อนตั้งเยอะ ไม่เห็นจะเหมือนเด็กกะโปโลบ้านนอกตรงไหนเลย นี่มันสาวสวยชาวกรุงชัดๆ
สมกับคำกล่าวที่ว่า โตขึ้นแล้วสวยผิดหูผิดตาจริงๆ
"เป็นนายจริงๆ ด้วยจื่อเฟิง นายมาซื้อโทรศัพท์มือถือเหรอ" เมื่อถูกลู่จื่อเฟิงเรียกด้วยฉายา 'ต้ายา' ที่ไม่ได้ยินมานานหลายปี หลี่หย่าก็หน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
"ใช่" ลู่จื่อเฟิงพยักหน้า เมื่อได้เจอเพื่อนเก่าเขาก็รู้สึกดีใจอยู่บ้างจึงถามกลับไปว่า "เธอมาซื้อโทรศัพท์มือถือที่นี่เหมือนกันเหรอ"
"ฉันไม่ได้มาซื้อหรอก ฉันเป็นพนักงานขายของร้านนี้น่ะ" หลี่หย่ายิ้มแล้วพูดว่า "นายอยากได้โทรศัพท์รุ่นไหนล่ะ ราคาประมาณเท่าไหร่ เดี๋ยวฉันช่วยแนะนำให้"
"เสี่ยวหย่า ที่แท้ก็เพื่อนเธอเองเหรอ ถ้างั้นลูกค้าคนนี้ฉันยกให้เธอก็แล้วกัน" พนักงานขายหญิงคนก่อนหน้าพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันเล็กน้อย "เพื่อนบ้านนอกของเธอคนนี้ เธอต้องแนะนำให้ดีๆ หน่อยนะ เห็นไหม ตอนที่เขาเพิ่งเดินเข้ามาในร้าน สายตานี่จ้องแต่พวกแอปเปิลเอ็กซ์ทั้งนั้นเลยนะ"
"ขอบคุณค่ะพี่เจ้า" หลี่หย่าย่อมฟังออกถึงน้ำเสียงเยาะเย้ยของเพื่อนร่วมงาน สีหน้าของเธอจึงดูลำบากใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่อยากจะพูดอะไร
พอหันกลับมามองลู่จื่อเฟิงและพบว่าสีหน้าของเขาไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองอะไร เธอจึงแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"จื่อเฟิง นายอยากได้โทรศัพท์รุ่นไหนล่ะ" เธอส่งยิ้มพลางเอ่ยถาม
ลู่จื่อเฟิงชี้ไปที่โทรศัพท์เครื่องที่เล็งไว้ก่อนหน้านี้ ดูเหมือนจะเป็นยี่ห้อแอปเปิล ราคาประมาณเจ็ดพันกว่าหยวน ซึ่งถือว่าแพงที่สุดในร้านนี้แล้ว เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า "เอาเครื่องนั้นแหละ"
หลี่หย่ามองตามทิศทางที่ลู่จื่อเฟิงชี้ไปก็ต้องชะงัก เป็นอย่างที่เพื่อนร่วมงานบอกจริงๆ จื่อเฟิงถูกใจโทรศัพท์แอปเปิลเข้าให้แล้ว
ฐานะทางบ้านของเพื่อนเก่าคนนี้ เธอพอจะรู้อยู่บ้าง ดูเหมือนว่าแม่ของเขายังป่วยหนักอยู่เลย แถมดูจากการแต่งตัวของเพื่อนเก่าในวันนี้ ก็ไม่น่าจะใช่คนที่เพิ่งจะร่ำรวยอะไรขึ้นมาหรอกนะ
'หรือว่าจื่อเฟิงจะมองราคาไม่ชัด มองศูนย์ตกไปตัวนึง' เธอคิดในใจและรู้สึกว่าตัวเองจำเป็นต้องเตือนเขาสักหน่อย
"ฮ่าๆ เสี่ยวหย่า เห็นไหมล่ะ ก่อนหน้านี้ฉันบอกว่าเพื่อนของเธอเล็งแอปเปิลเอ็กซ์ของร้านเรา ดูท่าฉันจะประเมินเขาต่ำไปนะ ที่เขาเล็งไว้คือเอ็กซ์เอสต่างหากล่ะ เธอยังไม่รีบเอาออกมาให้เขาดูอีกเหรอ" พนักงานขายหญิงแซ่เจ้าเยาะเย้ยอย่างออกนอกหน้ามากยิ่งขึ้น
"จื่อเฟิง โทรศัพท์เครื่องนี้ราคาตั้งเจ็ดพันหยวนเลยนะ" หลี่หย่าเดินเข้าไปใกล้ลู่จื่อเฟิงแล้วกระซิบเตือน
แม้เสียงจะเบา แต่พนักงานขายหญิงแซ่เจ้าก็ยังได้ยิน ในใจยิ่งหัวเราะเยาะอย่างดูถูก 'หึ รอดูเถอะว่าเดี๋ยวไอ้บ้านนอกนี่จะหาทางลงยังไง ไอ้เด็กบ้านนอก ทำมาเป็นวางมาดใหญ่โต บังอาจนักนะที่ไม่สนใจฉัน'
แต่ในขณะนั้นเอง ลู่จื่อเฟิงก็พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "ต้ายา ฉันรู้สิ ก็เพราะเห็นว่ามันราคาเจ็ดพันหยวนนี่แหละฉันถึงได้ซื้อ ไม่อย่างนั้นฉันไม่ชายตามองหรอก"
" ... " หลี่หย่ากับพนักงานขายหญิงแซ่เจ้าต่างก็ชะงักไป สีหน้าดำทะมึนจนพูดไม่ออก
นี่เป็นคำพูดที่ขี้โม้ที่สุดเท่าที่พวกเธอเคยได้ยินมาตั้งแต่ขายโทรศัพท์มือถือเลยล่ะ
เงินเจ็ดพันหยวนเนี่ย ในอำเภอหลินเฉิงแห่งนี้ มันเท่ากับเงินเดือนสองเดือนของคนธรรมดาทั่วไปเลยนะ
ถ้าหากเป็นคนที่ใส่สูทผูกไทดูดีมีระดับมาพูดคำนี้ มันคงจะดูเท่และน่าเชื่อถือสุดๆ พวกเธอสองคนเผลอๆ อาจจะต้องพูดประจบสอพลอสักสองสามประโยค เช่น มีแค่โทรศัพท์เครื่องนี้เท่านั้นที่คู่ควรกับบุคลิกและฐานะของคุณผู้ชาย เป็นต้น
แต่พอคนแต่งตัว 'ซอมซ่อ' อย่างไอ้บ้านนอกนี่เป็นคนพูด มันกลับให้ความรู้สึกขัดแย้งอย่างรุนแรง
"ฮ่าๆๆ ตลกชะมัดเลย ไอ้หนุ่ม ถ้านายมีเงินจริงก็ซื้อสิยะ อย่าดีแต่โม้แต่ปากได้ไหม" พนักงานขายหญิงแซ่เจ้าอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงเอ่ยปากเหน็บแนม
"จื่อเฟิง หรือว่าฉันเอาเครื่องนี้ให้ดูดีไหม โทรศัพท์เครื่องนี้ฟังก์ชันก็ดีมากเลยนะ" หลี่หย่ารีบหยิบโทรศัพท์เครื่องที่ราคาไม่แพงนักออกมาเพื่อกู้สถานการณ์
แม้จะไม่รู้ว่าทำไมลู่จื่อเฟิงถึงพูดจาโอ้อวดแบบนั้น แต่สัญชาตญาณก็ทำให้เธอไม่อยากให้เพื่อนเก่าต้องรู้สึกอับอาย
"ฉันถูกใจเครื่องละเจ็ดพันนี่แหละ ต้ายา เธอแพ็กใส่กล่องให้ฉันเลย" ลู่จื่อเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เขาย่อมรู้ดีว่าต้ายากับพนักงานขายหญิงแซ่เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ แต่เขาก็ขี้เกียจจะอธิบายอะไรให้มากความ
ป๋าเผยไพ่ในมือแล้วนะ ป๋าเป็นเศรษฐีเงินล้าน แต่พวกเธอก็คงไม่เชื่อกันหรอก
"จริงสิ ฉันเอาสองเครื่องนะ" ลู่จื่อเฟิงหยุดชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะย้ำอีกครั้ง
" ... " หลี่หย่าและพนักงานขายหญิงแซ่เจ้าต้องชะงักไปอีกรอบ อ้าปากค้างจนแทบจะหุบไม่ลง
สองเครื่องงั้นเหรอ หูฝาดไปหรือเปล่า
แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองคนจะได้สติ ก็เห็นลู่จื่อเฟิงล้วงเงินสองปึกออกมาจากถุงผ้าในมือ รวมเป็นเงินสองหมื่นหยวน
แหมะ
เงินสองปึกถูกโยนลงบนหน้าเคาน์เตอร์
"เงินอยู่นี่" ลู่จื่อเฟิงพูดเรียบๆ
เมื่อเห็นเงิน หลี่หย่าและพนักงานขายหญิงแซ่เจ้าถึงได้สติกลับมาอย่างสมบูรณ์
ว้าว ไม่ได้ล้อเล่นนี่นา เขาจะซื้อจริงๆ ด้วย
พนักงานขายหญิงแซ่เจ้ารู้สึกแสบร้อนที่ใบหน้าขึ้นมาทันที ก่อนหน้านี้ตัวเองเพิ่งจะเยาะเย้ยเขาไปว่าไม่มีปัญญาซื้อ แต่ตอนนี้เป็นไงล่ะ เขาซื้อทีเดียวสองเครื่องโดยไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว นี่มันเศรษฐีตัวน้อยชัดๆ
ยิ่งพอคิดได้ว่าเดิมทีคนคนนี้คือลูกค้าของตัวเอง แต่กลับเป็นคนยกให้คนอื่นไปเสียเอง ภายในใจก็ยิ่งรู้สึกเสียใจและเจ็บปวดอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ค่าคอมมิชชั่นหลักพันหยวนกำลังจะมลายหายวับไปกับตาแล้ว
"จื่อเฟิง นายไปรวยมาจากไหนเนี่ย แอปเปิลเอ็กซ์เอสสองเครื่อง นายจะป๋าเกินไปแล้วนะ ร้านเราเดือนนึงยังขายโทรศัพท์รุ่นแพงแบบนี้ได้ไม่กี่เครื่องเอง" เมื่อได้สติกลับมา หลี่หย่าก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซว หรือว่าเพื่อนเก่าคนนี้เพิ่งจะถูกหวยรวยเบอร์มาจริงๆ
โทรศัพท์แอปเปิลสองเครื่อง นี่ไม่ใช่เงินก้อนเล็กๆ เลยนะ ครอบครัวชาวนาทั่วไปที่ไหนจะตัดใจซื้อลง
"บอกความลับให้ฟังนะ วันนี้ฉันหาเงินได้ห้าล้านกว่าหยวน" ลู่จื่อเฟิงหัวเราะหึๆ ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
พูดตามตรง ตอนนี้เขาก็ยังคงอยู่ในอาการตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน เขาก็อยากจะทำตัวถ่อมตัวอยู่หรอก แต่สถานะทางการเงินมันไม่เอื้ออำนวยให้ทำแบบนั้นเลย
"ชิ ชมแค่สองสามคำก็เอาใหญ่เลยนะ" หลี่หย่ามองค้อนลู่จื่อเฟิง
เพื่อนเก่าหาเงินได้นิดหน่อยน่ะเธอเชื่อ แต่จะหาเงินได้วันละห้าล้านหยวน เธอไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด ทั่วทั้งตำบลชิวซีก็คงไม่มีคนเก่งกาจขนาดนั้นหรอก
ถ้าเพื่อนเก่าคนนี้เก่งกาจขนาดนั้นจริงๆ ป่านนี้ก็คงมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทุกสารทิศแล้ว เธอจะไม่มีทางรู้เรื่องได้ยังไง
"ไม่เชื่อก็ช่างเถอะ" ลู่จื่อเฟิงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ "เอาล่ะ ต้ายา แพ็กใส่กล่องให้ฉันที"
หลี่หย่ายิ้มพลางส่ายหน้า ย่อมคิดว่าเพื่อนเก่ากำลังล้อเธอเล่น เธอไม่ได้พูดอะไรต่อและช่วยลู่จื่อเฟิงแพ็กโทรศัพท์แอปเปิลทั้งสองเครื่องจนเสร็จ ก่อนจะส่งให้เขาแล้วถามยิ้มๆ ว่า
"นายซื้อโทรศัพท์สองเครื่อง อีกเครื่องนายจะเอาไปให้ใครเหรอ ให้หวังเมี่ยวถงแฟนของนายเหรอ" เธอถามหยั่งเชิงไปพลาง แกะเงินสองปึกที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ออกไปพลาง
หวังเมี่ยวถงเป็นเพื่อนมัธยมต้นของลู่จื่อเฟิง และแน่นอนว่าเป็นเพื่อนของหลี่หย่าด้วย เกี่ยวกับข่าวที่หวังเมี่ยวถงและลู่จื่อเฟิงหมั้นหมายกันนั้น เธอเองก็พอจะได้ยินมาบ้าง
"เปล่า ซื้อให้น้องสาวฉันน่ะ" ลู่จื่อเฟิงโยนกล่องโทรศัพท์มือถือลงในถุงผ้าอย่างไม่ใส่ใจ
ส่วนหวังเมี่ยวถงน่ะเหรอ เหอะ อย่าว่าแต่โทรศัพท์แอปเปิลราคาหลายพันหยวนนี่เลย โทรศัพท์ปุ่มกดของคนแก่เขาก็ไม่ให้หรอก
"นายเป็นพี่ชายที่แสนดีจริงๆ เลยนะ" หลี่หย่าให้เครื่องนับธนบัตรนับเงินออกมาหนึ่งหมื่นสี่พันหยวน จากนั้นก็ยื่นเงินทอนที่เหลือส่งคืนให้ลู่จื่อเฟิง
ลู่จื่อเฟิงรับเงินมาแล้วยิ้ม "จะบอกว่าเป็นพี่ชายที่แสนดีคงไม่ได้หรอก แต่หลังจากนี้จะพยายามเป็นพี่ชายที่ดีให้ได้ก็แล้วกัน"
หลี่หย่าพยักหน้าเห็นด้วย