เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ทำฟาร์มหมื่นปี 460 พลิกผันเวลาหนึ่งร้อยล้านเท่า

ทำฟาร์มหมื่นปี 460 พลิกผันเวลาหนึ่งร้อยล้านเท่า

ทำฟาร์มหมื่นปี 460 พลิกผันเวลาหนึ่งร้อยล้านเท่า


ทำฟาร์มหมื่นปี 460 พลิกผันเวลาหนึ่งร้อยล้านเท่า

เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งเดือน ทุกสิ่งล้วนเตรียมการไว้พร้อมสรรพแล้ว

ฉางอี้หมิงสละตำแหน่งจักรพรรดิสวรรค์ ผู้สืบทอดคือเซียนทองต้าหลัวผู้หนึ่งแห่งสำนักเก้าสุริยัน ตามคำกล่าวของเขา แม้ดินแดนต้นกำเนิดฟ้าบุพกาลจะเป็นสถานที่แห่งวาสนาสูงสุด ทว่าเมื่อไปถึงที่นั่นก็ยังคงเป็นเพียงกุ้งฝอยตัวเล็ก ๆ อยู่ดี

มิสู้รั้งอยู่ที่นี่เสียดีกว่า

ท้ายที่สุดแล้วอยู่ที่นี่เขาสามารถยืนหยัดอยู่ในจุดที่ไร้พ่ายได้ ทันทีที่นั่งบนบัลลังก์จักรพรรดิสวรรค์ โชคชะตาแห่งปวงสวรรค์จะหลอมรวมอยู่ในร่างเดียว ทรัพยากรไร้ประมาณจะหลั่งไหลเข้ามาอย่างเนืองแน่น สามารถทำให้เขายกระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว ในภายภาคหน้าย่อมสามารถพิสูจน์มรรคบรรลุระดับอริยะได้

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ อยู่ที่นี่เขาสามารถเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียวได้

เจ้าสำนักและคนอื่น ๆ ย่อมไม่มีผู้ใดคัดค้าน

ผู้ใดจะนั่งบนบัลลังก์จักรพรรดิสวรรค์ล้วนย่อมได้ ขอเพียงเป็นเผ่ามนุษย์ ขอเพียงไม่ใช่พวกชั่วร้ายเลวทรามจนไม่อาจให้อภัยก็พอ

เจ้าภูเขาเทียนหยวน โหวชุดขาว อดีตจอมเซียนชิงอวิ๋น จอมเซียนมหาสุญตา บรรพชนหมื่นหลอม และคนอื่น ๆ ก็เดินทางไปด้วยกันเช่นกัน

“นี่สิถึงจะเป็นดินแดนแห่งการสรรค์สร้างอย่างแท้จริง!” หลังจากเข้าสู่โลกเทียนหยวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาถึงบนขุนเขาชูหยาง อวิ๋นจื่อไจ้สัมผัสได้ถึงสภาพแวดล้อมของที่นี่ ก็อดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่า

“ใช่แล้ว หากได้บำเพ็ญอยู่ที่นี่ตลอดไป ภายในเวลาอันสั้น ข้าย่อมสามารถก้าวเข้าสู่ระดับราชันอริยะได้อย่างแน่นอน!” รื่อเยวี่ยฉางเฟิงยิ่งตกตะลึงมากกว่าเดิม “ในเมื่อเข้ามาแล้ว หลังจากนี้ข้าก็จะไม่ไปไหนแล้ว พี่เจียง จะได้หรือไม่?”

“ข้าจะปักหลักอยู่ที่นี่แล้ว!” ไม่รอให้ตอบกลับ เขาก็กล่าวออกมาโดยตรง

“ตามสบายเถิด” เจียงหมิงก็ไม่ได้ใส่ใจ “พวกเจ้าเปิดจวนถ้ำกันเอาเองก็แล้วกัน”

“ฮ่าฮ่า ข้ารู้อยู่แล้วว่าในใจพี่เจียงมีข้า!” รื่อเยวี่ยฉางเฟิงดีใจเป็นอย่างยิ่ง รีบไปหาสถานที่ที่เหมาะสมในทันที

“ขอบคุณมาก!” อวิ๋นจื่อไจ้เผยสีหน้าซาบซึ้งใจ ภายในใจยิ่งยินดีอย่างบ้าคลั่ง

มาถึงบัดนี้ ถึงจะเรียกได้ว่าเกาะขาใหญ่ของบรรพชนเต๋าเอาไว้ได้อย่างแท้จริง

มรรคของข้าสำเร็จแล้ว

มรรคของข้าสำเร็จแล้วจริง ๆ

อริยะไม่ใช่จุดหมายปลายทางของข้าอย่างแน่นอน

ราชันอริยะหรือ?

เจ้าอริยะข้าก็กล้าที่จะลองสู้ดูสักตั้งแล้ว

พวกเขาไม่ได้เปิดจวนถ้ำบนยอดเขา แต่กลับมาที่บริเวณกลางเขา

บนยอดเขา

เจียงหมิงทอดสายตามองทะเลเทียนหยวน สมรภูมิหมื่นโลกา และทุกสารทิศในมหาสหัสโลกธาตุหงกู่ ชั่วขณะหนึ่งก็เกิดความรู้สึกที่ยากจะเอื้อนเอ่ยออกมา

“รู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่บ้างใช่หรือไม่?” เจ้าภูเขาเทียนหยวนที่อยู่ด้านข้างเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

“นิดหน่อย” เจียงหมิงพยักหน้า “ก็นับว่าเป็นบ้านเกิดเมืองนอน บัดนี้ต้องจากไป ท้ายที่สุดก็ย่อมมีความรู้สึกอยู่บ้าง พี่ชาย ท่านเล่า?”

“หากจะกล่าวถึงความรู้สึกเมื่อก่อน จากไปก็คือจากไป แต่พอต้องจากไปจริง ๆ ก็รู้สึกตัดใจไม่ลงอยู่บ้าง ท้ายที่สุดก็เป็นดินแดนที่ถือกำเนิด ดินแดนที่เติบโต ดินแดนที่พิสูจน์มรรค การจากไปในครั้งนี้ ก็ไม่รู้ว่าในภายภาคหน้าจะมีโอกาสได้กลับมาหรือไม่ การตัดใจไม่ลงก็นับว่าเป็นเรื่องปกติ” เจ้าภูเขาเทียนหยวนทอดถอนใจ ทว่ากลับหัวเราะกล่าวว่า “ด้วยนิสัยที่ชอบเก็บตัวของเจ้า ตอนนี้กลับต้องไปยังดินแดนต้นกำเนิดฟ้าบุพกาล ใช่ว่ามีความสามารถในการปกป้องตนเองอย่างแท้จริงแล้วหรือไม่”

“ยังคงเป็นท่านที่เข้าใจข้า” เจียงหมิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะลั่น “อยู่ที่นี่ข้าเป็นใหญ่ ไปถึงดินแดนต้นกำเนิดฟ้าบุพกาลข้าก็ยังคงเป็นใหญ่”

“ยอมรับเลย” เจ้าภูเขาเทียนหยวนไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับกล่าวอย่างลังเลว่า “ดินแดนต้นกำเนิดฟ้าบุพกาลคือสถานที่ขั้นสุดยอด มียอดฝีมือปรากฏตัวออกมามากมาย ด้วยคนในโลกเทียนหยวนของพวกเรา ทันทีที่ไปถึงที่นั่น มิใช่ว่าจะต้องตกอยู่ในระดับล่างสุดกันหมดหรือ? พอจะมีวิธีรับมือหรือไม่?”

“ง่ายมาก” เจียงหมิงชี้ไปยังดวงดาวที่วิวัฒนาการขึ้นมาสี่สิบเก้าดวงบนท้องฟ้า แต่ละดวงล้วนเป็นโลกใบหนึ่ง ภายในมีอันตรายใหญ่หลวงและมีการสรรค์สร้างอันไร้ที่สิ้นสุด “สี่สิบเก้าโลกนี้ ข้าเตรียมที่จะเร่งเวลาหนึ่งล้านเท่า อาศัยช่วงเวลาที่กำลังเดินทาง ก็ให้สรรพสัตว์ในโลกเทียนหยวนได้ยกระดับพลังอำนาจไปด้วย”

เขากล่าวพลางวาดมือออกไปตามสบาย ก็เห็นดวงดาวเก้าดวงในจำนวนนั้นมีแสงสว่างไหลเวียน แปรเปลี่ยนเป็นสีทอง

ในขณะเดียวกันเสียงมรรคาก็ดังขึ้น ก้องกังวานอยู่ในหูของทุกคน “ตบะของพวกเจ้าย่ำแย่เกินไป เปิ่นจุนจึงจงใจแบ่งดวงดาวสีทองเก้าดวงให้เป็นมิติแห่งการบำเพ็ญ ส่วนอีกสี่สิบดวงที่เหลือให้เป็นดินแดนแห่งการผจญภัย ภายในล้วนพลิกผันเวลาหนึ่งล้านเท่า”

พร้อมทั้งถ่ายทอดความพิเศษของดินแดนต้นกำเนิดฟ้าบุพกาลออกไปด้วย

สิ่งมีชีวิตใดที่เพิ่งเกิดมาก็มีรากฐานของเซียนทอง เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ล้วนสามารถก้าวเข้าสู่ระดับต้าหลัวได้ กึ่งอริยะมีอยู่เกลื่อนกลาด อริยะยังด้อยกว่าสุนัข และอื่น ๆ อีกมากมาย

“อยู่ข้างในสามารถทะลวงผ่านได้หรือไม่?” เจ้าภูเขาเทียนหยวนเอ่ยถาม

“แน่นอน” เจียงหมิงหัวเราะกล่าว “อยู่ข้างในข้าได้ควบแน่นกฎเกณฑ์มรรคอริยะสามพันสายเอาไว้ เมื่อตบะถึงระดับ ย่อมสามารถทะลวงผ่านได้ตามธรรมชาติ ที่นี่ก็สามารถทะลวงผ่านได้เช่นกัน พี่ชาย ท่านสามารถบำเพ็ญเพียรไปได้ตลอด”

“วันเวลาไร้สิ้นสุด บำเพ็ญไปบำเพ็ญมา ก็ช่างน่าเบื่อหน่ายและจืดชืดเกินไป ข้าเตรียมที่จะไปเดินเล่นในโลกที่เจ้าเปิดขึ้นมาสักหน่อย ก็ถือเสียว่าเป็นการผ่อนคลายจิตใจ น้องชาย เจ้าห้ามหลอกข้าเด็ดขาดนะ”

“พี่ชาย จะหลอกผู้ใดก็ไม่อาจหลอกท่านได้หรอก!”

“เช่นนั้นก็ดี ข้าขอไปเดินเล่นก่อนก็แล้วกัน”

เจ้าภูเขาเทียนหยวนทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า วินาทีต่อมาก็มาถึงเบื้องหน้าดวงดาวสีทองดวงหนึ่ง แล้วพุ่งพรวดเข้าไปด้านใน

เจียงหมิงยิ้มบาง ๆ

หากเปรียบเทียบกันแล้ว โลกเทียนหยวนก็เล็กเกินไปจริง ๆ

ทว่าโลกทั้งสี่สิบเก้าใบ หลังจากผ่านการวิวัฒนาการไปอีกขั้นของเขา แต่ละใบล้วนเทียบได้กับมหาสหัสโลกธาตุแล้ว

เพียงพอสำหรับใช้พักผ่อน ท่องเที่ยว และขัดเกลาแล้ว

ในเวลานี้ศิษย์น้องหญิงเล็กก็เดินเข้ามา

ส่วนร่างแยกทั้งเก้าของนาง กลับยังคงบำเพ็ญเพียรอยู่ที่ฝั่งต้นไม้แห่งโลก

“ศิษย์พี่ ซีเหยากลับมาแล้ว ภายในใจรู้สึกคันยุบยิบขึ้นมาอีกแล้วใช่หรือไม่?” หลิงหลงอิงแอบอยู่ข้างกายเขา น้ำเสียงแฝงไปด้วยความแปลกประหลาดอยู่บ้าง

“นี่คือสัญชาตญาณดิบ” เจียงหมิงปรายตามองนางแวบหนึ่ง “ข้าจำได้ว่าเมื่อก่อนเจ้ายังจงใจผลักไสนางมาทางข้าเลยนี่นา เหตุใดตอนนี้ถึงได้หึงหวงขึ้นมาแล้วเล่า?”

“หึงหวงบ้าอันใดกัน” หลิงหลงกลอกตาบน “ด้วยร่างกายเล็ก ๆ อ่อนแอของนาง จะสามารถทนรับพละกำลังอันไร้ประมาณของท่านได้อย่างไร ทว่าท่านสามารถแยกย้ายร่างจำแลงออกไปลองดูสักร่างก็ได้นะ”

เจียงหมิงพูดไม่ออก

ภายในใจเกิดความเคลื่อนไหว โลกเทียนหยวนก็แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงสายหนึ่ง ฉีกกระชากฟ้าดิน ทำลายการปิดผนึก ทะลวงผ่านปราการโลกออกไปโดยตรง เพียงชั่วดีดนิ้วก็เข้าสู่ฟ้าบุพกาลแล้ว

ในเวลานี้ บรรดายอดฝีมือที่มีตบะสำเร็จผล ล้วนมองเห็นสถานการณ์ภายนอกแล้ว

ปราณแห่งฟ้าบุพกาลถาโถม ก่อให้เกิดพายุอันน่าสะพรึงกลัวไร้สิ้นสุด ทว่ากลับถูกปราการชั้นหนึ่งที่อยู่ภายนอกโลกเทียนหยวนขัดขวางเอาไว้ ยากที่จะสั่นคลอนได้แม้แต่น้อย

คนอื่น ๆ รู้สึกว่ายังไม่ได้รับการกระตุ้นที่ยิ่งใหญ่มากนัก ท้ายที่สุดก็ยังไม่เคยเผชิญกับความน่าสะพรึงกลัวของฟ้าบุพกาลด้วยตนเอง

ทว่าอวิ๋นจื่อไจ้และรื่อเยวี่ยฉางเฟิงกลับแตกต่างออกไป

พวกเขาเคยเป็นประจักษ์พยานถึงความน่าหวาดกลัวของฟ้าบุพกาลด้วยตนเองมาแล้ว

“นั่นคือพายุทำลายล้างฟ้าบุพกาล”

“เวรเอ๊ย ถึงกับปรากฏหมอกลวงตาเวลาขึ้นมา ต่อให้เป็นข้าเข้าไปก็ต้องหลงทาง”

“ความมืดมิดผืนนั้นคือสิ่งใดกัน? หลุมดำฟ้าบุพกาล!”

ยอดฝีมือระดับอริยะทั้งสองท่านตกตะลึงอย่างบอกไม่ถูก

ทว่าไม่ว่าจะเป็นดินแดนอันตรายใด ล้วนผ่านพ้นไปในพริบตา เมื่อนึกถึงความแข็งแกร่งของเจียงหมิง พวกเขาทั้งสองก็หัวเราะพลางส่ายหน้า จากนั้นก็สงบสติอารมณ์ลง เริ่มต้นดำดิ่งอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายมรรคสูงสุดที่ซุกซ่อนอยู่บนขุนเขาชูหยาง

สรรพสัตว์ในโลกเทียนหยวน จำนวนมากล้วนโบยบินขึ้นสู่ท้องฟ้า เข้าไปบำเพ็ญเพียรในโลกแห่งดวงดาว

อัตราการไหลของเวลาหนึ่งต่อหนึ่งล้านเชียวนะ

ภายนอกหนึ่งปี ภายในก็คือวันเวลาหนึ่งล้านปี

ยังจะมีสภาพแวดล้อมในการขัดเกลาที่ดีไปกว่านี้อยู่อีกหรือ?

ทันทีที่ออกมา ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถผ่านการทดสอบของจอมอริยะ แล้วกราบเป็นอาจารย์ได้

บนขุนเขาชูหยาง

“ศิษย์พี่ เตรียมที่จะใช้เวลาเท่าใดในการเดินทางไปถึงดินแดนต้นกำเนิดฟ้าบุพกาล?”

“ครึ่งปีก็แล้วกัน! เวลาครึ่งปี ดินแดนเร่งเวลาจะผ่านพ้นวันเวลาไปถึงห้าแสนปี เพียงพอที่จะให้อัจฉริยะกลุ่มหนึ่งเติบโตขึ้นมาได้แล้ว”

“ที่ทำเช่นนี้เพื่อสิ่งใดกัน?”

“รับศิษย์!”

“รับศิษย์หรือ? ศิษย์พี่ เมื่อก่อนให้ท่านรับท่านก็ไม่ยินยอม ตอนนี้ถึงกับเปลี่ยนนิสัยแล้ว หรือว่าผ่านโลกมามากแล้ว? แก่ชราแล้ว? ท้อแท้สิ้นหวังแล้ว? เหี่ยวเฉาแล้ว?”

“อะไรนะ? เจ้าถึงกับบอกว่าข้าเหี่ยวเฉาแล้ว สมควรโดนตี!”

“เข้ามาสิ ครั้งนี้ท่านกับข้าสามแสนล้านร่างมาต่อสู้กัน อย่างไรเสียก็มีเวลาถึงครึ่งปี ว่างอยู่ก็คือว่างอยู่ พอดีเลยจะได้ช่วยยกระดับพลังอำนาจให้ข้าอีกสักหน่อย จริงสิ ครั้งนี้พลิกผันอัตราการไหลของเวลาหนึ่งร้อยล้านเท่าเลยนะ”

“ล้วนกล่าวกันว่าฝนทั่งให้เป็นเข็ม สันเขาของข้าลูกนี้ล้วนถูกฝนจนกลายเป็นปลายเข็มไปหมดแล้ว!”

“ฮิฮิ... ศิษย์พี่ ท่านนี่ไม่ได้เรื่องเลย”

“เข้ามาสิ ผู้ใดกลัวผู้ใดกัน!”

ทั้งสองคนเข้าสู่โลกทะเลบุพผาที่เปิดขึ้นมา ทันทีที่มหาสงครามเริ่มต้นขึ้น ก็คือการทำลายล้างสรรพชีวิตนับล้านล้าน

บนยอดเขา เจียงหมิงทิ้งร่างจำแลงเอาไว้หนึ่งร่าง เชื่อมต่อกับกลุ่มมหามรรคในบันทึกตาข่ายสวรรค์มรรคมนุษย์ เริ่มต้นติดต่อกับสมาชิกกลุ่ม

ให้ตายเถอะ

ไม่ได้ออนไลน์มาเสียนาน ภายในถึงกับเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเรื่องหนึ่ง

จบบทที่ ทำฟาร์มหมื่นปี 460 พลิกผันเวลาหนึ่งร้อยล้านเท่า

คัดลอกลิงก์แล้ว