- หน้าแรก
- รวยทะลุพิกัด บันทึกชีวิตมหาเศรษฐีระบบเทพ
- บทที่ 130 - เหนื่อยแล้วขอนั่งพักสักหน่อย
บทที่ 130 - เหนื่อยแล้วขอนั่งพักสักหน่อย
บทที่ 130 - เหนื่อยแล้วขอนั่งพักสักหน่อย
บทที่ 130 - เหนื่อยแล้วขอนั่งพักสักหน่อย
การเล่นไพ่นกกระจอกเป็นกิจกรรมสันทนาการที่ผู้คนจำนวนมากชื่นชอบ
ในเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายที่สุดของประเทศ จะเห็นบ่อนไพ่นกกระจอกอยู่แทบทุกหนทุกแห่ง คนในพื้นที่ส่วนใหญ่ก็มักจะนอนตื่นสายๆ แล้วช่วงบ่ายและกลางคืนก็เริ่มเปิดศึกประลองกันทันที
พวกพนักงานออฟฟิศเองก็อยากจะเล่นบ้างเหมือนกัน ทว่าติดขัดเรื่องเวลาและเงินทองที่ไม่เอื้ออำนวย
"ที่รัก เหมิงเหมิง และซินหลิงนะจ๊ะ บนโต๊ะไพ่นี่ฉันจะไม่เกรงใจใครทั้งนั้น เตรียมตัวตัวถูกฉันกินเรียบจนหมดตัวกันได้เลย!"
เมิ่งชิงย่วนเป็นฝ่ายประกาศกร้าวออกมาก่อน
"เหอะๆ!" อู๋เหมิงเบะปากใส่
"ฉันจะตั้งใจเรียนรู้จากพี่สาวนะคะ!" หลินซินหลิงเริ่มใช้มารยาทำเป็นผู้น้อยเพื่อให้อีกฝ่ายตายใจ
หลัวเฟิงพยักหน้าด้วยความพอใจที่เห็นท่าทีของทั้งสามสาวเป็นเช่นนั้น
"ผมจะอธิบายกฎกติกาให้ฟังก่อนนะครับ"
"อย่างแรกคือการสุ่มเปลี่ยนไพ่สามใบ จากนั้นเดิมพันขั้นต่ำคือชิปจำลองหนึ่งล้านแต้ม หากชนะด้วยการจั่วเองจะได้คะแนนเพิ่มตามจำนวนรอบ และไม่มีขีดจำกัดสูงสุด..."
"ผมตั้งค่าชิปให้ทุกคนไว้คนละหนึ่งร้อยล้านแต้ม ใครที่เสียจนหมดตัว จะต้องขอชิปจากคนชนะ ครั้งละห้าสิบล้านแต้ม และต้องทำตามคำขอของคนชนะหนึ่งอย่าง"
"สุดท้าย เกมนี้จะใช้เวลาเล่นทั้งหมดสี่ชั่วโมง ชิปที่เหลืออยู่ในมือตอนท้ายสุด สามารถนำมาแลกเป็นเงินสดจากผมได้ครับ"
หลังจากอธิบายกฎเสร็จสิ้น ทั้งสามสาวต่างก็จ้องมองกันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
เริ่มแรกคือการกำหนดตำแหน่งเจ้ามือ ทั้งสี่คนปรับเปลี่ยนตำแหน่งที่นั่ง โดยที่หลัวเฟิงนั่งตรงข้ามกับเมิ่งชิงย่วน ด้านซ้ายคือหลินซินหลิง และด้านขวาคืออู๋เหมิง
จากนั้นหลัวเฟิงก็เริ่มทอยลูกเต๋า
"แต้มเก้าอยู่ที่เจ้ามือ"
หลัวเฟิงเริ่มหยิบไพ่
เมื่อหยิบจนครบแล้วเปิดดู พบว่ามีไพ่ชุดเดียวกันครบสี่ใบตั้งแต่เริ่มถึงสองชุด
สาวๆ อีกสามคนก็มีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดีใจเช่นกัน ดูเหมือนจะเริ่มเกมกันได้อย่างสวยงามทุกคน หลังจากเปลี่ยนไพ่สามใบแล้ว ทั้งสี่คนต่างก็มีไพ่ในมือที่ขาดหายไปเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องระบุส่วนที่ขาดเลย
หลัวเฟิงเป็นฝ่ายวางไพ่ชุดสี่ใบลงก่อนทันทีสองชุด ซึ่งหมายความว่าทุกคนต้องเสียคะแนนให้เขาคนละสองล้าน รวมเป็นหกล้านแต้ม!
"ว้าว! ที่รัก ทำไมคุณถึงมีไพ่ชุดสี่ใบตั้งแต่เริ่มเลยล่ะ? แถมยังมีถึงสองชุดอีก!"
"พี่เมิ่งคะ ฉันเองก็มีสองชุดเหมือนกันค่ะ!"
"พี่ชิงย่วนคะ ขอโทษด้วยนะคะ พอดีฉันเองก็มีสองชุดเหมือนกันค่ะ"
เมิ่งชิงย่วนถึงกับอึ้งไปเลย จากนั้นทั้งสามสาวก็พากันหันมามองหลัวเฟิง
"ฮ่าฮ่า ผมให้เขาปรับจูนเครื่องนิดหน่อยน่ะครับ จะได้ตื่นเต้นๆ ถ้าไม่ทำแบบนี้มันจะแพ้ชนะกันไม่ขาดน่ะสิ"
แววตาของสามสาวเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะให้ได้มากกว่าเดิม
เมื่อผ่านไปรอบหนึ่ง เมิ่งชิงย่วนมีไพ่ชุดสี่ใบเพียงชุดเดียว เริ่มต้นมาเธอก็เสียไปแล้วหกล้านแต้ม
ทว่าเธอไม่ได้บ่นอะไรออกมา ตั้งใจเล่นอย่างเงียบๆ จนกระทั่งถึงตาเธอจั่วไพ่ เธอกัดริมฝีปากแน่นพร้อมกับพึมพำอะไรบางอย่างในลำคอแล้วหลับตาลงใช้นิ้วโป้งคลำไปบนตัวไพ่
ปึก!
เธอพลิกไพ่ขึ้นมา พบว่าเป็นไพ่หนึ่งวงกลมพอดี
"ไพ่ชุดเดียวล้วนพร้อมคู่ใหญ่และชุดสี่ใบ จั่วเองได้จากทั้งสามคนค่ะ!"
"หลังจากหักลบกลบหนี้แล้ว ทุกคนต้องเสียให้ฉันคนละสามสิบล้านแต้มค่ะ!"
เมิ่งชิงย่วนสะสมพลังเงียบๆ แล้วระเบิดออกมาตั้งแต่ตาแรกได้อย่างสวยงาม
อู๋เหมิงและหลินซินหลิงถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน เพิ่งจะจั่วไพ่ไปแค่สามใบเองนะ ทำไมถึงจัดชุดใหญ่ได้ขนาดนี้!
ต่อมา...
"จั่วเองได้จากสองคน ชุดเดียวล้วนพร้อมไพ่เดี่ยวใหญ่และมีชุดสี่ใบอีกสองชุดครับ!"
เมื่อไพ่ถูกจั่วไปได้ครึ่งหนึ่ง หลัวเฟิงก็จั่วได้ไพ่ใบสุดท้ายพอดี
"เหมิงเหมิง ซินหลิง พวกคุณแต่ละคนต้องเสียให้ผมหนึ่งร้อยยี่สิบแปดล้านแต้มครับ!"
"หา!!" ทั้งสองสาวอุทานออกมาพร้อมกัน
นี่มันจะเกินไปแล้วไหมเนี่ย? แค่ตาแรกแต้มทั้งหมดที่มีก็เกือบจะถูกกวาดไปจนหมดตัว แถมยังไม่พอจ่ายอีกต่างหาก...
"ที่รัก คุณนี่เก่งเกินไปแล้วนะคะ!"
เมิ่งชิงย่วนเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เธอจั่วได้แต้มจากสามคนรวมกันเพิ่งจะได้เก้าสิบล้าน แต่พอมาเจอไพ่ของหลัวเฟิงเข้าไป ไม่กี่นาทีก็คงได้ถูกล้างกระเป๋าแน่นอน
อู๋เหมิงและหลินซินหลิงที่เหลืออยู่ต่างก็หันมามองสบตากัน ทั้งคู่ต่างเห็นประกายไฟในดวงตาของอีกฝ่าย
พวกเธอต่างก็อยากจะหาใครสักคนมาเป็นคนจ่ายบิลครั้งนี้แทน
ไพ่ในกองเหลืออยู่เพียงสี่ใบสุดท้าย
ปึก!
ไพ่หกกระบอกถูกพลิกขึ้นมา
"ชุดเดียวล้วน ไพ่เดี่ยวใหญ่ มีชุดสี่ใบสองชุด จั่วเองค่ะ!"
"หนึ่งร้อยยี่สิบแปดล้านแต้มค่ะ"
"พี่เหมิงเหมิงคะ ขอโทษด้วยนะคะ"
หลินซินหลิงยิ้มอย่างใสซื่อมองไปทางอู๋เหมิง
อู๋เหมิงถึงกับยืนอึ้ง
"ที่รัก ช่วยฉันคำนวณหน่อยสิคะว่าต้องเสียแต้มเท่าไหร่ ฮือๆ ตาแรกก็ล้มละลายเสียแล้ว!"
จากตรงนี้จะเห็นได้เลยว่า หากเหล่านักพนันต้องมาเจอกับสถานการณ์แบบนี้ เพียงแค่ตาเดียวหรือสองตาก็สามารถเสียทรัพย์สมบัติจนหมดเนื้อประดาตัวได้เลยจริงๆ
ทว่าแต้มที่นี่คือเงินของหลัวเฟิงทั้งนั้น จะเล่นยังไงก็ได้ตามใจชอบ
"รวมทั้งหมดคือสองร้อยแปดสิบหกล้านแต้มครับ!"
หลัวเฟิงลองคำนวณดูเองแล้วก็ยังรู้สึกตกใจ นี่ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีเองนะเนี่ย
"งั้นที่รักคะ ฉันคงต้องขอแต้มจากคุณแล้วล่ะค่ะ"
อู๋เหมิงทำปากยื่นแสดงท่าทางน่าสงสาร
ตอนนี้ในมือหลัวเฟิงมีแต้มถึงสามร้อยยี่สิบหกล้าน ผู้ชนะรายใหญ่ของตาแรก
อู๋เหมิงนอกจากจะเสียแต้มที่มีอยู่หนึ่งร้อยล้านไปแล้ว เธอยังต้องหามาจ่ายเพิ่มอีกหนึ่งร้อยแปดสิบหกล้านแต้ม
หลัวเฟิงจึงมอบชิปให้อู๋เหมิงไปสองร้อยล้านแต้มทันที
"ที่รัก อย่าลืมสั่งให้เหมิงเหมิงทำสี่เรื่องตามกติกานะคะ! ฉันขอแนะนำว่าให้เธอถอดเสื้อผ้าออกก่อนเลย ฮิฮิ"
เมิ่งชิงย่วนแกล้งแหย่ขึ้นมา "ซินหลิงล่ะคิดว่าไงจ๊ะ?"
หลินซินหลิงยิ้มหวานแล้วตอบว่า "ฉันเห็นด้วยกับพี่เมิ่งอย่างยิ่งเลยค่ะ คริคริ"
คริคริบ้านเธอน่ะสิ หลัวเฟิงแอบขำในใจ ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยรู้เลยว่าหลินซินหลิงจะมีทักษะการใช้มารยาได้เก่งขนาดนี้
"ที่รักคะ~"
อู๋เหมิงเริ่มส่งเสียงออดอ้อน
หลัวเฟิงมองดูเธอ ซึ่งวันนี้สวมเสื้อสูทตัวเล็กทับเสื้อเชิ้ตรัดรูปด้านใน ส่วนด้านล่างสวมกางเกงยีนส์
"เหมิงเหมิง ผมว่านอกจากชุดชั้นในแล้ว เสื้อผ้าของคุณมีสามชิ้นพอดี ถ้าคุณถอดออกทั้งหมดก็นับว่าสำเร็จไปสามเรื่องแล้วล่ะครับ"
หลัวเฟิงเลือกที่จะทำตามคำแนะนำของเมิ่งชิงย่วน
"ที่รักคะ แบบนี้มันน่าอายออกนะคะ!" อู๋เหมิงใบหน้าแดงระื่อ แต่เธอก็ยอมลุกขึ้นยืนแล้วเริ่มถอดเสื้อสูทออก
"เดี๋ยวถ้าคนอื่นต้องทำตามคำขอของผมบ้าง ก็ต้องถอดเหมือนกันครับ" หลัวเฟิงเอ่ยปลอบ
เมิ่งชิงย่วนและหลินซินหลิงสบตากัน ทั้งคู่ไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวเลยสักนิด กลับดูเหมือนอยากจะลองดูบ้างเสียมากกว่า
ไม่นานนัก บนร่างกายของอู๋เหมิงก็เหลือเพียงชุดชั้นในลูกไม้สีดำและแพนตี้เท่านั้น
"เหมิงเหมิง ชุดชั้นในที่คุณใส่นี่มันผิดกติกาชัดๆ เลยนะ!"
ชุดชั้นในตัวนี้มีฟองน้ำเสริมแค่ที่ฐานด้านล่างเท่านั้น และมีผ้าชิ้นเล็กๆ ปกปิดไว้เพียงจุดกึ่งกลาง ส่วนบริเวณอื่นๆ เปิดเผยออกมาให้เห็นทั้งหมด
โดยเฉพาะบริเวณรอบฐานปทุมถันที่ผ้าปกปิดไว้ไม่มิด ทำให้ดูเย้ายวนใจเป็นอย่างมาก
เมิ่งชิงย่วนเห็นชุดชั้นในตัวนี้ก็รู้ทันทีว่าอู๋เหมิงเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีสำหรับวันนี้
ส่วนหลินซินหลิงที่อยู่ข้างๆ ก็รู้สึกอิจฉาเล็กน้อย เพราะของพี่เหมิงเหมิงดูเหมือนจะใหญ่กว่าของเธอหนึ่งไซซ์เลยทีเดียว
ขณะที่ของเธอมีขนาดเพียงคัพซีเท่านั้น...
"ยังเหลืออีกเรื่องหนึ่ง..."
ในตอนนี้ที่หลัวเฟิงมองดูอู๋เหมิงที่สวมชุดนี้ เขาก็เริ่มจะทนไม่ไหวขึ้นมาบ้างแล้ว "ให้ผมได้นวดเฟ้นสักสองนาที"
อู๋เหมิงได้ยินดังนั้นใบหน้าก็ยิ่งแดงซ่านขึ้นกว่าเดิม "ที่รักคะ ตรงนี้ยังมีพี่ชิงย่วนกับซินหลิงอยู่นะคะ เราไปเปลี่ยนที่กันหน่อยดีไหมคะ?"
"ไม่ต้องหรอก ให้พวกเธอสองคนหันหลังไป ห้ามแอบดูก็พอแล้วครับ"
หลัวเฟิงยิ้มแล้วยื่นมือไปดึงตัวอู๋เหมิงให้มานั่งลงบนตักของเขา
มือของเขาจัดการเลื่อนสายชุดชั้นในลงจากบ่าทันที และเริ่มใช้มือทั้งสองข้างนวดเฟ้นอย่างเต็มที่
อู๋เหมิงใช้มือข้างหนึ่งยันบ่าของหลัวเฟิงไว้ ส่วนอีกข้างใช้ปิดปากตัวเองเอาไว้ เพราะแรงที่หลัวเฟิงส่งมานั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หากเขากดเน้นที่จุดไหนเป็นพิเศษ เธอก็แทบจะกลั้นเสียงไว้ไม่อยู่
"ครบสองนาทีแล้วจ้า"
เมิ่งชิงย่วนหันหน้ากลับมา พบว่าหลัวเฟิงไม่ได้ใช้เพียงแค่หน้ามือเสียแล้ว ในตอนนี้เขากำลังดื่มด่ำกับยอดปทุมถันอย่างเมามัน
ใบหน้าของอู๋เหมิงแดงก่ำราวกับคนเมา แววตาฉ่ำวาวเหมือนหยดน้ำ ดูท่าทางแล้วเธอคงจะกำลังมีความสุขมากเลยทีเดียว
ในใจของเมิ่งชิงย่วนรู้สึกว่า ถึงแม้เมื่อกี้เธอจะชนะไพ่นกกระจอก แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างมาก
ส่วนหลินซินหลิงที่อยู่ข้างๆ ก็เริ่มรู้สึกว่าร่างกายเริ่มมีอาการคันยุบยิบขึ้นมาบ้างแล้ว
ในการเล่นรอบต่อมา เมิ่งชิงย่วนและหลินซินหลิงต่างก็เดินแต้มผิดพลาดติดต่อกันหลายครั้ง ทำให้หลัวเฟิงชนะได้ในทุกตา
"ที่รักคะ ฉันขอชิปเพิ่มอีกสองร้อยล้านแต้มค่ะ"
หลังจากที่เมิ่งชิงย่วนเสียไปเกือบสามร้อยล้านแต้ม เธอก็เป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาหลัวเฟิงพร้อมกับถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นด้วยตัวเอง
"พี่ชิงย่วน พี่นี่มัน!"
"พี่เมิ่งคะ นี่มันจะเกินไปแล้วนะคะ..."
ในตอนนี้เมิ่งชิงย่วนถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือเพียง... ชุดชั้นในตัวหนึ่งที่เธอเคยใส่โชว์หลัวเฟิงเมื่อนานมาแล้ว
ท่อนบนเป็นเพียงแถบผ้าบางๆ เส้นเล็กๆ และขยายกว้างขึ้นในจุดสำคัญประมาณขนาดสองนิ้ว โดยเริ่มจากลำคอลงมาปกปิดจุดสำคัญไว้ แล้วไขว้กันที่หน้าท้อง ก่อนจะไปเชื่อมต่อกับกระโปรงสั้นจู๋ผ้าบางที่ด้านหลัง ซึ่งภายใต้กระโปรงนั้นเป็นเพียงผ้าบางชิ้นเล็กๆ ที่ดูคล้ายกับจีสตริง
ในขณะที่หลัวเฟิง อู๋เหมิง และหลินซินหลิงกำลังยืนอึ้งอยู่นั้น
"ที่รักคะ ฉันขอช่วยคุณเสนอคำขอสุดท้ายได้ไหมคะ?"
หลัวเฟิงมีท่าทางงุนงงก่อนจะพยักหน้าแล้วตอบว่า "ได้แน่นอนครับ"
เขาเห็นเมิ่งชิงย่วนหันหลังกลับมา โดยหันบั้นท้ายมาทางเขา จากนั้นเธอก็เลื่อนแถบผ้าที่ชุ่มไปด้วยน้ำลายออกไปด้านข้าง
"เรื่องสุดท้ายที่ขอ ก็คือเมื่อกี้ยืนเล่นมานานจนเริ่มเหนื่อยแล้ว อยากจะขอนั่งพักบนตัวที่รักสักหน่อยน่ะค่ะ..."
(จบแล้ว)