- หน้าแรก
- รักแท้หรือแค่ข่าวลือ ฮูหยินใหญ่ขอทลายจวนให้สิ้นซาก
- บทที่ 30: พักผ่อนรึ? ไม่มีทางเสียหรอก
บทที่ 30: พักผ่อนรึ? ไม่มีทางเสียหรอก
บทที่ 30: พักผ่อนรึ? ไม่มีทางเสียหรอก
บทที่ 30: พักผ่อนรึ? ไม่มีทางเสียหรอก
ฮ่องเต้ทรงใช้นิ้วพระหัตถ์ลูบพระโอษฐ์ ภายในแววพระเนตรแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มบางๆ
โจวอวิ๋นเซินและหวยอ๋องต่างก็รู้ดีว่า นี่คือสัญญาณเล็กๆ ของฮ่องเต้ที่บ่งบอกว่าพระองค์ทรงตัดสินพระทัยจะสังหารใครสักคน และไม่ใช่การสังหารด้วยวิธีธรรมดาๆ ด้วย
แต่มันคือวิธีที่จะทำให้เหยื่อไม่มีแม้แต่ที่กลบฝังร่าง
โจวอวิ๋นเซินเฝ้ามององค์หญิงเจาหัวเติบโตขึ้นมา นางคือหนึ่งในคนรุ่นเยาว์เพียงไม่กี่คนที่ไม่รู้สึกหวาดกลัวเขา
การกล้ารังแกหลานสาวของเขา หมายความว่าเสียนเฟยก็รนหาที่ตายเอง จะไปโทษใครได้
เจียงซูเยว่กระทืบเท้าด้วยความขัดใจ: 【ให้ตายเถอะ ฉันนึกว่าพ่อตัวเองเป็นเดรัจฉานในคราบมนุษย์แล้วนะ ไม่คิดเลยว่าจะมีคนที่เลวทรามยิ่งกว่า เป็นปีศาจของแท้เลย】
จู่ๆ เธอก็รู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมาตงิดๆ อยากจะถลกหนังตาแก่นี่ออก แล้วให้ทุกคนได้เห็นว่าข้างในมันโสมมแค่ไหน
ระบบ: 【คุณไม่จำเป็นต้องโกรธขนาดนั้นหรอก พวกเราเบี่ยงเบนจากเนื้อเรื่องเดิมมาแล้ว องค์หญิงเจาหัวกำลังจะแต่งงานกับเสิ่นจืออี๋ ดังนั้นพล็อตเรื่องในอนาคตก็จะเปลี่ยนไป】
องค์หญิงเจาหัวและเสิ่นจืออี๋สบตากัน โชคดีที่มีเจียงซูเยว่อยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นฮ่องเต้คงจะต้องจัดการประทานสมรสระหว่างนางกับหลานชายตระกูลฉีไปแล้วแน่ๆ
องค์หญิงเจาหัวซบลงบนไหล่ของเสิ่นจืออี๋ โดยหารู้ไม่ว่าพระบิดาของนางกำลังร้องไห้กระซิกๆ ราวกับเด็กเล็กๆ
ฮือๆๆ พี่รอง โชคดีจริงๆ ที่ภรรยาของท่านอยู่ที่นี่!
โจวอวิ๋นเซินสะบัดไหล่ด้วยความรังเกียจแล้วขยับตัวถอยหนีไปด้านข้าง
แต่เขาก็ไม่กล้าถอยออกไปไกลนัก ด้วยกลัวว่าหากอยู่ห่างเกินสามร้อยเมตรแล้ว จะไม่ได้ยินเสียงในใจของเจียงซูเยว่
เขาไม่อยากพลาดเรื่องเมาท์มอยเลยแม้แต่นิดเดียว
สีหน้าของเจียงซูเยว่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย: 【ก็จริงนะ ถึงก่อนหน้านี้ฉันจะรู้ตัวว่าเนื้อเรื่องมันเปลี่ยนไปแล้วจนแอบกังวลว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่ตอนนี้ก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่งแล้วล่ะ】
【เด็กสาวหน้าตาน่ารักขนาดนี้ จะต้องไม่ถูกวางยาพิษสิ】
【เสียนเฟยคนนั้นเจียมเนื้อเจียมตัวไว้หน่อยก็ดี ไม่อย่างนั้นแม่จะสอนให้รู้สำนึกเอง!】
ระบบ: 【นางคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอก เพราะวันนี้นางกำลังจะคลอดลูกแล้ว】
องค์หญิงเจาหัวถึงกับชะงักงัน
เสียนเฟยจะคลอดวันนี้งั้นหรือ? แต่นางเพิ่งจะตั้งครรภ์ได้แค่แปดเดือนเองนะ!
หรือว่าจะเป็นการคลอดก่อนกำหนด?
ขณะที่องค์หญิงเจาหัวกำลังคิดเช่นนี้ นางกำนัลจากตำหนักของเสียนเฟยก็เดินเข้ามาหา "ถวายบังคมเพคะองค์หญิง พระสนมเสียนเฟยรับสั่งว่า เพื่อเป็นการแสดงความยินดีที่พระองค์ทรงได้พบกับคู่ครองที่เหมาะสม พระสนมจึงได้เตรียมของขวัญไว้ให้ และทูลเชิญให้พระองค์เสด็จไปรับเพคะ"
เจียงซูเยว่: 【ฉันจำได้แล้ว นี่คือตอนที่องค์หญิงเจาหัวถูกเสียนเฟยใส่ร้ายเรื่องทำนางแท้งลูก ฮ่องเต้กริ้วมากเลยสั่งกักบริเวณแล้วส่งตัวนางไปอยู่กับไอ้ผู้ชายเฮงซวย นั่นเป็นก้าวแรกที่ทำให้นางหมดความโปรดปราน ฉันจะปล่อยให้องค์หญิงเจาหัวไปไม่ได้เด็ดขาด!】
ระบบ: 【ไปสิ ต้องไปนะ เรื่องเมาท์สะท้านฟ้าสะเทือนดินรออยู่ตรงนั้นแล้ว!】
เจียงซูเยว่มองไปที่องค์หญิงเจาหัว
ระหว่างเรื่องซุบซิบกับมิตรภาพลูกผู้หญิง จะเลือกอะไรดี... แน่นอนว่าต้องเลือกเรื่องเมาท์อยู่แล้ว!
เจียงซูเยว่: "ขอบพระทัยพระสนมเสียนเฟยในความหวังดี พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้แหละ"
องค์หญิงเจาหัว: ...มิตรภาพกระดาษทิชชู เอานิ้วจิ้มทีเดียวก็ขาดแล้วสินะ...
นางกำนัลมีท่าทีไม่พอใจนัก "ฮูหยิน พระสนมเสียนเฟยทูลเชิญเพียงแค่องค์หญิงนะเจ้าคะ ท่านดู..."
เจียงซูเยว่: 【จะไม่ให้ฉันเข้าไปเสือกเรื่องเมาท์ใช่ไหม? หึ ฉันจะเข้าไปให้ได้!】
เจียงซูเยว่ปั้นหน้าซื่อบริสุทธิ์ "นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เข้ามาในวังหลวง จึงไม่ค่อยรู้กฎระเบียบนัก ต้องขออภัยด้วย"
"ทว่า ข้าเห็นว่าองค์หญิงทรงดีต่อข้ามาก และฝ่าบาทก็มีรับสั่งให้ข้าเดินชมวังได้ตามสบาย ประกอบกับพระสนมเสียนเฟยกำลังทรงครรภ์ มันจึงเป็นเรื่องสมควรที่ข้าจะไปถวายพระพร"
"แต่ในเมื่อเจ้าคิดว่ามันไม่เหมาะสม เช่นนั้นข้าไม่ไปก็ได้"
"องค์หญิงเพคะ"
เจียงซูเยว่เข้าไปควงแขนองค์หญิงเจาหัว แล้วส่งเสียงครางหงิงๆ ในลำคอราวกับลูกสุนัขตัวน้อย
"ข้าทำอะไรผิดจนทำให้ท่านกับท่านโหวของข้าต้องขายหน้าหรือเปล่าเพคะ? เป็นความผิดของข้าเอง ข้าว่าข้าควรจะไปหาท่านโหวแล้วทูลลาออกจากวังดีกว่า"
แผ่นหลังของนางกำนัลเริ่มมีเหงื่อเย็นผุดพราย
คนปกติทั่วไปควรจะเข้าใจความหมายแล้วไสหัวไปสิ ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงไม่เล่นตามน้ำเลยล่ะ?
ยิ่งไปกว่านั้น นางยังขู่ว่าจะไปหาเจิ้นหนานโหวอีก
ช่วงนี้เรื่องราวของสามีภรรยาคู่นี้แพร่สะพัดไปทั่ว มีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าเจิ้นหนานโหวรักใคร่และตามใจภรรยามากแค่ไหน? หากเจิ้นหนานโหวเกิดบันดาลโทสะขึ้นมา ต่อให้เป็นเสียนเฟยก็คงรักษาหัวของนางเอาไว้ไม่ได้
นางกำนัลรีบฉีกยิ้มประจบประแจงทันที "ฮูหยินเข้าใจบ่าวผิดแล้วเจ้าค่ะ บ่าวเพียงแค่กังวลว่านายหญิงกำลังทรงครรภ์ อาจจะไม่ค่อยสะดวกนัก"
"อ้อ สะดวกให้องค์หญิงเจาหัวไป แต่ไม่สะดวกให้ข้าไปสินะ"
"เฮ้อ ที่แท้ข้าก็แค่คนไม่คู่ควร"
องค์หญิงเจาหัวรู้ดีว่านางกำลังแสดงละคร แต่มันก็สมบทบาทเสียจนปลุกสัญชาตญาณความอยากปกป้องในตัวนางขึ้นมาจริงๆ
องค์หญิงเจาหัวแค่นเสียงเย็นใส่นางกำนัล "ในเมื่อไม่สะดวก งั้นก็ให้เสียนเฟยพักผ่อนให้สบายเถอะ พวกเราจะไม่ไปรบกวนนางแล้ว"
นางกำนัลหน้าถอดสี "บ่าวปากพล่อยพูดจาผิดพลาดไปเอง ขอประทานอภัยด้วยเพคะองค์หญิง! อภัยให้บ่าวด้วยเถิดเจ้าค่ะฮูหยิน!"
นางกำนัลโขกศีรษะลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น
เจียงซูเยว่: 【พอได้แล้ว เดี๋ยวพื้นก็พังกันพอดี ไม่ต้องใช้เงินซ่อมหรือไง? รีบๆ พาฉันไปเสพเรื่องเมาท์ได้แล้ว】
องค์หญิงเจาหัว: "เอาล่ะ นำทางไปสิ"
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรตามหลังพวกนางไปพลางถอนหายพระทัยเฮือกใหญ่
โจวอวิ๋นเซิน: "ฝ่าบาท พวกเรายังจะตามไปอีกหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"
"ตามสิ เรื่องซุบซิบของครอบครัวเราเอง จะไม่ให้ข้าไปตามสืบได้ยังไง?"
ปล่อยให้คนอื่นได้เรื่องเมาท์ไปฟรีๆ พระองค์ไม่มีทางยอมหรอก!
เจียงซูเยว่มาถึงตำหนักของเสียนเฟยก่อนเป็นคนแรก ส่วนเสิ่นจืออี๋ถูกขวางเอาไว้ด้านนอก
"ท่านรอข้าอยู่ข้างนอกนี่แหละ มีซูเยว่อยู่ด้วย ข้าไม่มีปัญหาอะไรหรอก"
องค์หญิงเจาหัวแอบดึงมือของเขาเบาๆ หากไม่ติดว่าอยู่ต่อหน้าผู้คนมากมาย นางคงกระโดดเข้าไปหอมแก้มเขาแล้ว
เจียงซูเยว่: 【พอเห็นพวกเขาสวีตหวานแหววกัน จู่ๆ ฉันก็คิดถึงตัวร้ายผู้ยิ่งใหญ่ของฉันขึ้นมาเลย เอาจริงๆ นะ ตัวร้ายผู้ยิ่งใหญ่ของฉันทั้งหล่อกว่าจอหงวน หุ่นก็ดีกว่า รวยก็รวยกว่า แถมยัง...】
เสิ่นจืออี๋ยิ้มเจื่อน เขาทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว...
องค์หญิงเจาหัวก็ทนฟังไม่ไหวเช่นกัน เอาเถอะๆ สามีของเจ้าประเสริฐที่สุด พอใจหรือยัง?
นางดึงเจียงซูเยว่เข้าไปในห้อง
พระหัตถ์ใหญ่ของฮ่องเต้วางแหมะลงบนไหล่ของเสิ่นจืออี๋อย่างเงียบเชียบ
ฮ่องเต้: "ท่านจอหงวน มือลูกสาวข้าจับสบายดีหรือไม่?"
น้ำเสียงเย็นเยียบดังขึ้นข้างหู ทำเอาเสิ่นจืออี๋ถึงกับสะดุ้งเฮือก
เขารู้สึกได้เลยว่าหากตอบว่าจับสบาย เขาคงต้องตายศพไม่สวยแน่ๆ
แต่ถ้าตอบว่าไม่สบาย เขาคงได้ตายอนาถยิ่งกว่าเดิม...
ภายในห้องมีกลิ่นหอมจางๆ อบอวลอยู่ มันไม่ได้เหม็น แต่กลับทำให้รู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด
เจียงซูเยว่: 【นี่มัน... กลิ่นของส่วนผสมยาทำแท้งนี่นา!】
ระบบ: 【ฉันยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอะไรเลยนะ คุณรู้ได้ยังไงเนี่ย?】
เจียงซูเยว่: 【พวกสมุนไพรก็อยู่ในตระกูลพืชเหมือนกัน ซึ่งก็นับว่าเป็นญาติวงศาคณาญาติเดียวกันกับฉัน แค่ดมกลิ่นฉันก็แยกแยะได้แล้ว】
องค์หญิงเจาหัวที่ก้าวขาออกไปแล้วถึงกับตกใจจนต้องหดขากลับ แล้วยืนอยู่ตรงหน้าประตู "ถวายพระพรพระสนมเสียนเฟย"
"นั่นองค์หญิงเจาหัวใช่หรือไม่? พอดีข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายเลยลุกไม่ขึ้น เข้ามาใกล้ๆ ให้ข้าเห็นหน้าชัดๆ หน่อยสิ"
เสียนเฟยยื่นมือออกมาจากหลังม่านอย่างเกียจคร้าน กวักมือเรียกองค์หญิงเจาหัวให้เข้าไปหา
เจียงซูเยว่: "แหม แหวนหยกมรกตบนนิ้วของพระสนมเสียนเฟยช่างวงใหญ่โตเสียจริง! มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าฝ่าบาททรงโปรดปรานพระองค์มากเพียงใด น่าอิจฉาเสียจริงๆ เพคะ"
เสียนเฟยชะงักงัน นางเลิกม่านขึ้นและขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เมื่อเห็นเจียงซูเยว่ ประกายความดุร้ายก็วาบผ่านก้นบึ้งของดวงตา
"ข้าจำไม่ได้นะว่าเชิญคนอื่นมาด้วย"
"หม่อมฉันคือฮูหยินของเจิ้นหนานโหว แซ่เจียงเพคะ หม่อมฉันได้ยินกิตติศัพท์มานานแล้วว่าพระสนมเสียนเฟยทรงสง่างามและสูงศักดิ์ จึงอยากจะมีวาสนาได้เข้าเฝ้ามาตลอด เลยอ้อนวอนขอร้องให้องค์หญิงพามาด้วยเพคะ"
คนยื่นหน้ามารับด้วยรอยยิ้ม จะไปตบหน้าก็ใช่ที่ เสียนเฟยถึงกับไปไม่เป็นไปชั่วขณะ
จะลงไม้ลงมือก็ไม่ได้ จะด่าทอก็ไม่ดี จะไล่ตะเพิดออกไปยิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่
ในเมื่อจุดธูปหอมเอาไว้แล้ว ตอนนี้นางควรจะทำอย่างไรดีล่ะ?
เจียงซูเยว่: 【ระบบ ยังจะยืนบื้ออยู่อีกทำไมล่ะ? ถึงเวลาเสิร์ฟเรื่องเมาท์แล้ว!】